เสียงนกร้องและเสียงใบไม้ไหวเสียดสีกันดังแว่วมาตามสายลมเย็นชื้น บรรยากาศของอุทยานแห่งชาติที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยแมกไม้สีเขียวขจีและกลิ่นไอดินหลังฝนตก มันควรจะเป็สถานที่ที่มอบความสงบและเยียวยาจิตใจให้กับผู้มาเยือน แต่สำหรับ ลินดา ช่างภาพสาววัย 24 ปี ธรรมชาติที่งดงามเหล่านี้กลับไม่สามารถสลัดความมืดมิดที่เกาะกินอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจเธอออกไปได้เลยแม้แต่น้อย
ลินดาในชุดทำงานภาคสนาม—เสื้อแขนยาวเดินป่าสีขี้ม้าเนื้อผ้าระบายอากาศ กางเกงคาร์โก้ขายาวที่เต็มไปด้วยกระเป๋าใส่เลนส์ และรองเท้าบูตเดินป่า—กำลังยืนพักเหนื่อยอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ห่างจากจุดเซ็ตไฟของทีมงานไปเล็กน้อย มือบางที่สั่นเทาเล็กน้อยค่อยๆ เลื่อนลงมาวางทาบลงบนหน้าท้องแบนราบของตัวเองผ่านเนื้อผ้า หญิงสาวลูบคลำมันอย่างแ่เบา ดวงตากลมโตที่เคยสดใสบัดนี้ฉายแววความหวาดผวาอย่างปิดไม่มิด
ผิวหน้าท้องของเธอยังคงเรียบเนียน ไม่มีส่วนใดปูดนูนหรือขยายใหญ่ผิดรูป มันดูเหมือนหน้าท้องของผู้หญิงปกติที่รักษาสุขภาพอย่างดีทุกประการ แต่ลินดารู้ดี... ลึกซึ้งลงไปในร่างกายของเธอ ลึกลงไปในมดลูกที่บอบช้ำ สัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตสูงสุดจากระบบของชุดเกราะเอลิเชี่ยนยังคงดังก้องหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาท
'กำลังเกิดการผสมข้ามสายพันธุ์ (Hybridization) ระหว่าง 3 สายพันธุ์ ภายในครรภ์ของโฮสต์...'
แมนเดรก-เลค, ฮาวนด์-เลค และ ชีต้า-เลค... กอร์กอนสามสายพันธุ์ที่เคยฝากฝังความอัปยศและน้ำคาวโลกีย์ไว้ในร่างกายของเธอ บัดนี้เซลล์วิปริตเ่าั้กำลังหลอมรวมและกลืนกินกันเองอยู่ภายในรังไข่ ลินดาััได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนผ่าวผิดปกติและอาการปวดหนึบที่แผ่ซ่านขึ้นมาเป็ระยะๆ ราวกับเครื่องเตือนใจว่า เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในร่างกายนี้อีกต่อไป เธอคือรังฟักไข่ของอสูรกายกลายพันธุ์ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
ลินดากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเื ฝืนกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เธอรับงานถ่ายแบบคอลเลกชันชุดเดินป่า (Trail Running) นอกสถานที่ในวันนี้ ก็เพื่อหวังจะใช้ความวุ่นวายของการทำงานดึงความสนใจของตัวเองออกจากความสิ้นหวัง เธอต้องพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่า เธอยังควบคุมชีวิตของตัวเองได้ แม้ว่าภายในจะพังทลายแค่ไหนก็ตาม
"ลินดา! แสงกำลังสวยเลย ทางนี้พร้อมแล้วนะ!" เสียงะโของ มาร์ค อาร์ตไดเรกเตอร์หนุ่มดังแว่วมาจากลานหินกว้างที่ใช้เป็โลเคชันหลัก
ลินดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปั้นหน้ายิ้มแย้มและสวมิญญาช่างภาพมืออาชีพอีกครั้ง เธอสะพายกล้อง DSLR ตัวโปรดเดินกลับเข้าไปในเซ็ต บริเวณนั้นเต็มไปด้วยทีมงานที่กำลังวิ่งวุ่น คลาร่า นางแบบสาวคู่บุญของเธอกำลังยืนโพสท่าอย่างมั่นใจในชุดสปอร์ตบราและกางเกงเลกกิ้งสีสะดุดตา คู่กับนางแบบหน้าใหม่วัยรุ่นชื่อ 'ซาร่า' ที่ยังดูประหม่าและเก้ๆ กังๆ อยู่บ้าง
"ดีมากคลาร่า! ส่งพลังมาอีก! ซาร่า ขยับเข้าใกล้พี่เขานิดนึง ไม่ต้องเกร็งนะ ปล่อยตัวตามสบาย..."
