Stage 10
พี่น้องต่างสายเื
“ฮ้าวว~!!”
เสียงหาวยาวเหยียดดังขึ้นมาจากร่างสูงที่เพิ่งจะลืมตาตื่นได้ไม่นานวิศนะเหลียวมองรอบตัวไปรอบหนึ่งถึงรู้ว่าตอนนี้เขากำลังหลับอยู่บนโซฟายาวในห้องรับแขกแทนที่จะอยู่บนเตียงในห้องนอนของตัวเองนอกจากนี้เขาก็ยังอยู่ในชุดนักศึกษาเหมือนกับตอนก่อนที่จะเข้าไปเล่นเกมเหมือนเดิมทุกอย่าง
พอหวนนึกย้อนดูแล้ว จึงพอจะจำได้คร่าวๆ ว่าเมื่อวานเขาเองก็กูลีกูจอพยายามจะล็อคอินเข้าไปในโลกไพรด์ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยที่ลืมตัวมานอนหลับคาอยู่บนโซฟาแห่งนี้นั่นเอง
“สงสัยทีหลังถ้าจะเล่นเกมเมื่อไหร่ ต้องเอาไว้รอตอนจะนอนแล้วจริงๆแฮะ”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางบิดตัวไปมาคลายความอ่อนล้าจากร่างกายที่ต้องทนนอนคุดคู้อยู่ในท่าที่ไม่ค่อยจะสบายนักทั้งคืนกระทั่งดวงตาสีอำพันของเขาก้มลงมองสภาพร่างกายของตัวเองที่ยังอยู่ครบ 32 ดีไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนในใจแล้วนึกโล่งอก แม้จะเมื่อยไปบ้างแต่ก็ได้นอนหลับเต็มอิ่มชนิดที่การผจญภัยสุดระทึกในโลกไพรด์เมื่อคืนนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆต่อร่างกายเขาในโลกความเป็จริงเลย
“ค่อยยังชั่วนึกว่าตื่นมาจะระบมตามเนื้อตามตัวเสียแล้วเมื่อคืนก็เล่นอาละวาดซะสุดสวิงไปเลยด้วยฉัน”
พูดแล้วก็ยิ้มขำพลางคิดในใจว่าขืนการเล่นเกมดันมีผลกระทบกับร่างกายจริงๆล่ะก็ ป่านนี้บริษัทมันคงจะโดนปิดตัวไปตั้งนานแล้วล่ะ สรุปเสร็จก็ไหวไหล่วืดแล้วจึงลุกขึ้นยืนบิดี้เีสุดตัวพอเหลือบมองเห็นนาฬิกาที่แขวนไว้บนผนังในห้องตีเป็เวลา 6 โมงกว่าๆ แล้วเขาก็ขยับรอยยิ้มกว้าง
กว่าจะต้องไปทำงานพิเศษก็ตั้ง 10 โมงเช้าเวลาเหลือเยอะแบบนี้สบายๆ
ใช่แล้ว วันนี้เป็วันปิดเทอมวันแรกของวิศนะและเขาก็ไม่คิดจะปล่อยให้เวลาว่างของตัวเองต้องเสียเปล่า เลยตัดสินใจทำงานพิเศษกับรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้วโดยการไปเป็คุณครูสอนพิเศษวิชาศิลปะแถวๆงามวงศ์วานนั่นเอง
ไม่ช้าร่างสูงก้าวไปเปิดโทรทัศน์ในห้องเพื่อฟังข่าวภาคเช้าอันเป็กิจวัตรประจำวัน แล้วก็ต้องชักสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อเปิดไปช่องไหนๆ ก็ไม่ค่อยมีข่าวอะไรน่าสนใจเท่าไหร่นักพลันสมองก็นึกขึ้นมาได้ว่ามีรายการหนึ่งที่ปกติเขาไม่คิดจะเปิดเข้าไปดูเสียที
ช่อง 77 ทีวีเสรีไพรด์สเตชั่นช่องฟรีทีวีที่ก่อนหน้านี้ให้ตายยังไงเขาก็ไม่เคยคิดที่จะเฉียดเปิดไปช่องนั้นเลยแม้แต่น้อยแต่ดูเหมือนอะไรหลายๆ อย่างจะทำให้เขาต้องเปลี่ยนใจไปบ้างแล้ว
“คุณกำลังประสบกับปัญญาเลเวลไม่ขึ้นใช่หรือมั้ยมอนสเตอร์ที่ไปต่อสู้ด้วยเก่งเกินไป ...ติดต่อมาที่เราสิศูนย์ฝึกพิเศษการต่อสู้แห่งทริสทานเรามีอาจารย์สอนพิเศษจำนวนมากที่คอยให้คำแนะนำจนคุณสามารถเก่งขึ้นได้ในเวลาอันสั้นติดต่อเราตอนนี้....”
วิศนะเลิกคิ้วสูงเมื่อโฆษณาปรากฏภาพผู้ชายผมทองในชุดเกราะหนาหนักกำลังพูดด้วยน้ำเสียงแข็งขัน
“มันโฆษณากันง่ายอย่างนี้เลยเหรอวะ” เขาเปรยเบาๆ พร้อมเกาหน้าแกรก
จะอยู่ในเกมหรือนอกเกม ไอ้ความแฟนตาซีนี่มันก็แทบไม่ต่างกันเลยแฮะนี่แหละนะโลกของไพรด์ ...ถึงว่าทำไมมันถึงได้รับความนิยมจากประชาชนขนาดนี้ คิดเสร็จพลางไหวไหล่วูบไม่ยี่หระวิศนะปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาออกแล้วหมุนตัวหมายจะเดินออกไปเข้าห้องน้ำไปจัดการทำธุระส่วนตัวที่เมื่อคืนลืมเพราะมัวแต่รีบจะเข้าไปหาวรัญญาเสียให้เสร็จ
หากแต่สาวเท้าเดินไปได้ไม่ทันไร ก็มีเสียงเพลงน่าตื่นเต้นดังขึ้นมาจากจอทีวีก่อนจะตามมาด้วยป้ายโลโก้รายการที่วิ่งรวมมาเป็คำว่า “คุ้ยเขี่ยข่าว”ไม่นานนักก็มีภาพของผู้ชายใส่แว่นร่างท้วมกับผู้หญิงท่าทางก๋ากั่นปรากฏขึ้นทั้งคู่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะที่เรียงรายด้วยขวดน้ำยาเพิ่มพลังหลากสีแถมยังมีฉากหลังเป็ภาพของเมืองแฟนตาซีในนิยายอีกต่างหาก
“สวัสดีครับท่านผู้ชมทุกท่าน 6โมงเช้าของวันทำงาน ก็เจอกับเราเช่นเคยครับ คุ้ยเขี่ยข่าว”
“สวัสดีค่ะ” นักข่าวสาวอีกคนกล่าวสมทบ
“เป็ยังไงบ้างครับ คุณปรีดาเมื่อวานนี้มีกิจกรรมใหม่ของทางจีเอ็มเปิดตัวขึ้นมาอีกแล้วใช่มั้ยครับ เห็นว่าคึกคักคึกโครมกันยกใหญ่เลยทีเดียว”
“ใช่ค่ะ คุณนภดลทางทีมงานได้จัดกิจกรรมขึ้นมาสองอย่างนั่นก็คือ ตามล่าลอร์ดอินเฟอร์โน่ กับถ่ายให้ได้นะ ถ้านายแน่จริงซึ่งทั้งสองกิจกรรมนี้ก็มีคนให้ความสนใจร่วมทำกิจกรรมกันอย่างล้นหลามเลยล่ะค่ะ”
“แล้วก็นี่ล่ะครับ ...มีเื่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในกิจกรรมนี้จริงๆเสียด้วย เหมือนกับที่ผมวิเคราะห์ไว้เมื่อวานนี้ไม่มีผิดกันเลยทีเดียวแล้วยังไงครับมันเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้บ้าง?”
“ใช่แล้วค่ะ ถ้างั้นเราจะไปที่ข่าวแรกกันเลยนะคะ”
สิ้นเสียงของนิตยา ภาพก็ถูกตัดไปกลายเป็ภาพเคลื่อนไหวของลอร์ดอินเฟอร์โน่ยามกำลังอ้าปากร้องคำรามออกมาลั่นก่อนจะวิ่งไล่ฆ่าบรรดาผู้เล่นตาดำๆ อย่างมันมือเป็ที่สุด!
“นี่คือภาพของกิจกรรมทั้งสองอย่างค่ะมอนสเตอร์ที่เห็นอยู่ตอนนี้ก็คือเ้าลอร์ดอินเฟอร์โน่ที่ได้เริ่มออกอาละวาดั้แ่เวลา8.20 ในเกมนะคะ แค่สองนาทีแรกก็เล่นเอาเหล่าเพลย์เยอร์อ่วมไปตามๆกันเสียจนไม่มีใครกล้าต่อกรกับมันได้เลยค่ะ”
“อือฮือ~ เ้าบอสตัวนี้ก็เก่งสมกับที่จีเอ็มการันตีมาจริงๆ นะครับ แบบนี้จะใครสามารถปราบมันลงได้เหรอเนี่ย”
“มีแน่นอนค่ะ ทั้งนักข่าวกับช่างภาพของเราที่ประจำอยู่ในที่เกิดเหตุพบว่ามีบุรุษลึกลับคนหนึ่งโผล่มาต่อสู้กับลอร์ดอินเฟอร์โน่ด้วยปีกไฟของเขาค่ะ”
“ปีก!”เ้านักข่าวผู้ชายทวนคำอย่างใจนแทบตกเก้าอี้
“ใช่ค่ะ ติดปีกบินมาเลยค่ะอย่างที่ทราบกันว่าในเกมไพรด์ตอนนี้ไม่มีสายอาชีพไหนและไอเท็มอะไรสามารถทำให้เพลย์เยอร์บินได้มาก่อนนอกจากนี้บุรุษลึกลับคนนี้ยังสามารถสังหารบอสลอร์ดอินเฟอร์โน่ลงได้ในเวลาเพียงแค่18 นาทีเท่านั้นเองนะคะ”
“โอ้โห...เก่งขนาดนั้นเชียวเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ และนี่เป็ภาพของชายลึกลับคนดังกล่าวค่ะ”
ปัง!
