ทันใดนั้นพิราบสื่อของหลี่น่าก็บินเข้าแจ้งข่าวแก่หลี่จ้าววิหาร นางทำสีหน้าครุ่นคิดไปชั่วขณะ
"ช้าก่อนท่านหนึ่ง นางพลันเรียกาุโหนึ่ง
"อีก7วันสำนักเงาจันทร์ จะมาสู่ขอไป๋เอ๋อร์ งานหมั้นหมายไม่ต้องจัดแล้ว
"หรือว่าท่านข้าววิหารเปลี่ยนใจ?? าุโหนึ่งถามขึ้น
"ไม่.... อีก7วันจะเป็พิธีแต่งงานของไป๋เอ๋อร์กับิเฉิง......นางพูดเสียงแข็ง
พอทุกคนได้ยินว่าจาเช่นนี้ก็ต้องใกันทั่วห้องโถง ไป๋หลานกับิเฉิงจะหมั้นหมายกันก็สะเถือนใจแล้ว แต่นี่ถึงกลับจะแต่งงานกัน
ิเฉิงไม่ได้พูดอะไร คนเพียงยืนหลับตาข้างๆ ไป๋หลานยืนฟังอย่างสงบ ส่วนไป๋หลานนางเพียงเอียงหน้ามองมาที่ิเฉิงแล้วก็หันหน้ากลับไปเท่านั้น
"ท่านหนึ่ง... ส่งเทียบเชิญไปยังสำนักต่างๆ......เสียงของหลี่น่านั้นกลับเป็เสียงแข็ง นางมีท่าทีจริงจัง
ณ ลานฝึกของไป๋หลาน ิเฉิงตอนนี้กำลังฝึกวิถีกระบี่ของเขา ส่วนไป๋หลายนั้นกำลังนั่งมองเขาฝึก ไม่มีผู้ใดรู้ได้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ สองวันมานี้ิเฉิงไม่ได้พูดกับใครเลยแม้แต่น้อย ส่วนไป๋หลาน นางได้รับคำสั่งจากอาจารย์ของนางให้มาแนะนำิเฉิงเกี่ยวกับวิถีลมปราณ แต่ิเฉิงกลับไม่มีท่าทีว่าจะสนใจวิถีลมปราณเลยแม้แต่น้อย ิเฉิงยังคงนั่งฝึกวิถีกระบี่อยู่อย่างนั้น เขาตอนนี้กำลังเข้าสู่วิถีกระบี่ที่สอง สังหารในพริบตา เหลือแค่คอขวดเท่านั้น
สองสามวันมานี่ที่ิเฉิงได้รู้จักกับนาง แต่ิเฉิงกลับไม่เคยเห็นหน้าของนาง นางที่จะเป็ภรรยาของเขาในอีก4วันแต่ิเฉิงกลับไม่เคยได้ยลโฉมของนางเลย เพราะนางนั้นใส่ผ้าปิดหน้าไว้ตลอด
"ศิษพี่ไป๋หลาน.....ิเฉิงที่ลืมตาขึ้นก็พูดขึ้นมาเบาๆ ..... มาเป็คู่มือให้ข้าหน่อย ไม่ว่าจะเป็น้ำเสียง ท่าที กลิ่นอายของิเฉิงนั้นก็ยังคงเหมือนเดิม สุขุมและเยือกเย็น ไป๋หลานไม่ได้ตอบคำของิเฉิง นางเพียงลุกขึ้นแล้วขึ้นมาที่ลาน เพื่อเป็คู่มือให้แก่ิเฉิง
ิเฉิงชักกระบี่ออกมาแล้วพุ้งไปหานาง ถึงแม้ว่ากระบี่ของิเฉิงจะเร็ว แต่นางก็มองออก เพราะพลังยุทธของนางกับิเฉิงนั้นต่างกันมากไป นางเพียงยืนอยู่กับที่เท่านั้น ปล่อยให้ิเฉิงสะบัดกระบี่ใส่นางอย่างต่อเนื่อง กระบวนท่าเคลื่อนไหวดั่งเงาพลายที่ิเฉิงใช้ออกไปถึงแม้จะทำให้นางแปลกใจไปบ้างเพราะกระบวนท่านั้นจับทางไม่ได้ แต่กระบี่ของิเฉิงกลับฝ่าทะลุลมปราณที่คุมร่างของนางไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
นี่ก็ผ่านมาหลายชั่วยามแล้วั้แ่เช้ายันค่ำ ที่ิเฉิงสะบัดกระบี่ใส่นางอยู่อย่างนั้น แต่ชายหนุ่มไม่มีท่าทีว่าจะพักเลยแม้แต่น้อย ไป๋หลานที่ยืนอยู่นางก็ต้องขะมวดคิ้วนิดๆ
"พักเถอะ..นี่ก็ค่ำแล้ว.. นางพูดออกมาเสียงเรียบ
"ท่านพักก่อนเถอะ... ข้ายังอยากฝึกต่อ
