บทที่ 7 ไม่ถึงแปดส่วน
จางหยวนจูใบหน้าหม่นหมอง “คุณหลี่ หลินชี่หยางทำร้ายลูกชายของผม ผมมาที่นี่เพื่อร้องขอความเป็ธรรม คุณคงไม่สอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้หรอกใช่ไหม?"
ความ้าของเขาคือให้หลี่จงถอยออกไป
เพราะหากหลี่จงร่วมมือกับตระกูลจ้าว เขาคงโต้กลับไม่ได้
หลี่จงกำลังจะเอ่ยปาก หลินชี่หยางกลับโบกมือ “ไม่จำเป็ เื่นี้ฉันก่อ เดี๋ยวจัดการเอง”
พูดจบ เขาก็เปลี่ยนท่านอน หยิบแอปเปิลที่หั่นไว้ขึ้นมากินอีกชิ้น แล้วค่อยหันไปทางจางหยวนจูด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“คุณจะเอายังไง”
จางหยวนจูมีแววตาดุดัน ตระหนักได้ว่าการปะทะในครั้งนี้ย่อมไม่ธรรมดา และเรียกให้ชาย 3 คนเดินออกมาด้านหลัง พร้อมนำเสนอตัวเองด้วยวาจาเกรี้ยวกราดว่า
“พวกเราสามคน คนหนึ่งเป็แชมป์มวย คนหนึ่งเป็าามวยปล้ำ ส่วนอีกคนเป็นักฆ่าชั้นยอด เห็นแก่หน้าคุณหลิน พวกเราจะไม่ทรมานคุณมากเกินไปนัก ฉะนั้นเชิญเลือกวิธีตายมาได้ตามสบายเลย!”
“ฮ่า ๆ”
หลินชี่หยางหัวเราะเยาะลุกขึ้นยืน ตามองไปที่ผู้ท้าชิงทั้งสาม
“พวกคุณจัดว่าพอมีพื้นฐานอยู่บ้าง แต่ทำไมต้องมาหากิน ทำงานให้คนพวกนี้ด้วย ศักดิ์ศรีนักสู้เสียหายหมด”
จากนั้นค่อยกระดิกนิ้วเรียก “เข้ามาพร้อมกันทั้ง 3 คนเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ฉันยังมีอาหารเย็นรอให้กินอยู่”
เหลินชี่หยางช่างหยิ่งผยอง กล้าดูถูกบอดี้การ์ดทั้งสามคนนี้!
‘ในเมื่ออยากตายนัก ฉันก็จะสนองให้! ’
จางหยวนจูคิดในใจ ตามด้วยปากที่ะโ “เข้าไปพร้อมกันเลย ใครเชือดเขาได้ฉันมีโบนัสให้!”
นี่ยังสามารถเรียกว่าเห็นแก่หน้าฉันอีกเหรอ
หลี่จงโกรธมาก
“จางหยวนจู อย่ามาเหลวไหลแถวนี้ นายกล้าเล่นสามต่อหนึ่งเหรอ”
จ้าวหนิงซีหน้าซีดเผือด
หลินชี่หยางชักจะมองอะไรเกินตัวไปแล้ว เขาเปลี่ยนไปจากเดิมราวเป็คนละคน
ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มอาจจะนับว่าไร้ความสามารถ แต่ก็มีจุดที่ขี้ขลาดและรักชีวิตตัวเอง ไม่เคยอวดเบ่งบ้าดีเดือดขนาดนี้มาก่อน
อย่าบอกนะว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ มีที่มาจากไข้เมื่อคืนก่อน ทำให้สมองของเขาเพี้ยนหนัก
ว่ากันว่าในบางคนที่ขวัญเสียจนไข้ขึ้นสูง มันจะตามมาด้วยอาการมึนงง หรือไม่ก็นิสัยที่พลิกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
แต่ถึงนิสัยจะเปลี่ยนไปมากมายแค่ไหน ความสามารถของเขาก็ยังไม่เพียงพอต่อสู้กับคนพวกนั้นอยู่ดี
นี่ถึงขั้นยอมตายเพื่อรักษาหน้าตัวเองแล้วเหรอ
จ้าวหนิงซีมีความคิดแบบนั้น เท้าจึงก้าวออกมาก่อนประกาศเสียงเ็า “ที่สามีบุกเข้าไปช่วยฉันก็เพราะจางหวางป้าตั้งใจจะข่มขืนฉัน ถ้าความแค้นมันคับอกจนอยากแก้ขนาดนั้น ก็ไปเจอกันในชั้นศาลดีกว่า”
หล่อนช่างไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน ใจยังคิดจะไปพึ่งตำรวจในสถานการณ์แบบนี้อีก?