ตึงๆ ๆ ๆ ๆ
เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังลั่นพร้อมกับร่างของนายวิศนะที่รีบบึ่งมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้าตื่นตระหนกสุดขีดจนลืมไปว่าสภาพตัวเองยังคาบแปรงสีฟันที่มีฟองฟอดอยู่เต็มปากแถมเ้าตัวดียังมีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่สวมพันร่างกายท่อนล่างเอาไว้ลวกๆ
พอดวงตาสีอำพันมองไปเห็นภาพในจอโทรทัศน์เขาก็แทบจะเข่าอ่อนทรุดลงไปกองอยู่ตรงนั้นรายการข่าวตรงหน้ากำลังฉายภาพของเขาที่สวมหน้ากากกำลังบินโฉบไปโฉบมาหนีเ้าลอร์ดอินเฟอร์โน่นั่นอย่างห้าวหาญที่สำคัญคือมันซูมให้เห็นตัวเขาเสียชัดแจ๋วมาก! ถึงแม้จะใส่หน้ากากอยู่ก็เถอะแต่มันก็ชัดเสียจนน่าใจหายอยู่ดี!
ตายชัก!ไอ้พวกช่างภาพตอนนั้นแหงๆ เลยที่แท้เป็นักข่าวของสถานีโทรทัศน์หรอกเหรอเนี่ย
แม่งถ่ายเสียชัดเลยนะ ไอ้พวกเวร!!!
ไม่นานนักภาพทั้งหมดก็ตัดกลับมาในสตูดิโออีกครั้งสีหน้านักข่าวสองคนเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อยหลังจากดูวีดีโอสั้นจบ
“ภายหลังการต่อสู้สิ่งที่น่าใอีกเื่หนึ่งก็คือชายคนนี้สามารถสร้างค่าความเสียหายให้แก่ลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้สูงถึง125 ล้านเชียวค่ะ”
“125ล้าน!” รอบนี้นักข่าวผู้ชายใส่แว่นดูจะใมากเสียจนะโออกมาเสียงดังลั่น“แบบนี้เขาก็ทำลายสถิติพลังโจมตีสูงสุดตลอดกาลของหัวหน้ากิลด์โดมิเนี่ยน <Dominion>มาร์คัส ที่สูงถึง 60 ล้านได้แล้วน่ะสิครับ”
“ใช่ค่ะแถมจีเอ็มแอนยังออกมายืนยันอีกนะคะว่าค่าความเสียหายนี้เป็พลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เกมพอจะแสดงผลออกมาได้แล้วหมายความว่าชายคนนั้นอาจจะยังโจมตีได้แรงกว่านี้อีก ถ้าหากระบบของเกมสามารถรับค่าความเสียหายได้เกิน125 ล้านค่ะ”
“ผมชักอยากจะรู้จักผู้ชายคนนี้ซะแล้วสิ”
ได้ยินแบบนั้นวิศนะก็ดึงแปรงสีฟันออกจากปากพลางชักสีหน้าปุเลี่ยนๆ
ตายชักแล้วตู ใครจะไปนึกว่าได้เกิดภายในชั่วข้ามคืนแบบนี้!
สงสัยจะทำเกินไปหน่อยแล้วแฮะ
“และนี่เป็คำสัมภาษณ์จากผู้หญิงที่ได้จับพลัดจับผลูไปอยู่ในปาร์ตี้เฉพาะเดียวกับชายคนดังกล่าวค่ะ”
ขาดคำ ภาพก็ตัดไปที่หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง
พรวด!!!
รอบนี้วิศนะใจนพ่นเอายาสีฟันรสมิ้นต์ที่อมไว้เต็มปากจนกระเด็นหล่นพื้นสาวน้อยที่ปรากฏอยู่ในโทรทัศน์คือ วรัญญาคนที่เขาจำใจต้องทิ้งเพื่อชิ่งหนีออกมาก่อนด้วยกลัวว่าจะโดนเ้าธันวากับยัยนุชจับได้ที่สำคัญจนน่าตลกก็คือดูเหมือนเ้าเพื่อนสองคนดังกล่าวพยายามจะกระเสือกกระสนเพื่อให้ได้เข้าไปอยู่ในกล้องเหลือเกินวิศนะเผลอแค่นหัวเราะหึกับโรคอยากออกทีวีของไอ้เพื่อนตัวแสบทั้งสองอย่างอดไม่อยู่
“เขาชื่อว่าวินเซนต์ค่ะ” วรัญญาตอบอายๆ “เขาเป็คนที่เก่งมากๆเลยค่ะ ฉันเองก็ไม่ได้รู้จักเขาเป็การส่วนตัวหรอกนะคะแต่เขาเป็คนที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้น่ะค่ะฉันก็เลย...อยากจะตอบแทนบุญคุณเลยไปอาสาช่วยเขาสู้กับบอส”
“แล้วไม่ทราบว่าทำไมเขาถึงหายไปล่ะครับ” อีกเสียงหนึ่งถามมาพร้อมกับยื่นไมค์ไปจ่อที่ปากของวรัญญา
“เื่นี้ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะหลังจากเอาชนะบอสได้แล้วเขาก็รีบวิ่งมาพาเพื่อนผู้หญิงของเขาอีกคนบินหนีหายไปเลยค่ะ”เสียงหวานกล่าวเป็คำสุดท้าย แล้วภาพก็ตัดกลับมาที่สตูดิโออีกครั้งหนึ่ง
“นั่นล่ะค่ะเป็คำสัมภาษณ์จากน้องวรัญญาค่ะ”
“อืมขนาดได้อยู่ปาร์ตี้เดียวกันยังรู้จักกันแค่ชื่อเลย ลึกลับซะขนาดนี้เลยนะครับเนี่ย”
เ้านักข่าวผู้ชายเผยยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา
“ใช่แล้วค่ะ เพราะหลังจากที่ข่าวลือเื่ของ วินเซนต์ได้แพร่ออกไปตอนนี้ไม่ว่าจะเป็กูเกิ้ลหรือสมาคมนักสำรวจก็ต่างวุ่นวายกันยกใหญ่เพราะมีผู้เล่นไม่ต่ำกว่า5 แสนคนที่เข้าไปคลิกหาข้อมูลของนายวินเซนต์คนนี้ค่ะที่น่าแปลกก็คือไม่ว่าจะเป็เว็บไซต์ไหน หรือที่สมาคมสำรวจเองก็ไม่มีข้อมูลหรือประวัติของนายคนนี้อยู่เลยแม้แต่น้อย”
คำอธิบายที่วิศนะฉีกรอยยิ้มเจื่อนทันที มันจะไปมีประวัติได้ยังไงเล่าก็เพิ่งจะเข้าไปเล่นเกมเมื่อวานนี้เอง แถมไอ้ชื่อวินเซนต์อะไรนั่นก็เพิ่งจะคิดกันได้สดๆเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านนั่นแหละเจ๊!
คนไทยก็งี้ เจอข่าวอะไรแรงๆเข้าหน่อยก็ทำตัวเป็กระต่ายตื่นตูมกันไปหมด
“นี่ก็เท่ากับว่าชายที่ชื่อวินเซนต์ตอนนี้ก็กลายเป็ที่จับตามองของโลกไพรด์ไปแล้วสินะครับแหม รีบๆ ปรากฏตัวออกมาสู่สาธารณะชนเถอะ พ่อคุณ ถ้าคุณดูทีวีอยู่ตอนนี้ก็ขอบอกให้รู้เลยว่าคุณน่ะดังขึ้นมาในชั่วข้ามคืนแล้วครับตอนนี้มีคนอีกหลายล้านคนที่้ารู้จักคุณนะครับ”
“แล้วแกจะย้ำทำแป๊ะอะไรฟะเนี่ย!” วิศนะยกมือตบหน้าผากตัวเองแรงๆ
เออ ฉันรู้แล้วโว้ยว่ากำลังจะดัง! แถมไม่ได้มาจากความตั้งใจเลยด้วยเวรจริงๆ เขาแค่อยากจะเล่นเกมเงียบๆ โดยที่ไม่ให้เ้าเพื่อนตัวแสบมันรู้แท้ๆแถมคนที่ไม่อยากให้รู้มากที่สุดอย่างวรัญญาก็ดูจะสนใจนายวินเซนต์นี่เป็พิเศษเสียด้วยสิ!
ไม่รู้จะดีใจหรือร้องไห้ดี!
โทรศัพท์เข้ารับสายด้วยเน้อ~~โทรศัพท์เข้ารับสายด้วยเน้อ~~~
ระหว่างที่กำลังสติแตกอยู่นั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นจนวิศนะสะดุ้งโหยงรีบคว้าอุปกรณ์สื่อสารดังกล่าวขึ้นมามองทันที พอเห็นชื่อปลายสายขึ้นมาเป็คำว่า“บิดาสุดที่รัก” แล้วก็ได้แต่เลิกคิ้วสูง
“ป๋าเนี่ยนะ?” วิศนะเลิกคิ้วงงๆแต่ก็เลื่อกดรับสายก่อนจะเอาโทรศัพท์แนบใบหู “สวัสดีครับ ป๋า”
“โอ๊ยยย! ไอ้นะลูกรักแกทำให้ป๋าภูมิใจมากที่สุดในชีวิตเลยรู้มั้ย!!”