นางไม่ได้ตอบอะไร เพียงเดินออกจากลานฝึกไปอย่างเงียบๆ ณ ลานฝึก่กลางดึก ิเฉิงยังคงนั่งฝึกอยู่อย่างนั้น ตอนนี้เขาััได้ว่าวิถีกระบี่ของเขากำลังจะข้ามขั้น กลิ่นอายรอบๆตัวิเฉิงพลันคมกริบขึ้นมา3ส่วน ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าตอนนี้เร็วของตนเหมือนจะเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อน วืบบบ..... รัสมี30เมตรพลันคมกริบขึ้นมา ภายในรัสมีนี้กลิ่นอายของิเฉิงนั้นสามารถสะบั้นทุกสิิ่ง ตอนนี้ิเฉิงเข้าสู่วิถีกระบี่ที่สองสังหารในพริบตา ชายหนุ่มพลันกระจ่างในวิถีกระบี่มากขึ้น
"อาจารย์... ตอนนี้ข้าเข้าสู่วิถีกระบี่ที่สองแล้ว ตอนนี้ข้าสามารถฝึกเคล็ดกระบี่วิรุฬหกทิศ กระบวนท่าที่สองได้หรือยัง.. ิเฉิงพลันถาม
ซิ่วอิง
" อื่ม.. นางตอบเพียงสั้นๆ " ไป๋หลานที่แอบดูอยู่ก็ต้องใ ฝึกเพียงหนึ่งวันกลับข้ามวิถี ได้เร็วป่านนี้ นางคิดว่าิเฉิงที่ข้ามวิถีกระบี่แล้ว ก็คงจะไปพัก แต่ทว่านางก็ต้องแปลกใจ เพราะตอนนี้ิเฉิงกลับหยิบกระบี่ขึ้นมาแล้วฝึกต่อ
วิรุฬที่สอง เมฆาบังจันทร์ กระบวนท่านี้คือท่าซ้อนเงา หรือก็คือการลบกลิ่นอาย หากสำเร็จกระบวนท่านี้ ศัตรูจะไม่สามารถัักลิ่นอายของิเฉิงได้ เขาฝึกไปอย่างนั้น1ชั่วยาม จึงกลับเข้าไปพักผ่อน
วันต่อมา ิเฉิงก็ให้ไป๋หลานเป็คู่มือเช่นเดิม แต่นางก็ต้องแปลกใจเพราะวันนี้ต่างไปจากเมื่อวาน กระบวนท่าที่ิเฉิงใช้ออกมาวันนี้
ไป๋หลานััได้ว่า บางทีก็เหมือนกลิ่นอายิเฉิงจะหายไป แต่ร่างกายเขายังคงอยู่ การสะบัดกระบี่กลับเร็วขึ้นเป็เท่าตัว ต่างจากเมื่อวานใกลริบ
นางยังคงยืนอยู่นิ่งๆ เหมือนเดิม
กลางดึก ิเฉิงก็ยังคงฝึกอยู่อย่างนั้น เขากำลังนั่งพิจารณาทั่ง15ท่าร่างของวิรุฬที่สอง วิรุฬที่หนึ่งคือการรวม15ท่าร่างเป็หนึ่ง กลายเป็กระบวนท่าที่หนึ่ง แต่วิรุฬที่สองไม่ใช่อย่างนั้น ซิ่วอิงที่รู้แนวทางการฝึกเคล็ดวิรุฬหกทิศ แต่ทว่านางกลับไม่ชี้แนะิเฉิง เพราะนาง้าให้ วิถีจิต ของิเฉิงนั้นได้พัฒนา ตอนนี้วิถีจิตของิเฉิงคือวิถีจิตที่สอง ทุกครั้งที่ิเฉิงเลื่อนขั้นพลังหรือเลื่อนขั้นเคล็ดวิชา วิถีจิตของเขานั้นกลับพัฒนาไปตามกัน โดยที่ตัวิเฉิงก็ไม่รู้ว่าวิถีจิตของเขานั้นแข็งแกร่งเพียงใด
ณ ลานฝึกวันที่สาม
"เ้าฝึกอย่างนี้มาโดยตลอดเช่นนั้นรึ...... ในที่สุดไป๋หลานก็ยอมเอ่ยปากถามิเฉิง ที่นางถามเพราะนางแปลกใจ เพราะว่าทุกครั้งที่ิเฉิงฝึกกระบี่ กลิ่นอายของเขากลับเยือกเย็นทิ้มแทงจิต ขึ้นไปเลื่อยๆ ถึงขนาดที่นางยังต้องสั่นหนาวไป1ส่วน
"ว่ากันว่าผู้ฝึกวิถีกระบี่นั้นเยือกเย็นไร้ใจ... แต่ข้ายังไม่เคยเห็นผู้ใดเยือกเย็นเท่านี้มาก่อน..วันนี้ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว นางกล่าวกับิเฉิง
นี่คือบุคคลิกที่หนึ่งที่นางได้ััเท่านั้น บุคคลิกที่สองด้านอ่อนโยนิเฉิงไม่ได้เผยให้นางเห็น นางจึงคิดไปว่าิเฉิงนั้นไม่มีความรู้สึก ขนาดอาจารย์ของนางเปลือยกายต่อหน้า ิเฉิงกลับไม่มีท่าทีอะไร แต่นางหารู้ไม่ว่า ตอนนั้นิเฉิงเกือบที่จะพุ้งไปกดนางลงไปแล้วย่ำยีนางซะ ผู้ชายยังไงก็คือผู้ชาย หากวันนั้นอยู่กันตามลำพังเกรงว่า หลี่น่าจ้าววิหารที่ผู้คนต่างเคารพนับถือ คงต้องตกเป็ของเล่นของิเฉิงไปแล้ว...........
