เื่บ้านของยายโจว ก็สรุปว่า จะสร้างกันใหม่เลย เพราะบ้านหลังเก่านั้น เก่าจนไม่รู้จะเก่ายังไงแล้ว
ยายโจวจึงต้องจำยอม แม้จะเสียดายเงินทอง แต่ทุกคนก็รู้ ว่าเงินทองที่ว่านั้นน่ะ เก็บไว้ให้ลูกหลานทั้งนั้น
พี่น้องโจวจึงปรึกษากันเดี๋ยวนั้นเลย สรุปได้ว่า โจวชิงหลานจะเป็หัวเรือใหญ่ จะจ่ายครึ่งนึงของราคาบ้าน ทีแรกโจวชิงหลานจะออกเงินให้หมดเลย แต่โจวห้าว ที่ได้เงินมาจากสองฝาแฝด ก็ไม่ได้ตะหนี่ถี่เหนียว จึงขอร่วมจ่ายด้วย โจวชิงเทียนน้องเล็กก็เลยอยากจะร่วมจ่ายด้วยเหมือนกัน เพราะนี่คือบ้านของแม่ตน
บ้านหลังใหม่ ตกลงจะสร้างไว้ติดกับบ้านหลังเดิม แต่พอสร้างเสร็จ ก็จะรื้อบ้านหลังเดิมทิ้งเสีย เพราะเก่ามากแล้ว
ยายโจวนั่งฟังลูกๆ พูดคุยกัน ก็ซาบซึ้งใจ คิดว่า ถึงตนตายไป ก็ไม่เสียใจแล้ว ลูกๆทั้งสาม ก็เริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้น แถมยังรักไคร่สามัคคีกันอีก เห็นแบบนี้ คนเป็แม่ก็สุขใจ
ก่อนจะกลับเข้าเมือง ชิงเหมยแอบบอกกับยาย และป้าสะใภ้ใหญ่ว่า จะให้ค่าแรงตัวละ5หยวน ค่อยๆเย็บไปก็ได้ แล้ววันศุกร์จะเข้ามารับไปขาย
ยายโจวผู้ใจดีบอกว่าจะไม่เอาค่าแรง เพราะอยู่ว่างๆ แต่ชิงเหมยบอกว่ายายโจวต้องรับไว้ เก็บไว้ให้ลูกให้หลาน
ยายโจวผู้ใจดีลูบหัวชิงเหมยแล้วพยักหน้า
เกือบจะเย็นแล้ว ทั้งหมดจึงลายายโจว โจวห้าว กับสะใภ้ใหญ่ เพราะต้องรีบเดินไปขึ้นรถ เดี๋ยวรถจะหมดซะก่อน
กลับมาถึงในเมืองก็เย็นแล้ว โจวชิงเทียนกับเหลียนอี้เฟย รีบไปตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารในวันพรุ่งนี้ อาหารเย็นวันนี้ได้กินกันเกือบ 2 ทุ่มเลยทีเดียว
เปลี่ยนกันไปอาบน้ำ แต่ละคนก็พากันเข้าห้อง นอนหลับด้วยความเหนื่อยล้า
แต่หลี่หลิง ยังคงอ่านหนังสือภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยต่อ จน4ทุ่ม ถึงจะนอน
...................................