ลินดายกกล้องขึ้นแนบตา นิ้วชี้กดชัตเตอร์รัวๆ เป็จังหวะสม่ำเสมอ เธอคอยจัดท่าทางและหามุมที่ดึงเสน่ห์ของชุดกีฬากับความเป็ธรรมชาติออกมาให้ได้มากที่สุด แม้ว่าทุกครั้งที่เธอต้องย่อเข่าหรือบิดเอว ความเ็ปลึกๆ ในช่องท้องจะแล่นปราดขึ้นมาจนเธอต้องลอบสูดปาก แต่เธอก็ซ่อนมันไว้อย่างมิดชิด ความดื้อรั้นของกุหลาบเหล็กทำให้เธอไม่ยอมปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว
บรรยากาศการถ่ายทำดำเนินไปอย่างราบรื่น เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของทีมงานดังก้องไปทั่วลานหิน ธรรมชาติรอบตัวดูเงียบสงบและเป็ใจ... แต่แล้ว ความสงบสุขจอมปลอมก็ถูกฉีกกระชากลงอย่างกะทันหัน
สวบ... สวบ... แกรก!
เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงกิ่งไม้หักดังแหวกพุ่มไม้ทึบออกมาจากทางลาดชันด้านล่าง ทุกคนในกองถ่ายชะงักและหันไปมองเป็ตาเดียว สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตที่ขาดวิ่น สภาพของเขาดูไม่ได้เลย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและเืสีสดที่ไหลอาบ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดราวกับเพิ่งเห็นนรกขุมที่ลึกที่สุด เขาพุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้ สะดุดรากไม้ล้มลุกคลุกคลานมาทางกองถ่าย
"ช่วยด้วย! ได้โปรด! ช่วยพวกเราด้วย!" ผู้ชายคนนั้นแหกปากร้องะโ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ "ภรรยาผม... มันจับภรรยาผมไป! ไอ้ตัวประหลาด... มันอยู่ในป่า!"
มาร์คและทีมงานผู้ชายอีกสองคนรีบวิ่งเข้าไปหาชายผู้เคราะห์ร้ายทันที "ใจเย็นๆ ครับพี่ เกิดอะไรขึ้น? ตัวประหลาดอะไร หมีหรือเปล่า?" มาร์คถามพยายามประคองร่างที่สั่นเป็เ้าเข้าของชายคนนั้นขึ้นมา
ลินดาลดกล้องลง สัญชาตญาณอันตรายในตัวเธอร้องเตือนอย่างบ้าคลั่ง ขนอ่อนตามร่างกายลุกซู่ เธอรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของสัตว์ป่าธรรมดา กลิ่นคาวเืผสมกับกลิ่นสาบแปลกประหลาดลอยมาตามลม มันเป็กลิ่นของพวกกอร์กอน!
"ทุกคนถอยออกมาจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้!" ลินดาะโเสียงหลง ทิ้งกล้องถ่ายรูปลงกับพื้นโดยไม่สนใจมูลค่าของมัน มือบางล้วงเข้าไปในกระเป๋าเป้ที่วางอยู่ข้างๆ อย่างรวดเร็ว
ทว่า... คำเตือนของเธอช้าไปเพียงเสี้ยววินาที
ฟวับ!!!
เสียงวัตถุแหวกลมด้วยความเร็วสูงดังขึ้น พร้อมกับประกายแสงสีเขียวเข้มที่พุ่งวาบออกมาจากพุ่มไม้ทึบด้านหลังชายเคราะห์ร้าย มันไม่ใช่กรงเล็บและไม่ใช่เขี้ยว แต่มันคือใบมีดรูปร่างคล้าย 'เคียว' ขนาดใหญ่ที่คมกริบ!
ฉับ!
"อ๊ะ..."
เสียงอุทานของมาร์คขาดหายไปในลำคอ เมื่อภาพตรงหน้ากลายเป็ฝันร้ายที่สยดสยองที่สุด เคียวสีเขียวมฤตยูนั้นตวัดตัดผ่านลำคอของชายคนที่กำลังขอความช่วยเหลืออย่างแม่นยำและรวดเร็ว ศีรษะของเขาหลุดกระเด็นออกจากบ่า เืสีสดพุ่งกระฉูดออกจากลำคอราวกับน้ำพุ สาดกระเซ็นไปโดนใบหน้าและเสื้อผ้าของมาร์คและทีมงานที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด ร่างไร้หัวนั้นยืนโอนเอนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะล้มตึงลงกับพื้นหญ้า ศีรษะที่เบิกตาโพลงกลิ้งหลุนๆ ไปหยุดอยู่แทบเท้าของนางแบบสาวทั้งสองคน
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!"