ทั่วทั้งเมืองหนานหวัง ข่าวการแต่งงานระหว่างไป๋หลานศิษผู้สืบทอดจ้าววิหารกับิเฉิงผู้ไม่มีชื่อเสียงกระจายไปทั่วเมือง
ตูมมมม ณ สำนักเงาจันทร์ ชายหนุ่มผู้หนึ่งทุบโต๊ะพลังพินาจ
"ไอ่คนที่ชื่อิเฉิงมันเป็ใคร.... กลับกล้ามาแย่งคนที่ข้าหมายปอง นี่คือ จางหย่ง ศิษอันดับหนึ่งของสำนักเงาจันทร์ เพียงสองวันมันก็จะไปสู่ขอไป๋หลาน แต่ข่าวการแต่งงานของไป๋หลานทำให้มันโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ จางหย่งได้เห็นใบหน้าของไป๋หลานเมื่อ5ปีก่อน มันก็ตกหลุมรักนางเข้าให้จนโงหัวไม่ขึ้น "เรียนศิษพี่ ข้าให้คนไปสืบแล้ว ิเฉิงเป็เพียงผู้ฝึกตนโดดเดี่ยว พึ่งเข้าเป็ศิษวิหารไท่ชิงได้เพียง6วัน.....
"อาจารย์...ศิษน้องิเฉิงคือใครกันแน่... เข้าวิหารมาได้เพียง5-6วัน จ้าววิหารกลับยกศิษพี่ไป๋หลานให้เขาแล้ว หลิวหยางถามอาจารย์ของนางด้วยความมึนงง ิเฉิงที่นางชักชวนให้มาเข้าเป็ศิษของวิหารไท่ชิง เป็เพียงผู้ฝึกตนโดดเดี่ยวเท่านั้น
"เหอออ. หลิวเอ๋อร์... ิเฉิงนั้นเป็คนที่มีพร์ แต่จ้าววิหารยกไป๋หลานให้กับเขา อาจารย์เองก็ไม่อาจเข้าใจจ้าววิหารได้ ชายแก่ตอบคำถามของหลิวหยาง...
ณ สำนักหมื่นพิษ "ท่านประมุข พรุ่งนี้วันแต่งงานของศิษรักจ้าววิหารไท่ชิง ท่านประมุขจะไปเองหรือให้ส่งตัวแทนไป..................
ชายแก่ในอาภรณ์สีดำนั่งอยู่บนที่นั่งอันสูงตระหง่าน
"จ้าววิหารอุส่า ส่งเทียบเชิญ แน่นอนข้าต้องไปเยี่ยมวิหารไท่ชิงด้วยตัวเองอยู่แล้ว ชาบแก่พูดเสียงเรียบ..
วิหารไท่ชิงตอนนี้กำลังวุ้นวายเตรียมงานแต่งของวันพรุ่งนี้ ทั่ววิหารย้อมไปด้วยผ้าสีแดง 4-6วันมานี้พวกเขาต่างก็พากันทำงานหนัก เพื่อตกแต่งสถานที่ นี่คือคำสั่งจ้าววิหาร พวกเขาจึงไม่ได้หยุดพัก
"ิเฉิงเพียงเข้าวิหารได้6วัน กลับได้แต่งงานกับศิษพี่ไป๋หลาน... มันคู่ควรตรงไหน.. ศิษวิหารไท่ชิง พูดซุบซิบนินทากัน
" ใช่ๆ... ิเฉิงพลังยุทธมันเพียงขอบเขตสถิติญญาเท่านั้น มันคู่ควรกับศิษพี่ไป๋หลานตรงไหน....