บทที่ 21 เรียกิญญากลับคืน
การเรียกิญญากลับคืน สำหรับนักพรตคนอื่นอาจเป็เื่ยาก แต่สำหรับเหยาเหยาที่เกิดมาก็ใกล้ชิดกับิญญาแล้ว การทำเื่แบบนี้กลับกลายเป็เื่ง่ายดาย
มือเล็ก ๆ อ้วนกลมของเธอยกขึ้น ปลายนิ้วมีลมปราณไหลวน ก่อนที่จะคว้าไปในอากาศตรงไปยังเด็กสองคนที่นอนอยู่บนม้านั่ง
เด็กทั้งสองคนมีแผ่นยันต์สีเหลืองแปะอยู่บนร่างกาย ใบหน้าสงบนิ่งราวกับกำลังหลับใหล แผ่นยันต์บนร่างกายของพวกเขามีทั้งแบบรวบรวมิญญาและแบบสงบจิต
ว่ากันตามตรง ครั้งนี้มีเป้าหมายอยู่ที่ิญญา หากพวกเขาสงบ ก็จะไม่ดิ้นรนต่อต้าน
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เธอ้าคือการเรียกิญญาที่หายไปกลับมา ไม่ใช่การทำลาย ดังนั้นวิธีการทั้งหมดที่เตรียมไว้จึงต้องมากเป็พิเศษ และต้องระมัดระวังเป็อย่างยิ่ง
"จะเริ่มแล้วเหรอ" กู้อวี่ เอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
การเปลี่ยนิญญาแบบนี้เป็เื่ใหม่สำหรับเขา แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ สายตาของคนอื่น ๆ ในตระกูลกู้ก็พุ่งมาที่เขาทันที
"เ้าเจ็ด ปิดปากไปเลย อย่ารบกวนเหยาเหยา"
เฉินฮุ่ย รู้สึกได้ว่าการลงมือของลูกสาวในครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง บนใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความจริงจัง สามารถมองออกได้เลยว่าเื่นี้ต้องไม่ง่ายอย่างแน่นอน
"เ้าลูกชายคนเล็กของฉันนี่มันไม่รู้จักคิดก็แย่แล้ว ยังขาดไหวพริบอีกต่างหาก ไม่รู้ตอนนั้นฉันกินอะไรผิดสำแดง ถึงได้คลอดเ้าเด็กโง่นี่ออกมา"
กู้อวี่ได้ยินดังนั้นก็รีบปิดปากพลางมองอย่างตื่นเต้น แต่ก็ไม่ได้เห็นอะไรเลย
ปกติแล้ว มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นิญญาได้ ยกเว้นผีร้ายตนนั้น ที่เห็นก็เพราะถูกเหยาเหยากักไว้ในข่ายอาคมถึงปรากฏร่างออกมาได้
ดังนั้น ทุกคนในตระกูลกู้จึงได้แต่มองความว่างเปล่า
"เรียบร้อยแล้ว" เสียงของเหยาเหยาดังขึ้น ท่ามกลางความสับสนของทุกคน
กู้เหิงก้าวขึ้นไปข้างหน้าเป็คนแรก จ้องมองลูกชายที่รักซึ่งยังไม่ฟื้น เขาถามอย่างลังเล "แบบนี้แล้ว เสี่ยวเวยจะเป็เหมือนเด็กปกติได้ไหม"
เื่สุขภาพของลูกชายกลายเป็เื่ที่เขาหนักใจที่สุด แน่นอนว่าทุกคนในครอบครัวก็เป็ห่วงเช่นกัน พวกเขามองมาที่เหยาเหยาเป็ตาเดียว
เหยาเหยาส่ายหน้า "ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกค่ะ ดวงิญญาหลุดออกไปนานเกินกว่าจะกลับเข้าร่างได้ ต้องใช้เวลาปรับตัวอีกสักพักถึงจะอยู่ตัว"
