Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 2

    “วางมือของเจ้าลงไปสิ” เสียงแหบแห้งสั่งวิญญาณชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า“แต่ว่าผม...อ้ะ! พูดได้แล้ว ฉันพูดได้แล้ว มือก็ก็ขยับได้ เท้าก็เดินได้เองแล้ว!” กรณ์ร้องออกมาด้วยความยินดีที่เขาไม่ต้องเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกบังคับอีกต่อไปแล้ว“เฮ้ย! ไอ้หน้าใหม่เร็วๆสิ Judge(จัดจ์)ยังต้องตัดสินคดีอีกมาก เห็นไหมว่าแถวด้านหลังแกยาวแค่ไหน” ผู้ช่วยหนุ่มหน้าอ่อนตะคอกเสียงดังใส่กรณ์ที่ดีใจจนออกนอกหน้า“แหะๆ ขอโทษด้วยคร้าบ....” เมื่อชายหนุ่มได้สติเขาก็รีบขอโทษขอโพยแล้วกลับมองเจ้าเครื่องตรงหน้าเขาอีกครั้งตรงหน้าของกรณ์ก็คือเครื่องกาชาปองสีทองเครื่องหนึ่ง หน้าตาของมันก็เหมือนกับตู้กาชาสี่เหลี่ยมที่ด้านบนจะเป็นฝาครอบใสให้เห็นลูกบอลใสภายในที่บรรจุของไว้ภายในอีกที และวิธีการทำงานปกติของมันก็คือหยอดเหรียญลงไป แล้วบิดลูกบิดเครื่องก็จะสุ่มให้ลูกบอลตกลงมาลูกหนึ่ง ซึ่งโดยปกติแล้วของที่สุ่มได้จากภายในลูกบอลนี้จะเป็นของเล่นของที่ระลึก ซึ่งการใช้ระบบนี้ก็จะทำให้เหล่านักสะสมได้ลุ้นว่าแต่ละครั้งจะได้ของที่ตัวเองต้องการรึเปล่า ซึ่งบางครั้งสินค้าออกแบบมารุ่นหนึ่งก็จะมีหลายแบบ การจะสะสมให้ได้ครบทุกแบบคนคนนั้นก็อาจจะต้องเสียเงินสุ่มไปไม่ใช่น้อย แม้ว่ากรณ์จะเข้าใจระบบการทำงานของมัน แต่ตอนนี้เขากำลังงงกับเครื่องตรงหน้านี้ที่มันไม่มีช่องใส่เหรียญเลยแม่แต่รูเดียว ท่าทางงกๆเงิ่นๆของชายหนุ่มทำให้จัดจ์หรือก็คือชายในผ้าคลุมขาดๆถึงกับเอามือก่ายหน้าผากตัวเอง เพราะเห็นความซื่อบื้อที่กรณ์กำลังทำ“ไอ้หนู! ข้าบอกให้เจ้าเอามือมาวางไว้ตรงนี้ยังไงล่ะ” จัดจ์ชี้ไปที่กรอบสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อยที่ติดอยู่ตรงกลางตู้กาชาปอง ซึ่งชายหนุ่มก็มองไปตามนั้น และก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมตู้นี้ถึงเรียกว่ากาชาปองหัวมังกร เพราะกรอบสี่เหลี่ยมนี้ออกแบบให้เหมือนกับมีมังกรกำลังคาบกรอบสี่เหลี่ยมนี้อยู่ ซึ่งก็ไม่รอช้ากรณ์วางมือไปบนนั้นตามคำสั่งทันที“แสงนี่มัน! ความรู้สึกนี่มันคืออะไร?” แสงสว่างเรืองรองออกมาจากกรอบสี่เหลี่ยมพร้อมกับดูดพลังบางอย่างออกจากร่างกายของเขา“ไม่ต้องกลัวไป เครื่องนี้ใช้พลังงานจากดวงวิญญาณของเจ้า ที่ได้รวบรวมเศษเสี้ยวของมันมาจนครบจากการเกิด 1,000 ชาติ และมันจะมอบโชคชะตาแห่งเทพให้กับเจ้า” จัดจ์อธิบายคร่าวๆ แม้ว่ากรณ์จะไม่ค่อยเข้าใจแต่เขาก็ปล่อยให้เครื่องดูดพลังวิญญาณของเขาไปเรื่อยๆ จนหน้าปัดตัวเลขแสดงขึ้นมาจนครบ 1,000“พลังงานเต็มแล้ว ตอนนี้แหละบิดลูกบิดนั่นซะ เพื่อรับมอบโชคชะตาของเจ้า!” ชายไร้หน้าในผ้าขี้ริ้วโบกสะบัดผ้าคลุมตั้งท่าสุดเท่ด้วยความตื่นเต้นลุ้นระทึก ต่างจากเลขาหนุ่มหน้าใสที่เพียงมองต่ำอย่างเหยียดๆมาที่กรณ์เท่านั้น ดวงวิญญาณหนุ่มจับไปที่ลูกบิดตามที่จัดจ์บอก แต่ก่อนที่เขาจะบิดมันนั้นเขาก็เกิดความสงสัยขึ้นมาบางอย่าง และก็ได้เลือกที่จะกล่าวถามออกมา“เอ่อคือว่า...