กิจวัตรประจำวัน ก็กลับมาเป็แบบเดิม วันนี้ วันจันทร์ หลังจากตั้งวงกันกินข้าวเช้าแล้ว คณะขายอาหารก็เดินเข็นรถเข็นออกไปตอน6โมงครึ่ง ทุกวันนี้มีลูกค้าปิ่นโตเพิ่มมาเป็100คนแล้ว ชิงเหมยบอกว่าให้หยุดที่100 คนนี้ก็พอ เพราะไม่อย่างนั้น แม่โจวจะทำงานหนักไป
ส่วนพี่น้องฝาแฝด ก็ประจำที่จักรเย็บผ้าของตน เพราะเมื่อวานไม่ได้เย็บเลยซักตัว วันนี้เลยต้องขยันหน่อย
ชิงเหมยเดินจูงมือหลี่หลิงไปโรงเรียนตอน7โมง เดินไปครึ่งชั่วโมงก็ถึงโรงเรียน
ชิงเหมยอยู่ในห้องเรียนก็ถือว่าตั้งใจเรียนบ้าง ส่วนมากคือที่ครูสอน เธอจะรู้หมดแล้ว ดังนั้นในชั้นเรียน บางทีเธอก็คิดถึงกิจการที่จะทำต่อไป
"ต่อไปคงจะต้องรีบหาที่เปิดร้านฮุ่ยเหมยบูติกสินะ"
ส่วนหลี่หลิงนั้น ตั้งใจเรียนเป็อย่างมาก ถึงเธอจะติวกับพี่สาวมาแล้วก็เถอะ เธอก็ยังตั้งใจฟังครูสอนอยู่ดี
หลังเลิกเรียน สองพี่น้องก็เดินจูงมือกันกลับบ้าน กำลังเดินออกจากโรงเรียนมาได้ไม่ไกล ทั้งคู่ก็เห็นหลี่เหวินเทียน หลานรักย่าหลี่ กำลังโดนนักเลงสามคนซ้อมอยู่ ที่ ซอยข้างโรงเรียน หลี่หลิงใ แต่ชิงเหมยเดินจูงมือน้องสาวออกไป โดยไม่สนใจเลยสักนิด
"หึ นึกว่าจะเก่ง" ชิงเหมยแอบสะใจนิดๆ แต่ถ้าจะให้ดี เธออยากจะเป็คนซ้อมหลี่เหวินเทียนซะเอง
กลับมาถึงที่บ้าน ชิงเหมยบอกน้องสาวว่า เื่ที่หลี่เหวินเทียน ถูกซ้อม ไม่ต้องบอกพ่อหลี่ ป้องกันไม่ให้พ่อหลี่เข้าไปยุ่ง
ถึงแขนพ่อหลี่จะใช้ไม่ได้ไปข้างนึง แต่ด้วยนิสัยการเป็ทหารแล้ว ร่างกายพ่อหลี่ถือว่าสมชายเป็อย่างมาก กล้ามเป็มัดๆ สมกับเป็ทหารมานาน
ถ้าพ่อหลี่รู้เื่ขึ้นมา แล้วเข้าไปยุ่ง คงจะไม่เป็ผลดี เพราะชิงเหมยคิดว่า ที่หลี่เหวินเทียนถูกซ้อมนั้น ต้องเป็เพราะไปทำอะไรไม่ดีมาแน่ๆ เพราะด้วยนิสัยขี้ขลาดแบบเขาแล้ว คงไม่กล้าไปหาเื่ใคร....
แล้วก็เป็อย่างที่ชิงเหมยคิดจริงๆ หลี่เหวินเทียน หลังจากที่เอา20หยวนสุดท้าย กะจะไปถอนทุนคืน แน่นอนว่าเขาเสียเงินไปหมด ทีนี้เงินก็ไม่มีไปไถ่รถมอเตอร์ไซค์ กลับไปที่บ้านทั้งพ่อทั้งย่าก็ถามถึงแต่มอเตอร์ไซค์
หลี่เหวินเทียนไม่รู้ทำยังไง จึงเอากุญแจสำรองที่บ้านมา เดินดูแถวๆบ่อนที่มอเตอร์ไซค์ของตนจอดอยู่ สบโอกาสก็ใช้กุญแจสำรองสตาร์ทรถ ขี่ออกจากบ่อนไปเลย
แต่อย่าลืมว่านั่นคือบ่อนการพนัน พอคนที่บ่อนรู้ ก็มาดักรอหลี่เหวินเทียนที่ข้างโรงเรียน พอเจอหลี่เหวินเทียนขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านไป ก็เป็อย่างที่ชิงเหมยเห็น
ถูกซ้อมไปตามระเบียบ ส่วนมอเตอร์ไซค์ก็โดนเอากลับไปเหมือนเดิม