ขณะนี้เมฆากับชายหนุ่มหุ่นอุ้ยอ้ายผู้มีนามว่า 'ณเดช' ได้มายืนอยู่หน้าห้องพักในคอนโดชั้น 7 อันเป็ที่พักของณเดชมาหลายปีจวบจนกระทั่งถึงเมื่อราว 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาที่ณเดชไม่อาจกล้ากลับเข้ามาที่ห้องในคอนโดนี้อีกเลย
แล้วเมฆาก็หวนนึกถึงคำพูดของณเดชที่เล่าบรรยายเหตุการณ์ในห้องที่เขาได้พบเจอกับสิ่งที่ผิดปกติ ก่อนที่เขาจะสรุปได้ว่าในห้องของเขามี 'ผีผู้หญิงที่ออกมาจากต้นว่านที่เขาได้เลี้ยงไว้ในกระถางที่อยู่หลังห้องของเขาอย่างแน่นอน' !
รายละเอียดในเื่เล่าของณเดชก็มีดังนี้
คืนแรกน่ะ ผมก็คิดว่าผมฝันไป เพราะว่าคืนนั้นผมจำได้ว่า ไปกินเหล้ากับเพื่อนๆที่ทำงานแล้วกลับมาถึงห้องแบบเมาๆพอควร แต่พอผมเปิดประตูเข้าไปก็เห็นผู้หญิงแปลกหน้าที่ทั้งสาวทั้งสวยคนหนึ่งกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงของผม ไอ้ผมก็คิดว่าตัวเองคงจะเมาจนตาลายไปหน่อย ก็เลยเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ แต่พอผมออกมาก็ยังเห็นเธอนอนอยู่ที่เตียงเหมือนเดิม แถมยังลืมตาหันมามองผมด้วยดวงตาอันหยาดเยิ้ม"
"กลับมาแล้วเหรอคะ ?" เธอถามผมยิ้มๆ
"นี่เธอ... นี่เธอเป็ใครกันล่ะนี่ แล้วเธอ... เธอเข้ามาอยู่ในห้องฉันได้ยังไงกัน ?" ผมถามกลับ และพยายามมองหน้าเธอดีๆ แต่ยิ่งมองก็ยิ่งไม่รู้จัก แม้ว่าเธอจะเป็ผู้หญิงที่ความสวยเซ็กซี่เป็อย่างมากคนหนึ่งก็ตาม
"อ้าว... ?" เธอกระพริบตาปริบๆ "พี่จำไม่ได้หรอกเหรอคะ... ก็พี่เป็คนพาหนูเข้ามาอยู่ที่นี่เอง ?"
"ห๋า...! ฉันเนี่ยนะพาเธอมา ?!" ผมกระพริบตาปริบๆถามเธออย่างงงๆ "ต้องไม่ใช่น่า... มันเป็ไปไม่ได้หรอก ฉันจำไม่ได้เลยว่าเคยพาเธอเข้ามาที่ห้องนี้ั้แ่เมื่อไรกัน ?"
"ก็สมควรอยู่หรอกที่จะจำไม่ได้ " เธอเชิดหน้าแต่ก็ยังยิ้มยั่วยวน "ดูซิ พี่ดูออกจะเมาขนาดนี้" แล้วเธอก็ดึงมือผมไปจนตัวผมแทบคะมำลงไปทับร่างเธอ
จากนั้นผมก็รู้สึกว่ามีกลิ่นประหลาดๆ จะว่าหอมก็หอม จะว่าเหม็นเขียวก็เหม็นเขียว กลิ่นนั้นเหมือนจะโชยมาจากร่างเธอ และมันทำให้ผมรู้สึกทะแม่งๆจนหัวของผมถึงกับมึนงงไปหมด
แล้วเธอก็ใช้สายตาประสานจ้องตาผมอยู่ครู่ใหญ่ๆในขณะที่หน้าของผมอยู่ห่างจากหน้าของเธอแค่คืบเดียวเท่านั้น
จากนั้นเธอก็กระพริบตาถี่ๆ พร้อมกับขมวดคิ้ว เหมือนจะงงๆอะไรขึ้นมาหน่อยนึง แต่ จากนั้นก็เหมือนว่าเธอจะบรรจงจูบปากของผมในขณะที่ผมก็รู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของผมจะแข็งค้างไปชั่วขณะ บรื๊อ... ผมไม่อยากจะนึกถึงเื่นี้เลย และต่อมาผมก็จำอะไรอีกไม่ได้เลย จนกระทั่งตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ผมก็ไม่พบว่าจะมีใครมานอนอยู่บนเตียงของผมเหมือนอย่างที่คิด ผมจึงบอกตัวเองว่าผมคงจะฝันไปเอง อย่างแน่นอนที่สุด...
