ผู้ครองตำแหน่งยอดบุปผางามสามารถเสนอคำขอข้อหนึ่งต่อองค์จักรพรรดิได้
ตอนนี้ซอฮายอนกำลังก้าวทีละก้าวไปหาโอรส์ จากนั้นก็คุกเข่าลงอย่างมีมารยาท สีหน้าของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความต่ำต้อยของสามัญชน เสมือนว่าบารมีอันสง่างามของนางมีมาั้แ่กำเนิดแล้ว แต่กลับไม่ทำให้คนรู้สึกเกลียดชัง อีกทั้งยังรู้สึกว่าความสง่างามเช่นนี้ถึงจะเหมาะกับสตรีอย่างซอฮายอน
“ซอฮายอนเ้าสามารถเสนอคำขอมาได้ข้อหนึ่ง” สีหน้าของโอรส์ประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ
“ขอบพระทัยฝ่าา” น้ำเสียงของซอฮายอนไม่สูงและไม่ต่ำจนเกินไป
“หม่อมฉันขอเลือกคู่ครองด้วยตนเองได้อย่างอิสระ” ซอฮายอนตอบออกมาด้วยเสียงหนักแน่น
นางเป็ทายาทของขุนนาง แน่นอนว่าการสมรสจะต้องถูกกำหนดโดยราชสำนัก การที่คุณชายยองกีถอนหมั้น ทำให้นางกลายเป็คนไม่มีข้อผูกมัด แต่นางเองก็รู้ว่าเพียงประโยคเดียวของโอรส์ นางอาจจะต้องแต่งงานกับคุณชายยองกีอีกครั้ง เพราะว่านางเห็นสีหน้าไม่ยินยอมของบุรุษผู้นั้นอย่างชัดเจน แต่ว่านางกลับไม่คิดอยากจะแต่งกับคนที่คิดว่าตนนั้นถูก คิดว่าชีวิตของตนสูงส่ง อีกทั้งยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง สิ่งที่นาง้าก็คืออิสระเสรี ชาตินี้นางจะต้องควบคุมชะตาชีวิตด้วยมือของตนเองเท่านั้น
มิเพียงแต่คุณชายยองกี ต่อให้คิดอยากจะให้นางแต่งงานกับใคร นางก็ไม่ยินยอมทั้งนั้น นางไม่อยากจะเป็เหมือนชาติก่อนของตนที่ต้องกลายเป็หมากตัวหนึ่งที่ใช้ในการแต่งงาน ต่อให้ชาตินี้ นางจะไม่โดนเหยียบย่ำเช่นนั้น แต่ว่านางก็ไม่อยากกลับไปผิดพลาดอีกครั้ง
ประโยคเดียวก็สามารถเรียกเสียงโห่ร้องจากผู้คนด้านล่าง สีหน้าของคุณชายยองกีล้วนย่ำแย่อย่างถึงที่สุด
ด้านองค์รัชทายาทและองค์ชายสาม ก็นิ่งอึ้งไปเช่นกัน ั้แ่โบราณมา การแต่งงานของบุตรธิดาของเหล่าขุนนางล้วนถูกกำหนดโดยราชสำนัก มิเคยได้ยินว่ามีการแต่งงานอย่างอิสระมาก่อน อีกทั้งสตรีที่เสนอคำขอนี้กลับเป็...
ทว่าบนใบหน้าขององค์รัชทายาทและองค์ชายสาม กลับประดับด้วยรอยยิ้มถึงสามส่วน สายตาที่มองซอฮายอนนั้นก็มีความชื่นชมและนับถือเพิ่มขึ้น ไม่ใช่สตรีธรรมดาจริงๆ นางรู้ว่าจะดึงตัวเองออกจากสถานการณ์ลำบากได้เช่นไร แบบนี้ซิยิ่งน่าสนใจ
แม้แต่องค์ชายรอง ผู้ซึ่งหลบมุมอยู่ในความมืด ที่ไม่เคยสนใจนางมาก่อน ในตอนนี้กลับกำลังหรี่ตาของตนเอง ก่อนจะมองวิเคราะห์สตรีที่กำลังคุกเข่าเบื้องหน้าผู้นี้อย่างละเอียดอีกครั้ง สตรีผู้นี้ทำให้เขาต้องมองนางใหม่อีกครั้ง เพียงคำขอข้อเดียวก็ช่วยปกป้องนางจากทุกอย่าง เหมือนว่าความคิดของนางจะล้ำหน้าเกินผู้ใด ทำให้ทุกคนล้วนยากที่จะคาดเดาใจนางเสียแล้ว
ดูเหมือนว่าซอฮายอนนั้นฉลาดพอ พระมเหสีอินฮอนเองก็มีสีหน้าตกตะลึง ไม่สามารถปิดบังความรู้สึกของตัวเองได้เท่าใดนัก ขณะที่นางมองไปทางซอฮายอน ดวงตาก็ค่อยๆ หรี่ลงเช่นกัน นางคิดอยากจะมองสตรีผู้นี้ให้ทะลุปรุโปร่ง
ต้องเป็คนเช่นใดกันถึงจะสามารถมองสถานการณ์ได้ทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ดึงตัวเองออกจากสถานการณ์เบื้องหน้า
แม้กระทั่งคนตระกูลซอทุกคนก็ล้วนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น รวมไปถึงแม่ทัพซอด้วย...