คือไอ้โชคชะตาแห่งเทพที่ว่านี่คืออะไรเหรอครับ แล้วทำไมผมต้องสุ่มมันด้วย?” กรณ์เป็นดั่งเด็กน้อยเจ้าปัญหา เขาสงสัยไปหมดทุกเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่“ก็เป็นการสุ่มว่าเจ้าจะได้ไปเป็นเทพแบบไหนยังไงล่ะ ข้านั้นชอบประวัติตอนเป็นมนุษย์ของเจ้าจริงๆ ข้าอยากให้เจ้ามาเป็นยมทูตแล้วมาทำงานกับข้า แต่สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาเท่านั้นแหละ” เสียงแหบแห้งกล่าวแบบขอไปที เพราะถึงแม้ว่าเขาจะหวังไว้กับชายหนุ่ม แต่ทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับการสุ่มครั้งนี้“เอิ่ม...ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าเทพที่ว่านั้นมีแบบไหนบ้าง แต่หากท่านว่าเป็นยมทูตแล้วเข้ากับผม งั้นผมก็ขอให้ออกมาตามนั้นก็แล้วกันนะครับ” แม้ในใจชายหนุ่มบอกว่า ‘อิหยังวะ! คือกูไม่มีสิทธิ์เลือกใช่ไหม!’ แต่ใบหน้าของเขาก็ต้องยิ้มแย้มตามน้ำไปกับคนใหญ่คนโตตรงหน้าไว้ก่อน และเริ่มบิดลูกบิดกาชาแห่งโชคชะตาในทันที“แกร๊ก! กุลุ๊กๆๆๆ” บิดเพียงครั้งเดียวลูกบอลใสลูกหนึ่งก็ไหลกลิ้งลงมาตามรางจนถึงช่องรับสินค้าด้านล่าง กรณ์เอื้อมมือไปหยิบลูกบอลขึ้นมาด้วยใจระทึก เขาหวังแต่เพียงว่าข้างในจะเป็นตำแหน่งเทพดีๆสักตำแหน่ง ส่วนจัดจ์ และผู้ช่วยหน้าใสก็จ้องมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน ชายหนุ่มที่พยายามจ้องมองดูเข้าไปในบอลก็เห็นเพียงแสงสีทองซึ่งไม่รู้ว่ามันคืออะไร เขาจึงตัดสินใจเปิดออกทันที เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจสุ่มกาชาอีกครั้งได้แล้ว เพราะเขาไม่เหลือเศษเสี้ยวดวงวิญญาณแม้แต่น้อย“คลิก! วิ๊ง!” ฝาถูกหมุนเปิดล็อกอย่างง่ายดาย พร้อมกับแสงสว่างจ้าพุ่งออกมาจากลูกบอล เข้าห่อหุ้มทั้งตัวของกรณ์เอาไว้“นะ...นี่มัน” จัดจ์ผงะถอยหลังไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ ส่วนผู้ช่วยหนุ่มด้านข้างก็ได้แต่เบ้ปากมองบนด้วยความไม่พอใจเท่านั้น แสงสว่างจ้าสีทองดับลงพร้อมกับชุดของกรณ์ที่กลับกลายเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว และกางเกงสแลคสีขาวพร้อมรองเท้าหนังสีขาวแทน แต่สิ่งที่บ่งบอกได้ว่าชายหนุ่มได้รับตำแหน่งเทพใดนั้นก็คือบัตรสี่เหลี่ยมสีขาวที่ลอยอยู่ตรงหน้าของเขา มันมีเพียงสัญลักษณ์คันธนูสีทองพร้อมพาดลูกศรอยู่เท่านั้น กรณ์เอื้อมมือไปหยิบบัตรใบนั้นเข้ามาดู เมื่อเห็นสัญลักษณ์นั้นเขาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าตัวเองคือเทพอะไร รอยยิ้มยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าชายหนุ่ม