ความมั่นอกมั่นใจประดับอยู่บนหน้าของจางหยวนจู ด้วยในเมื่อขนาดภรรยาของหลินชี่หยางยังมีท่าทีอ่อนแอ ในใจลึก ๆ ของตัวชายหนุ่มเองก็คงขลาดเขลาไม่ต่างกัน
เขาหัวเราะเยาะ “ต่อยก่อนแล้วค่อยไปฟ้องร้องทีหลังก็ได้”
“ได้” หลินชี่หยางมองเขาอย่างลึกซึ้ง “ผมก็คิดเหมือนกัน”
จ้าวหนิงซีอยากจะห้ามเขา แต่มือถูกหลินชี่หยางจับเอาไว้ แถมยังมาพูดดื้อรั้นอย่างไม่ยอมปฏิเสธอีกว่า
“ที่รัก เื่นี้เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณไปเตรียมมื้อเย็นเถอะ ผมอยากยืดเส้นยืดสายก่อนไปกินสักหน่อย”
จ้าวหนิงซีมองเขาด้วยความประหลาดใจ แต่บุคลิกของหลินชี่หยาง ทำให้ไม่มีใครกล้าขัดขืน เธอจึงจำต้องพยักหน้ารับไปอย่างงุนงง
เธอเพิ่งมาตระหนักถึงการกระทำของตนเองได้ตอนกำลังนวดแป้ง หล่อนหันไปมองหลินชี่หยาง ในใจรู้สึกแปลกพิกล ด้วยปกติแล้วจะเป็ฝ่ายหลินชี่หยางที่คอยทำงานบ้านทุกอย่าง คอยรับใช้เธอ ทำไมวันนี้ถึงกลายเป็แบบนี้ล่ะ
แต่ถึงจะคิดแบบนั้น หญิงสาวก็ไม่ได้หยุดมือ
ยอดนักสู้มากฝีมือทั้ง 3 เคยเจอสถานการณ์แบบนี้เสียที่ไหน พวกเขาทำงานเป็บอดี้การ์ดให้จางหยวนจูมานาน ส่วนใหญ่แค่ยืนอยู่เฉย ๆ บอกออกไปว่าตัวเองเป็ใครคนก็กลัว คนธรรมดาบางคนถึงกับยอมแพ้ คุกเข่าขอร้องการไว้ชีวิตในทันที
วันนี้ดันมาเจอกับคนไม่ประมาณตัวเองของแท้เข้าเสียนี่!
แชมป์มวยปล้ำอารมณ์ร้อนที่สุด ะโออกไปทันที “หนุ่มน้อย จับตาดูว่าฉันจะเล่นงานนายยังไงดี ๆ ล่ะ!”
“ฮ่า ๆ” หลินชี่หยางยิ้มเย้ย
“ไม่รู้จักพละกำลังของศัตรูยังกล้าพูดจาโอหัง ในเมื่อพ่อของนายไม่รู้จักสอนให้ระมัดระวังเื่นี้ เดี๋ยวฉันจะเป็คนสอนนายเอง”
เพิ่งพูดจบ หลี่จงก็คล้ายเห็นภาพเบลอวูบหนึ่ง ว่าหลินชี่หยางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตนเองพุ่งไปประจันหน้ากับแชมป์มวยปล้ำรายดังกล่าว ชกหมัดออกไปเบา ๆ แชมป์รายนั้นก็ล้มลงไปนอนกุมท้องทันที
เหงื่อเย็นของหลี่จงไหลย้อยลงมา
ผู้คนในห้องต่างไม่อยากจะกล้าเชื่อสายตาตัวเอง
เพราะเวทีที่ชายคนนั้นเป็แชมป์คือเวทีมวยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทว่ามาวันนี้… แชมป์รายดังกล่าวกลับถูกจัดการในพริบตาเดียว
หลินชี่หยางรู้สึกผิดหวัง สำหรับเขาที่เป็อัจฉริยะด้านศิลปะการต่อสู้ แชมป์มวยปล้ำจะนับเป็อะไรได้
เขาใช้คางเชิดชี้ไปที่แชมป์มวยรายถัดไป “มาสิ”
แชมป์มวยผู้นี้มีรูปร่างกำยำ ั์ตาเปล่งประกายคมกล้า สามารถทำให้เด็กร้องไห้ได้ทันทีที่พบหน้า ยามเคลื่อนไหวราวมีเสียงฟ้าร้องดังก้องมาจากอก
เขาพุ่งมายังด้านข้างของหลินชี่หยาง กวาดขาแกร่งออกไป เกิดเป็ลมกรีดอากาศดังหวิวไหว พันธมิตรของเขาต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไป
หลินชี่หยางค่อย ๆ ยกมือซ้ายขึ้นอย่างเชื่องช้า ยื่นออกไปทีละนิด จนพอดีกับข้อเท้าของคู่ต่อสู้ ก่อนเสียงร้องโหยหวนดัง “อ๊า!” ของแชมป์มวยจะดังชึ้น ใบหน้าของเขากลายเป็บิดเบี้ยว สีหน้าซีดเผือด เหงือกปรากฏเืซึมออกมา
ฝ่ายที่ยืนดูอยู่เฉย ๆ อาจยังไม่เข้าใจ แต่คนที่กำลังโดนกระทำทราบดีว่าตัวเองจบเห่แล้ว พลังลึกลับจากข้อเท้าส่งไกลไปถึงต้นขา หมุนบิดเส้นเอ็น ทะลุทะลวงอวัยวะภายใน ถ้าหลินชี่หยางปล่อยมือออกไปตอนนี้ เขาจะกลายเป็คนพิการในทันที
แชมป์มวยมีสีหน้าเ็ปเสียใจ มองหลินชี่หยางอย่างอ้อนวอน
ถ้าไร้พลัง สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าไม่ใช่แค่การว่างงาน แต่หมายถึงการถูกคู่ต่อสู้ที่เคยพ่ายแพ้แก่ตนตามเหยียดหยามอย่างโหดร้าย
ให้ตายยังดีเสียกว่า
หลินชี่หยางถอนหายใจ ปล่อยมือจากอีกฝ่าย
แชมป์มวยคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุบ ตัวสั่นเทิ้ม พูดเสียงสั่น “คุณหลินมอบความกรุณาไว้ชีวิตผม ผมจะจดจำบุญคุณอันใหญ่หลวงนี้ไปจนวันตาย! ”
เพียงเหลือพลังอยู่อีกครึ่งหนึ่งก็พอใจแล้ว
เพียง 30 วินาที สถานการณ์กลับพลิกเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้ ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึง โดยเฉพาะจางหยวนจู เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันะโใส่ลูกน้องของตนเอง “ฉันอดทนเลี้ยงพวกแกมาตั้งนานนม แต่ตอนนี้แค่ฝ่ามือเดียวยังแพ้ยับ ไอ้พวกไร้ประโยชน์!”