---
หลังจากเกิดเสียงโห่ร้องอย่างดังขึ้นแล้ว บรรยากาศโดยรอบก็กลับมาสงบอีกครั้ง
คุณชายยองกีมีสีหน้าร้อนรน สิ่งที่เขากลัวก็คือการที่องค์จักรพรรดิจะยอมรับข้อเสนอนี้ งานแข่งขันยอดบุปผางามได้จัดขึ้นมาเป็ร้อยปีแล้ว และนี้ก็เป็ครั้งแรกที่มีคนเสนอคำขอเช่นนี้ออกมา และเขานั้นได้พลาดโอกาสแต่งงานกับฮายอนไปครั้งหนึ่งแล้ว เขาจะไม่ยอมพลาดซ้ำอีกคราเป็แน่
แต่ว่าต่อหน้าคนชนชั้นสูงและบุคคลผู้ทรงอำนาจทั้งหลาย เขาก็ไม่อาจขอคืนคำเกี่ยวกับการถอนหมั้นตรงนี้ได้ เช่นนั้นไม่เพียงแต่เขาคุณชายยองกีจะขายหน้าจนสิ้น กระทั่งเมืองแพ็กเจเองก็จะขายหน้าเพราะเขาเช่นกัน เพราะฉะนั้นเขาทำได้เพียงแค่มองดูอย่างร้อนรน และขุ่นเคืองใจ จะทำสิ่งใดก็หาทำได้ไม่
ความจริงแล้วคำขอของซอฮายอนมิถือว่าเกินไปนัก เพียงแต่ว่าั้แ่โบราณมาไม่เคยมีผู้ใดเอ่ยขอเช่นนี้มาก่อน เพราะฉะนั้นจึงทำให้ผู้คนในที่นั้นยากจะยอมรับได้
แม่ทัพซอมองไปทางบุตรสาวของตนที่กำลังคุกเข่าอยู่ เขามีสีหน้าสงสารและเ็ปใจเพราะเขาก็เข้าใจความรู้สึกของซอฮายอนเช่นกัน
“กระหม่อมขอให้ฝ่าาทรงเข้าใจถึงสถานภาพที่ฮายอนได้เผชิญ” เขาเดินไปเบื้องหน้า จากนั้นก็สะบัดชายเสื้อคลุมและคุกเข่าลงเช่นกัน
เพียงแค่ประโยคนี้ ทุกคนก็ล้วนเข้าใจเป็อย่างดี เพราะในขณะที่ชื่อเสียงของซอฮายอนโด่งดังไปทั่วหล้า ข่าวที่นางถูกคุณชายแห่งเมืองแพ็กเจถอนหมั้นก็ถูกแผ่กระจายออกไปเช่นกัน แต่ว่าไม่มีใครที่จะหัวเราะเยาะตระกูลซอ กลับกันทุกคนต่างเย้ยหยันคุณชายยองกีว่ามีตาหามีแววไม่ สมบัติล้ำค่ามากองอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ กลับไม่รู้จักรักษาไว้ แถมยังโยนทิ้งอีกต่างหาก
องค์จักรพรรดิ เห็นว่าโอกาสนี้เป็โอกาสเหมาะที่จะซื้อใจประชาชน และตระกูลซอ นับเป็อะไรที่เหมาะสมยิ่ง
“ได้ ข้าอนุญาตให้คุณหนูเล็กตระกูลซอเลือกคู่ครองด้วยตนเองได้อย่างอิสระ นับจากนี้ราชสำนักจะไม่ยุ่งโดยเด็ดขาด”
เสียงของโอรส์ก้องกังวานแฝงไปด้วยบารมีอำนาจ ทำให้ผู้คนในที่นั้นได้ยินกันอย่างชัดเจน
เสียงโห่ร้องด้วยความไม่พอใจด้านล่างดังขึ้นอีกครั้ง
“ขอบพระทัยฝ่าา” ซอฮายอนและแม่ทัพซอถวายความเคารพอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้น