พอรับสัญญาณได้น้ำเสียงร่าเริงจนเกินเหตุก็ลอยเข้ามาปะทะหูชนิดที่เขาต้องรีบดึงมันออกห่างก่อนที่จะได้ไปนัดคุณหมอมาตรวจการหูของเขาอย่างเร่งด่วน!
“โอ๊ย หูเกือบแตก”วิศนะบ่นอุบอิบ “พูดเื่อะไรเนี่ยป๋า ผมไม่เห็นเข้าใจ”
“นั่นแหนะๆ ยังจะมาไก๋”ป๊ะป๋าส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดมาอีกระลอก “ก็ไอ้เื่ที่พอแกเล่นเกมได้วันแรกก็ประกาศศักดิ์ดาความยิ่งใหญ่โดยการฆ่าไอ้บอสโหดนรกตัวนั้นลงได้ยังไงล่ะไอ้ลูกรัก!”
วิศนะตาเหลือกเกือบจะหลุดออกไปว่า “ป๋ารู้ได้ยังไง?”ออกไปเสียด้วยซ้ำ แต่สมองก็เตือนให้แกล้งทำเป็ไก๋ได้ทัน จนะเปลี่ยนมันเป็ความแเี
“ป๋าพูดเื่อะไร ผมไม่เห็นจะเข้าใจเลย” พูดจบ เ้าตัวก็ผิวปากหวือไม่รู้ไม่ชี้
“อย่ามาเนียน ไอ้นะ ป๋าเลี้ยงแกมาั้แ่ตีนเท่าฝาหอยจนตอนนี้ตัวใหญ่กว่าฝาบ้าน แค่เห็นภาพแกในโทรทัศน์แวบเดียวข้าก็จำเอ็งได้แล้วว้อยไอ้ตูดลูกรัก”
“ป๋าไม่ได้เลี้ยงผมถึงตอนอายุ 13แล้วหนีไปแต่งงานใหม่หรอกเหรอ” คำถากถางที่ว่าทำเอาฝ่ายตรงข้ามชะงักกึกปลายสายเงียบไปนานเมื่อโดนเ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนย้อนศรได้อย่างเจ็บแสบ
“กัดได้เจ็บเหมือนแม่แกเปี๊ยบเลยนะ”
“ก็ผมลูกแม่นี่”เมื่อแผนได้ผล วิศนะก็ฉีกยิ้มสะใจ
“เดี๋ยวๆ ไม่ต้องมาทำเปลี่ยนเื่เลยไอ้นะอย่ามาไก๋ มันเป็แกใช่มั้ยไอ้วินเซนต์อะไรนั่นน่ะ”
เดอะ เตี่ยยังคงจำเจตนารมณ์ของตัวเองได้ดีกว่าที่คิดชายวัยกลางคนรีบย้ำประเด็นหลักขึ้นมาพูดใหม่จนวิศนะต้องทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอขึ้นมาอย่างนึกขัดใจ
ชิ เปลี่ยนเื่ไม่สำเร็จฟ่ะ!
“ถึงชื่อวินเซนต์ของเอ็งจะลิเกไปหน่อยแต่ฝีมือก็ต้องยอมรับว่าเยี่ยม ได้เชื้อป๋าไปเต็มๆ เลยว้อย!” คำคุยโวที่คนฟังเกาหน้าแกรกๆเค้นสมองแล้วก็ยังนึกไม่ออกแล้วว่าจะหาคำแก้ตัวยังไงดีเมื่อป๊ะป๋าที่รักแกดักทางหนีของเขาได้หมดราวกับรู้แกวกันมาก่อน
พอคิดได้แบบนั้น คนเป็ลูกก็ถอนใจอย่างปลงตก
“เออๆ ยอมรับก็ได้ วินเซนต์อะไรนั่นน่ะคือผมเอง!”
“นั่นไง ป๋าว่าแล้ว!”พอไล่บี้ได้ปลายสายก็ย้อนเสียงใสทันที
“นี่ป๋าครับ ป๋าที่รัก ป๋าผู้รูปหล่อ” วิศนะงัดเสียงอ้อนก้นหีบมาใช้อีกหน “ไหนๆป๋าก็รู้แล้ว ผมอยากขออะไรป๋าสักหน่อยจะได้มั้ย”
“ได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ไอ้ลูกรัก” คนกำลังอารมณ์ดีหลวมตัวรับคำอย่างว่าง่าย
“ป๋าอย่าไปบอกใครนะว่าผมคือวินเซนต์ถ้าให้ดีช่วยไปปกปิดทางบริษัทไม่ให้เปิดเผยข้อมูลออกมาด้วยจะดีมากเลยนะ ป๋านะ”
“เฮ้ย ทำแบบนั้นได้ไงวะอุตส่าห์กลายเป็คนดังทั้งที”
ชายหนุ่มกลอกตารอบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงตอบอย่างเสียไม่ได้
“คือป๋าครับ ผมไม่อยากดังอ่ะ อีกอย่างมีเหตุผลอื่นที่ผมยังไม่ได้...ยังไงก็เหอะ ป๋าช่วยปกปิดข้อมูลของผมให้หน่อยได้มั้ยอ่ะ อีกอย่างถ้าผมดังขึ้นมางานนี้แม่เขาก็ต้องรู้เื่แล้วถ้าแม่เขารู้ว่าผมเข้ามาเล่นเกมในบริษัทของป๋าล่ะก็งานนี้แม่เขามาวีนใส่ป๋าผมไม่รู้ด้วยนะ”
เกิดความนิ่งเงียบไปในทันทีจากป๊ะป๋าแน่นอนว่าการต่อรองนั้นก่อให้เกิดความชั่งใจอาจจะเป็เพราะว่าพ่อกับแม่ของเขาที่ตอนนี้หย่ากันไปแล้วนั้นมักจะมีงานอดิเรกเป็การ “ทะเลาะ” กันอยู่บ่อยๆซึ่งทุกครั้งผลชนะมันมักจะตกไปอยู่ในฝ่ายแดงก็คือแม่ของเขาเสมอเนี่ยสิ!
“เออๆ ...แกก็พูดมีเหตุผลไอ้นะ งานนี้ป๋ายอมช่วยแกก็ได้”
“จริงนะป๋า”วิศนะยิ้มกว้าง
“แต่มีข้อแม้...”
ตูว่าแล้ว ไม่เคยทำอะไรให้ฟรีๆ เล้ย ...นี่ขนาดลูกรักนะเนี่ย
“อะไรล่ะป๋า”น้ำเสียงห้าวถามอย่างเซ็งเต็มประดา
“เออ เอาเป็ว่าป๋ามีเื่รบกวนแกนิดหน่อยรับรองไม่ใช่เื่ใหญ่เื่โตอะไรหรอก เดี๋ยวตอนเย็นๆ แกก็รู้เองล่ะรับปากป๋าก่อนนะว่าแกจะช่วย”
“ก็ผมยังไม่รู้เลยว่าจะให้ผมทำอะไรแล้วผมจะช่วยยังไงเล่า”
“เออน่า บอกแล้วไงเื่ขี้ประติ๋วรับปากกับป๋าก่อนสิ”
คนเป็ลูกกลอกตาไปมารอบหนึ่ง ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด แม้ไม่รู้ว่าพ่อของเขากำลังจะวานให้ช่วยทำอะไรกันแน่แต่ลางสังหรณ์ของคนเป็ลูกรู้สึกได้เลยว่าต้องเป็เื่น่าปวดหัวอย่างแน่นอนที่สุดแต่ถึงกระนั้นเขาเองก็เพิ่งจะขอความช่วยเหลือเดอะเตี่ยคนนี้ไปหลายเื่อยู่เหมือนกันไอ้ครั้นจะไปปฏิเสธก็ดูจะเป็ลูกที่แย่เกินไปหน่อยล่ะ
“อืม ผมรับปากก็ได้ ผมจะช่วยป๋าทุกเื่พอใจรึยังล่ะ”
“จริงนะ ไอ้ลูกรัก!”