แต่คืนต่อมาหลังจากที่ผมเลิกงานแล้ว ผมก็กลับไปที่ห้องโดยที่ไม่ได้ไปแวะสังสรรค์ที่ไหนกับใครเหมือนปกติ ผมจึงอยู่ในสภาพที่ไม่ได้มีความมึนเมาใดๆทั้งสิ้น และอาจจะเป็เพราะว่าผมน่ะ ยังรู้สึกเคลือบแคลงในเหตุการณ์คืนก่อนว่า 'มันเป็ความจริงหรือเป็ความฝันกันแน่ ?' ผมจึงตัดสินใจงดเหล้าและกลับมาที่ห้องคอนโดเลย ทั้งๆที่เพือนบางคนก็ชวนไปสังสรรค์อยู่เหมือนกัน
พอผมเปิดห้องเข้าไปแล้ว ก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที เพราะไม่พบว่าจะมีผู้หญิงแปลกหน้าที่ไหนมานอนอมยิ้มรอผมเหมือนเมื่อคืนก่อนอีก แต่ทว่า... ผมกลับโล่งอกได้เพียงครึ่งคืน เพราะในตอนดึกคืนนั้น ขณะที่ผมหลับไปได้สักพักใหญ่แล้ว ผมก็รู้สึกเหมือนจะฉุนๆจมูกเหมือนมีกลิ่นหอมๆหรือเหม็นเขียวประหลาดลอยเข้ามาในจมูกของผมเต็มๆ จากนั้นผมก็รู้สึกเหมือนมีมือนุ่มๆนิ่มๆของใครสักคนมาลูบๆไล้ๆอยู่ที่หน้าอก และ... เอ่อ... และตรงนั้นของผมน่ะครับ
ผมจึงใ แล้วก็ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นมานั่งทันที พอหันขวาไปผมก็เห็น... เห็นเธอมานอนอยู่บนเตียงข้างๆตัวผม มือขาวๆของเธอยังยกค้างอยู่ที่กลางตัวผมอยู่ด้วยซ้ำไป
"อะไรกันว๊ะเนี่ย...?!" ผมสลัดหัวมองเธออย่างงงๆ "นี่ฉันฝันอีกแล้วเหรอเนี่ย ?"
"พี่ไม่ได้ฝันหรอกจ้ะ" เธอเปลี่ยนท่าเอามือที่ยกค้างมาท้าวคางตัวเองพลางจ้องหน้าผม "เอ... หรือว่าฝันดีนะ ฮิฮิ เอาเป็ว่า... ไหนๆหนูก็อยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมเราสองคนไม่มา... ไม่มาทำอะไรกันสักหน่อยล่ะจ๊ะ ?" เธอชักชวนผมด้วยสีหน้าอันยั่วยวน
ผมสะดุ้งโหยง "หา...! ทำ... ทำอะไรล่ะ ?!"
เธอทำหน้าเหมือนจะตำหนิผม แต่ก็กลับยิ้มยั่วยวนขึ้นมาอีก "ไม่เป็ไรจ้ะพี่... ถ้างั้น เดี๋ยวหนูเริ่มเองนะ..."
แล้วเธอก็เอามือลูบไล้หน้าอกผม แถมยังจูบซอกคอผม จนผมรู้สึกขนลุกขนชันไปหมด !
