ผ่านมาร่วมกว่าสิบวันแล้วที่เหวินจงกลับมายังจวนสกุลเหวิน และทุกๆ ค่ำคืนที่ผ่านมานี้ เขาเองก็ไปค้างคืนยังเรือนของภรรยาทั้งสามตลอด
เหวินจงใช้เวลากับภรรยาทั้งสามของเขาเท่าเทียมกันทุกคน เขาหมุนเวียนและค้างคืนกับพวกนางทั้งสามสลับกันไปมา
โดยคืนแรกเหวินจงจะนอนค้างคืนที่เรือนของภรรยาเอกอย่างจิงเหลียน และคืนที่สองเขาจะนอนค้างคืนเรือนของอนุหนึ่งซุนเหลียง ส่วนคืนที่สามเขาจะนอนค้างคืนเรือนของอนุสองเพ่ยหลิน ส่วนคืนที่สี่หรือคืนที่ห้าเขาจะนอนพักค้างคืนเรือนของตัวเอง
เหวินจงไม่อยากให้ภรรยาทั้งสามของเขาคิดมาก ว่าเขาจะรักหรือพอใจภรรยาคนไหนมากกว่ากัน และอีกอย่างที่เหวินจงหมุนเวียนนอนกับภรรยาทั้งสามของเขาเช่นนี้ ก็เพื่อให้นางทั้งสามมีบุตรให้กับท่านแม่ของเขาได้เชยชมเสียที
แต่ดูเหมือนว่า เหวินจงจะยังไม่เห็นวี่แววว่าภรรยาทั้งสามของเขา จะมีบุตรให้กับมารดาของเขาได้เชยชมเสียที เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
เหวินจงนั่งตรวจบัญชีการค้าของเมืองเจียงหนานอย่างเช่นทุกวัน ทว่าประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกเปิดออก พร้อมกับบุรุษร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาภายในห้องด้วยท่าทางอย่างไม่ทุกไม่ร้อน
"..."
เหวินจงหันไปมองเพียงเล็กน้อย เมื่อเขาเห็นว่าเป็ใครที่เดินเข้ามาในห้อง เขาเองก็เลิกสนใจก่อนจะหันมาอ่านบัญชีการค้าต่อ
"เหวินจง นี่เ้าไม่คิดจะทักทายสหายอย่างข้าบ้างเลยหรืออย่างไรกัน" เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่จริงจังมากนัก
คุณชายใหญ่หยางฟงแห่งบ้านสกุลหยาง เขามีใบหน้าหล่อเหลาไม่ต่างจากคุณชายเหวินจงเสียด้วยซ้ำ จมูกสูงโด่งเข้ารูปกับใบหน้าเรียวชวนน่ามอง อีกทั้งร่างกายของเขาเองก็สูงใหญ่และกำยำเท่าๆ กับเหวินจง เขายังทำให้สาวๆ ในเมืองเจียงหนานต่างพากันลุ่มหลง
ใบหน้าหล่อเหลาของหยางฟงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขานั่งมองเหวินจงด้วยท่วงท่าสบายแล้วยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย โดยไม่ได้สนใจว่าเ้าของห้องจะอนุญาตแล้วหรือไม่ก็ตาม
"เฮ้อ..." เหวินจงถอนหายใจออกมาเบาๆ
ใบหน้าของเหวินจงเองก็หล่อเหลาไม่ต่างจากหยางฟงมากนัก แต่ติดที่ว่าเหวินจงเป็คนไม่ค่อยมีรอยยิ้มให้ผู้ใดได้เห็น ใบหน้าของเขาดูจะเรียบเฉยอยู่ตลอดเวลาเสียมากกว่า แต่ใบหน้าของเหวินจงกับชวนน่ามองและน่าหลงใหลไปอีกแบบ
"ว่าแต่เ้ามีเื่อะไรหรือหยางฟง ถึงมาหาข้าที่จวนในวันนี้" เหวินจงวางสมุดบัญชีการค้าลง
มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าหยางฟงสหายของเขามาทำไมในวันนี้ คงไม่พ้นชวนเขาออกไปหาแม่นางหวังเหลียนหลงอีกเป็แน่
"เ้าก็รู้อยู่แล้วนี่เหวินจง แล้วเ้ายังจะถามข้าอีกทำไมกันเล่าสหายข้า" เขาเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม
"..." เหวินจงไม่ตอบ และไม่คิดที่จะสนใจในคำพูดของหยางฟงเลยแม้แต่น้อย
เมื่อหยางฟงเห็นว่าเหวินจงไม่เอ่ยพูดอะไรออกมา เขาจึงได้กล่าวต่อทันที "เ้าก็รู้นี่เหวินจง ถ้าข้าจะไปหาแม่นางเหลียนหลงที่จวนสกุลหวังก็ต้องพาเ้าไปด้วย สองปีมานี่ข้าไม่ได้พบเจอใบหน้าของนางเสียด้วยซ้ำ" เขาพูดออกมาอย่างน่าสงสาร
ทุกอย่างที่หยางฟงได้เอ่ยออกมาทั้งหมดไม่เป็เื่จริง เขาแค่ทำตามความ้าของแม่นางหวังเหลียนหลงก็เท่านั้น
หยางฟงรู้ว่าน้องสาวของแม่นางเหลียนหลงแอบชอบในตัวสหายของเขา นั้นก็คือแม่นางหวังเชียนอิง เขาถึงได้เอ่ยชวนเหวินจงไปยังจวนสกุลหวังด้วยกัน
"เฮ้อ..." เหวินจงถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างคนเบื่อหน่าย
...
ผลสุดท้ายเหวินจงเองก็ทนอ้อนและลูกตื้อของหยางฟงไม่ไหว เขาเบื่อหน่ายกับการแสดงท่าทางน่าสงสารของหยางฟงยิ่งนัก เขาจึงตัดปัญหาโดยการมาเป็เพื่อนหยางฟงที่จวนสกุลหวัง
อย่างเช่นตอนนี้ ที่บ่าวสาวของจวนสกุลหวังเดินนำทางของทั้งสอง ไปยังเรือนรับรองของจวน
"เหวินจง เ้าทำใบหน้าให้มันยิ้มแย้มหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร"
"เ้าไม่ต้องสนใจข้าหรอกหยางฟง ข้าจะมีใบหน้าเช่นไรมันก็เื่ของข้า เ้าเอาเวลาอันมีค่าของเ้าสนใจแม่นางเหลียนหลงจะดีกว่าหรือไม่" เหวินจงเอ่ยพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"ไม่ได้พบเจอเ้าเพียงแค่สองปี คำพูดของเ้าช่างร้ายกาจยิ่งนักเหวินจง" หยางฟงพูดเย้าแหย่ออกไป
"..."
เพียงไม่นานทั้งสองก็เดินมาถึงยังเรือนรับรองของจวนสกุลหวัง เป็เรือนรับรองที่หลังไม่ใหญ่มากนัก รอบๆ ยังปลูกดอกไม้ประดับไว้อีกหลายชนิด แต่ทว่าเรือนรับรองหลังนี้กับอยู่ห่างไกลจากเรือนหลังใหญ่อยู่พอสมควร
"คุณหยางฟง คุณชายเหวินจง"
"..." "..." ทั้งสองหันมองไปยังเสียงเอ่ยทัก ก่อนจะเห็นว่าเป็ใคร
"แม่นางเหลียนหลง" หยางฟงเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนที่เขาจะเอ่ยทักหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ นางอีกคน "แม่นางเชียนอิง"
"เป็เกียรติยิ่งนักที่คุณชายเหวินจงมาเยือนจวนของพวกเราสองพี่น้องเ้าค่ะ" เชียนอิงเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม
"เชิญท่านทั้งสองเ้าค่ะ" นางเอ่ยคำพูดจบ สองพี่น้องสกุลหวังก็เดินเข้าเรือนรับรองทันที
หยางฟงและเหวินจงจึงเดินตามนางทั้งสองเข้าเรือนรับรองเช่นกัน
ดูเหมือนว่าการพูดคุยของหยางฟงกับแม่นางเหลียนหลงจะไม่จบลงอย่างง่ายๆ จนดวงตะวันได้ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว หยางฟงก็ยังไม่คิดที่จะกลับจวนเสียที
การพูดคุยใน่แรกมีเพียงแค่น้ำชาให้จิบเพื่อดับกระหาย แต่พอนานเข้า สองพี่น้องสกุลหวังกับนำสุรามาให้เขาทั้งสองได้ดื่มเสียอย่างนั้น
เหวินจงเพียงจิบสุราที่แม่นางเชียนอิงรินให้พอเป็พิธีเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่านางจะคะยั้นคะยอให้เขาดื่มอยู่หลายแก้ว
ในทีแรกเหวินจงเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าเหตุใดแม่นางเชียนอิงถึงคะยั้นคะยอให้เขาดื่มสุราเช่นนี้ แต่พอนานเข้าเหวินจงจึงได้รู้ว่านางคิดจะทำอะไรเพราะในเวลานี้แก่นกายของเขาที่เคยหลับใหล กับตื่นตัวจนปวดหนึบและทรมาน อีกทั้งร่างกายเขาเองก็้าที่จะปลดปล่อย
เหวินจงนั่งมองใบหน้าของแม่นางเชียนอิงอย่างคนหงุดหงิด ที่เขาเสียรู้ให้กับสองพี่น้องสกุลหวัง เขากำแก้วสุราในมือแน่นก่อนจะปามันลงพื้นจนแตกละเอียด แล้วรีบเดินออกมาจากเรือนรับรอง
...
เมื่อเหวินจงกลับมาถึงจวน เขาก็เดินตรงไปยังเรือนของภรรยาทั้งสามทันที
แต่ทว่าเหวินจงกับมองเห็นเส้นทางเดินไม่ชัด เขาจึงหยุดยืนสลัดหัวไปมาเพื่อไล่อาการมึนเบลอที่ตัวเองมี แก่นกายของเขาในเวลานี้ก็สร้างความปวดหนึบและทรมานยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ขณะที่เหวินจงจะก้าวเดินต่อไปยังเรือนของภรรยาทั้งสามของเขา สายตาของเขากับเห็นคนผู้หนึ่งเดินอยู่ไม่ไกลมากนัก เหวินจงจึงเปลี่ยนเส้นทางไปหาคนผู้นั้นแทน
เขา้าปลดปล่อย ไม่ว่าจะเป็บ่าวสาวก็ตาม
เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว เหวินจงก็ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาคนที่เดินอยู่ แล้วใช้มือของเขาปิดปากของคนร่างบางเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยเสียงที่เย็นเฉียบ
"เก็บเสียงของเ้าเอาไว้ แล้วเดินไปกับข้า"
"!"