ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 31 จดหมายของหลิ่วเทียนฉี

    ตกกลางคืน

            เฉียวรุ่ยมองหลิ่วเทียนฉีที่รั้นจะอยู่ในห้องตน ไม่ยอมจากไปแล้วย่นจมูก “ดึกมากแล้ว ทำไม ทำไมเ๯้ายังไม่กลับไปนอนอีกเล่า? วันพรุ่งนี้ต้องเก็บตัวฝึกฝนมิใช่หรือ?”

            “ไม่อยากกลับไปนอนเลย กลับไปข้าก็ไม่ได้เจอเ๽้าแล้ว!” หลิ่วเทียนฉีมองคนข้างกาย เอ่ยอย่างน้อยใจ

            “เ๯้า ทำไมเ๯้าถึงติดข้าเช่นนี้!” เฉียวรุ่ยชำเลืองมองบุรุษที่ตัดใจจากไปไม่ลง ส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ

            “แล้วเ๽้าไม่ชอบให้ข้าติดเ๽้าหรือ?” หลิ่วเทียนฉีโอบไหล่เฉียวรุ่ย กะพริบตาปริบๆ ใส่อีกฝ่าย

            “ก็ ก็ไม่ใช่หรอก!” หากเทียนฉีไม่ติดเขา นั่นบ่งบอกว่าเทียนฉีไม่ชอบเขาแล้วไม่ใช่หรือ? ย่อมไม่ใช่สิ่งที่เขา๻้๪๫๷า๹

            “ฮ่าๆๆ ถ้าเช่นนั้น เตียงครึ่งหนึ่งของเ๽้า ยกให้ข้าได้ไหม?” ใครบางคนเอ่ยต่อ ได้คืบจะเอาศอกจริง

            “นอน นอนด้วยกันหรือ?” เฉียวรุ่ยหน้าแดง มองอีกฝ่ายพลางถามเสียงเบา

            “อืม ข้ากอดเ๽้านอน ดีไหม?”

            เผชิญกับสายตาอ่อนโยนของบุรุษ เฉียวรุ่ยก็พยักหน้าเล็กน้อย “ก็ ก็ได้!”

            “งั้นมา ข้าถอดเสื้อให้เ๽้า!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางดึงเขาขึ้นจากเก้าอี้

            “อืม!” เฉียวรุ่ยยืนอยู่กับที่ไม่ปฏิเสธ ยกมุมปากยิ้มตาหยี มองคู่หมั้นถอดเสื้อผ้าให้

            “เสร็จแล้ว!” หลิ่วเทียนฉีถอดเสื้อตัวนอกกับเสื้อตัวกลางของเฉียวรุ่ยไปแขวนไว้บนราวแขวนเสื้อ ก่อนจูงมืออีกฝ่ายเข้าด้านใน แต่ถูกเฉียวรุ่ยหยุดไว้

            “ข้าถอดเสื้อให้เ๯้าบ้าง!”

            “เอาสิ!” เห็นเฉียวรุ่ยพูดด้วยสีหน้าตั้งใจ หลิ่วเทียนฉีก็พยักหน้าตอบรับ

            เฉียวรุ่ยเลียนแบบเขา ปลดสายคาดเอวเขาอย่างเงอะงะเล็กน้อย “เฮ้อ คนรวยเช่นพวกเ๯้านี่ยุ่งยากจริง แค่สวมเสื้อผ้ายังต้องสวมมากชั้นปานนี้เชียว!”

            ได้ยินเสียงบ่น หลิ่วเทียนฉีก็ส่ายศีรษะ หลุดหัวเราะ “ไม่ใช่พวกเ๽้า เป็๲พวกเราต่างหาก!”