“อือ ผมรับปากแล้วไม่คืนคำหรอกน่า”
“ดีมาก งั้นแค่นี้นะ ไอ้ลูกตัวแสบส่วนเื่ของแกไม่ต้องห่วง ป๋าจะช่วยกันเต็มที่”
สิ้นเสียง คุณพ่อผู้น่ารักก็ตัดสายทิ้งไปก่อนที่วิศนะจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกเสียอีกร่างสูงทิ้งทิ้งตัวกลับลงไปนั่งบนโซฟาทั้งที่ยังอยู่ในสภาพผ้าเช็ดตัวผืนเดียว
อะไรมันจะซวยแบบนี้วะ
เข้าไปเล่นเกมวันเดียวก็ไปประกาศศักดิ์ดาจนดังลั่นโลกซะแล้ว
“งานเข้าไม่มีหยุดเลยว่ะ ไอ้นะเอ้ย” ว่าแล้วจึงตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ“ยังไงซะวันนี้ไปทำงานก่อนดีกว่าวุ้ย แล้วจะเอายังไงก็ค่อยมาพูดกันอีกที”
“เป็นไงมั่งนะ สอนวันแรก” เสียงหวานเอ่ยถามเรียกสายตาเ้าของชื่อให้หันไปมองพร้อมกับขยับรอยยิ้มกว้างขวางให้อย่างอารมณ์ดี
“ก็ดีครับ พี่ภา”
“เหรอจ๊ะ”คนอายุมากกว่าพยักหน้ารับรู้ “เท่าที่พี่เห็น เด็กๆเขาชอบนะกันทุกคนเลยนะ แต่รู้สึกจะโด่งดังในหมู่เด็กผู้หญิงมากไปรึเปล่าจ๊ะเนี่ย”
“แหม ผมก็จะมีเสน่ห์ก็แค่กับเด็กนี่แหละครับ”เ้าตัวย้อนขันๆ พลางเร่งฝีเท้าเดินต่อไป
ยามนี้วิศนะนั้นอยู่ชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนตัวเก่งอยู่บริเวณทางเท้าในโรงเรียนสอนพิเศษแห่งหนึ่งแถวๆงามวงศ์วาน เขาสาวเท้าเดินผ่านตึกเรียนหรูซึ่งดูคล้ายโรงแรมมากกว่าจะเป็สถานศึกษาโรงเรียนสอนพิเศษแห่งนี้มีชื่อว่า เดอะ จีเนียสเปิดรับสอนเด็กั้แ่ระดับประถมไปจนถึงวัยเตรียมเอ็นทรานซ์เลยทีเดียว
คอร์ส่ปิดเทอมดูจะเป็ที่นิยมมากที่สุดเนื่องจากผู้ปกครองส่วนใหญ่มักยุ่งอยู่กับงาน จึงตัดสินใจพาบรรดาลูกๆวัยเรียนมาติวพิเศษกันที่นี่เพื่อใช้เวลาวันหยุดให้เป็ประโยชน์ไปในตัว นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังเป็สถานที่ปลอดภัยที่มีคุณครูคอยดูแลตลอดเวลารวมทั้งมีอาหารกลางวันไว้พร้อมเรียกว่าแทบไม่ต่างอะไรกับสถาบันรับเลี้ยงเด็กเลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าวันนี้เป็วันทำงานวันแรกของวิศนะซึ่งรับหน้าที่เป็คุณครูสอนวิชาศิลปะงานถนัดของเ้าตัว แถมยังได้สอนแต่น้องๆ ชั้นประถมต้นทั้งนั้น ไม่อยากจะโม้...เื่ตะล่อมเด็กเนี่ยเขาเซียนนักล่ะ!
“พี่ล่ะไม่รู้จะขอบใจเรายังไงดี จู่ๆตาครูสอนศิลปะคนก่อนเขาก็ลาออกไปเสียเฉยๆ เล่นเอาพี่หาคนมาสอนแทนแทบไม่ทันโชคดีนะเนี่ยที่ยังรู้จักคนเก่งๆ อย่างนะ”
“ไม่ต้องมายอผมหรอก พี่ภาแค่พี่สาวสุดสวยยอมส่งยิ้มหวานๆ ให้หน่อย ผมก็พร้อมถวายชีวิตให้แล้วครับ” วิศนะใช้ลูกอ้อนเดิมๆ กล่าวเอาใจรุ่นพี่โรงเรียนเก่าด้วยสีหน้าร่าเริงระหว่างก้าวเข้าไปในห้องกระจกฟิล์มเข้มที่ติดป้าย้าเอาไว้ว่า ‘ห้องทำงานของ ผอ. หยาดนภา’
“แหม ยังปากหวานเหมือนเดิมเลยนะคะ คุณวิศนะ”
“ผมก็หวานแต่กับพี่คนเดียวแหละคร้าบ” คนกะล่อนฉีกยิ้มกว้างก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้รับแขกโดยไม่คิดจะขออนุญาตคนเป็เ้าของก่อนเลยสักนิดแสดงให้เห็นว่าเ้าตัวคงเคยชินกับสถานที่แห่งนี้ไม่น้อย
“แล้วพวกเด็กๆ เขากวนเธอรึเปล่าจ๊ะ”
“โอ๊ย ไม่เลยพี่!”วิศนะรีบแย้ง “เด็กๆ น่ารักมากเลย แต่ล่ะคนก็ขี้อ้อนดีส่วนพวกผู้ชายเฮ้วๆ น่ะผมรับมือไม่ยากหรอกครับ สอนวาดตัวการ์ตูนนิดๆ หน่อยๆก็อยู่หมัดแล้ว”
พอเล่าเสร็จ คนฟังก็ปิดปากหัวเราะคิกคักชุดใหญ่
“เธอนี่ยังเข้าหาเด็กๆ เก่งเหมือนเดิมเลยนะ” พูดจบ เ้าหล่อนก็ยิ้มให้ “ยังไงก็ขอบใจจริงๆเอาไว้พี่หาอาจารย์สอนศิลปะคนใหม่ได้เมื่อไหร่ เราก็สบายแล้วล่ะ”
“โอ๊ย คนกันเองแท้ๆ พี่ภานี่คิดมากไปได้” วิศนะว่าปัดๆ ขณะเอนตัวพิงพนักแล้วบิดี้เีเต็มที่
“อ๋อ~ ถ้าอย่างนั้น....” หยาดนภาจงใจลากเสียงเล็กน้อย “ค่าจ้างที่พี่เตรียมไว้นะก็คงไม่อยากได้สินะ แค่พี่ๆ น้องๆ ช่วยงานกันนิดหน่อยเท่านั้นเองนี่เนอะ”
“ตามสบาย...เอ๊ย!เล่นงี้เลยเหรอ พี่” พยักหน้าหงึกหงักได้ไม่ทันไรคนเกือบถูกใช้งานฟรีก็สะดุ้งจนตัวโยน “เอาเถอะ เห็นแก่พี่ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้ผมก็ได้ครับ แต่แลกกับให้แม่พี่ยกลูกสาวให้ฟรีไม่คิดค่าสินสอดแทนก็แล้วกันนะ”
“โธ่ แค่นี้เองได้อยู่...เอ๊ย!” หยาดนภาเกือบหลงกลรับคำเ้าเด็กเมื่อวานซืนตรงหน้าเข้าเสียแล้วพอรู้ตัวว่าโดนเอาคืน เ้าหล่อนก็เบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างงอนๆ
“นะอ่ะ ชอบแกล้งพี่เรื่อย!”
คำบ่นอุบอิบดังมากจากหญิงสาวตรงหน้าซึ่งถือว่าเป็คนโดดเด่นคนหนึ่งใบหน้าอ่อนหวานได้รูปรับกับผมสีดำสนิทยาวประบ่าหวีเป็ทรงดูเรียบร้อยเรือนร่างสูงเพรียวดูกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วเช่นเดียวกับดวงตาสีน้ำตาลใสแลดูขี้เล่นของเ้าตัว
หยาดนภามีอายุมากกว่าวิศนะ 5 ปี และยังเป็เพื่อนสนิทของพี่สาวเขามาั้แ่เด็กๆสมัยที่เข้ามาเรียนที่กรุงเทพใหม่ๆวิศนะไปอาศัยอยู่ที่บ้านญาติกับพี่สาวสองคนซึ่งหยาดนภาก็แวะมาเที่ยวที่บ้านบ่อยๆจนเขาเองก็พลอยสนิทกับเธอไปด้วย
แม้ภายนอกจะดูเหมือนสาวออฟฟิศธรรมดา แต่จริงๆแล้วเ้าหล่อนกลับเป็ถึงเ้าของโรงเรียนกวดวิชา เดอะจีเนียสที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้
“แล้วนี่พวกเพื่อนๆ เราเป็ยังไงบ้างพี่อุตส่าห์ชวนให้มาทำงานด้วยกันก็ไม่มา แบบนี้ก็ไม่ครบแก๊งสามเกลอเลยสิเนี่ย”น้ำเสียงใสพูดติดตลก ขณะเดินอ้อมไปทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“เ้าพวกนั้นก็เหมือนเดิมล่ะครับ” พอนึกถึงเพื่อนสนิท วิศนะก็หัวเราะพรืด “สาเหตุที่ยัยนุชไม่ยอมมาก็เพราะเจ๊แกเกลียดเด็กเข้าไส้พี่คงยังจำได้นะ สมัยก่อนยัยนั่นเคยโดนสั่งให้เลี้ยงหลานจอมแสบเข้าหนหนึ่งพอเด็กมันออกลายหนักๆ จนเธอคุมไม่ได้เข้าคุณเธอก็เลยเกลียดฝังใจ”
หยาดนภายิ้มขำ ก่อนจะผงกศีรษะน้อยๆ อย่างเข้าใจ
“จำได้สิ แต่นั่นมันก็ตั้งนานแล้วนะนุชยังไม่หายกลัวเด็กอีกเหรอ”
“โรคแบบนี้ถ้าหายได้ง่ายๆ ก็ดีน่ะสิพี่ทุกวันนี้เจอเด็กทีไร แม่เ้าประคุณเป็ต้องวิ่งหนีทุกที ทำท่าหยั่งกะเจอแมลงสาป!”
คนฟังหัวเราะร่าชนิดที่พอจะนึกภาพตามได้เลยทีเดียว
“แล้วตาธันล่ะ เป็ยังไงบ้าง”
“โอ๊ย ไอ้นี่ยิ่งไม่ต้องไปห่วงเข้าไปใหญ่ทุกวันนี้ก็ยังปากหมา หน้าตายังกวนเบื้องล่างเหมือนเดิมเปี้ยบแถมหมอนั่นยังมาคุยข่มผมอีกนะว่าหน้าร้อนนี้มันจะหาแฟนเป็ตัวเป็ตนให้ได้พวกเพื่อนในคณะจะได้เลิกเข้าใจผิดคิดว่ามันกับยัยนุชเป็แฟนกันเสียที!”
