อีกสองวันจ้าวหงเหมยก็จะหยุดการอยู่เดือนอย่างเป็นทางการแล้วช่วงเวลานี้มีประธานสมาคมสตรีประจำหมู่บ้านมาเยือน คงไม่ได้แค่มาเดินเล่นแน่ๆ
ในเมื่อลูกสาวออกปากถามจ้าวหงเหมยก็ไม่ได้ปิดบัง “ป้าซิ่วหลันมาเตือนแม่ว่าพอหยุดอยู่เดือนแล้วให้ไปใส่ห่วงอนามัยซะแกบอกว่าถ้าแม่ใส่ห่วงแล้ว ทะเบียนบ้านของยายาก็จะเรียบร้อยหมู่บ้านก็จะแบ่งที่ดินให้พวกเราเพิ่มด้วย”
ตามนโยบายปัจจุบันหากทะเบียนบ้านของยายาเรียบร้อยดีแล้ว หมู่บ้านก็จะจัดสรรที่ดินเพิ่มให้ราวๆหนึ่งหมู่กว่า
หากเด็กเกิดมาแล้วไม่มีทะเบียนบ้านหมู่บ้านก็จะไม่มีการจัดสรรที่ดินให้
ค่าปรับของยายาจ่ายไปนานแล้วทะเบียนบ้านก็เรียบร้อยแล้วที่หมู่บ้านกั๊กที่ดินไว้ก็เพื่อกระตุ้นให้จ้าวหงเหมยไปใส่ห่วงอนามัยตามกำหนดเท่านั้น
หูหลันเยวี่ยดูออกว่าจริงๆแล้วแม่ไม่อยากไปใส่ห่วง เพราะใจยังไม่หมดหวังกับการมีลูกชาย
“แม่คะ ในเมื่อหมู่บ้านให้แม่ไปใส่ห่วง เราก็ให้ความร่วมมือแต่โดยดีเถอะค่ะ”หูหลันเยวี่ยจ้องตาจ้าวหงเหมยแล้วพูดขึ้น “ถ้าตอนนี้ไปใส่ห่วงแล้วอีกไม่นานก็จะได้ที่ดินของยายา เราก็ไม่ต้องเสียฤกษ์ปลูกข้าวสาลีด้วยการใส่ห่วงต้องไปที่โรงพยาบาลประจำอำเภอใช่ไหมคะ? เดี๋ยวหนูขี่จักรยานไปเป็นเพื่อนแม่เองค่ะ”
จ้าวหงเหมย“แม่รู้ว่าควรให้ความร่วมมือกับนโยบายแต่แม่ก็ยังอยากมีน้องชายให้พวกลูกนะ ปีนี้แม่ก็สามสิบแปดแล้ว มัวชักช้าอยู่ไม่ได้”
จ้าวหงเหมยคิดว่าพวกเขาจ่ายค่าปรับของยายาไปแล้วทะเบียนบ้านก็เรียบร้อยแล้ว ยังไงหมู่บ้านก็ต้องจัดสรรที่ดินให้เพิ่มอยู่ดี
เธอไม่อยากไปใส่ห่วงคิดว่ารออีกหน่อยค่อยหากินยาบำรุง เผื่อว่าจะท้องอีกเร็วๆ
พอได้ยินว่าแม่ยังยึดติดกับการมีลูกชายมากขนาดนี้หูหลันเยวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “แม่คะหนูรู้ว่าแม่อยากมีน้องชายให้พวกเรา แต่แม่ก็ต้องพักฟื้นสักปีครึ่งไม่ใช่เหรอคะ?หนูเคยได้ยินผู้ใหญ่ที่เป็นหมอบอกว่า ถ้าผู้หญิงคลอดลูกบ่อยๆจะทำให้เลือดลมไม่ดี เลือดลมมีความสำคัญต่อสุขภาพของคนเรานะแม่ ถ้าแม่เป็นอะไรไปพวกเรากับยายาจะทำยังไง?”