เสียงกรีดร้องด้วยความสยดสยองของคลาร่าและซาร่าดังก้องอุทยาน ความตื่นตระหนกและโกลาหละเิขึ้นทันที ทีมงานทุกคนวิ่งหนีตายกันไปคนละทิศคนละทาง เหยียบย่ำอุปกรณ์ราคาแพงจนพังยับเยิน มาร์คที่ช็อกจนสติหลุดล้มหงายหลังลงไปกองกับพื้น พยายามตะเกียกตะกายถอยหนีจากศพไร้หัว
"วิ่ง! วิ่งกลับไปที่รถตู้! อย่าหันหลังกลับมามอง!"
ลินดาะโสุดเสียง ความเป็ผู้นำและสติสัมปชัญญะของเธอเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป เธอกระชาก อีลิท บลาสเตอร์ (Elite Blaster) ปืนพกเทคโนโลยีต่างดาวออกมาจากกระเป๋าเป้ แล้ววิ่งสวนทางกับกระแสคนหนีตายเข้าไปในดงอันตราย
ซาร่า นางแบบหน้าใหม่ที่อายุยังน้อย ช็อกกับภาพสยดสยองจนเข่าอ่อน ร่างของเธอทรุดลงไปนั่งสั่นเทาอยู่บนพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนก้าวขาไม่ออก ลินดารีบพุ่งเข้าไปหาเด็กสาว กระชากแขนของเธอให้ลุกขึ้นยืน
"ลุกขึ้นซาร่า! เธอจะมาตายตรงนี้ไม่ได้! วิ่งตามมาร์คไป เร็วเข้า!" ลินดาตะคอกเรียกสติ พร้อมกับออกแรงผลักแผ่นหลังของเด็กสาวอย่างแรงจนซาร่าถลาไปข้างหน้า เด็กสาวสะดุ้งสุดตัวและรีบวิ่งตามคนอื่นๆ ไปทั้งน้ำตา
เมื่อแน่ใจว่าทุกคนวิ่งออกไปพ้นรัศมีแล้ว ลินดาก็หันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับพุ่มไม้ทึบที่สั่นไหวอย่างรุนแรง เงาทะมึนของอสูรกายค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากเงามืดของแมกไม้
มันคือกอร์กอนสายพันธุ์แมลง... อสูรกายรูปร่างกึ่งมนุษย์กึ่ง ตั๊กแตนตำข้าว ร่างกายของมันสูงกว่าสองเมตร ปกคลุมด้วยเกราะนอก (Exoskeleton) สีเขียวเข้มที่ดูแข็งแกร่งราวกับชุดเกราะเหล็ก ท่อนล่างเป็ขาแมลงที่มีหนามแหลม ส่วนท่อนบนมีโครงสร้างคล้ายมนุษย์ แต่แขนทั้งสองข้างของมันกลับเป็ 'เคียว' ขนาดใหญ่ที่คมกริบและมีหยดเืของชายเคราะห์ร้ายไหลหยดแหมะลงมา ใบหน้าของมันเป็รูปสามเหลี่ยมอัปลักษณ์ ดวงตาประกอบขนาดใหญ่สีดำสนิทจ้องมองมาที่ลินดา กรามที่เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็กๆ ขยับกระทบกันจนเกิดเสียงดังกึกๆ น่าขนลุก
"ได้กลิ่น... กลิ่นของแม่พันธุ์ชั้นยอด... ท้องของเ้ามีกลิ่นที่วิเศษมาก..." อสูรกายตั๊กแตนส่งเสียงแหลมเล็กบาดแก้วหู มันยกเคียวทั้งสองข้างขึ้นในท่าเตรียมพร้อมโจมตี
ลินดาไม่รอช้าและไม่คิดจะสนทนากับสัตว์ประหลาดวิปริตพวกนี้อีกต่อไป เธอกระชับอีลิท บลาสเตอร์ ในมือแน่น นิ้วเรียวกดบรรจุเอเนอร์จี้เซลล์จนเกิดเสียงดัง กริ๊ก! พลังงานแสงสีชมพูสว่างวาบขึ้นที่ตัวปืน เธอชูอาวุธขึ้นฟ้าและเปล่งเสียงกึกก้อง
"โรส อิกนิชั่น! (Rose Ignition!)"