จากนั้นก็เก๊กหล่อด้วยท่าเท่ๆ แล้วประกาศออกมาด้วยความมั่นใจ“ข้าคือเทพแห่งกลุ่มดาวราศีธนู ซาจิทาเรียส กรณ์!” แต่ดูเหมือนว่าคนรอบตัวของเขาจะไม่ได้ตื่นเต้นยินดีไปด้วย ท่าทางผิดหวังห่อเหี่ยวของจัดจ์นั้นยังพอเข้าใจได้ที่เขาไม่ได้เป็นยมทูต แต่นายผู้ช่วยที่ปกติจะทำหน้าเบื่อหน่าย กลับกลายเป็นยิ้มเยาะ และสายตาที่ดูแคลนเขาแทน กรณ์ที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็ไม่สบอารมณ์จึงถามกลับไปตรงๆ“เฮ้ย! ไอ้หน้าอ่อนเอ็งมีปัญหารึไง? ตอนนี้ฉันคือหนึ่งใน 12 เทพจักรราศี ที่เป็นนักรบเกราะทองเลยนะเฟ่ย!” กรณ์ขิงโชว์ผู้ช่วยจัดจ์ที่ทำตัวหน้าหมั่นไส้ตลอดเวลา“สงสัยแกคงดูการ์ตูนมากเกินไปนะถึงเข้าใจผิดแบบนั้น แล้วก็ขออธิบายอะไรสักหน่อยในฐานะเทพรุ่นพี่ ตำแหน่งเทพที่แกได้น่ะคือ กามเทพฝึกหัด เทพชั้นแรก หรือก็คือชั้นต่ำที่สุดยังไงล่ะ!” ผู้ช่วยหน้าใสตอบออกมาด้วยความสะใจที่ได้แหกหน้าฝ่ายตรงข้าม“กะ...กามเทพ! แถมยังเป็นขั้นฝึกหัดอีกเหรอ!?” กรณ์ช็อกไปในทันที ความหล่อเท่ที่มีมาก่อนหน้านี้หดหายไปไม่มีเหลือ แต่ก็เพียงไม่นานชายหนุ่มก็ต้องออกจากภวังค์ เมื่อผู้ตัดสินผ้าคลุมขาดหันกลับมากล่าว“เอาล่ะพอได้แล้ว เดี๋ยวจะมีคนมารับเจ้าไปสำนักงาน ไปยืนรอตรงนั้นก่อนได้เลย” จัดจ์ชี้ไปตรงที่ว่างพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวังเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่าเขาจะเสียดายชายหนุ่มจริงๆ“เอ่อ...แล้วถ้าผมอยากจะเปลี่ยนตำแหน่งในอนาคตได้รึเปล่าครับ? ตอนนี้ผมอยากเป็นยมทูตขึ้นมาแล้ว” กรณ์ถามกลับมาด้วยความคาดหวัง“ไม่ เปลี่ยนไม่ได้ ตลอดอายุขัย 1,000 ปีของเทพ เจ้าจะต้องอยู่ในสายงานของกามเทพตลอดไป” กล่าวจบจัดจ์ก็กลับไปนั่งประจำที่โต๊ะตัดสินคดีด้วยความสุขุม พร้อมกับสะบัดมือส่งคลื่นพลังผลักร่างของกรณ์ให้ลอยไปยังจุดยืนรอด้านข้าง กรณ์ยืนหน้าเศร้าอยู่เงียบๆคนเดียวอยู่ในมุมมืด เหมือนกับว่าเขานั้นกำลังผิดหวังที่ได้เป็นกามเทพอย่างไรอย่างนั้น แต่เพียงไม่นานเสียงเรียกขานของชายวัยกลางคนที่ฟังดูร่าเริง ก็ทำให้ชายหนุ่มหันไปมองตามด้วยความสนใจ“นายคือกามเทพฝึกหัดคนใหม่ใช่ไหม?”“ครับผม แล้วคุณคือ?” กรณ์ถามกลับชายชุดขาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า“ข้าชื่อว่าจินซาน เป็นกามเทพระดับ 1 ข้าได้รับภารกิจให้มาเป็นพี่เลี้ยงของเจ้า ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรล่ะ?” ชายอ้วนหัวล้านหน้าตาใจดี และอัธยาศัยดีที่แต่ตัวไม่ต่างจากกรณ์เท่าไรเข้ามาแนะนำตัว“เอ๋? พี่เลี้ยงเหรอครับ ผมชื่อ ‘กรณ์’ ครับ หรือจะเรียกสั้นๆ ‘น้องกรสุดหล่อ’ ก็ได้ครับ” ชายหนุ่มเมื่อได้พบกับคนที่น่าพึ่งพาได้ก็ทักทายด้วยความเป็นกันเองทันที“อ่า...งั้นเรียก กร ก็แล้วกันนะ แหะๆ”