ได้ทีวิศนะก็ตั้งโต๊ะเผาเพื่อนสุดที่เลิฟของตัวอย่างเมามันเสียจนคนฟังหัวเราะจนกลิ้ง
“พี่ก็ว่าสองคนนั้นเขาก็น่ารักดูเหมาะสมกันดีออกนะ” เธอออกความเห็นด้วยน้ำเสียงขบขัน
“โหย ไม่ต้องห่วงหรอกพี่ ผมเห็นมาหลายคู่แล้วเจอหน้าเป็ทะเลาะกันบ่อยๆ อย่างนี้แหละ สุดท้ายก็ ได้กันทุกราย”
“เราเนี่ยนะ ทะเล้นจริงเชียว” คนแก่กว่ารีบเอื้อมมือมาตีแขนคนกวนประสาทเสียงดังป๊าบ! แทนที่จะร้องโอดโอยวิศนะกลับหัวเราะร่าราวกับชอบอกชอบใจเต็มประดาเสียอย่างนั้น
ไม่ช้าชายหนุ่มเหลือบตามองนาฬิกาข้อมือเห็นเข็มกำลังชี้บอกเวลาบ่ายสองโมงก็นึกขึ้นมาได้ว่ามีธุระที่จะต้องไปทำต่อใบหน้าคมชักสีหน้าหนักใจเมื่อคิดได้ว่าไม่รู้พ่อแกจะเอาเื่ปวดหัวอะไรมาให้อีก
ดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามจะรู้ทันความคิดเขา ดวงหน้าดูดียิ้มน้อยๆพลางเอ่ยปากถาม
“แล้วเดี๋ยวนะจะไปไหนต่อเหรอจ๊ะ”
“อ้อ ผมว่าจะไปซื้อพวกของใช้สักหน่อยน่ะครับกะจะแวะหาตามห้างแถวๆ นี้แหละ พี่นภาสนใจไปทานข้าวเที่ยงกับผมมั้ยฮะ”
“ไม่ดีกว่าจ้ะ พี่มีงานต้องสะสางอีกเยอะเลย”
วิศนะพยักหน้ารับตั้งท่าจะเดินออกจากห้องแต่ไม่วายมีแผนกวนประสาทโผล่ขึ้นมาอีกเ้าตัวจัดแจงกลับตัวเดินกลับมาหาหยาดนภาอีกครั้งก่อนจะส่งยิ้มหวานให้จนฝั่งตรงข้างเอียงคอสงสัย
“ผมลืมไปทุกทีจะไปจะมาผมจะทักทายพี่แบบนี้ตลอดเลยนี่นะ”
“ว้าย...!”
สาวเ้าถึงกับร้องเสียงหลง อาจเป็เพราะเ้าคนตรงหน้าถือวิสาสะเข้าไปหอมแก้มเขาหน้าตาเฉยไม่รอช้าเ้าตัวกวนยิ้มกว้างกวนประสาทก่อนจะวิ่งหายไปจากห้องทันที
“เราไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะตานะมาทำแบบนี้กับพี่ได้ไง”
“ขอโทษทีครับพี่ภา แต่มันอดใจไม่ไหว”
ว่าแล้วก็วิ่งหัวเราะร่าออกไปจากห้อง ส่งให้คนอายุมากกว่ายกมือขึ้นกุมแกมเนียนที่บัดนี้มันขึ้นสีอย่างชัดเจน...ดีนะว่าไม่มีลูกน้องคนไหนมาเห็นฉากเมื่อครู่เข้าไม่งั้นมีหวังเธอโดนเอาไปนินทาแหงๆ เ้าของโรงเรียนกวดวิชาแอบกิ๊กกับคุณครูใหม่...
“จริงๆ เลยอีตานี่”
จากเดิมที่ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยปุยเมฆขาวและพื้นหลังสีน้ำเงินสดใสกลับค่อยๆเปลี่ยนเป็สีส้มแดงเรื่อๆพาดบริเวณเส้นขอบฟ้าบ่งบอกถึงเวลาโพล้เพล้จวนจะมืดเต็มทีวิศนะเร่งฝีเท้าพลางหอบข้าวของพะรุงพะรังเต็มสองมือวิ่งตรงดิ่งเข้าไปในคอนโดของเขาจนกระทั่งมายืนอยู่ตรงหน้าห้องในที่สุด
มือข้างที่พอจะหนีบเอาคีย์การ์ดออกมาแตะหน้าประตูได้นั้นก่อให้เกิดเสียง“ปิ๊บ!” ดังขึ้น จนส่งให้ชายหนุ่มกดลูกบิดและเบียดตัวเข้ามาในห้องได้อย่างทุลักทุเลกระทั่งใช้สิ่งที่เรียกว่าบาทานั้นเกี่ยวประตูปิดดัง...
ปัง!
เสียงปิดประตูเบาๆ ดังตามมาเมื่อร่างสูงก้าวถึงบ้านแสนรักของตัวเองเป็ที่เรียบร้อยวิศนะถอนใจยาว ก่อนจะกองบรรดาถุงพลาสติกไว้หน้าห้องครัวแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหน้าห้องนอนอย่างอ่อนแรง
“ทำงานวันแรกเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันแฮะ”เขาว่าลอยๆระหว่างปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดเผยให้เห็นแผ่นอกแข็งแรงอย่างคนสุขภาพดี หลังจากมองดูนาฬิกาอีกหนถึงได้รู้ว่าตอนนี้เกือบจะหกโมงเย็นอยู่แล้ว
วันนี้นัดเมย์ไว้ตอนสองทุ่ม มีเวลาอาบน้ำทานข้าวเหลือเฟือวิศนะคิดพลางขยับยิ้มกริ่ม ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นเตรียมไปอาบน้ำ
“คราวนี้เห็นทีต้องไปเล่นในห้องนอนขืนมาหลับหมดสภาพตรงโซฟาแบบเมื่อวานอีกคงไม่ไหว” เ้าตัวแสบพึมพำราวกับจะย้ำกับตัวเองเบาๆมือใหญ่ถอดเสื้อเชิ้ตโยนลงตะกร้าแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวที่อยู่ข้างๆมาพาดไหล่เดินตรงดิ่งเข้าห้องน้ำระหว่างใช้หัวคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย
อยากจะลองไปทำเควสเปลี่ยนสายอาชีพอย่างที่เมย์บอกจัง ไหนๆก็ฆ่าลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้แล้วนี่นะ ฮื่อขืนไปบอกใครว่าฆ่าได้ั้แ่ตอนที่ยังเป็นักผจญภัยมือใหม่จะมีใครเขาเชื่อบ้างมั้ยนะ
ว่าแล้วก็คว้าลูกบิดประตูก่อนจะเปิดเข้าไปด้านใน
“อ๊ะ...”
“เอ๊ะ...”
เสียงสองเสียงหลุดปากออกมาพร้อมกัน
ชายหนุ่มเกิดอาการชะงักกึกหรือจะเรียกว่าตะลึงค้างกับภาพที่เห็นก็ไม่ผิดนัก
ขณะที่เ้าของเสียงอีกคนอยู่ในสภาพแน่นิ่งราวกับโดนแช่แข็งเอาไว้เช่นกัน
ทั้งสองฝ่ายต่างจ้องมองกันด้วยสีหน้าซีดจัด ดวงตาเบิกโพลงอ้าปากพะงาบๆ ชนิดพูดไม่ออก โดยเฉพาะเ้าวิศนะที่เหลือแต่กางเกงยีนตัวเดียวต้องกลืนน้ำลายเอื้อก
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือ เรือนร่างของสาวน้อยผมสีน้ำตาลอมทองเปียกลู่ไล่ดวงหน้าหวานสวยได้รูปเ้าของผิวขาวเนียนของหญิงวัยแรกแย้มและทรวดทรงองเอวที่ดูดีเสียจนนางแบบบางคนยังอาย แถม…
เ้าหล่อนอยู่ในชุดวันเกิดอีกด้วย!
เข้าห้องผิดเหรอ?... สิ่งแรกที่วูบเข้ามาในสมอง ไม่สิจะเข้าห้องผิดได้ยังไง ก็ระบบกุญแจของที่นี่ใช้แบบการ์ดถ้าเป็ห้องของคนอื่นเขาคงไม่มีทางเปิดเข้าไปได้หรอก
แล้ว...ผู้หญิงคนนี้เป็ใครกัน เออ ช่างมันเหอะ!เพราะซาลาเปาหมูสับสองลูกตรงหน้ามันกำลังพุ่งเข้าใส่หน้าราวกับเป็มนตร์สะกดที่ทำเอาเขาได้แต่นิ่งงันไปเช่นกัน
“เอ่อ...คุณเป็ใครเหรอครับ” เ้าตัวแสบพยายามรวบรวมสติเอ่ยปากถามอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้แน่นอนว่าฝั่งตรงข้ามเองก็ดูจะช็อกไม่ใช่เล่นที่จู่ๆก็มีผู้ชายจากไหนก็ไม่รู้เปิดประตูห้องน้ำเข้ามาในสภาพเหลือแต่กางเกงยีนตัวเดียว
“โอเค ผมรู้ว่าคุณกำลังช็อกนะแต่ตอนนี้ตั้งสติดีๆ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ คือผมไม่รู้ว่าคุณเข้ามาได้ยังไงแล้วก็กำลังอาบน้ำอยู่ด้วย เพราะงั้นอย่างเพิ่งตบหน้าผมแล้วกรี๊ดนะ”
เพี๊ยะ!!!
ดวงหน้าคมเข้มสะบัดไปอีกทางเต็มแรงก่อนที่ประตูห้องน้ำจะถูกปิดลงอย่างรวดเร็วและตามมาด้วย
กรี๊ดดดดดดดดดด~~~~~~!!!
เสียงกรีดร้องลั่นโลกส่งให้นายวิศนะได้แต่ยกมือกุมส่วนที่โดนตบด้วยสีหน้าเอือมระอาสุดขีดพลันสมองก็นึกหาต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหลายแหล่ขึ้นมาได้ลางๆ
“ป๋า!!!”
“ต้องขอโทษจริงๆ นะฉันไม่ได้ตั้งใจจะตบหน้าคุณเลย”น้ำเสียงหวานเอ่ยคำพูดนี้เป็ร้อยที่รอบส่วนผู้ถูกประทุษร้ายได้แต่นั่งกุมหน้าตัวเองป้อยๆ อยู่อีกมุม ระหว่างใช้มือข้างที่ว่างอยู่รัวกดโทรศัพท์ติดต่อหาเดอะเตี่ยสุดที่รักมือเป็ระวิง!
หลังจากนั้นครู่ใหญ่ในที่สุดแม่ผู้หญิงคนนี้ก็ยอมออกมาจากห้องน้ำในสภาพแต่งตัวเรียบร้อยได้เสียทีแล้วก็เป็ไปตามความคาดหมาย ใบหน้าขาวยังคงแดงช้ำขณะเอาแต่ก้มหน้าก้มตาพูดขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่ามากว่าครึ่งชั่วโมงโดยที่เขาเองก็ยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกเหมือนเดิม
“คุณเป็ใคร แล้วเข้ามาในห้องผมได้ยังไง” วิศนะพยายามปรับเสียงให้เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
“คือฉันเป็...”
“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้โปรดฝากข้อความไว้หลังสัญญาณเสียง”
ยังไม่ทันที่สาวน้อยตรงหน้าจะได้ตอบอะไร เสียงสัญญาณตอบรับอัตโนมัติจากปลายสายก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน
“ว้อย! ไอ้พ่อบ้า!” เขาสบถลั่น “เอาเื่ซวยมาฝากทีไรเป็อันต้องปิดมือถือหนีทุกทีอย่าให้เจอคราวหน้านะ พ่อจะจับทุ่มท่ายูโดให้หลังยอกเลย!”
คำพูดที่เรียกร่างเล็กในชุดเสื้อยืดหลวมๆกับกางเกงยีนต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ๆ คนตรงหน้าก็ะโตัดบทเธอเอาเสียดื้อๆ ดังนั้นแล้ววิศนะจึงถอนใจหนักๆตวัดดวงตาขึ้นมามองหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้ในที่สุด
“เอ้า ผมโทรหาเ้าตัวการไม่สำเร็จก็ต้องถามจากปากคุณแล้วล่ะ สรุปว่าคุณเป็ใครกันแน่คุณผู้หญิง ทำไมถึงได้เข้ามาอาบน้ำในบ้านผมแบบนี้ที่สำคัญคือคุณเข้ามาในนี้ได้ยังไงกัน?”
“คือว่า...ฉัน” เธออ้ำอึ้ง
“คุณ..?”
“ฉันเป็...เป็น้องสาวของคุณค่ะ”
ได้ยินแค่นั้น วิศนะก็นิ่งค้างไปพักใหญ่ๆเขาหรี่ตาลงอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะเบ้ปากออกมา
“น้องสาว?” ชายหนุ่มพูดย้ำ “นี่มามุกไหนเนี่ยคุณน้องสาวของผมน่ะเธออยู่ที่เชียงใหม่นะบอกซะก่อน แล้วเธอก็ตัวเล็กนิดเดียวไม่ได้....”
พูดแล้วเ้าแสบก็โบกมือไปมานิดๆกำลังจะสื่อว่าสิ่งที่แตกต่างจริงๆ ระหว่างน้องสาวแท้ๆ ของเขาที่ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพกับแม่สาวแปลกหน้าคนนี้ก็คือ.....ไอ้ซาลาเปาหมูสับสองลูกนั้นน่ะแหละ!
ซึ่งดูเหมือนความคิดนั้นจะสื่อตรงไปถึงฝั่งตรงข้ามได้เธอจึงหน้าขึ้นสียกมือขึ้นปิดหน้าอกทันควัน
“ทะลึ่ง!” หญิงสาวแหวใส่
“ประทานโทษนะครับคุณผู้หญิงผมไม่ได้เป็คนอยากจะเห็นมันเสียหน่อย คุณเล่นมาเปิดให้ผมเห็นแบบนี้มันจะกลายเป็ภาพติดตาก็ไม่แปลกรหอก” วิศนะพูดด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มพลางเบือนหน้าไปอีกทาง “แล้วสรุปว่ายังไงกันแน่เอาจริงๆ สิ ไม่เล่นมุก ....เดี๋ยวๆหรือว่าป๋า...พ่อผมน่ะแกไปไข่ทิ้งไว้ที่ไหนโดยที่ผมไม่รู้อีก?”
“บ้าเหรอ ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อยพ่อเขาไม่ใช่ยุงลายนะคะ” เธอแหวโต้ดังลั่นส่งให้อีกฝ่ายต้องเลิกคิ้วงุนงง
“งั้นคุณเป็ใครกันแน่เนี่ย ผมงงไปหมดแล้ว”
เ้าหล่อนถอนหายใจปลงๆกับโรคกระต่ายตื่นตูม(ช้า)ของตาคนกวนประสาทตรงหน้า
“ฉันเป็ลูกสาวของแม่นิดไงคะ ...นิตยาภรรยาใหม่ของพ่อคุณน่ะ” ได้ยินแบบนั้นวิศนะก็ชะงักกึกแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าภรรยาใหม่ของพ่อบังเกิดเกล้าของเขาก็มีลูกติดมาด้วยเหมือนกันแต่จำได้ว่าเรียนอยู่ที่อเมริกากับญาติไม่ใช่หรือไงแล้วไหงถึงได้มาอาบน้ำอยู่ที่ห้องของเขาได้เล่า!
แถมยังเป็พวกที่เกี่ยวข้องกับบ้านใหม่ของพ่อเขาอีกต่างหาก
บ้านที่เขาไม่ค่อยถูกชะตาเท่าไหร่เสียด้วย
“ผมจำได้แล้ว คุณชื่อวารีใช่มั้ย” สาวน้อยตรงหน้าพยักหน้าหงึกหงัก พลางส่งยิ้มบางๆ มาให้
“ขอแนะนำตัวนะคะ ฉันชื่อ วารี หรือจะเรียกน้ำ เฉยๆ ก็ได้ค่ะ” พูดจบเ้าหล่อนก็ส่งมือให้หมายจะทำความรู้จักอย่างเป็ทางการทว่าวิศนะกลับเลิกคิ้วยียวนกับอาการดังกล่าว
“ไม่ต้องแนะนำตัวให้มากหรอกป๋าแกพูดเื่คุณให้ผมฟังเป็สิบๆ รอบแล้ว ลูกสาวอีกคนที่เรียนต่ออยู่อเมริกาเป็อัจฉริยะ แล้วก็สวยมากๆ บลาๆๆ ...ฟังจนเบื่อแล้วล่ะ”
วารีเลิกคิ้วสูงไม่นึกว่าฝั่งตรงข้ามจะเปลี่ยนท่าทีได้ไวเหลือเชื่อพอรู้ว่าเธอเป็สายเืของภรรยาใหม่ของพ่อเขาปุ๊บ ก็แสดงความเ็าออกมาทันทีตอนนี้เธอก็เลยได้แต่ปั้นหน้ายิ้มเจื่อน พลางยกมือขึ้นไหว้ตอบอย่างเสียไม่ได้
“แล้วคุณวารีมีธุระอะไรกับผมรึเปล่าครับ” น้ำเสียงทุ้มพยายามปรับให้ดูทางการ “ถ้าให้ผมเดาก็คงจะเกี่ยวกับพ่อของผมเต็มๆเลยสินะ”
“อ้าว นี่คุณพ่อเขายังไม่ได้บอกอีกเหรอคะ”วิศนะนึกขัดใจกับคำเรียกขานอย่างสนิมสนมของหญิงสาวคนนี้กับบิดาของเขาไม่น้อยแต่เ้าตัวก็รีบเปลี่ยนสีหน้ากลบเกลื่อนอย่างรวดเร็วตอนนั้นเองที่เขานึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อเช้าอีตาพ่อตัวแสบวานให้ช่วยทำอะไรให้ซักอย่างแต่ไม่ยอมบอกเนื้อหางานกับเขาสักที
เพราะงี้นี่เองเ้าพ่อบ้านั่นถึงไม่ยอมบอก!
“แผนสูงนักนะ”วิศนะพึมพำเบาๆ
“อะไรนะคะ”
“เปล่าๆ ไม่มีอะไร”เขาพูดพลางโบกมือไปมา “แล้วสรุปว่าคุณมีอะไรให้ผมช่วยล่ะครับ”
“ก็ไม่มีอะไรมากมากนักหรอกค่ะแค่ั้แ่นี้เป็ต้นไปฉันจะมาอยู่ที่คอนโดนี้กับคุณด้วยก็แค่นั้นเอง”
“อ้อ...” ถอนใจได้สักพักวิศนะก็ชะงักกึก “ห๊ะ!? มาอยู่ที่นี่!?”
“ใช่แล้วค่ะ”วารียิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี
“จ...จะบ้าเหรอคุณจะมาอยู่กับผมสองต่อสองได้ยังไง แถมคุณยังเป็ผู้หญิงอีกต่างหากจะมาอยู่ในบ้านผู้ชายเนี่ยนะ บ้าเหรอ เป็ไปไม่ได้!”
