เว่ยิได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะผายมือให้ซีเยว่นางกลับมานั่งเช่นเดิม
“ข้ามีเื่จะแจ้งให้ทุกคนรู้”
เว่ยิเอ่ยเล่าเื่ราวที่ระหว่างสองตระกูลได้ทำสัญญาร่วมกัน และการมาเยือนของกู้หยางครั้งนี้ ก็เพื่อจะหาบุตรสาวตระกูลเว่ยแต่งเข้าจวนตระกูลกู้
ซีเยว่ใบหน้าของนางเรียบเฉยมิได้แสดงท่าทีใอันใด ในเมื่อนางรู้อยู่แล้วในเื่เหตุผลที่เขามาเยือนครั้งนี้
บุตรสาวของเว่ยิคนอื่น พร้อมออกเรือนต่างก็มองมาทางกู้หยางอย่างคาดหวัง ด้วยคิดว่าเขาจะรับพวกนางสักคนเข้าตระกูล
“คุณชายกู้ ท่านประสงค์้าแต่งผู้ใดเข้าจวนรึ” อู๋ซื่อเอ่ยถามออกมา พร้อมทั้งปรายตามองไปที่ซีเยว่วูบหนึ่ง
“ข้ามาใคร่ครวญดูแล้ว หากจะให้เหมาะสมก็ควรจะต้องแต่งคุณหนูใหญ่เว่ยขอรับ” เขาอมยิ้มมองมาทางซีเยว่วูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองนางอู๋ซื่อ
“ไม่ได้!!! ตอนแรกท่านมิได้เอ่ยออกมาเช่นนี้ ท่าน้าแต่งอาเยว่มิใช่รึ” นางอู๋ซื่อลุกขึ้นกรีดร้องออกมาอย่างเสียภาพลักษณ์ของนาง
หลิวชิงเบิกตากว้างมองเขาด้วยใบหน้าซีดขาว ซีเยว่ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ หากนางได้ยินไม่ผิดตอนแรกเขาเอ่ยว่า้าแต่งกับนางเช่นนั้นรึ
เว่ยิสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด จะให้แต่งกับซีเยว่ก็มิได้ จะเป็หลิวชิงก็ไม่ได้เช่นกัน ในเมื่อนางกำลังทาบทามอยู่กับตระกูลมู่
“เ้าคิดดีแล้วเช่นนั้นรึ” เว่ยิเอ่ยถามออกมา
“พวกท่านให้ข้าคิดใคร่ครวญอีกครั้ง ข้าก็ทำตามที่พวกท่านบอกกล่าวแล้ว เหตุใดถึงยังมิได้อีก หรือว่าพวกท่านมิ้าจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ขอรับ” กู้หยางเอ่ยถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย
เว่ยิถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก หากเขาจะทำสิ่งใดคงต้องใคร่ครวญผลได้เสียให้รอบคอบเสียก่อน
“หากเ้ายืนยันเช่นที่พูดก็แล้วแต่เ้า อีกสองวันข้าจะให้คำตอบในเื่นี้”
“ท่านพี่!!!” นางอู๋ซื่อร้องเสียงหลงออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ
“แจ้งเื่ไปที่ตระกูลมู่ ยกเลิกเื่ดูตัวของชิงชิงนางก่อน” เว่ยิร้องบอกพ่อบ้านเว่ย
“ไม่ได้นะเ้าคะ!!!” นางอู๋ซื่อกรีดร้องออกมาอย่างไม่ยอม
ซีเยว่ได้แต่ยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ นางนั่งชมเื่สนุกเงียบๆ ในเมื่ออยากให้นางอยู่ชมต่อ นางก็จะเป็ผู้ชมที่ดี
“คุณชายกู้ ข้าจะยกอาเยว่ให้ท่าน ส่วนชิงชิง ข้ายอมให้นางแต่งออกไปอยู่ที่เจียงซานไม่ได้” อู๋ซื่อเอ่ยออกมา
“เงียบ!!! กลับเรือนของเ้าไปเสีย เื่นี้ข้าจะจัดการเอง” เว่ยิตวาดออกมาเสียงดัง
จนบุตรคนอื่นและอนุที่ไม่เกี่ยวข้องต่างก็ขอตัวกลับเรือนของตนเองไป
ซีเยว่ที่เห็นว่าหมดเื่ของนางแล้วก็เอ่ยลาบิดา และกู้หยาง ก่อนจะเดินตามคนอื่นกลับเรือนไป
“เ้ายังไปไม่ได้” อู๋ซื่อเข้ามาดึงรั้งแขนของซีเยว่ไว้
“แม่ใหญ่ ข้าเจ็บเ้าค่ะ” ซีเยว่นางถูกนางอู๋ซื่อใช้เล็บจิกเข้าไปในเนื้อของนาง
“อาเฟิง เ้าทำอันใด ปล่อยอาเยว่ประเดี๋ยวนี้” เว่ยิลุกขึ้นจ้องมองอย่างไม่พอใจ
หลิวชิงที่เห็นว่าบิดาเริ่มมีโทสะแล้ว นางจึงได้เดินเข้ามาดึงรั้งตัวของมารดานางออก “ท่านแม่ ปล่อยอาเยว่เ้าค่ะ” นางกระซิบเสียงเบา
เมื่อซีเยว่นางถูกปล่อยให้เป็อิสระ ข้อมือขาวของนางก็ปรากฏรอยเล็บที่มีเืซึมออกมาเล็กน้อย
“ข้าไม่มีทางยินยอมอย่างเด็ดขาด คุณชายกู้ ท่านจะกลับคำเช่นนั้นรึ!!!” นางมองไปที่กู้หยางอย่างโกรธแค้น
“น่าขันนัก ข้าเลือกคุณหนูรองพวกท่านก็มิยอม พอเลือกคุณหนูใหญ่ก็ยังเป็เช่นนี้ หากตระกูลเว่ยมิ้าจะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ ก็รีบแจ้งมาเสียั้แ่ตอนนี้ ข้าจะได้ไม่เสียเวลาอีก” เสียงเหยียบเย็นที่เอ่ยขึ้น ผู้ใดจะเชื่อว่าเขาจะมาจากตระกูลเล็กๆ ต่างเมือง
ด้วยอำนาจที่แผ่ออกมาจากร่างของกู้หยาง ทำให้เว่ยิและอู๋ซื่ออดคิดไม่ได้ว่า เขาน่าเกรงขามอยู่ไม่น้อย
“ชิงชิง อาเยว่ พวกเ้าเป็ผู้ที่คุณชายกู้เอ่ยปากอยากจะรับเข้าจวน หนึ่งในพวกเ้ามีคนใดหรือไม่ที่้าจะแต่งเข้าจวนตระกูลกู้” ในเมื่อหมดทางเลือกเว่ยิจึงได้เอ่ยถามความสมัครใจจากบุตรทั้งสอง
หากเื่ที่เขาคิดจะไม่ทำตามสัญญาหมั้นหมายที่ให้ไว้กับคนตระกูลกู้หลุดออกไป ชื่อเสียงความดีที่สะสมมาทั้งหมดจะต้องพังทลายลง หากเื่นี้ถึงหูของฮ่องเต้ ไม่แคล้วเขาจะต้องถูกตำหนิอย่างแน่นอน
หลิวชิงก้มหน้านิ่งมองพื้น นางไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับบิดาที่กำลังรอฟังคำตอบจากนางอยู่ นางอู๋ซื่อก็เหมือนอยากจะเอ่ยพูดแทนบุตรสาว แต่ถูกสายตาของเว่ยิจ้องมองอย่างมุ่งร้ายเสียก่อน นางจึงได้แต่กลืนคำพูดกลับลงคอไป