เมฆานั่งฟังถึงตอนนี้ ก็อดแทรกขึ้นมาไม่ได้ "ถ้าถึง่นี้ล่ะก็ รับรองว่าเสร็จทุกราย แต่เสร็จแล้วก็ไม่ได้ขึ้น์หรอกนะ แต่กลับได้ตรงดิ่งไปอยู่ในนรกของพวกมันทันที แถมได้ไปอยู่แบบถาวรโดยที่จะไม่มีโอกาสได้กลับเข้าร่างอีกต่างหาก เอ่อ.. แต่ผมเองก็ยังสงสัย สงสัยว่าคุณนี่รอดมาได้อย่างไร ?" เมฆาพูดแล้วก็จ้องหน้าณเดชเป็เชิงถาม
"ผม... นั่นสิ ผมรอดมาได้ยัง แต่ถึงยังไงผมก็ไม่คิดว่า ผมจะถึงกับต้องตายไปในตอนนั้นหรอกนะ ?" ณเดชว่า
"เอาล่ะ... หลังจากเมื่อกี้แล้ว คุณยังจำอะไรได้อีกหรือเปล่า ?" เมฆาถามต่อ
แล้วณเดชก็เล่ารายละเอียดต่อจากนั้น
พอผมใเพราะถูกเธอจูบซอกคอแล้ว ผมก็รีบเผ่นพรวดลงไปจากเตียงทันที
"เธอ...! นี่เธอจะทำอะไรกันแน่ ?!" ผมถามเสียงดัง ขณะที่ลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นข้างล่าง เพราะรู้สึกเหมือนร่างกายมันจะอ่อนแรงอย่างแปลกประหลาดหลังจากที่ผมได้สูดกลิ่นหอมๆเขียวๆนั่นเข้าไปหน่อยนึง
แล้วเธอก็เปลี่ยนท่ามานั่งอยู่ที่ขอบเตียง พร้อมจ้องมองผมด้วยดวงตาที่แสนดุ
"ไอ้ไร้น้ำยาเอ๊ย... ! "น้ำเสียงที่อ่อนหวานของเธอเปลี่ยนมาเป็เสียงดุๆที่แข็งกระด้าง "ที่แท้แกก็ไม่ใช่ ผู้ชายแท้ๆงั้นสินะ ?!"
"ฉันเป็ผู้ชายแท้ๆทั้งแท่งนะยัยหน้าสวย... !" ผมตอบสวนไป " แต่ฉันไม่เอาผู้หญิง เข้าใจฉันหรือเปล่า ว่าฉันไม่เอาผู้หญิง ?!"
แล้วเธอก็กรีดเสียงร้องออกมาคำหนึ่ง จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืน แถมยังย่างก้าวเข้ามาหาผม
"เสียเวลาของฉันจริงๆ รีบพาฉันกลับออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลยนะ !" เสียงวีนของเธอดังขึ้นมาอีกระดับ
"ยังไง... ยังไงล่ะ ? ก็เธอเข้ามาหาฉันเอง เธอก็ออกไปเองสิ ยัยหื่นขึ้นสมอง !" เสียงผมดังไม่แพ้เธอ พลางขยับถอยร่างให้ห่างจากเธอ
"จงมองตาฉัน จงมองตาฉัน !" เธอย้ำคำพูดนั้นแล้ว ก็จ้องตาผมเขม็ง
แต่ผมก็แค่รู้สึกงงๆมึนๆไปวูบหนึ่ง แต่พอได้สบัดหัวไปมาสองสามทีแล้ว ความมึนงงของผมก็ดูเหมือนจะสลายหายไปทันที
แล้วหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้ ก็มีสีหน้าพิศวงขึ้นมา "นี่ฉันเพิ่งรู้เองนะว่า... ฉันสะกดผู้ชายที่ไม่ใช่ผู้ชายแท้ไม่ได้ ?"
"บ้าสิ... ก็ฉันบอกแล้วไงว่า ฉันน่ะเป็ ผู้ชายแท้ทั้งแท่งเลยน่ะโว๊ย !" ผมเถียงสวนกลับไปทันที
"แก...!" แล้วเธอก็ทะยานเข้ามาหาผมอย่างเร็วพร้อมกางกงเล็บออกมาทั้งสองมือ "สะกดแกไม่ได้ งั้นฉันก็จะขอฉีกเนื้อของแกซะเลยก็แล้วกัน ฉีกเนื้อแล้วค่อยมาสูบิญญาเอาทีหลังก็ได้ คิคิคิ !"
