การทดสอบพร์ของเด็กรุ่นใหม่มันไม่ต่างอะไรไปจากงานประจำปีของทวีปดารา์ไปแล้ว มีโรงเรียนจอมเวทชั้นหัวแถวมากมายมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อที่จะค้นหาเด็กผู้มีพร์เข้ามาในโรงเรียนของตนงานคัดเลือกในครั้งนี้ถูกจัดที่เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ เมืองแห่งนี้มีความแข็งแกร่งระดับต้นๆของทวีปที่อยู่ในความดูแลของ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เรียกขารตัวเองว่าผู้แทนของพระผู้เป็เ้าเป็กองกำลังที่แข็งแกร่งนี้นั้นวางตัวเป็กลางไม่เข้าข้างฝ่ายใดทั้งสิ้น สภาพบ้านเมืองของที่นี่นั้นเต็มไปด้วยผืนคอนกรีตมีอารยธรรมที่ทันสมัยเป็อย่างมาก มีเรือเหาะลอยเหนือฟากฟ้าอยู่เต็มไปหมดพร้อมทั้งบอลลูนหลากสีเพื่อเตรียมเอาไว้ต้อนรับเหล่าแขกผู้มาเยือนจากแดนไกลเพื่อให้เที่ยวชมสถานที่แห่งนี้อย่างเต็มที่
ทางด้านของหมู่บ้านพยัคฆ์ขาวนั้นเป็หมู่บ้านยากไร้และห่างไกลความเจริญสามารถเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ด้วยขบวนรถม้าก็นับว่าดูดีมากแล้ว บางหมู่บ้านนั้นพาเด็กๆเดินทางมาสมัครสอบด้วยการเดินเท้ามาใช้เวลานานนับอาทิตย์กว่าจะเดินทางมาถึงที่เมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ส่วนผู้ที่เป็ลูกหลานของเหล่าขุนนางที่มั่งคั่งนั้นพวกเขาล้วนพาบุตรหลานเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ด้วยเรือเหาะ ราคาของมันนั้นสูงล้ำเสียจนหน้าใสำหรับชาวบ้านธรรมดาที่จะมีโอกาสได้นั่งมันนั้นคงเป็เพียงแค่ความฝันเท่านั้น
เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ ในเวลานี้นั้นไม่ต่างอะไรไปจากสถานที่ชี้ชะตาอนาคตของรุ่นเยาว์ทั้งหลาย ไม่ว่าคนผู้นั้นจะมาจากชาติตระกูลที่สูงส่งเพียงไรอนาคตและความฝันของเขาก็ล้วนรวมอยู่ที่นี่ไม่ต่างอะไรไปจากลูกหลานสามัญชนธรรมดาคนนึง
หลังจากเดินทางมาถึงผู้ใหญ่บ้านจึงพาเด็กๆไปลงทะเบียนในทันทีเพื่อที่จะได้รับการคัดเลือกในการทดสอบ คิวที่พวกเขาได้นั้นมันยาวเสียจนหน้าใเด็กหมู่บ้านพยัคฆ์ขาวได้คิวที่ 800 กว่า ต้องใช้เวลาอยู่นานไม่น้อยเลยกว่าจะถึงคิวของพวกตน
ในสถานที่การทดสอบนั้นเป็ห้องโถงขนาดใหญ่มีเด็กรุ่นเยาว์ต่อแถวเข้าคิวเป็จำนวนมากเพื่อที่จะเข้ารับการทดสอบ โดยที่เด็กรุ่นเยาว์จะต้องเข้ารับการทดสอบไปทีละคน ส่วนอาจารย์ผู้ที่มากไปด้วยความสามารถของแต่ล่ะโรงเรียนนั้นพวกเขาต่างก็นั่งประจำที่ของตนเมื่อเด็กผ่านการทดสอบแล้วผู้คุมจะกล่าวถามอาจารย์แต่ละโรงเรียนว่าสนใจในตัวเด็กผู้นี้หรือไม่หากพวกเขาสนใจก็จะทำการยกมือขึ้นเพื่อกล่าวเชิญชวนเด็กรุ่นเยาว์หากไม่มีอาจารย์จากโรงเรียนไหนเลยยกมือขึ้นแสดงว่าเด็กผู้นั้นหมดโอกาสที่จะได้เข้าโรงเรียนจอมเวทแล้วการรับสมัครเข้าเรียนโรงเรียนจอมเวทนั้นจะจัดเพียงแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นในแต่ล่ะปี