หูหลันเยวี่ยจำได้แม่นว่าในชาติที่แล้วหลังจากบ้านป้าใหญ่เอายายาไปเลี้ยง ผ่านไปสามสี่เดือนแม่ก็ท้องอีก
หลังจากนั้นพ่อแม่ก็หลบซ่อนตัวทำให้ที่ดินของบ้านถูกบ้านรองกับบ้านสามยึดไป
เพราะจ้าวหงเหมยอายุมากแล้วแถมยังท้องทั้งที่ไม่ได้บำรุงร่างกายให้ดีสุดท้ายก็ไม่สามารถรักษาน้องคนนั้นไว้ได้
ร่างกายของจ้าวหงเหมยจึงได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
หูหลันเยวี่ยรู้ว่าคงไม่สามารถโน้มน้าวให้พ่อแม่เลิกล้มความตั้งใจที่จะมีลูกชายได้ในเร็ววันงั้นก็ค่อยๆ กล่อมให้พวกท่านใส่ห่วงก่อนอย่างน้อยก็จะได้หลีกเลี่ยงไม่ให้แม่ท้องอีกหลังจากผ่านไปไม่กี่เดือนเหมือนชาติก่อน
คำพูดเมื่อกี้ของหูหลันเยวี่ยจ้าวหงเหมยก็ยังพอฟังเข้าหูบ้าง “งั้นแม่จะเชื่อลูกใส่ห่วงก่อนสักปีครึ่ง แล้วค่อยไปแอบเอาห่วงออก”
ขณะที่สองแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่หูฉางหมินที่อยู่ข้างนอกก็เดินเข้ามาพอดี
หลังจากได้นั่งพักสักหน่อยหูฉางหมินก็พูดขึ้น “ผมจับหมูตัวผู้กับหมูตัวเมียมาคิดไว้ว่าหลังจากหมูตัวเมียโตขึ้นค่อยให้มันผสมพันธุ์ หงเหมย คุณว่าดีไหม?”
จ้าวหงเหมยรีบตอบรับอย่างอ่อนโยน“ทำไมจะไม่ดีล่ะ เราไม่มีประสบการณ์เลี้ยงหมูตัวเมียเดี๋ยวแม่ค่อยไปถามป้าคนรองของลูกเยอะๆ”
พริบตาเดียวจ้าวหงเหมยก็ไม่ต้องอยู่เดือนแล้ว
ตลอดช่วงเวลาอยู่เดือนห้ามอาบน้ำสระผม ดังนั้นพอครบกำหนดจำนวนวันจ้าวหงเหมยก็ชำระล้างร่างกายตัวเองอย่างดี
ตามแผนที่วางไว้วันที่สองหลังจากที่จ้าวหงเหมยครบกำหนดอยู่เดือนหูฉางหมินจะพาเธอไปใส่ห่วงที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ
หลินซือหย่วนออกเดินทางไกลตอนนี้ทุกเช้าเวลาตีสามตีสี่ หูฉางหมินก็จะตื่นมาช่วยเอาเต้าหูไปส่งแทน
หูฉางหมินต้องขี่จักรยานที่หลินซือหย่วนฝากไว้ที่บ้านหลินจินหู่ไปส่งเต้าหู้ที่ตัวอำเภอและคราวนี้เขาพาจ้าวหงเหมยไปใส่ห่วงด้วยจึงไปที่บ้านหลินจินหู่เพื่อจูงจักรยานมาขี่
สองสามีภรรยามาถึงอำเภออย่างรวดเร็วแล้วก็มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล
เมื่อออกจากโรงพยาบาลหลังจากใส่ห่วงเสร็จแล้วหูฉางหมินก็พาจ้าวหงเหมยไปที่ร้านอาหารชื่อ อี๋ผิ่นเซียนที่หลินซือหย่วนร่วมหุ้นกับอา
ในอำเภอมีร้านอาหารเล็กใหญ่อยู่ไม่น้อยแต่อี๋ผิ่นเซียนเป็นร้านที่ขายดีที่สุด
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ?” จ้าวหงเหมยถามด้วยความสงสัย
หูฉางหมินตอบอย่างจริงจัง“ก็ต้องสั่งอาหารอร่อยๆ สักหน่อยเพื่อเป็นการตอบแทนเมียดีที่นอกจากจะทนลำบากกับฉันแล้ว ยังไม่ได้เสวยสุขอะไรเลย”
จ้าวหงเหมยมองค้อนสามีแล้วก็พูดอย่างขุ่นเคือง “คนทึ่มอย่างคุณจะรู้จักเอาใจใส่คนอื่นได้ยังไงเยวี่ยเยวี่ยเป็นคนสอนให้คุณพูดกับทำแบบนี้แน่ๆ”