ะุแสงสีชมพูเจิดจ้าถูกยิงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทะลุยอดไม้ ก่อนจะแตกตัวออกเป็ลำแสงนับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมาอาบไล้ทั่วเรือนร่างของลินดา เสื้อผ้าเดินป่าสลายกลายเป็ละอองแสง ถูกแทนที่ด้วยวัสดุล้ำยุคที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โลหะเหลวสีชมพูเมทัลลิกตัดกับสีขาวมุกและสีดำหลอมรวมเข้ากับิั กลายเป็ชุดบอดี้สูทที่แนบชิดไปกับทุกสัดส่วนโค้งเว้า
เกราะป้องกันส่วนอก ไหล่ แขน และขาก่อตัวขึ้นอย่างสง่างาม หมวกเกราะสีชมพูครอบลงบนศีรษะ เผยให้เห็นเพียงแว่นตากรองแสงรูปทรงโฉบเฉี่ยว และปล่อยให้ผมยาวสลวยสีดำสนิทของเธอสยายออกมารับลมพงไพรทางช่องด้านหลัง โรส กันเนอร์ ยืนตระหง่านอยู่กลางลานหิน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเื
"ตายซะเถอะไอ้แมลงนรก!"
โรส กันเนอร์ พุ่งทะยานเข้าใส่อสูรกายตั๊กแตนทันที สัตว์ประหลาดเงื้อเคียวคู่ของมันขึ้นหมายจะตัดหัวเธอเหมือนที่ทำกับชายคนนั้น แต่มันช้ากว่าสัญชาตญาณนักสู้ของฮีโร่สาว ลินดาสไลด์ตัวหลบเคียวที่ตวัดวูบผ่านหน้าไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เธออาศัยจังหวะที่มันเปิดช่องโหว่ ย่อตัวลงต่ำและสอดปากกระบอกปืนอีลิท บลาสเตอร์ เสยขึ้นไปจ่อทะลุใต้คางของมันในระยะเผาขน
เปรี้ยง!
ะุพลาสม่าความร้อนสูงถูกยิงอัดแสกหน้าอสูรกายตั๊กแตนอย่างจัง ลำแสงสีชมพูทะลวงผ่านเกราะสีเขียวและะเิสมองแมลงของมันจนกระจาย หัวอัปลักษณ์แหว่งไปซีกหนึ่ง ร่างใหญ่โตของมันสั่นกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะล้มหงายหลังตึงลงไปกองกับพื้นหญ้า สิ้นใจตายคาที่อย่างรวดเร็ว
ลินดายืนหอบหายใจ ลดปืนลงพร้อมกับขมวดคิ้วภายใต้หมวกเกราะ เธอจ้องมองซากของอสูรกายที่นอนนิ่งสนิท
"แค่นี้เองเหรอ...?" เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ การต่อสู้มันจบลงง่ายดายเกินไป กอร์กอนสามตัวก่อนหน้านี้ล้วนแต่มีลูกเล่นและพละกำลังที่ทำให้เธอต้องหืดจับและพ่ายแพ้อย่างย่อยยับมาแล้วทั้งนั้น แต่อ้ายตัวนี้กลับตายง่ายๆ เพียงแค่ะุนัดเดียว มันง่ายดายจนทำให้สัญชาตญาณของเธอเริ่มร้องเตือนถึงความผิดปกติบางอย่าง
และลินดาก็คิดถูก... นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการเริ่มต้นของฝันร้ายที่แท้จริง
แกรก... แกรก... แกรก... แกรก... แกรก...
เสียงขยับของบางสิ่งดังระงมขึ้นมาจากทั่วทุกทิศทาง มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ประหลาดเพียงตัวเดียว แต่มันเป็เสียงของการเคลื่อนไหวนับสิบ... นับร้อย!
ลินดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก จากพุ่มไม้ทึบ จากบนต้นไม้สูง และจากโขดหิน เงาสีเขียวเข้มนับไม่ถ้วนกำลังคืบคลานออกมา พวกมันคืออสูรกายตั๊กแตนรูปร่างแบบเดียวกันกับตัวที่เธอเพิ่งฆ่าไปเป๊ะๆ! ดวงตาประกอบสีดำนับร้อยคู่จ้องเขม็งมาที่แม่พันธุ์กุหลาบที่ยืนอยู่โดดเดี่ยวกลางลาน เสียงเคียวขยับกระทบกันดังระงมไปทั่วทั้งป่าราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังตีวงล้อม
"บ้า... บ้าไปแล้ว..." ลินดากำปืนในมือแน่น หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ศัตรูในครั้งนี้ไม่ใช่สัตว์ประหลาดตัวเดี่ยวที่ล่าตามลำพัง แต่มันคือ 'ฝูง' มฤตยูพงไพรที่พร้อมจะรุมขย้ำและฉีกทึ้งฮีโร่สาวให้กลายเป็เพียงเศษซากและของเล่นระบายความใคร่ ลินดากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังในรูปแบบที่เธอไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อน.
