เมื่อมาถึงหน้าจวนหลี่หยางมองประตูไม้ที่คุ้นเคยด้วยสายตานิ่งสงบบรรยากาศยามเย็นเยือกเย็นแต่ไม่เหงา เขายกมือเคาะเบา ๆ
“พี่หยาง!กลับมาแล้วหรือ?” เสียงใสๆ ดังมาจากในบ้าน ประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของ หลี่ซินเอ๋อร์ น้องสาวของเขาใบหน้าอ่อนวัยสดใสมีคราบน้ำตาค้างอยู่เล็กน้อย
“อืมข้ากลับมาแล้ว” หลี่หยางยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยื่นของในถุงผ้าให้ “นี่ขนมอบผลไม้ที่เ้าชอบ แล้วก็พู่กันใหม่ กับหมึกดำชนิดดี”
“ว้าว!พี่หยาง! ขอบคุณนะ ข้ารอพี่อยู่ทุกวันเลย!” หลี่ซินเอ๋อร์กอดแขนเขาแน่นใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ
เมื่อทั้งสองนั่งลงในห้องโถงเล็กๆ หลี่เสวี่ยชงชาให้พี่ชายตามเคยจากนั้นจึงนั่งฟังหลี่หยางเล่าเื่ราวการผจญภัยในป่าอสูร —การต่อสู้กับหมาป่าหลังเทา อสรพิษเกล็ดฟ้าและแม้กระทั่งการทำสัญญากับจิ้งจอกเงาจันทร์
“พี่หยางเก่งขนาดนี้แล้ว…ข้าดีใจจริง ๆ” น้องสาวพึมพำเบา ๆ “วันหนึ่ง ข้าก็อยากออกเดินทางกับพี่เหมือนกัน”
หลี่หยางวางมือลงบนศีรษะของเธออย่างอ่อนโยน“อีกไม่นาน เ้าต้องเติบโตขึ้นอีกหน่อย แล้วพี่จะพาเ้าไปดูโลกภายนอกด้วยกัน”
เสียงหัวเราะเล็กๆ ดังขึ้นในบ้านที่เคยเงียบเหงา ทั้งสองพี่น้องนั่งพูดคุยกันจนดึกก่อนที่หลี่หยางจะลุกขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำด้วยความแน่วแน่ในใจ
“ข้ายังมีภารกิจที่ต้องทำและข้าจะไม่ล้มเหลว…”
ก่อนที่หลี่หยางจะเริ่มกระบวนการวิวัฒนาการไมยราพหนามแดงภายในลานกว้างหลังเรือนพัก เขากำลังจัดเตรียมวัตถุดิบ — ถุงพิษม่วง และรากไม้เสียดิญญา บรรยากาศรอบกายสงบเงียบ กระแสพลังไหลเวียนรอบตัวอย่างเสถียร
แต่แล้วเสียงหัวเราะแห้งแล้งก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านข้าง
“หึเ้าเอาจริงเหรอหลี่หยาง? คิดว่าสัตว์อสูรกระจอกอย่างเ้าพรรณไม้จะกลายเป็อะไรที่วิเศษได้งั้นหรือ?”
เสียงของหลี่เวินหรง ลูกพี่ลูกน้องผู้หนึ่งดังขึ้น เขาเดินเข้ามาพร้อมกับสาวใช้สองคนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“หรือเ้าคิดว่าแค่ไปเก็บเศษซากในป่ามาแล้วจะมีสิทธิ์ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกข้า?”
หลี่หยางเหลือบตามองแววตาไร้คลื่นอารมณ์ “ถ้าเ้ามีเวลาว่างนัก ก็น่าจะใช้มันฝึกฝนให้เก่งขึ้นแทนที่จะเดินวนมาดูถูกคนอื่น”
“เ้ายังกล้าตอบโต้ข้ารึ?” หลี่เวินหรงชะงักก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง“ดี! อย่าให้ถึงวันประลองเ้าจะได้รู้ว่าอะไรเรียกว่าความต่างของฐานะและพร์!”
เขาหันหลังเดินจากไปทิ้งไว้เพียงเสียงเย้ยหยันที่ลอยอยู่ในอากาศ
หลี่หยางไม่ได้ตอบโต้อีกเขาเพียงหลุบตาลง จัดวางรากไม้เสียดิญญาเคียงข้างถุงพิษม่วง“เ้าก็ได้เห็นเองว่า ใครที่ยังยืนอยู่หลังวันนั้น…”
ข้างกายของเขาเถาวัลย์สีเขียวแซมหนามแดงเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต มันคือ ไมยราพหนามแดงคู่หูผู้ซื่อสัตย์ที่เคียงข้างเขาตลอดหลายวันในป่า
หลี่หยางสูดหายใจเข้าลึกพลางหยิบของสองชิ้นออกมาจากถุงมิติ — ถุงพิษม่วง ที่ได้มาจากอสรพิษเกล็ดม่วง และรากไม้เสียดิญญา ที่ซื้อมาจากตลาดในเมือง
“เ้าพร้อมแล้วสินะ”เขาพูดพลางยื่นมือออกไป ลูบลำต้นแข็งแรงของไมยราพหนามแดง
“วิวัฒนาการสายควบคุมต้องใช้พิษ และพลังสกัดิญญารากไม้นี้จะช่วยให้เถาวัลย์ของเ้าแข็งแรงและเหนียวขึ้น”
เมื่อวางของทั้งสองลงกับพื้นพลังจากทั้งคู่เริ่มแผ่ออกอย่างรวดเร็ว ไอม่วงจาง ๆลอยรวมกับเส้นใยบางเบาของรากไม้ เสียง ครืน… ดังเบา ๆ จากในร่างของไมยราพหนามแดงหนามสีแดงเริ่มเปล่งประกาย เถาวัลย์ของมันยืดยาวออกมาช้า ๆ ราวกับเตรียมแปรสภาพ
พลังงานโดยรอบเริ่มปั่นป่วนอย่างรุนแรงคลื่นิญญาหมุนวนเข้าหากันกลางอากาศ เงาเถาวัลย์บิดเบี้ยวกลายเป็รูปลาง ๆของสิ่งใหม่ แต่แล้ว…
พรึ่บ—!
