คืนหนึ่งที่หมู่บ้านภูตจิ๋วเงียบเป็พิเศษ
ลมพัดเบา ๆจนใบไม้กระซิบหากันอย่างอ่อนโยน
แสงจากกังหันน้ำค้าง และสะพานฝันส่องเรืองรองราวกับดวงดาวตกลงมาอยู่ใต้รากไม้ใหญ่
นัคนั่งอยู่หน้าโรงประดิษฐ์
ข้างๆ เขา มี ลิลู กับ โบนั่งพิงกันอย่างอบอุ่น
ในมือของทั้งสามคือถ้วยน้ำค้างอุ่น ๆที่ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ
“พวกเ้ารู้ไหม”นัคพูดเบา ๆ
“วันหนึ่ง ครูอาจจะไม่ได้อยู่ตรงนี้อีกแล้ว”
ลิลูเงยหน้าขึ้นทันที
โบกำมือแน่นเล็กน้อย
นัคยิ้มและวางเครื่องมือชิ้นเล็กลงบนโต๊ะ
มันคือ กุญแจใบไม้ ที่ทำจากเฟืองเก่าและความทรงจำ
“แต่หมู่บ้านนี้จะไม่ขาดแสงถ้าพวกเ้ายังจำได้ว่า
การประดิษฐ์เริ่มจากการฟัง และจบลงด้วยความเมตตา”
ลิลูยิ้มทั้งน้ำตา
โบพยักหน้า แล้วเอาหูแนบกับโต๊ะไม้
“ผมได้ยินเสียงหมู่บ้านกำลังยิ้มอยู่ครับ”
คืนนั้นทั้งสามแขวนกุญแจใบไม้ไว้หน้าประตูโรงประดิษฐ์
เมื่อใครผ่านไปมาแสงอุ่นจะสั่นไหวเล็กน้อย
ราวกับบอกว่า
ที่นี่ยังมีคนคอยดูแล
เมื่อถึงเวลานอน
นัคปิดไฟดวงสุดท้าย
ลิลูกับโบหลับไปก่อน พร้อมรอยยิ้มบางๆ
นัคมองหมู่บ้านภูตจิ๋วเป็ครั้งสุดท้ายในคืนนั้น
บ้านเล็ก ๆ สว่างไสว
ลำธารไหลเอื่อย
และความฝันลอยอยู่เต็มอากาศ
เขากระซิบกับดาว
“ขอให้ทุกคนตื่นขึ้นมาอย่างอบอุ่น”
ใต้รากไม้ใหญ่
หมู่บ้านภูตจิ๋วหลับใหล
พร้อมแสง ความฝัน
และหัวใจที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น