ป่าทั้งป่าราวกับมีชีวิตและกำลังส่งเสียงกรีดร้อง เสียงกรามที่กระทบกันดังกึกๆ และเสียงขยับของขาแมลงนับร้อยนับพันดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ โรส กันเนอร์ ยืนนิ่งอยู่กลางลานหิน ท่ามกลางวงล้อมของอสูรกายตั๊กแตนตำข้าวที่ค่อยๆ คืบคลานออกมาจากเงามืด ดวงตาประกอบสีดำนับไม่ถ้วนของพวกมันจ้องเขม็งมาที่สรีระเย้ายวนในชุดบอดี้สูทสีชมพูเมทัลลิกราวกับฝูงแร้งที่เห็นซากศพ
"เข้ามาเลยไอ้พวกแมลงนรก!"
ลินดาะโก้องเพื่อเรียกความกล้า เธอเหนี่ยวไก อีลิท บลาสเตอร์ กระหน่ำยิงะุพลาสม่าสีชมพูเข้าใส่ฝูงมฤตยูอย่างไม่คิดชีวิต เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! ลำแสงความร้อนสูงพุ่งทะลวงร่างของกอร์กอนตั๊กแตนหลายตัวจนะเิแหลกเป็ชิ้นๆ เืสีเขียวสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วลานหิน
ทว่า ความหวังของฮีโร่สาวก็พังทลายลงอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่เธอฆ่าพวกมันไปหนึ่งตัว จะมีอีกสามตัวกระโจนออกมาจากพุ่มไม้ทดแทน พวกมันไม่ได้มีพละกำลังหรือความเร็วที่เหนือชั้นเหมือนกอร์กอนตัวก่อนๆ แต่มันมี 'จำนวน' ที่มหาศาลจนน่าสิ้นหวัง
"แฮ่ก... แฮ่ก..." ลินดาหอบหายใจอย่างหนัก แขนที่ยกปืนเริ่มล้าจากการเหนี่ยวไกอย่างต่อเนื่อง เธอถอยร่นจนแผ่นหลังไปชนกับโขดหินใหญ่ หมดทางหนี
ในตอนนั้นเอง ฝูงตั๊กแตนนับร้อยก็พร้อมใจกันแหวกทางออกเป็ช่องว่าง เงาร่างที่ใหญ่โตและน่าเกรงขามกว่าตั๊กแตนทุกตัวก้าวเดินออกมา มันคือ 'แมนทิส-เลค' (Mantis-Lech) ตัวจ่าฝูง ขนาดลำตัวของมันสูงเกือบสามเมตร เกราะนอกสีเขียวเข้มของมันหนาและดูทนทานกว่าพวกลูกน้องหลายเท่า เคียวคู่หน้าของมันอาบไปด้วยเืที่แห้งกรัง ดวงตาประกอบของมันฉายแววเ้าเล่ห์และหื่นกระหายอย่างปิดไม่มิด
"เปล่าประโยชน์น่า นังแม่พันธุ์" เสียงแหลมพร่าของแมนทิส-เลคจ่าฝูงดังกังวาน "พวกเราคือฝูงแมลง... ต่อให้เ้ายิงจนแขนหัก ก็ไม่มีวันฆ่าพวกเราได้หมดหรอก แต่กลิ่นหอมๆ จากมดลูกของเ้านี่สิ... มันทำให้ลูกน้องของข้าคลั่งจนทนไม่ไหวแล้ว!"
สิ้นคำรามของจ่าฝูง ฝูงตั๊กแตนลูกน้องก็พุ่งกระโจนเข้าใส่โรส กันเนอร์ พร้อมกันจากทุกทิศทางราวกับคลื่นสึนามิสีเขียว!
"อ๊ะ! ปล่อยนะ! กรี๊ดดดด!"
ลินดากรีดร้องเมื่อถูกคลื่นแมลงถาโถมเข้าใส่ ร่างของเธอถูกกดกระแทกลงกับพื้นลานหินอย่างรุนแรง อีลิท บลาสเตอร์ หลุดกระเด็นออกจากมือ เคียวแหลมคมหลายสิบอันกดตรึงแขนและขาของเธอขึงพืดไว้กับพื้นอย่างแ่าจนขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว น้ำหนักของอสูรกายหลายตัวที่โถมทับลงมาทำเอาลินดาแทบขาดใจ
พวกมันไม่รอช้า กอร์กอนตั๊กแตนสองตัวที่คร่อมทับอยู่้าใช้เคียวของพวกมันกรีดกระชากชุดบอดี้สูทบริเวณหน้าอกและเป้ากางเกงที่เป็จุดอ่อนอย่างชำนาญ
แคว่ก! แคว่ก! แคว่ก! เกราะสีชมพูเมทัลลิกถูกฉีกทึ้งออกเป็ชิ้นๆ เผยให้เห็นเต้าทรงอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง และร่อง หี สีอวบอูมที่ไร้สิ่งปกปิดใดๆ กลีบเนื้อสีสดที่บอบช้ำจากการถูกย่ำยีมาหลายสายพันธุ์เปิดอ้าออกท้าทายสายตาของฝูงแมลงนับร้อย
"หีสวยๆ แบบนี้ ต้องโดนควยของพวกเราเย็ดให้พรุน!" ตั๊กแตนลูกน้องตัวหนึ่งส่งเสียงแหลม มันงัดเอาท่อน ควย รูปร่างประหลาดของมันออกมา มันเป็ท่อนเนื้อที่เป็ปล้องๆ สีเขียวคล้ำ มีเปลือกแข็งหุ้มอยู่บางส่วน และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือบริเวณรอบๆ ท่อนควยนั้นมี 'หนามตะขอ' (Hooks) ขนาดเล็กจำนวนมากพับซ่อนอยู่
มันจ่อท่อนควยปล้องนั่นเข้าที่ปากทางหีของลินดา ก่อนจะแทงพรวดเดียวมิดด้าม!