“ไม่นึกเลยว่าจะถูกคุณจับได้” หูฉางหมินทำหน้าเจื่อนๆ“หงเหมย ความลำบากกับความน้อยใจของคุณ ผมรู้ดีแต่แค่ไม่รู้จะแสดงออกยังไง”
จ้าวหงเหมยจ้องตาของสามีอย่างอบอุ่น“ผัวเมียแก่ๆ กันแล้ว จะอะไรกันนักหนาเข้าไปสั่งอาหารกลับไปให้เยวี่ยเยวี่ยกับถิงถิงกินด้วยก็แล้วกัน ขอแค่ลูกๆ สบายฉันก็ไม่เป็นไรทั้งนั้น”
หูฉางหมินพยักหน้า
พอเจ้าของร้านอาหารเห็นว่าคนที่เข้ามาเป็นหูฉางหมินก็ยิ้มแย้มต้อนรับ “พี่ฉางหมินทางนี้พี่สะใภ้ใช่ไหมครับ”
หูฉางหมินยิ้มแย้มพร้อมกับรีบแนะนำภรรยากับเจ้าของร้านอาหาร
“หงเหมย นี่คืออาของซือหย่วน พี่หวงกั๋วอัน”
“พี่หวง นี่คือภรรยาของฉัน จ้าวหงเหมย”
หวงกั๋วอันยิ้มแล้วพยักหน้าให้จ้าวหงเหมย“พี่ฉางหมินนี่มีบุญจริงๆ ได้สะใภ้สวยขนาดนี้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีลูกสาวน่ารักขนาดนั้น ที่แท้ก็สวยเหมือนแม่นี่เอง”
สมแล้วที่เป็นพ่อค้าที่เปิดร้านต้อนรับลูกค้าหวงกั๋วอันเปิดปากมาก็ชมทั้งครอบครัวของหูฉางหมินเสียยกใหญ่
จ้าวหงเหมยยิ้มให้หวงกั๋วอันอย่างเก้อเขิน“พี่หวงชมเกินไปแล้ว”
หลังจากทักทายกันพอสมควรสองสามีภรรยาหูฉางหมินก็เดินเข้าไปในร้านอาหาร
เจ้าของร้านอาหารน้ำใจงามเกินปฏิเสธสองสามีภรรยาหูฉางหมินจึงกินอาหารที่ร้านแล้วค่อยกลับบ้านและห่ออาหารที่กินไม่หมดกลับไปด้วย
ตอนจ่ายเงินหวงกั๋วอันไม่ยอมรับเงินท่าเดียว แต่หูฉางหมินเป็นคนที่ไม่ชอบเอาเปรียบใครหลังจากผลักไสกันไปมา หวงกั๋วอันก็ยอมรับเงินในราคาครึ่งเดียว
หวงกั๋วอันส่งห่อผ้าเล็กๆให้หูฉางหมิน “รบกวนพี่ฉางหมินเอาของกินพวกนี้ไปให้ป้าของผมหน่อยนะครับซือหย่วนไม่อยู่บ้าน ต้องรบกวนพวกคุณช่วยดูแลกันไปก่อน”
ป้าที่เขาพูดถึงก็คือย่าหลิน
หูฉางหมินรีบรับห่อผ้ามา“พี่หวงวางใจได้เลย พวกเราจะช่วยดูแลคุณป้าให้ดีเอง”
พอกลับถึงบ้านป้อนนมยายาเสร็จ จ้าวหงเหมยก็เอาห่อผ้าไปให้ย่าหลินด้วยตัวเอง
ย่าหลินกำลังซ่อมแซมกระด้งที่ผุพังพอเห็นจ้าวหงเหมยมาก็รีบวางงานในมือลง “หงเหมยเอ๊ยมาเยี่ยมกันไม่เห็นต้องเอาของมาด้วย”
จ้าวหงเหมยรีบพูดว่า“ป้าคะ หนู กับพ่อของเยวี่ยเยวี่ยเพิ่งกลับมาจากอำเภอนี่เป็นของที่พี่หวงกั๋วอันฝากเอามาให้น่ะค่ะ”
“เด็กคนนี้ก็จริงๆ เลย ฉันไม่ได้ขาดอะไรสักหน่อย จะเอามาทำไมกัน” พลางพูดพลางรับห่อจากมือของจ้าวหงเหมย “หงเหมยถ้าเธอไม่ยุ่งก็เข้าไปนั่งในบ้านกับฉันไหม เราสองคนจะได้คุยกันหน่อย”
จ้าวหงเหมยตอบ“ป้าคะ หนูไม่ยุ่งเลยค่ะ”
พอเข้าไปในห้องโถงย่าหลินก็ชงน้ำตาลแดงให้จ้าวหงเหมยหนึ่งชาม “หงเหมยดูจากสีหน้าของเธอแล้วรู้เลยว่าอยู่เดือนราบรื่นดี”
จ้าวหงเหมยจิบน้ำผสมน้ำตาลแดงไปหนึ่งคำแล้วค่อยยิ้มอย่างอบอุ่น “ต้องขอบคุณเยวี่ยเยวี่ยนะคะช่วงที่อยู่เดือนนี้ นอกจากจะไม่ค่อยได้ทำงานแล้วยังได้กินอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยกินตอนอยู่เดือนครั้งก่อนด้วยค่ะ”