ในจังหวะนี่น่ะเองที่ผมได้เข้าใจแล้วว่า เธอน่าจะไม่ใช่คนปกติทั่วๆไปอย่างแน่นอน แต่เธอน่าจะเป็ผีหรืออะไรสักอย่างประมาณนั้นมากกว่า
"เหวออออ !!" ผมร้องใสุดขีด แล้วรีบกระเถิบร่างถอยหลังไปจนถึงขอบประตูหลังห้อง
"ไม่พ้นหรอก ยังไงฉันก็จะฉีกร่างแกจนได้...! " เธอย่างเข้ามาจนใกล้ถึงตัวผมขึ้นเรื่อยๆ และขณะที่ผมจับขอบประตูหลังห้องเพื่อพยุงร่างของตัวเองจนลุกขึ้นมาได้แล้ว ผมก็คิดอยู่ในใจอย่างตื่นตระหนกว่า ถ้าผมถอยไปและะโเรียกตรงริมระเบียงด้านหลังให้คนในห้องอื่นมาช่วยแล้ว จะมีคนได้ยินและตัดสินใจมาช่วยผมหรือไม่กันล่ะนี่ ? แล้วผมก็คิดว่ามันคงจะสายเกินไป เพราะถ้ามีใครมาจริงๆ ในตอนนั้นผมก็คง จะถูกฉีกร่างไปเรียบร้อยแล้วล่ะ
แล้วสายตาของผมก็ไปสะดุดกับกระถางต้นว่านที่วางแอบอยู่ตรงระเบียง จากนั้นความสิ้นคิดหรืออาจจะเรียกว่าความหวังบ้าๆบอๆของผม ก็ทำให้ผมเข้าไปยกกระถางต้นว่านอันค่อนข้างหนักขึ้นมา และตั้งท่าจะทุ่มมันไปที่ยัยผีบ้าที่กำลังทะยานเข้ามาจนเกือบจะถึงตัวผมอยู่แล้ว
แต่แล้ว ยัยผีบ้านั่นก็ถึงกับเบรค และชงักค้างหยุดกึกไปทันที ส่วนท่าทางที่อยากจะฉีกร่างของผมเป็ชิ้นๆของเธอนั้น ก็สลายหายไป แล้วเปลี่ยนไปเป็ท่าทางอันอ่อนหวานขึ้นมาอย่างปุปปับ แถมตีหน้ายิ้มละมัยเหมือนในตอนแรก
"วาง... วางกระถางต้นไม้นั่นลงก่อนก็ได้มั้งจ๊ะพี่จ๋า เรา... เรากลับมาคุยกันดีๆด้วยสันติก็ได้มั้งจ๊ะ เมื่อกี้น่ะ น้องเพียงแค่ล้อพี่เล่นเท่านั้น ไม่ได้คิดตั้งใจจะทำร้ายพี่จริงๆหรอกนะ เพราะฉนั้น วางกระถางลงก่อนเถอะนะจ๊ะพี่จ๋า นะจ๊ะๆ"
ทำไม... ทำไมเธอถึงเปลี่ยนท่าทางไปแบบ จากหน้ามือเป็หลังมืออย่างรวดเร็วอย่างนี้ แถมยังขอร้องให้เราวางกระถางต้นว่านนี่ลงซะ ท่าทางของเธอดูเหมือนจะกลัวๆอะไรขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด แล้ว... ยัยผีบ้านี่ดันเกิดกลัวอะไรขึ้นมากันล่ะหว่า ? ขณะที่ผมกำลังคิดและกำลังจะตัดสินว่าจะทุ่มกระถางนั้นไปที่เธอหรือไม่ทุ่มดี ก็พอดีมี กลิ่นหอมหรือกลิ่นเหม็นเขียวเหมือนที่ผมได้กลิ่นในตอนแรกโชยเข้ามาในจมูกผมอีกครั้ง และครั้งนี้มันโชยมาจากต้นว่านในกระถางนี่เอง แล้วผมก็คิดว่าทำไมผมถึงไม่สังเกตุมาก่อนหน้านี้นะว่าต้นว่านนี้มีกลิ่นเหมือนกับตัวเธอ
"วางกระถางนั่นลงเร็วๆสิจ๊ะ มาคุยกันดีๆ หรือไม่น้องก็จะจากไปดีๆนะจ๊ะพี่จ๋า แต่ได้โปรดวางกระถางนั่นลงก่อนเถอะ..." เสียงของเธอย้ำมาอีกครั้ง
"หายตัวไปซะก่อนสิ " ผมตัดสินใจท้าทายเธอ "แล้วก็ไม่ต้องมาปรากฏตัวให้ฉันเห็นอีก ไม่งั้นฉันก็จะทุ่มกระถางและต้นไม้นี่ให้แหลกลาญลงตรงพื้นนี่ทันทีเลยล่ะนะ !"