สวบ!
"โอ๊ยยยยยยย! กรี๊ดดดดดดดดดดดด!"
ลินดากรีดร้องลั่นป่า ความแข็งกระด้างของเปลือกแมลงเสียดสีกับผนังช่องคลอดอย่างรุนแรง แต่ความเลวร้ายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ทันทีที่มันสอดใส่เข้าไปจนสุด หนามตะขอเล็กๆ รอบท่อนควยก็กางออกและเกี่ยวตวัดเข้ากับผนังมดลูกด้านในของเธออย่างจัง!
"อึก! อ๊าา! เจ็บ! มันเกี่ยว... หนามมันเกี่ยวข้างใน! เอาออกไปนะ!" ลินดาดิ้นพล่านด้วยความทรมาน แต่เคียวที่กดตรึงแขนขาก็ทำให้เธอทำได้แค่แอ่นสะโพกขึ้นรับความเ็ป
อสูรกายตั๊กแตนเริ่มหลั่งสารคัดหลั่งของมันออกมา สารเมือกสีเขียวใสไหลซึมเข้าสู่กระแสเืของลินดาผ่านทางรอยขีดข่วนจากหนามตะขอ ฤทธิ์ของมันรุนแรงมาก เพียงไม่กี่วินาที กล้ามเนื้อทั่วร่างของลินดาก็ชาหนึบ เธอเป็อัมพาตจนไม่สามารถขยับแขนหรือขาเพื่อขัดขืนได้อีกต่อไป ทว่า... สารนี้กลับไปกระตุ้นระบบประสาทรับความรู้สึกทางเพศให้ไวขึ้นเป็ร้อยเท่า!
"ฮ่าๆๆ! ยาชาของพวกเราจะทำให้เ้าดิ้นไม่ได้ แต่จะทำให้เ้าเสียวจนสมองแตกเลยล่ะ!"
มันเริ่มขยับสะโพกตอกอัดท่อนควยปล้องเข้าใส่ร่อง หี ของเธออย่างบ้าคลั่ง
พั่บ! พั่บ! พั่บ! พั่บ!
ทุกครั้งที่มันดึงควยออก หนามตะขอจะขูดรีดและกระชากเอาผนังช่องคลอดที่อ่อนนุ่มออกมาด้วย และเมื่อมันกระแทกกลับเข้าไป หนามก็จะเกี่ยวซ้ำรอยเดิม ความเ็ปจากการถูกฉีกกระชากถูกสารกระตุ้นเปลี่ยนให้กลายเป็ความเสียวซ่านระดับนรกแตก ลินดาสมองขาวโพลน ร่างกายที่เป็อัมพาตไม่อาจดิ้นรนได้ แต่กลับตอบสนองด้วยการกระตุกเกร็ง หีของเธอผลิตน้ำหล่อลื่นทะลักล้นออกมาผสมกับน้ำเมือกของแมลงจนเฉอะแฉะ
"อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊าาาาาา! สะ... เสียว! เสียวเหลือเกิน! อ๊างงงง!" ลินดาครางเสียงหลงไม่เป็ภาษา ดวงตากลมโตเบิกกว้าง น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม
การรุมโทรมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เมื่อตั๊กแตนตัวแรกกระแทกน้ำอสุจิสีเขียวข้นเข้าสู่มดลูกของเธอเสร็จ มันก็ถอนควยออก ปล่อยให้ตั๊กแตนตัวที่สอง ตัวที่สาม และตัวที่สี่ เข้ามาเสียบควยปล้องแทนที่อย่างไม่ขาดสาย!
สวบ! พั่บๆๆๆๆ! สวบ! พั่บๆๆๆๆ!