โรงเรียนที่จะมาตามหาลูกศิษย์ของตนนั้นมีเกือบร้อยกว่าโรงเรียนแต่โรงเรียนชั้นหัวแถวของทวีปนั้นมีอยู่เพียงแค่ 5 โรงเรียนเท่านั้น โดยได้รับการยอมรับจากบุคลทั่วไปทั้งในและต่างทวีปผู้ที่สามารถจบจากโรงเรียนเหล่านี้ได้นั้นล้วนแล้วแต่เป็ยอดคนที่มีพลังฝีมือที่เก่งกาจและมีชื่อเสียงสะท้านแผ่นดินไปทั่ว
1.โรงเรียนดารา์ อดีตโรงเรียนที่เก่งกาจที่สุดของทวีป ในปัจจุบันนั้นลำดับความแข็งแกร่งลดน้อยลงอย่างหน้าใว่ากันว่าในยุคนี้อยู่เพียงลำดับที่ 5 เท่านั้น
2.โรงเรียนัอัสนี ปัจจุบันนี้นั้นถือว่าเป็โรงเรียนที่มีความเข้มแข็งมากที่สุดของทวีป ไร้ผู้ต่อกรไร้ผู้ต่อต้านไม่มีใครกังขาในความรู้ความสามารถของพวกมัน
3.โรงเรียนธิดาศักดิ์สิทธิ์ รับแต่ลูกศิษย์ที่เป็หญิงล้วนแต่ก็ต้องเป็ผู้มากไปด้วยพร์อย่างถึงที่สุดนับว่าเป็โรงเรียนที่เข้ายากที่สุดของทวีปแห่งนี้แล้วด้วยกฏเกณฑ์ที่เข้มงวดรับแต่ผู้หญิง
4.โรงเรียนเทพกระบี่ เป็ผู้สร้างสุดยอดฝีมือทางด้านกระบี่มาหลายยุคหลายสมัยสมกับชื่อโรงเรียน
5.โรงเรียนเมฆา มีความสามารถในการสั่งสอนศิษย์ที่ไม่ธรรมดาความสามารถนั้นแทบจะไม่ด้อยไปกว่าโรงเรียนอื่นๆที่กล่าวมาข้างต้นนี้เลย
ขั้นตอนการทดสอบพร์ของเหล่าเด็กรุ่นเยาว์นั้นจะใช้ผลึกอุกกาบาตที่ตกมาจากฟากฟ้ามันเป็ผลึกที่สามารถส่องแสงเป็ดวงดาวได้ยิ่งพร์มากเท่าใดพร์ก็ยิ่งมากเท่านั้น
“เอาล่ะเ้าหนุ่มเ้าจงเอามือวางไปบนเ้าสิ่งนี้ข้าจะทำการตรวจสอบพร์ของเ้า” ผู้คุมการทดสอบนั้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดเด็กรุ่นเยาว์ผู้นี้ค่อยๆเอามือของตนวางอย่างช้าๆบนก้อนผนึกหลังจากนั้นไม่นานเกิดแสงสว่างจ้าวาปขึ้นมาอย่างช้าๆหลังจากนั้นไม่นานแสงสว่างนี้นั้นก็เงียบหายไป
“เห้อแค่ 1 ดาวเองเหรอ” ผู้คุมการทดสอบพูดออกมาด้วยความผิดหวังพร์ในระดับ 1 ดาวความก้าวหน้าของมันนั้นน้อยนิดเสียจนหน้าใไม่คุ้มค่าต่อการสั่งสอนต่อให้ตัวของมันฝึกฝนไปทั้งชีวิตก็ยากที่จะก้าวหน้าแต่ถึงจะเป็อย่างงั้นตัวของรุ่นเยาว์ผู้นี้ก็ยังพอมีโอกาสอยู่บ้างหากว่าตนนั้นมีธาตุที่หายาก
“ต่อไปข้าจะทำการทดสอบธาตุของเ้า” ผู้คุมการทดสอบทำการกรีดเืของรุ่นเยาว์แล้วหยดบนอุปกรณ์พลังเวทเพื่อเป็การระบุธาตุของผู้เข้าการทดสอบนั้นๆ เวลาผ่านไปไม่นานนักก็สามารถรับรู้แล้วว่าคนผู้นี้นั้นมีความสามารถทางธาตุอะไรบ้าง
“เ้ามีธาตุน้ำ” หลังจากนั้นก็ให้รุ่นเยาว์ยืนรออยู่บนพื้นที่ทำการทดสอบอยู่ชั่วครู่ว่ามีโรงเรียนไหนสนใจที่จะรับตัวเขาเข้ามาเป็ศิษย์หรือไม่ แต่ช่างเป็เื่ที่น่าเสียดายไม่มีโรงเรียนไหนอยากที่จะรับเขาเข้าไปเป็ศิษย์เลย
“เสียใจด้วยเ้าหนุ่มไม่มีโรงเรียนไหนเลยพร้อมที่จะต้อนรับเ้า”
“ขอรับท่านผู้าุโ” เด็กรุ่นเยาว์ผู้นี้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยพร้อมทั้งค่อยๆเดินจากไปจากสถานที่ทดสอบอย่างช้าๆ เด็กรุ่นเยาว์ที่มารวมตัวอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่ว่าใครต่างก็มีความฝันด้วยกันทั้งนั้น
“เอาล่ะคนต่อไปเริ่มการทดสอบได้”ในการทดสอบเพื่อค้นหาผู้มีพร์นั้นเป็ไปอย่างช้าๆ ผู้ที่มีพร์ระดับ 2 ดาวนั้นส่วนมากจะมีแต่โรงเรียนที่ไม่มีชื่อเสียงเท่านั้นที่จะยินดีต้อนรับส่วนผู้ที่มีระดับ 3 ดาวขึ้นไปล้วนแล้วแต่เข้าไปแต่โรงเรียนที่มีชื่อเสียงทั้งสิ้น