คลื่นพลังหยุดลงกะทันหันเงานั้นสลายไป
ไมยราพหนามแดงหยุดนิ่งลำต้นหอบเบา ๆ ราวกับหมดแรง หนามแดงกลับกลายเป็สีหม่นพลังแห่งวิวัฒนาการที่ควรจะสมบูรณ์กลับถูกขัดขวางไว้
“พลังสั่นไหวแบบนี้…แสดงว่ายังขาดอะไรบางอย่างสินะ…” หลี่หยางขมวดคิ้ว
แม้เขาจะมีวัตถุดิบครบแต่ดูเหมือนเงื่อนไขภายในตัวไมยราพเองยังไม่พร้อม พลังภายในยังไม่ถึงจุดสมดุลหรือจิตของมันยังไม่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
หลี่หยางลูบลำต้นไมยราพหนามแดงเบาๆ
“ไม่เป็ไรเ้าแค่ต้องใช้เวลาอีกนิด… ข้าจะหาทางให้เ้าได้วิวัฒนาการแน่นอน”
รุ่งเช้าแสงแดดแรกของวันสาดกระทบสนามประลองกว้างใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางคฤหาสน์ตระกูลหลี่ธงประจำตระกูลโบกสะบัดเหนือเวทีหินสูง เสียงผู้คนคึกคักทั่วทั้งลานมีทั้งผู้าุโ แขกผู้มีเกียรติ และบุตรหลานจากตระกูลอื่นที่มาเฝ้าชม
“ขอต้อนรับเข้าสู่การประลองเยาวชนตระกูลหลี่ประจำปีนี้!”
เสียงของผู้าุโใหญ่ประกาศก้อง“ปีนี้มีผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมทั้งสิ้น 32 คน การแข่งขันจะเป็แบบแพ้คัดออกแบ่งเป็ 5 รอบ จนกว่าจะได้ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว!”
“ก่อนจะเริ่มการประลองเยาวชนปีนี้ข้าขอประกาศ ‘รางวัลของผู้ชนะ’ ให้ทุกท่านรับทราบ—”
เสียงในสนามค่อยๆ เงียบลง ทุกสายตาจับจ้อง ผู้เข้าแข่งขันต่างลอบกลืนน้ำลาย
“ผู้ที่ได้รับชัยชนะในปีนี้จะได้รับ—
หนึ่ง— แก่นอสูริญญาระดับจอมพลขั้น 7 หนึ่งเม็ด
สอง— อาวุธิญญาระดับกลาง และ ยาหลอมจิต 1เม็ด
สาม— สิทธิ์เข้าสู่ ‘แดนลับสระทมิฬ’ หนึ่งในสถานที่ฝึกตนที่ปิดตายมาหลายสิบปี
“ผู้ที่ได้อันดับที่2-3จะได้รับ—
หนึ่ง— แก่นอสูริญญาระดับจอมพลขั้น 1 หนึ่งเม็ด
สอง— อาวุธิญญาระดับกลาง
สาม— สิทธิ์เข้าสู่ ‘แดนลับสระทมิฬ“’ หนึ่งในสถานที่ฝึกตนที่ปิดตายมาหลายสิบปี
และ“ผู้ที่เข้าร่วมในปีนี้ที่เหลือ จะได้รับ—
— แก่นอสูริญญาระดับนักรบขั้น 7หนึ่งเม็ด
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นมาทันทีเหล่าผู้ชมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง แม้แต่ผู้าุโจากนิกายต่าง ๆยังต้องเหลือบมองหน้ากัน “รางวัลระดับนี้… ไม่เคยมีในรอบหลายปีที่ผ่านมา”
—“ดูท่าตระกูลหลี่้าสร้างผู้สืบทอดที่แท้จริงเสียแล้ว”
หลี่หยางยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้เข้าร่วมรอบตัวมีสายตาหลากหลาย ทั้งเยาะเย้ย ไม่เชื่อถือ หรือแม้กระทั่งดูแคลน เพราะระดับพลังของเขายังอยู่ที่รวมจิตขั้น 2 ขณะที่คนอื่นส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในขั้น 3 ถึง 6
เขาสูดลมหายใจลึกใจสงบนิ่ง แม้พลังจะด้อยกว่า แต่จิตใจกลับไม่หวั่นไหว