"อ๊างงงง! ไม่เอาแล้ว! อึก... อ๊าาาา! รูหีฉันจะพังแล้ว! กรี๊ดดดดดด!"
ลินดาถูก เย็ด อย่างป่าเถื่อนโดยฝูงตั๊กแตนนับสิบตัวที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาย่ำยีสรีระของเธอราวกับเธอเป็เพียงก้อนเนื้อระบายความใคร่ บางตัวใช้เคียวตรึงขาของเธอให้แหกอ้ากว้างที่สุด บางตัวก้มลงมาใช้กรามแมลงดูดดึงและกัดยอดอกที่ชูชันของเธอจนห้อเื ควยปล้องแข็งๆ นับไม่ถ้วนสลับกันแทงทะลวงเข้าออกร่อง หี ที่บวมช้ำแดงเถือกของเธออย่างบ้าคลั่ง หนามตะขอนับร้อยนับพันครูดรีดผนังมดลูกจนเธอเสียวซ่านแทบขาดใจ
อวัยวะเพศของเธอถูกใช้งานหนักจนแทบสูญเสียความรู้สึก กลีบเนื้อสีสดปลิ้นออกตามแรงกระแทก น้ำอสุจิแมลงสีเขียวข้นถูกฉีดพ่นอัดเข้าไปในรังไข่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนล้นทะลักออกมากองอยู่บนพื้นลานหิน ลินดารับรู้ถึงความวิปริตทั้งหมดได้อย่างชัดเจนผ่านระบบประสาทที่ถูกกระตุ้น แต่ร่างกายที่เป็อัมพาตก็ทำให้เธอเป็เพียงตุ๊กตาเนื้อที่ไม่อาจขัดขืนใดๆ ได้
"ถอยไปให้หมด! ถึงตาของข้าแล้ว!"
เสียงแหลมของแมนทิส-เลค จ่าฝูงดังขึ้น ฝูงลูกน้องรีบถอยห่างออกไป ปล่อยให้ร่างที่บอบช้ำและกระตุกเกร็งของฮีโร่สาวนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ลินดาหอบหายใจรวยริน ร่างกายของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำเงี่ยนและโคลนตม
จ่าฝูงก้าวเข้ามาคร่อมทับร่างของเธอ มันงัดเอาท่อน ควย ที่มีขนาดใหญ่และหนากว่าลูกน้องหลายเท่าออกมา ท่อนเนื้อสีเขียวเข้มของมันอัดแน่นไปด้วยหนามตะขอที่ดูน่าสยดสยอง มันจับขาทั้งสองข้างของลินดาพาดบ่า แล้วจ่อความใหญ่โตมโหฬารนั้นเข้าที่ปากทางหีที่เปิดอ้ากว้างของเธอ
"รับน้ำเชื้อของาาแมลงไปซะ นังแม่พันธุ์!"
สวบบบบบบบบ!
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!"
ลินดากรีดร้องสุดเสียงเมื่อควยปล้องั์ทะลวงมิดด้ามเข้าสู่มดลูกที่บอบช้ำ หนามตะขอขนาดใหญ่กางออกและฝังลึกเข้ากับปากมดลูกของเธออย่างรุนแรง แมนทิส-เลคเริ่มกระแทกสะโพกตอกอัดอย่างบ้าคลั่ง จังหวะการ เย็ด ของมันทั้งหนักหน่วงและลึกซึ้งจนร่างของลินดาสั่นคลอนไปทั้งตัว
"อ๊าาาา! อ๊าาาา! อ๊าาาา! ลึก... มันลึกเกินไปแล้ว! อ๊างงงงงงงงงง!"
ความเสียวซ่านที่สะสมมาจากการถูกรุมโทรมถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุดเมื่อจ่าฝูงลงมือเอง ลินดาสูญเสียสติสัมปชัญญะไปโดยสมบูรณ์ ร่างกายที่เป็อัมพาตกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ดวงตากลมโตภายใต้หมวกเกราะ เหลือกขึ้นบนจนเห็นแต่ตาขาว น้ำลายสีใสไหลยืดออกจากปากที่อ้าค้าง หีของเธอขมิบตอดรัดท่อนควยั์นั้นอย่างเอาเป็เอาตาย
และแล้ว แมนทิส-เลคจ่าฝูงก็คำรามลั่น มันกระแทกควยเข้าใส่เป็ครั้งสุดท้าย ฝังหนามตะขอลึกสุดใจ ก่อนจะพ่นฉีดน้ำอสุจิสีเขียวเข้มปริมาณมหาศาลอัดกระแทกเข้าสู่มดลูกที่เต็มไปด้วยตัวอ่อน 3 สายพันธุ์ของเธออย่างรุนแรง!
พรวดดดดดดดด! พรวดดดดดดดด! พรวดดดดดดดด!