“ข้าไม่แต่งเ้าค่ะ บุรุษใจโลเลที่เลือกคนนั้นทีคนนี้ที ข้าไม่้า” นางจ้องมองใบหน้าของกู้หยางอย่างเรียบเฉย
แม้ใบหน้าของกู้หยางจะไม่แสดงออกว่าโกรธเคืองที่ซีเยว่เอ่ยตำหนิเขาออกมา แต่แววตากลับเปล่งประกายออกมาอย่างพอใจ
เว่ยิพยักหน้าอย่างพอใจ เขาเห็นด้วยกับที่ซีเยว่นางพูด หากกู้หยางเอ่ยในครั้งที่สองว่า้าแต่งกับซีเยว่ เขาคงจะพอใจมากกว่านี้ เว่ยิคิดว่า คงเป็เพราะเห็นใบหน้าของหลิวชิงและท่าทางที่อ่อนหวานของนาง จึงทำให้กู้หยางเปลี่ยนใจ
“เ้าเข้าใจข้าผิดแล้ว คุณหนูรอง ในตอนแรกข้า้าแต่งเ้าเป็เื่จริง แต่บิดาของเ้าไม่เห็นด้วย และยังเอ่ยเื่ที่พูดคุยทาบทามหมั้นหมายเ้าให้กับขุนนางในปกครองของเขาไว้แล้ว แล้วข้าจะกล้าแย่งชิงคู่หมั้นของผู้อื่นได้อย่างไร” เขาเน้นคำว่าคู่หมั้นของผู้อื่นให้ทุกคนฟัง
ซีเยว่หันไปมองหน้าบิดาของนางอย่างไม่เข้าใจ ด้วยไม่ได้บอกกล่าวนางไว้เสียก่อน นางจะรู้เื่คู่หมั้นกำมะลอของนางได้อย่างไร
“ชิงชิงของข้าก็กำลังจะหมั้นหมายกับตระกูลมู่ ท่านเลือกบุตรคนอื่นในจวนเถิด” อู๋ซื่อรีบเอ่ยออกมา เมื่อเห็นคำแก้ตัวของกู้หยาง
หลิวชิงพยักหน้าน้อยๆ ของนางให้กับกู้หยาง ด้วยเห็นด้วยกับคำพูดของมารดา
“เช่นนั้นรึ แต่ก็ยังมิได้มีการหมั้นหมายเกิดขึ้น เื่นี้ข้าจะให้ใต้เท้าเว่ยเป็ผู้เลือกก็แล้วกันว่าจะให้คุณหนูใหญ่หรือคุณหนูรองแต่งกับข้า มิเช่นนั้นแล้ว...ข้าคงต้องไปขอร้องทางการให้ช่วยตัดสินเื่นี้” เขากวาดสายตามองไปที่ทุกคนอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับไปที่เรือนพักของตน
“ท่านพี่ แล้วจะทำเช่นใดดีเ้าคะ” อู๋ซื่อหวาดกลัวไม่น้อย
เื่ในเรือนหลังหากเว่ยิยังจัดการไม่ได้ ตำแหน่งขุนนางของเขาคงถึงคราวสั่นคลอนแล้ว
“พวกเ้ากลับเรือนไปก่อน เื่นี้ข้าขอคิดก่อน” เขาโบกมือไล่ทั้งสามคน ก่อนจะทรุดตัวนั่งอย่างหมดแรง
ซีเยว่มองบิดาของนางวูบหนึ่ง ก่อนจะเดินออกจากห้องโถงไปที่เรือน แม่นมที่รออยู่หน้าห้องโถงเดินเข้ามาช่วยประคองนางอย่างกังวล
“แล้วจะทำเช่นใดดีเ้าคะ” นางเอ่ยถามเสียงสั่นออกมา
“ท่านอย่าเพิ่งกังวล ข้าว่าเื่นี้ท่านพ่อคงจัดการได้” ซีเยว่นางเองก็กังวลไม่น้อย
ทั้งสองนายบ่าวเดินไปได้เพียงไม่ไกล เสียงของหลิวชิงที่อยู่ด้านหลังของพวกนางก็ร้องเรียกรั้งเอาไว้
“อาเยว่ ประเดี๋ยวก่อน พี่ขอพูดกับเ้าสักคำ”