คำแย้งรัวเร็วของเขานั้นกลับทำให้คนฟังอมยิ้มหวาน เธอตัดสินใจหันไปหยิบจดหมายบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ใกล้ๆก่อนจะยื่นมันให้กับวิศนะ
“พ่อเขาก็กะแล้วว่าคุณต้องไม่ยอมก็เลยฝากจดหมายนี่มาให้คุณด้วย”
“จดหมาย?” วิศนะทวนคำเสียงสูงรีบยื่นมือคว้าซองจดหมายสีขาวนั่นมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว
ถึงนะลูกรัก
ขอโทษทีที่ป๋าต้องใช้ตัวหนังสือนี่เป็คำอธิบายแทนที่จะพูดคุยกัน...ก็ป๋ากลัวแกโกรธอ่ะก็เลยเขียนเอาง่ายกว่า
เอาเป็ว่าเข้าเื่เลยก็แล้วนกันนะคือพอดีว่าหนูน้ำเพิ่งจะกลับมาจากอเมริกา แล้วจะมาเรียนต่อที่กรุงเทพ เพราะงั้นป๋าก็เลยกะให้เธอย้ายไปอยู่กับแกที่คอนโดจนกว่าจะเรียนจบเพื่อความสะดวกในการเดินทางอีกอย่างป๋ากับนิตยาก็ไม่ค่อยมีเวลาก็เลยอยากให้แกช่วยดูแลหนูน้ำให้หน่อยฝากด้วยก็แล้วกันนะ
อ้อไม่ต้องห่วงเื่นี้ป๋าคุยกับคุณนายวิมลแม่แกเรียบร้อยแล้ว ยัยนั่นอนุญาตให้หนูน้ำมาอยู่กับแกด้วยก็ได้แต่มีข้อแม้ว่าห้ามแกทำอะไรพิเรนทร์ๆ กับเธอเด็ดขาด
ปล.นี่คือข้อตกลงระหว่างเราสองคนนะ ไอ้นะ แกช่วยป๋า ป๋าช่วยแก โอเค๊
ปล.2หนูน้ำเขาทานเผ็ดไม่ค่อยได้ อย่าทำอะไรเผ็ดๆ ให้เขากินมากล่ะ
ปล.3ถึงหุ่นหนูน้ำเขาจะดีแค่ไหนก็อย่าเผลอใจง่ายๆ นะเฟ้ย
ปล.4ข้าวของหนูน้ำจะส่งไปให้พรุ่งนี้ตอนบ่ายๆ
ปล.5 อย่าทุ่มป๋าด้วยท่ายูโดนะ
รัก จากป๋าสุดหล่อ
“ตาเฒ่าสารพัดพิษ!” วิศนะสรรเสริญบิดาบังเกิดเกล้าเสียดังลั่นร่างสูงสั่นสะท้านด้วยความโกรธอย่างที่เขาไม่ได้รู้สึกมานานหลายปีชายหนุ่มขยำกระดาษในมืออย่างรุนแรง ก่อนจะโยนมันทิ้งลงถังขยะได้อย่างแม่นยำเหลือไว้แค่อาการหอบแฮ่กเสียจนวารีหลุดหัวเราะพรืด
กว่าจะตั้งสติได้มันก็นานโขมากทีเดียวกระทั่งไปเห็นว่าถูกฟังตรงข้ามจ้องอยู่วิศนะจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ของเขาลง
“โอเค ผมเข้าใจเื่ทุกอย่างแล้วคุณจะอยู่ที่นี่ก็ได้” เขาพูดพลางกัดฟันกรอด
“ขอบคุณมากค่ะ” ใบหน้าสวยปรากฏรอยยิ้มหวานทันทีความจริงเธอเองก็รู้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้าคงจะไม่มีปัญหาในเมื่อพ่อของเธอพูดย้ำนักย้ำหนาว่าพอให้จดหมายฉบับนี้ปุ๊บถึงวิศนะจะแหกปากโวยวายขนาดไหนก็จะยอมตกลงในที่สุด
“เอาเป็ว่าคุณใช้ห้องนอนสำหรับแขกไปก่อนก็แล้วกัน” ชายหนุ่มพูดอย่างอ่อนใจ พลางชี้ไปยังห้องที่อยู่มุมสุด “ในนั้นมีเตียงกับแอร์อยู่ เชิญใช้ได้ตามสบายแล้วพอข้าวของคุณมาเมื่อไหร่ค่อยไปจัดตกแต่งอีกที” พูดจบก็ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ
เนี่ยเหรอ เื่ที่จะขอร้องให้ช่วย ไอ้เ้าพ่อตัวแสบ!
อยู่คนเดียวก็สบายอยู่แล้วแท้ๆ ดันเอาใครก็ไม่รู้มาส่งให้....แถมยังเป็ลูกสาวของผู้หญิงคนนั้นอีก!
“ดูคุณรู้สึกหงุดหงิดกับการที่ฉันมาอยู่ด้วยจังนะคะ”วารีเอ่ยขึ้นเรียบๆ เมื่อเห็นท่าทีของฝ่ายตรงข้ามั์ตาสีเขียวฉายประกายระริกอย่างขบขันเสียจนวิศนะต้องชักสีหน้าหงิกก่อนจะเหลือบตากลับไปมอง
“แหม ผมแสดงออกชัดขนาดนั้นเลย”
น้ำเสียงทุ้มกล่าวเหน็บแนมอย่างเสียไม่ได้จนคนฟังแค่นหัวเราะหึ
“คุณไม่พอใจที่ฉันมาอยู่ด้วยหรือว่าไม่พอใจที่ฉันเป็ลูกของภรรยาใหม่พ่อคุณกันแน่คะ คุณวิศนะ” คำถามตรงประเด็นทำเอาร่างสูงถึงกับนิ่ง ั์ตาสีอำพันตวัดขึ้นสบใบหน้าของผู้หญิงตรงข้ามเต็มตาทันทีที่เห็นรอยยิ้มยียวนของอีกฝ่าย วิศนะก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันควันหากแต่ใบหน้าดูดีนั้นกลับเหยียดกว้างออกมาอย่างอารมณ์ดี
“แล้วคุณคิดว่าไงล่ะ คุณวารี” เขาจงใจถามหยั่งเชิง
“นี่คุณเกลียดแม่ของฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ”สิ้นคำ ชายหนุ่มก็เหยียดยิ้มเยาะ
“เอางี้นะ...”เขาว่าเรื่อยๆ “ถ้าเกิดพ่อแท้ๆ ของคุณยังไม่ตาย แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งมาทำให้บ้านของคุณแตกแยกจนถึงขั้นหย่าร้างกันแล้วสุดท้ายพ่อของคุณก็หนีไปแต่งงานใหม่กับผู้หญิงคนนั้น ผมถามจริงๆ เถอะคุณจะชอบผู้หญิงคนนั้นลงมั้ย”
วารีชะงักไปครู่หนึ่งก่อนเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างไม่สบอารมณ์ จริงอยู่ที่ว่าพ่อแท้ๆ ของเธอตายไปแล้วและพ่อของชายคนนี้เลือกมาแต่งงานกับแม่ของเธอโดยการหย่ากับคุณวิมลแม่ของเขา แต่ทำไมเขาต้องยกเื่พ่อที่เสียไปแล้วของเธอขึ้นมาพูดด้วย!
“ใช่ บางทีฉันก็คงอาจจะเกลียดผู้หญิงคนนั้น” เสียงเล็กกล่าวตอบเ็า “แต่คุณที่รู้เื่ราวไม่ถึงครึ่งก็อย่าทำเหมือนรู้ดีนักเลยบางทีเื่ทั้งหมดอาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณคิดก็ได้...”
“ก็คงงั้น ผมไม่รู้อะไรหรอก เพราะขนาดวันแต่งงานผมยังไม่ไปร่วมงานเลยนี่” วิศนะย้อนเสียงแข็งแล้วเมินหน้าหนี “แต่ที่รู้ๆ ก็คือ วันที่ป๋าเดินออกไปจากบ้านของพวกเราน่ะมันเป็วันที่เลวร้ายมาก”
เขาไม่สนใจเื่รายละเอียดหรอก! ยังไงแม่ของผู้หญิงคนนี้ก็เป็คนทำให้ครอบครัวของเขาต้องแตกแยกแล้วยังมีหน้ามาลอยหน้าลอยตาแต่งงานกับพ่อของเขาหน้าตาเฉย!
“ผมว่าเราเลิกพูดเื่นี้กันดีกว่า คุณวารี เื่ระหว่างพ่อกับแม่ผมน่ะมันจบไปนานมากแล้ว” เขาตัดบท “คุยกันไปก็ดีแต่จะสาวความยาวยืดจนเสียเวลากันไปซะเปล่าๆผมว่าคุณไปนอนพักเถอะ” พูดจบชายหนุ่มก็ยันตัวลุกขึ้นตัดรำคาญ
พอหันหลังเดินหนีไปได้ไม่ทันไรก็ต้องหยุดฝีเท้าลงเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมลุกขึ้นเดินตามมาเสียทีแถมยังเอาแต่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาไม่ขยับเขยื้อนเสียอีก
...ที่สำคัญคือไอ้อาการก้มหน้าต่ำๆกับเสียงหายใจฟืดฟาดเนี่ยสิ...
ฉิบหาย! ร้องไห้นี่หว่า
ซวยแล้วไอ้นะ!
“...น...นี่คุณ”
วิศนะชักใจคอไม่ดี เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มสะอึกสะอื้น อะไรทีเมื่อกี้ยังเห็นยิ้มคอแข็ง ทำตัวอวดดีอยู่เลย จู่ๆ ก็ต่อมน้ำตาแตกขึ้นมาซะงั้นถ้าร้องง่ายๆ แบบนี้ ....ตูก็ซวยสิที่ไปทำผู้หญิงร้องไห้
“อะไรของคุณเนี่ย เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลยจะร้องไห้ทำไม” ชายหนุ่มพูดพลางขยับตัวเข้าไปใกล้สายตาลอกแลกไปมาอย่างคนทำอะไรไม่ถูก ครั้นพอวางมือแตะบนไหล่เ้าหล่อนก็ส่งเสียงสะอื้นฮั่กๆ ก่อนโผตัวเข้ากอดเต็มแรงเล่นเอาวิศนะแทบจะล้มทั้งยืน
“เดี๋ยวๆ ...ใจเย็นๆ ก่อนคุณ” น้ำเสียงกระด้างเมื่อครู่พลันอ่อนลงเล็กน้อยขณะสมองก็วิ่งตื๋อหาวิธีให้ผู้หญิงตรงหน้าหยุดร้องเป็กำลัง
“ก็คุณ...คุณ”วารียังสะอื้นไม่หยุด “คุณทำท่ารังเกียจฉันซะเต็มที่เลยนี่คะฉ..ฉันน่ะนะถึงกับคอยนับวันที่จะได้เจอคุณแท้ๆ แล้วนี่อะไรกัน อุตส่าห์ดีใจที่ได้มีพี่ชายทั้งที....สุดท้ายแล้วคุณก็รังเกียจฉันเพียงเพราะเื่ของพวกผู้ใหญ่แบบนี้!”