ลินดา เสียวจนตาเหลือก สมองะเิขาวโพลน เธอถึงจุดสุดยอดอย่างบ้าคลั่งที่สุดในชีวิต น้ำรักของผู้หญิงแตกกระจายผสมกับน้ำเชื้อแมลง ร่างกายของเธอเกร็งค้างรับเอาความวิปริตทั้งหมดเข้าไปอย่างจำยอม ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบลงสู่ความมืดมิด
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน แมนทิส-เลคจ่าฝูงถอนควยของมันออกจากร่องหีที่บอบช้ำและเปิดอ้าของเธอ น้ำเชื้อสีเขียวทะลักล้นออกมาเป็สาย มันแสยะยิ้มมองผลงานของตัวเองอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันไปสั่งการฝูงลูกน้อง
"ทิ้งมันไว้ตรงนี้! กลิ่นเนื้อสดๆ ของพวกมนุษย์ที่หนีไปยังหอมหวนอยู่... ตามไปล่าพวกมันซะ!"
ฝูงตั๊กแตนนับร้อยเตรียมตัวจะกระโจนออกล่ามาร์คและทีมงานที่วิ่งหนีไป
ทว่า... ภายใต้ซากร่างที่ถูกย่ำยีจนแหลกสลาย จิติญญาแห่งความดื้อรั้นของกุหลาบเหล็กยังไม่มอดดับ!
แม้ร่างกายจะยังคงชาหนึบจากสารอัมพาต แต่ความแค้นที่ฝังลึกในใจสั่งให้เธอกัดฟันสู้ ลินดากัดลิ้นตัวเองอย่างแรงจนเืกลบปาก ความเ็ปฉุดรั้งสติของเธอให้กลับมา มือข้างหนึ่งที่เพิ่งเริ่มขยับได้เล็กน้อยค่อยๆ เลื่อนไปคว้า อีลิท บลาสเตอร์ ที่ตกอยู่ข้างกาย
ฉัน... จะไม่ยอม... ให้พวกแก... ไปทำร้ายใครได้อีก!
ลินดาฝืนทนความเ็ปร้าวลึกที่หว่างขา พลิกตัวนอนคว่ำแล้วยกปืนขึ้นเล็งไปที่แผ่นหลังของจ่าฝูงแมนทิส-เลคที่กำลังจะกระโจนหนี นิ้วเรียวที่สั่นเทาสอดเข้าที่โกร่งไก แล้วกดปุ่มรีดเร้นพลังงานสูงสุด
"ลงนรก... ไปพร้อมกันทั้งฝูงนี่แหละ!"
"โรส ปาร์ติเคิล บลาสเตอร์! (Rose Particle Blaster!)"
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!
ลำแสงอนุภาคสีชมพูขนาดมหึมาพุ่งทะยานออกจากปลายกระบอกปืน แหวกลมพุ่งเข้ากระแทกกลางแผ่นหลังของแมนทิส-เลคจ่าฝูงอย่างจัง! เสียงะเิดังกึกก้องกัมปนาท อานุภาพทำลายล้างฉีกร่างของาาแมลงจนแหลกละเอียดเป็เถ้าถ่านในพริบตา
และเมื่อจ่าฝูงสิ้นใจ... ปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งก็เกิดขึ้น ฝูงตั๊กแตนลูกน้องนับร้อยที่กำลังจะกระโจนเข้าป่าต่างชะงักงัน ร่างกายของพวกมันกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะล้มตึงลงกับพื้น ขาดใจตายตามจ่าฝูงไปในทันที ราวกับถูกตัดขาดจากระบบประสาทส่วนกลาง ซากแมลงสีเขียวนอนเกลื่อนกลาดเต็มลานหิน
ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของฮีโร่สาว ลินดาลดปืนลง ทิ้งศีรษะลงแนบกับพื้นหญ้าที่เปียกชื้น เธอถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แม้จะถูกรุมโทรมจนแทบเสียสติ แต่เธอก็สามารถปกป้องชีวิตทีมงานไว้ได้สำเร็จ
"แฮ่ก... แฮ่ก... จบสักที..."
ลินดาฝืนความเ็ป ยกเลิกการแปลงร่าง เศษซากชุดเกราะสีชมพูสลายหายไป ทิ้งให้เธอนอนเปลือยเปล่าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและน้ำเชื้อแมลงอยู่กลางลานหิน เธอต้องรีบหาเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายมาสวมใส่เพื่อปกปิดร่องรอยความอัปยศ ก่อนที่มาร์คหรือตำรวจจะย้อนกลับมาดูเหตุการณ์...
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ชัยชนะครั้งนี้... เป็เพียงแค่การหลอกลวงของแมลงผู้เ้าเล่ห์เท่านั้น.