ฮายอนและท่านแม่ทัพค่อยๆ ก้าวลงจากเวที เสียงร้องด้านล่างถึงจะเบาลงบ้าง ทว่ายังคงมีเหล่าคุณชาย ขุนนางน้อยใหญ่จำนวนไม่น้อยที่โวยวายว่าไม่ยุติธรรม เดิมคิดว่าครั้งนี้จะสามารถรับเอายอดบุปผางามกลับบ้านไปได้ แต่กลับคิดไม่ถึงว่า สตรีผู้ที่คว้าชัยในครั้งนี้ จะขอเลือกคู่ครองด้วยตนเองได้อย่างอิสระ เช่นนั้นการเดินทางมายังเมืองหลวงไกลโพ้นนี้ ก็ถือเป็เพียงแค่การมาดูงานเลี้ยงครึกครื้นแต่เพียงเท่านั้น
ในบรรดาผู้แข่งขัน ผู้ที่ครองอันดับสองก็คือคุณหนูยองอึน นางเป็ถึงหลาวสาวของพระมเหสี แถมยังมีข่าวลือว่านางนั้นจะได้เป็ว่าที่ชายาขององค์ชายสาม ยิ่งไม่มีใครกล้ามีความคิดอันใดต่อนาง
ตอนนี้โทสะของผู้คนกำลังลุกโชน แต่ก็ไม่อาจแสดงออกมาได้เท่าใดนัก เพราะฉะนั้นด้านล่างจึงมีเสียงบ่นรำพึงรำพันของผู้คนดังออกมาเบาๆ เท่านั้น
ฮายอนรีบก้าวเท้าเดินไปทางตำแหน่งที่ตระกูลซอกำลังนั่งกันอยู่
“ยินดีกับน้องเล็กด้วย ที่ได้สมใจปรารถนา” ซอชอลซูรีบรุดไปด้านหน้าเพื่อพยุงนางพลางเอ่ยออกมายิ้มๆ
“ขอบคุณเ้าค่ะ” แน่นอนว่าในใจของฮายอนนั้นมีความสุขเป็อย่างมาก ทว่านางก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา ทำเพียงแค่ยิ้มบางๆ ก่อนจะนั่งลงที่เดิมด้วยท่าทางสบายๆ
ตอนนี้นางมองเห็นสีหน้าที่บูดบึ้งของคุณชายยองกีก็อดมิได้ที่จะหัวเราะเสียงดังออกมา ทำผิดต่อฮายอนก็อย่าหวังจะได้อยู่อย่างสุขสบายอีก เวลานี้นางแค่อยากจะเห็นท่าทีเสียใจต่อการกระทำของตนเองจากคุณชายยองกีเท่านั้น
“คุณชายยองกีผู้นั้นครั้งนี้คงไม่กล้าทำอันใด พวกเราอีกแล้วกระมัง” ฮูหยินใหญ่กล่าว
“เหอะ วันนั้นที่ตระกูลซอ เขาทำท่าทางประหนึ่งไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา วางอำนาจบาตรใหญ่ โดนแค่นี้ข้าว่าน้อยไปนัก" ซอชอลซูมีสีหน้าเคียดแค้นปรากฏขึ้น เขาจ้องไปทางคุณชายยองกีอย่างไม่สบอารมณ์
นางชอบทุกอย่างในตอนนี้จริงๆ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอะไร นางก็ไม่กลัว เพราะว่าด้านหลังของนางมีครอบครัวขนาดใหญ่คอยช่วยเหลือ มิได้เป็เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องโดดเดี่ยวอ้างว้าง อยู่ตัวคนเดียวเช่นนั้นอีก
เมื่อฮายอนแหงนหน้าขึ้นมองรอบตัว ก็บังเอิญสบเข้ากับองค์ชายสามที่ยืนอยู่ข้างเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ เื่ราวต่างๆ มากมายในชาติก่อนของนางก็หลั่งไหลเข้ามาทันที...