น้ำคำน้อยใจถูกกล่าวออกมาชุดใหญ่ระหว่างเ้าตัวยกมือขึ้นทุบอกคนตัวโตกว่าพลั่กๆ จนฝ่ายไม่ถนัดเล่นบทปลอบเริ่มชักสีหน้ากระอักกระอวน
“เดี๋ยวก่อน ใจเย็นสิผมยังไม่ได้ทันบอกซักคำว่าผมรังเกียจคุณน่ะ”
วิศนะว่าพลางคว้ามือสองข้างมากุมไว้แน่นก่อนที่แม่เ้าประคุณจะทุบอกเขาจนช้ำ
“คุณน่ะมันแย่ที่สุดเลย ทั้งที่ฉันอุตส่าห์ดีใจที่เราจะได้อยู่ด้วยกันแท้ๆ”วารีะโใส่ก่อนจะสะอื้นเสียงสั่น “ถ้าคุณรังเกียจฉันถึงขนาดนี้...ก็ได้! ฉัน...ฉันจะย้ายไปอยู่ที่อื่น!”
สิ้นเสียงเธอก็ทำท่าจะสะบัดมือของวิศนะออกหากแต่ชายหนุ่มกลับยื้อไว้แน่น
“ใจเย็นๆ ก่อน แล้วฟังผมนะ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยย้ำหนักแน่น “ผมไม่ได้รังเกียจที่คุณจะมาอยู่ที่นี่หรอกวารี เพียงแต่ผมอาจจะไม่ค่อยชินแล้วก็ในิดหน่อยเพราะปกติแล้วผมจะอยู่คนเดียวมาตลอด”
“ถึงคุณไม่รังเกียจฉันคุณก็รังเกียจแม่ฉันอยู่ดี!” วารีเอ่ยขัดดังลั่นใบหน้าสวยยังปรากฏคราบน้ำตาจางๆ
“โอเค ผมยอมรับว่าผมอาจจะไม่ค่อยชอบคุณแม่ของคุณเท่าไหร่...แต่การจะให้ผมนับถือเขาได้ในครั้งเดียวมันก็เป็ไปได้ยากเหมือนกันนะครับถึงตอนนี้ผมจะไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับคุณแม่คุณแล้วก็ตามทีเถอะ”
“..ล...แล้วทำไมคุณถึง...”พอสายตาเหลือบไปเห็นหยาดน้ำตาเม็ดโตที่กำลังไหลรินอาบแก้มอีกครา วิศนะถอนใจแ่เบาพลางยกมือขึ้นปาดมันออกอย่างอ่อนโยนก่อนใบหน้าคมจะระบายรอยยิ้มให้วารีเป็ครั้งแรกทว่ากลับเป็รอยยิ้มที่ดูอบอุ่นที่สุดั้แ่เธอเคยเห็นมา
“ฟังผมนะ ผมไม่ได้รังเกียจคุณ หรือเกลียดคุณแม่ของคุณหรอก ...ผมเข้าใจดีว่ามันเป็เื่ของผู้ใหญ่และพ่อของผมเองก็เป็คนมีเหตุผลพอที่จะไม่ทำอะไรชุ่ยๆอีกอย่างเื่ที่ท่านหย่ากับแม่ของผมมันก็เป็เื่ของพวกท่านสองคนที่ไม่สามารถไปด้วยกันได้ข้อนี้ผมเข้าใจดี”
“คุณวิศนะ....” เธอเรียกชื่อของเขาเบาๆก่อนร่างเล็กจะสั่นสะท้านเล็กๆ จากการร้องไห้
วิศนะนึกขำขึ้นมาหน่อยๆเมื่อนึกถึงตอนที่พ่อกับแม่ของเขาหย่ากันใหม่ๆเขาจำได้ว่าคนที่ร้องไห้งอแงที่สุดก็คือน้องสาวของเขา จะเรียกว่าอยู่ในอาการเดียวกับวารีเลยก็ว่าได้ความรู้สึกแปลกๆที่ได้เห็นหญิงสาวที่มีศักดิ์เป็น้องของเขาคนนี้มันเริ่มทำให้เขาต้องอมยิ้ม
จะว่าไปมันก็แปลกดี นอกจากต้องปลอบน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองแล้ว ยังต้องมาปลอบน้องสาวต่างแม่อีกต่างหาก
“แล้วก็เลิกร้องไห้ได้แล้วนะผมค่อนข้างจะแพ้ทางน้ำตาผู้หญิงน่ะ” น้ำเสียงห้าวเอ่ยเย้าขันๆก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบาๆ จนทำให้ฝั่งตรงข้ามนิ่งไป “เอาเป็ว่าผมเองก็ดีใจละกันที่ได้น้องสาวเพิ่มขึ้นมาอีกคน เพราะงั้นผมไม่ได้นึกรังเกียจอะไรคุณหรอกเข้าใจมั้ย”
วิศนะกล่าวพลางส่งยิ้มกว้างขวางให้เรียกรอยดีใจให้ปรากฏวูบบนดวงหน้าสวยเนียน ก่อนเ้าหล่อนจะนึกได้ว่าเล่นบทงอนอยู่เลยเบือนหน้าหนีไปอีกทาง
“สรุปว่าอยู่ที่นี่กับผมก็แล้วกันนะเพราะถ้าขืนไม่ทำแบบนั้นป๋าคงได้เชือดผมแน่”
คำง้อนั้นทำให้หญิงสาวนิ่งไปพักใหญ่ๆก่อนที่เธอจะชำเลืองตามาสบจ้องด้วย สุดท้ายเธอจึงยิ้มอ่อนๆ และพยักหน้ารับ
“ค่ะ”
ได้ยินแค่นั้น วิศนะก็เป่าปากอย่างโล่งอกถึงที่สุด โอ๊ยกว่าจะกล่อมอยู่หมัด เมื่อกี้ก็เห็นยิ้มแย้มดีใครจะไปรู้ว่าแม่เ้าประคุณจะต่อมน้ำตาตื้นเสียเหลือเกินไอ้เราก็ยิ่งเป็ประเภทแพ้น้ำตาผู้หญิงอยู่ด้วยนี่ดีเท่าไหร่แล้วที่กล่อมได้สำเร็จขืนปล่อยให้เ้าหล่อนร้องไห้โฮกลับไปที่คฤหาสน์ของป๋าละก็...แทบไม่อยากจะคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นไหนจะเื่ข้อตกลงระหว่างเขากับป๋าอีก... คิดๆ แล้วเขาก็ยิ้มกว้าง นึกโล่งใจ
“แล้วหิวข้าวมั้ย วารี”วิศนะเอ่ยถามยิ้มๆ
“ก็นิดหน่อยค่ะ”
“ดีเลย งั้นนั่งรอตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวผมไปทำอะไรให้กิน เห็นป๋าบอกว่าทานเผ็ดไม่ค่อยได้ใช่มั้ยล่ะ ไม่เป็ไรๆเื่แค่นี้ไม่มีปัญหา รอตรงนี้ก่อนแล้วกันนะ” ว่าเสร็จเ้าตัวแสบก็วิ่งจู๊ดหายเข้าครัวไป ทิ้งแต่น้องสาวคนใหม่ให้เลิกคิ้วอยู่คนเดียว
หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ค่อยๆ ทิ้งตัวนั่งบนโซฟา ั์ตาสีเขียวแปลกตวัดมองตามร่างสูงของพี่ชายแต่ในนามแล้วก็ต้องอมยิ้มขำยิ่งเมื่อมองของในมือแล้วก็ต้องหลุดหัวเราะพรืดเข้าไปใหญ่
“อะไรจะเป็จริงเป็จังขนาดนั้นเนี่ย” วารีเปรยสั้น พลางระบายรอยยิ้มหวาน รีบซุกขวดน้ำยาเล็กๆเข้ากระเป๋าก่อนที่จะถูกจับได้ ทั้งนี้เพราะขวดกลมๆดังกล่าวมีสลากลายมือเขียนด้วยตัวอักษรอ่านว่า น้ำตาเทียม
“หลอกแค่นี้ก็เชื่อแล้วแฮะ อีตานี่”
พูดแล้ววารีก็หัวเราะคนเดียว เธอจำได้ว่าเคยได้ยินคุณแม่เปรยๆว่าผู้ชายคนนี้เป็คนน่ารักดี แต่นิสัยออกจะจริงจังเกินไปหน่อยนึกไม่ถึงว่าเ้าตัวจะซีเรียสได้ถึงขนาดนี้แค่ร้องไห้ออกมานิดหน่อยก็มือไม้อ่อนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
เื่นิสัยน่ารักน่ะ เธอยอมรับแถมยังเป็ประเภทแพ้น้ำตาผู้หญิงเสียด้วย!
ท่าทางอยู่ที่นี่จะมีอะไรสนุกๆ ให้ทำเยอะแฮะ
แถมพี่ชายก็น่ารักดีด้วย