แชมป์มวยกลอกตาไปมา “ถ้าเก่งนักก็ไปสู้เองสิ ผมไม่มีอารมณ์มาเล่นกับคุณแล้ว”
พอกล่าวจบก็จากไป
ใบหน้าของจางหยวนจูดำคล้ำ หายใจเกือบไม่ทัน
มือสังหารคนสุดท้าย แม้บุคลิกจะไม่ค่อยโดดเด่น แต่รังสีฆ่าฟันกลับรุนแรงหนักหน่วง ลมปราณแกร่งกล้าและกลมกลืนเข้าด้วยกัน พลังเหนือเสียยิ่งกว่าสองคนก่อนหน้าเสียอีก
เห็นได้ชัดว่าเขาฝึกวิชาภายใต้การชี้นำของผู้เชี่ยวชาญมาั้แ่เด็ก
เขาเพิ่งจะก้าวขึ้นมา หลินชี่หยางก็มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดอย่างไม่รีบร้อนว่า “พ่อของนายไม่มีปัญหาเื่สุขภาพแล้วใช่ไหม?”
ใบหน้าของชายคนนั้นผ่อนคลายลง “นายเคยเจอพ่อของฉัน?”
หลินชี่หยางพยักหน้า “ฉันเคยพบเขาครั้งหนึ่ง เขาแพ้ให้แก่ฉัน แต่หลังจากนั้นก็ร้องขอให้ฉันไว้ชีวิตเขา เพราะที่บ้านยังมีลูกชายตัวเล็ก ๆ รออยู่ ฉันให้ยารักษาไป เขาจะฟื้นฟูร่างกายขึ้นมาได้ภายในระยะเวลา 4 ปี แต่ตอนนี้เวลานั้นคงใกล้จะหมดลงแล้ว”
จางหยวนจูงงงวย “อ้าว แล้วเอาอะไรมามั่นใจว่านั่นคือพ่อของเขา?”
หลินชี่หยางตอบเรียบ ๆ “กังฟูจีนเน้นการสืบทอดจากพ่อสู่ลูก ลมปราณของเขาเหมือนพ่อ หน้าตาก็คล้ายกัน ผมเลยจำได้ แต่ไม่คิดว่าลูกชายจะโตถึงขนาดนี้แล้ว”
มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มเยาะเย้ย “ฝีมือของนายยังห่างไกลจากพ่อถึงแปดส่วน กระบวนท่าบางท่านายก็คงยังไม่ได้เรียนรู้ แต่ตอนนี้นายเล่นออกมาโลดแล่นในฐานะนักฆ่าไปแล้ว ไม่กลัวพาวิชาเสียชื่อเสียงไปด้วยเหรอ”
มือสังหารคนนั้นหน้าเปลี่ยนสี แต่ไม่กล้าโมโห
ตอนที่พ่อของเขาาเ็สาหัสกลับบ้านมา เขาเคยโกรธแค้นมาก ใจอยากจะแก้แค้นให้พ่อ
พ่อบอกว่าคนคนนั้นเป็คนที่พวกเขาไม่มีทางเอาชนะได้ตลอดชีวิต แถมสุดท้ายยังช่วยชีวิตเขาด้วยการให้ยามา ท่านแนะนำบุตรชายว่าอย่าไปจดจำความแค้นนั้นไว้
ดูเหมือนว่าหลินชี่หยางจะเป็คนที่เขากำลังตามหาจริง ๆ เขามีลักษณะตรงกับคำบอกเล่าของพ่อไม่พอ ยังสามารถบอกจุดแข็งจุดอ่อนของเขากับบิดาได้อย่างแม่นยำ