"อย่า...!!" เสียงห้ามของเธอดังลั่น ก่อนที่เธอที่จะค่อยๆสลายหายตัวไปจนผมมองไม่เห็นร่างของเธอที่เคยอยู่ตรงนั้นอีก
เมฆาฟังเื่ถึงตรงนี้แล้ว ก็ปรบมือขึ้นสองครั้งเบาๆ "สุดยอดเลย ที่คุณรอดมาได้อย่างปาฎิหารย์นี่ก็เป็เพราะคุณไม่ใช่ผู้ชายแท้ๆนี่เอง แล้วกระถางต้นว่านนั้นคุณก็ตั้งทิ้งไว้ที่เดิมงั้นสิ"
"โธ่เอ๊ย... จริงๆผมเป็ผู้ชายแท้ๆนั่นแหล่ะครับพี่ แต่แค่ผมไม่ชอบผู้หญิงเท่าผู้ชาย แฮะๆ แต่ก็จะว่าผมรอดเพราะอย่างนั้นก็น่าจะใช่มั้งครับๆ ฮ่าๆๆ อ่า... แล้วก็ใช่ครับ ผมตั้งกระถางไว้ที่เดิม แล้วรีบเผ่นออกมาจากห้องั้แ่ตอนนั้นเลยล่ะครับ"
"ถ้านังผีว่านนั้นสะกดคุณได้ คุณก็เรียบร้อยโรงเรียนผีไปแล้ว นี่หมายความว่าอำนาจสะกดของมันใช้ได้กับผู้ชายแท้ๆเท่านั้นเอง" แล้วเมฆาก็เคาะนิ้วลงบนโต๊ะข้างหน้า พลางขบคิดหาวิธีจัดการกับผีสาวในต้นว่านนี้ให้เด็ดขาด
"พี่หงา เอ๊ย... พี่เมฆาคิดว่าจะจัดการมันได้ไม๊ครับ ผมกลัวแต่ว่าถึงจะทำลายต้นว่านนั่นได้ มันก็ยังไม่หายไปไหนน่ะครับ ?"
"เห๊อะ นังผีพันธุ์นี้น่ะ มันต้องเจอกับเมฆาคนนี้เท่านั้น !" เขาพูดด้วยดวงตาที่วาวโรจน์... "ตกลง ผมรับงานนี้ งั้นขอผมกลับไปเตรียมของอะไรสักนิด แล้วคุณก็พาผมไปที่ห้องคอนโดของคุณได้เลยนะคุณณเดช..."
นั่นเป็การพูดคุยของทั้งสองคน ก่อนที่จะเดินทางมาถึงหน้าห้องคอนโดของณเดชในขณะนี้
แต่ก่อนที่ณเดชจะไขประตูห้องเข้าไป เมฆาก็เอื้อมมือมาจับมือของเขาไว้ก่อน "ให้ผมไขเข้าไปเองเถอะนะ แล้วคุณก็ลงไปรอฟังข่าวผมอยู่ที่ข้างล่างดีกว่า เพราะผมมีแผนดีๆจะจัดการกับนังผีนั่นแล้วล่ะ...!"
(โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆนี้ครับ)