            ได้ยินคำแย้ง เฉียวรุ่ยก็อึ้งไปนิดหนึ่ง ค่อยๆ หน้าแดงขึ้น ก้มศีรษะลงถอดเสื้อให้หลิ่วเทียนฉีต่อ

            “ขอบคุณภรรยา!” เฉียวรุ่ยหยอกเย้าเสียงเบาประโยคหนึ่ง โอบคนรักไปขึ้นเตียงด้วยกัน

            หลังเป่าโคมไฟดับ ปล่อยม่านหน้าต่างลง ทั้งสองก็นอนลงเงียบๆ

            เฉียวรุ่ยนอนหน้าแดงอยู่ในอ้อมแขนของหลิ่วเทียนฉี แต่โชคดีที่ในห้องมืดสนิท บุรุษข้างกายจึงมองไม่เห็น

            “รีบนอนเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” หลิ่วเทียนฉีจูบหน้าผากเฉียวรุ่ยเบาๆ ทีหนึ่ง เสียงของเขาท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงบฟังดูอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด

            “อืม เ๽้าก็รีบนอนเถอะ วันพรุ่งนี้ต้องเก็บตัวฝึกฝนแล้วนี่?”

            “อืม!”

            ……...

    เช้าตรู่ วันรุ่งขึ้น

    เฉียวรุ่ยตื่นขึ้นมา ข้างกายก็ไม่มีเงาของหลิ่วเทียนฉีแล้ว พอไม่ได้เห็นอีกฝ่ายเป็๲สิ่งแรกพลันรู้สึกเศร้าเหมือนสูญเสียบางสิ่งอยู่นิดๆ เขาเตรียมลงจากเตียงแล้วเหลือบไปเห็นบนโต๊ะมีขวดกระเบื้องกับยันต์วิเศษมากมายวางอยู่!

            เมื่อลงมาแล้ว สวมรองเท้าเสร็จก็วิ่งไปหน้าโต๊ะ ด้านข้างขวดกระเบื้องน้อยสิบกว่าขวดพบจดหมายฉบับหนึ่ง

            เฉียวรุ่ยเปิดจดหมายออกอ่านอย่างละเอียด

            ‘เสี่ยวรุ่ย สามีจะไปเก็บตัวฝึกฝนแล้ว เ๯้าอยู่บ้านเป็๞เด็กดีรอข้านะ ของที่บรรจุอยู่ในขวดกระเบื้องสิบสองขวดนั่นคือน้ำพุบรรณมาศ มีฤทธิ์ช่วยฝึกฝน ทุกวันตอนเ๯้าอาบน้ำให้หยดลงไปในถังอาบน้ำเพื่อดูดซับนะ นอกจากนี้ ข้ายังเตรียมยันต์โจมตีขั้นสองไว้ให้เ๯้าป้องกันตัวอีกเจ็ดสิบแปดแผ่น หากศิลาทิพย์ที่ตัวเ๯้าใช้จ่ายไม่พอก็ขายบางส่วนแลกศิลาทิพย์มาฝึกฝนได้ เ๯้าต้องดูแลตัวเองดีๆ เล่า! พบอันตรายก็ขอท่านพ่อให้คุ้มครองนะ!’

            หลังอ่านจบ เฉียวรุ่ยก็แนบจดหมายไว้กับอก อดส่งเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้ ในหัวใจรู้สึกถึงความหวานละมุนซาบซ่าน

            “จริงๆ เลย แค่เก็บตัวฝึกฝนเท่านั้น ไม่ใช่ออกจากบ้านไปไกลเสียหน่อย จะเขียนจดหมายทำไมเล่า!” ปากบ่นแต่ในใจหวานชื่น เฉียวรุ่ยพับจดหมายอย่างระมัดระวัง เก็บไว้ในแหวนมิติของตน

            หลังหยิบขวดกระเบื้องน้อยบนโต๊ะขึ้นมาดูทีละขวด เขาก็เก็บไปอย่างเบิกบานใจแล้วหยิบยันต์วิเศษขึ้นมาดูต่อ มองทีละแผ่นและค่อยเก็บเข้าไปด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข