"อ..โอ้ย!!"
"ชิงอีเ้า!!"
"นายหญิง!! ข้าจะคลอดแล้วเ้าค่ะ!!"
"!!!"
ชิงอีร้องขึ้นมาด้วยความเ็ป น้ำสีใสที่ไหลออกมาเปื้อนไปทั่วทั้ง่ร่าง เป็สัญญาณว่าเ้าตัวน้อยพร้อมที่จะออกมาลืมตาดูโลกแล้ว
เนี่ยลู่ซือพยุงสตรีตรงหน้าเข้าไปภายในเรือน ก่อนที่จะตระเตรียมของทุกอย่างที่ใช้ในการคลอด
เสียงหอบหายใจ ร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ น้ำสีไหลที่ยังคงไหลไม่หยุด รวมถึงเสียงกรีดร้องด้วยความทรมานของชิงอี ทำให้นางรู้สึกประหม่าอยู่ไม่น้อย
"ค่อย ๆ หายใจเข้าออก ใช่ แบบนั้น ทำตามที่ข้าบอกแล้วทุกอย่างจะดีเอง"
แม้ว่าเป็สัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง แต่การคลอดบุตรเองก็ถือว่าเป็เื่ยาก ชิงอีที่ต้องทนกับความเ็ปทำตามสิ่งที่ผู้เป็นายกล่าวอย่างเชื่อฟัง ก่อนที่นางจะพบว่าอาการเจ็บของนางลดลงไปไม่น้อย
สำหรับการทำคลอดนี้เนี่ยลู่ซืออ้างอิงมาจากการคลอดของชาวบ้านคนหนึ่งที่นางเคยช่วยทำคลอดเมื่อพันปีก่อน เพราะร่างการที่ค่อนข้างแข็งแรงนางจึงไม่ต้องกังวลว่าชิงอีจะเป็อะไรไประหว่างการทำคลอด อีกทั้งจิตใจที่แน่วแน่ของนาง คงไม่ยอมตายโดยที่ทิ้งบุตรเอาไว้คนเดียวเป็แน่
การทำคลอดดำเนินไปหลายชั่วยาม เสียงร้องด้วยความเ็ปของชิงอียังดังออกมาอยู่หลายครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลง พร้อมกับร่างเล็กที่ออกมาลืมตาดูโลก
"อุแว้ ๆ "
ทันทีที่ออกมาจากท้องของมารดาได้ เ้าตัวจิ๋วก็ส่งเสียงร้องออกมาในทันที ใบหน้าของชิงอีแม้จะปรากฏความเหนื่อยล้าไว้อย่างชัดเจนแต่กับแฝงไปด้วยความสุข
"เป็ลูกชาย"
เนี่ยลู่ซือกล่าวพรางยื่นบุตรให้กับผู้เป็แม่ ชิงอีที่รับบุตรของตนไป โอบกอดเ้าตัวน้อยด้วยความรัก รอยยิ้มที่ประดับไว้บนใบหน้าดูงดงามไม่น้อย
"เ้าคิดชื่อไว้แล้วหรือยัง"
"ข้าอยากให้นายหญิงเป็คนตั้งชื่อให้เขาเ้าค่ะ ท่านเป็ผู้ที่ช่วยชีวิตพวกเราสองแม่ลูกเอาไว้ ข้าเชื่อว่าเมื่อเขาโตขึ้น เขาจะต้องดีใจมากแน่ที่รู้ว่าท่านเป็คนตั้งชื่อให้เขา"
"อืม...เอาเป็หนิงหลงเป็อย่างไร"
"มังการแห่งสันติภาพหรือเ้าคะ ข้าว่าเหมาะกับเ้าตัวน้อยไม่น้อยเลย ชอบหรือไม่หื้ม"
ทันทีที่ชิงอีเอ่ยถาม เสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังออกมาจากปากเล็ก ๆ ของเ้าตัวน้อย คล้ายกับว่ามันเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาพูด
สตรีทั้งสองคนหันมามองหน้ากันก่อนที่จะหัวเราะออกมา ก่อนที่ในเวลาต่อมาชิงอวี่จะหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย โดยมีเนี่ยลู่ซือที่คอยดูแลสองแม่ลูกอยู่ไม่ห่าง
เวลาในมิติล่วงเลยไปกว่าสามวันแล้ว ซึ่งหากนับเวลาจากโลกภายนอกก็เท่ากับหนึ่งวันเต็ม ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกเขาจะเป็ห่วงที่นางหายตัวเพียงใด
หลังจากที่หลับไปหนึ่งวันเต็ม ชิงอีที่ตื่นขึ้นมาก็กลับมาแข็งแรงดีเช่นเดิมแล้ว นางมองผู้เป็นายที่มีสีหน้าครุ่นคิดก่อนที่จะเอ่ยบางสิ่งออกมา
"นายหญิงกลับไปหาพวกเขาก่อนก็ได้เ้าค่ะ ป่านนี้คงเป็ห่วงท่านแย่แล้ว ข้าแข็งแรงดีอีกทั้งเ้าตัวน้อยก็เลี้ยงง่ายย่อมไม่เกิดปัญหาใดขึ้นแน่ นายหญิงโปรดวางใจ"
"หากว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเล่า"
"นายหญิงข้าเป็สัตว์อสูรในพันธะสัญญาของท่านนะเ้าคะ"
แม้จะเป็เพียงคำกล่าวสั้น ๆ แต่นางก็เข้าใจความหมายที่ชิงอีจะกล่าวได้ในทันที การที่ชิงอีเอ่ยย้ำว่าตนเป็สัตว์อสูรในพันธะสัญญาของนางก็เพราะ้าบอกกับนางว่า นางและชิงอีมีจิตที่เชื่อมถึงกัน อีกทั้งที่แห่งนี้ยังเป็มิติของนาง หากว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นจริง นางย่อมรับรู้และเข้ามาที่นี่ได้ในทันที
"เช่นนั้นข้าจะออกไปก่อน เมื่อจัดการทุกอย่างด้านนอกเสร็จแล้วข้าจะรีบกลับมา"
"ท่านพี่!!"
"คุณหนู!!"
ทันทีที่เนี่ยลู่ซือออกมาจากมิติ นางก็ได้พบกับเนี่ยเฉิงและแม่นมหลี่ที่เฝ้ารอการกลับมาของนางอยู่ภายในห้องแล้ว คนทั้งสองเอ่ยเรียกนางด้วยน้ำเสียงดีใจปนใเล็กน้อย
คล้ายกับรู้ว่าต้องมีเื่ยุ่งยากตามมาเป็แน่หากนางเลือกที่จะโกหกคนทั้งสองออกไป เนี่ยลู่ซือจึงได้เอ่ยความจริงที่เกิดขึ้น แม้จะจริงเพียงแค่หกส่วนก็ตาม
"หมายความว่าที่ท่านพี่หายไปก็เป็เพราะต้องทำคลอดและอยู่ดูแลสัตว์อสูรในพันธะสํญญาของตนเช่นนั้นหรือขอรับ "
"เป็จริงตามนั้น"
"นมไม่เคยเห็นสัตว์อสูรคลอดลูกมาก่อนเลยเ้าค่ะ "
"ไม่แปลกหรอกเ้าคะ ข้าเองก็เพิ่งเคยเห็นเช่นกัน"
"ข้าอยากเจอกับพวกเขาจังเลยขอรับท่านพี่ "
"อืม...เอาไว้างและบุตรกลับมาแข็งแรงเมื่อใด พี่จะพามาพบเ้าก็แล้วกัน แต่ข้าขออะไรสักอยากได้หรือไม่ นอกจากเราสามคนห้ามเอ่ยเอ่ยเื่นี้กับผู้ใดเด็ดขาดนะเ้าคะ "ทั้งสองคนรีบปิดปากของตนและพยักหน้ารัว ๆ ในทันที
หลังจากวันที่เนี่ยลู่ซือกลับมาจากทำคลอดให้ชิงอีทุกอย่างก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ จนในที่สุดวันที่พวกเขารอคอยก็มาถึง
"ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือ"
เนี่ยลู่ซือเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ หลังจากที่นายหน้าค้าที่ดินเดินทางมาบอกข่าวดีกับนางถึงเหลาอาหาร
"เป็เช่นนั้นขอรับ เหลือเพียงให้ท่านไปตรวจสอบความเรียบร้อยเท่านั้น "
นางพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางไปยังจวนและเหลาอาหารหลังใหม่กันในทันที
หลังจากที่ใช้เวลาตรวจสอบอยู่นาน ลู่ซือก็กลับมาด้วยใบหน้าที่แสดงออกถึงความพอใจ ทุกอย่างเป็อย่างที่นาง้า อีกทั้งยังดีกว่าที่คาดเอาไว้เสียอีก
"เช่นนั้นพวกเราจะย้ายมาเปิดร้านใหม่ที่นี่วันใดดีขอรับ"
เนี่ยเฉิงเอ่ยถามพี่สาวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นดีใจ จะไม่ให้เขาดีใจได้อย่างไรเล่า สถานที่ที่งดงามราวกับ์เช่นนี้ใช่ว่าจะหาดูได้ง่าย ๆ อีกทั้งยิ่งได้รู้ว่าต่อไปที่แห่งนี้จะเป็จวนและเหลาอาหารแห่งใหม่ของพวกตน เนี่ยเฉิงยิ่งฆยุดความตื่นเต้นนี้เอาไว้ไม่อยู่
"อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันที่ครบกำหนดเช่าและวันที่ร้านปิดพอดี เมื่อถึงวันนั้นเราจะมาเตรียมเปิดร้าน ณ ที่แห่งนี้กัน "
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันสุดท้ายสำหรับการเปิดเหลาอาหารในตัวเมืองเหลียนได้มาถึงแล้ว
"จริงหรือที่ท่านจะปิดเหลาแห่งนี้"
ท่านเ้าเมืองเหลียนเอ่ยถามขึ้น นับั้แ่ที่มาทานอาหารในครั้งนั้น พวกเขาก็ได้แวะเวียนมาทานอาหารที่ร้านของนางอยู่บ่อยครั้ง
"เป็เื่จริงเ้าค่ะ แต่การปิดในครั้งนี้ไม่ใช่การปิดถาวร แต่เป็เพราะเหลาอาหารของข้าสร้างเสร็จเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ท่านเ้าเมืองคงเคยเห็นการก่อสร้างที่พื้นที่ร้างขนาดใหญ่ ไม่ไกลจากกำแพงเมืองกันมาบ้าง สถานที่ตรงนั้นที่ที่ตั้งของเหลาอาหารพฤกษา์แห่งใหม่ อีกทั้งร้านจะเปิดในอีกสามวันข้างหน้า หากทุกท่านไม่ได้ติดธุระอันใด ข้าขอเชิญทุกท่านเลยนะเ้าคะ"
งานเปิดเหลาอาหารถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ทุกพื้นที่ถูกประดับตกแต่งด้วยสิ่งของมีค่ามากมาย เหล่าผู้คนนับร้อยที่เดินทางมาจากเมืองเหลียนและเมืองใกล้เคียงต่างใกับความอลังการนี้
"ข้ามาถูกที่แล้วใช่หรือไม่ เหตุใดสถานที่นี้จึงได้งดงามนัก"
"ไม่ใช่แค่เ้าที่สงสัย ข้าเองก็ไม่ต่างกัน เ้าดูตลอดทางเดินนั่นสิ ปะการังพวกนั้นแม้แต่ในวังกลวงก็คงไม่กล้านำออกมาประดับทางเดินเช่นนี้"
"ไข่มุกราตรีเม็ดใหญ่เสียยิ่งกว่าหัวของข้าเองก็เช่นกัน เถ้าแก่เนี้ยของเหลาอาหารแห่งนี้เป็ผู้ใดกันแน่ เหตุใดจึงได้ร่ำรวยนัก "
เสียงของเหล่าผู้คนดังขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย และแทบจะไม่มีผู้ใดเลยที่เดินผ่านไปแล้วไม่พูดถึงสิ่งที่นางนำมาประดับเอาไว้
ที่จริงแล้วนอกจากตามทางเดิน นางยังได้นำสมบัติเหล่านี้ไปวางในอีกหลาย ๆ จุด แต่นั่นไม่ใช่เพราะนาง้าโอ้อวด แต่เป็เพราะสิ่งเหล่านี้มีปราณธรรมชาติอยู่มาก อีกทั้งหากนำมาวางด้วยกันยังช่วยหนุนนำ ทำให้ปราณธรรมชาติเหล่านี้มีแต่เพิ่มไม่มีลด
ซึ่งตรงกับความ้าของนางที่จะช่วยให้เหล่าผู้ที่มาทานอาหารที่เหลาอาหารแห่งนี้กลายเป็ผู้ฝึกตน เป็จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่ง
"ใกล้ถึงเวลาเปิดร้านแล้วเ้าค่ะนายหญิง"
เนี่ยลู่ซือพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่ตัวนางจะเดินไปยังด้านหน้าของเหลาอาหารเพื่อกล่าวเปิดงาน
"ข้าขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมเป็สักขีพยานในการเปิดร้านของข้าในครั้งนี้เ้าค่ะ เหลาอาหารแห่งนี้เป็ความตั้งใจของข้า ที่อยากจะมอบสิ่งดี ๆ ให้กะบทุกคน สถานที่แห่งนี้นอกจากที่ทุกท่านจะเข้ามาทานอาหารกันได้แล้ว ข้ายังมีสถานที่ให้เหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายได้ฝึกฝน และดูดซับพลังปราณกันอีกด้วย
แม้ว่าในตอนนี้เมืองเหลียนของพวกเราจะยังมีจอมยุทธ์ไม่มากนัก แต่ในภายภาคหน้าข้ามั่นใจว่าเมืองของเราต้องมีจอมยุทธ์เพิ่มขึ้นมาไม่มากก็น้อย
และสุดท้ายนี้เหลาอาหารพฤกษา์ ได้มีของชำร่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ มามอบให้กับทุกท่านที่มาในวันนี้ "
เมื่อเนี่ยลู่ซือกล่าวจบ ก็ได้มีคนเดินถือกล่องไม้เนื้อดีมากกว่าร้อยกล่อง แจกจ่ายให้แก่ผู้ที่ผู้ที่มาร่วมงาน
แม้จะมีกล่องไม้ปิดอยู่แต่แทบทุกคนก็สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในได้แทบจะทันที
"กลิ่นคล้ายกับที่ข้าได้กลิ่นจากอาหารเลยไม่ใช่หรือ"
"เ้าพูดถึงอาหารอันใดกัน กลิ่นนี้เป็กลิ่นของโสมชั้นดี อีกทั้งโสมที่มีกลิ่นหอมเช่นนี้ อย่างต่ำก็มีอายุห้าสิบปีเข้าไปแล้ว"
"!!!"
ทันทีที่ได้ยินคำกล่าวนั้นออกมาจากเ้าของร้านขายสมุนไพร พวกเขาก็มีอาการใในทันที สีหน้าที่ราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แลดูน่าขบขันอยู่ไม่น้อย
" ท่านพูดเช่นนี้ทุกคนก็รู้หมดเลยสิเ้าคะ เมื่อเป็เช่นนั้นแล้ว ข้าอยากจะให้ทุกท่านเปิดกล่องไม้ออกมาเ้าค่ะ ทุกท่านคงจะเห็นแล้วว่านอกจากโสมคนอายุห้าสิบปี ยังมีขวดกระเบื้องที่วางอยู่ข้างกัน
สิ่งที่อยู่ภายในคือโอสถที่ข้าปรุงเอง ชื่อของมันคือ โอสถทะลวงปราณ โอสถชนิดนี้มีสรรพคุณในการชำระร่างกายให่เหมาะแก่การดูดซับพลังปราณ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็การเริ่มต้นการเป็จอมยุทธ์
แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายเพียงนั้น ท่านจะต้องทนรับกับความเ็ปที่ได้รับ และเมื่อท่านผ่านมันมาได้ ท่านจะรับรู้ได้ในทันทีว่ามันคุ้มค่ากับความเ็ปที่ได้รับ
แต่เพราะว่าท่านลูกค้าหลายท่านมีอายุที่มากแล้ว จึงอาจจะไม่เหมาะกับโอสถชนิดนี้ ท่านสามารถนำโอสถชนิดนี้มาแลกเปลี่ยนกับโอสถบำรุงร่างกายทางด้ายหลังได้ หรือหากจะเก็บไว้ให้บุตรและหลานของพวกท่านก็ได้เช่นกัน"
เป็เพราะสิ่งที่เนี่ยลู่ซือแจกจ่ายออกไปนั้นเกิดกว่าจิตสำนึกของคนในยุคนี้มาก พวกเขาจึงแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน มือไม้ที่ถือกล่องเริ่มสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นดีใจ บางคนถึงขั้นกอดกล่องไม้ไว้แน่นราวกับกลัวว่ามันจะลอยหายไป
"เถ้าแก่เนี้ย...สิ่งที่ท่านกล่าวเป็ความจริงหรือ"
เป็ท่านเ้าเมืองที่เอ่ยถามขึ้นมา เขามองกล่องไม้ของตนพรางมองไปยัง สตรีตรงหน้าด้วยความสับสน
"เป็เื่จริงทุกประการเ้าค่ะ"
"สิ่งนี้อาจนำความยากลำบากมาสู่ท่านในภายภาคหน้า ท่านไม่กลัวบ้างหรือ"
เ้าเมืองเหลียนเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง การมีอยู่ของโอสถที่แสนวิเศษเช่นนี้ หากหลุดรอดออกไปภายนอก จะต้องเกิดความวุ่นวานเป็แน่ อีกทั้งหากคนพวกนั้นรู้เข้า ย่อมเกิดความโลภที่จะแย่งชิงมาแน่ เมื่อถึงเวลานั้นต่อให้พวกเขาใช้กำลังทั้งหมดปกป้องนาง ก็คงำม่อาจต่อกรได้
"ถามว่ากลัวหรือไม่ ข้าย่อมกลัวเ้าค่ะ แต่ความรู้สึกที่ข้าอยากตอบแทนพวกท่านนั้นมีมากกว่า และข้าก็มั่นใจว่าทุกท่านในที่นี้คงไม่นำเื่โอสถนี้ไปบอกกับคนภายนอกแน่ "
"เ้าคิดน้อยเกินไปแล้ว"
เ้าเมืองเหลียนกล่าวพรางส่ายศรีษะจากจนใจ เช่นไรเื่ก็เกิดขึ้นแล้ว แก้ไขตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
หลังจากเกิดความวุ่นวายเล็กน้อยหลังจากสิ้นสุดการแจกของชำร่วย ก็ถึงเวลาเปิดร้านอย่างเป็ทางการเสียที ป้ายไม้เนื้อดีถูกสลักชื่อเหลาอาหารเอาไว้อย่างงดงาม เสียงกล่าวยินดีดังขึ้นอย่างล้นหลาม
และหลังจากงานเปิดเหลาอาหารพฤกษา์สิ้นสุดลง ชื่อเสียงของร้านก็เพิ่มขึ้นในทันที แต่ไม่ใช่เพราะรสชาติอาหารเท่านั้น แต่เป็เื่ความร่ำรวยของเ้าของเหลาอาหาร ที่มอบโสมคนอายุกว่าห้าสิบปีให้แก่ผู้มาร่วมงานนับร้อยคน ทำเอาผู้ที่ไม่ได้ไปร่วมงาน บ่นเสียดายกันไม่หยุด
*****