“ผู้มีพร์ระดับ 4 ดาว ธาตุสายฟ้า มีโรงเรียนไหนที่จะพร้อมรับเขาเข้าเรียนรึไม่” ระดับ 4 ดาวนี้นั้นถือว่าเป็ผู้ที่มีพร์อย่างยิ่งไม่ว่าใครก็อยากจะได้มาเข้าร่วมโรงเรียนของตน
พรึบ พรึบ พรึบ
อาจารย์ผู้มีชื่อเสียงจากโรงเรียนชั้นนำต่างพากันยกมือขึ้นอย่างพร้อมเพียงคาดหวังเป็อย่างยิ่งว่าเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นจะเข้าร่อมกับทางโรงเรียนของตนเห็นทีจะมีเพียงแต่โรงเรียนธิดาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่ไม่สนใจเ้าหนุ่มคนนี้ถึงจะเป็อย่างงั้นทางโรงเรียนก็แอบรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อยแต่ทางโรงเรียนมีกฏข้อห้ามสูงสุดจะไม่รับศิษย์ที่เป็ผู้ชายอย่างเด็ดขาด
“จงเข้าร่วมกับข้าเ้าหนุ่มโรงเรียนของข้าสามารถที่จะส่งเสริมเ้าเป็บุคคลที่แข็งแกร่งขึ้นได้ไม่ว่าเ้าจะเรียกร้องอะไรจากทางโรงเรียนหากมันไม่มากจนเกินไปพวกข้ายินดีที่จะมอบให้เ้าขอเพียงแค่เ้าเอ่ยปากออกมา” โรงเรียนชั้นหัวแถว 4 โรงเรียนที่เหลือต่างมอบสิ่งดีเย้ายวนใจมากมายเพื่อที่จะดึงเ้าหนุ่มคนนี้เข้าร่วมด้วยช่างต่างจากผู้ไร้พร์เสียเหลือเกินเพียงแค่หน้าก็ยังไม่อยากจะมองให้อุจาดลูกตา
“ข้าขอเลือกโรงเรียนัอัสนี” รุ่นเยาว์ผู้นี้กล่าวออกมาอย่างไม่ต้องคิดไม่ว่าใครก็อยากที่จะเข้าร่วมกับโรงเรียนที่แข็งแกร่งที่สุด การคัดเลือกนั้นผ่านไปอย่างช้าๆผู้ที่จะมีพร์อย่างแท้จริงนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
“เ้าได้ 1 ดาว ธาตุลม” ผู้ควบคุมกล่าวออกมาอย่างช้าๆด้วยความผิดหวัง
“ท่านอาจารย์ทั้งหลาย ได้โปรดเลือกข้าด้วย ได้โปรด การคัดเลือกในครั้งนี้มันสำคัญต่อชีวิตข้าและครอบครัวของข้ามาก หากท่านรับข้า ข้าจะตั้งใจฝึกฝนไม่เกียจคร้านขอได้โปรดพวกท่านให้โอกาสข้าด้วย” เด็กหนุ่มผู้ไร้พร์กล่าวขอร้องออกมาอย่างคนสิ้นหวังเพราะนี่คือความหวังทั้งชีวิตของตนที่อยากจะเป็จอมเวทแต่น่าเสียดายไม่มีโรงเรียนไหนที่จะยินดีรับเขาเป็ศิษย์เลยพวกมันกับรู้สึกขบขันกับท่าทางน่าสมเพชของเด็กหนุ่มคนนี้อย่างไม่ปิดบัง
“ไสหัวไปซ่ะเ้าขยะไร้ค่า อุจาดลูกตาที่สุด เป็ผู้ไม่มีพร์แท้ๆตัวเ้ากับเรียกร้องโน้นนี่นั่นอยู่ได้ ไสหัวไป” ตู๊มมมมมมม อาจารย์จากโรงเรียนัอัสนีกล่าววาจาด้วยท่าทางดูถูกถากถางถึงขีดสุด พร้อมทั้งใช้พลังเวทผักไสเ้าหนุ่มผู้นี้ไปไกลต่อหน้าสายตาผู้คนนับพันนับหมื่นการกระทำเช่นนี้ทั้งชีวิตของมันไม่สามารถที่จะสู้หน้าผู้คนไปได้อีกแล้วตัวของมันอาจจะต้องโดนคนดูถูกไปทั้งชีวิตจากฝีมือของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็อาจารย์โรงเรียนที่มีความแข็งแกร่งที่สุด หลินเทียนเห็นภาพตรงหน้าตัวของเขานั้นไม่รู้สึกชอบใจอย่างถึงที่สุดการดูถูกถากถางผู้คนนี้เช่นนี้นั้นมันไม่ใช่วิถีทางของเขาเลย
เ้าหนุ่มผู้โชคร้ายนี้นั้นเดินจากไปอย่างคนสิ้นหวังทร่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้คนมากมาย