"ที่สำคัญ ร่างกายของเสี่ยวเวยพิเศษมาก ดวงชะตาของเขาเป็อย่างหยินทั้งสี่ สำหรับิญญาแล้ว ร่างกายของเขาเปรียบเสมือนเปลือกนอกชั้นดี ถ้าถูกแย่งร่าง พวกมันก็ไม่จำเป็ต้องไปเกิดใหม่ เพียงแค่เข้าร่างนี้ก็สามารถอยู่ในโลกมนุษย์ได้อย่างยาวนาน"
แน่นอนว่า นี่เท่ากับเป็การลักลอบเข้าเมือง หากยมทูตจับได้ พวกเขาก็จะไม่ปรานี ตัดดวงิญญาทิ้งทันที
ดังนั้นิญญาทั่วไปจึงจะหวาดกลัวเื่นี้ แต่มีิญญาจำนวนมากที่ทำบาปไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ พอตายไปก็ต้องไปชดใช้กรรมในขุมนรกทั้งสิบแปด
ิญญาเหล่านี้กลัวการถูกยมทูตจับตัวไปมากที่สุด แต่ิญญาก็ไม่อาจอยู่ในโลกมนุษย์ได้นาน ดังนั้น หากพวกมันพบเจอกับผู้ที่มีชะตาชีวิตแบบสี่เสาหลักชะตาหยินล้วน พวกมันอาจจะเสี่ยงทำอะไรบางอย่าง เพราะถ้าหากสำเร็จ พวกมันก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระได้ไปอีกหลายสิบปี
"เหยาเหยา หนูมีวิธีอะไรบ้างไหม? ถ้ามี ก็ช่วยเหลือเวยเวยหน่อยนะ ถือว่าแม่ขอร้อง"
เฉินฮุ่ยเหลือบมองลูกชายคนโต เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแทนเขา เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเหยาเหยายังไม่สนิทสนมถึงขั้นที่เขาจะเอ่ยปากขอร้องอะไรได้
"เื่นี้แก้ไขไม่ยากหรอกค่ะ" เหยาเหยาโบกมือเล็กน้อย นำเอาผ้ายันต์มากมายออกมาจากกระเป๋า
"ปกติให้น้องพกผ้ายันต์นี้ติดตัวไว้ ก็จะสามารถหลบเลี่ยงการรับรู้ของิญญาส่วนใหญ่ได้ค่ะ รอเขาตื่นแล้ว หนูจะสอนวิชาปกปิดกลิ่นอายให้เขาค่ะ ต่อไปถ้าเขาฝึกฝนจนชำนาญแล้ว ต่อให้ไม่มีผ้ายันต์ เขาก็สามารถเก็บซ่อนกลิ่นอายของตัวเองได้"
การยืมพลังจากวัตถุภายนอก ถือเป็วิธีชั้นเลว
นี่เป็หลักคำสอนที่อาจารย์ชราเคยสอนเธอไว้ ถึงแม้ว่ากู้เวยจะมีชะตาชีวิตอันน่าหดหู่ ทำให้มีพลังชีวิตอ่อนแอ แต่ชะตาชีวิตและพลังธาตุแบบนี้ กลับทำให้เขาเรียนวิชาและอาคมต่าง ๆ ในโลกแห่งยันต์ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
เหยาเหยาลงจากเขามาสักพักแล้ว เธอไม่เคยลืมคำสั่งเสียก่อนตายของอาจารย์ที่ให้ฟื้นฟูสำนัก
ตอนนี้ในสำนักมีเพียงเธอกับอาจารย์ลุงเท่านั้น มันดูหงอยเหงามาก เธอเองก็ยังเด็ก แต่ก็รู้ดีว่าสิ่งแรกที่ต้องทำในการฟื้นฟูสำนักก็คือการหาคนมาร่วมให้ได้
ตอนที่เพิ่งย้ายิญญา เธอได้คำนวณดูแล้ว ว่ากู้เวยนั้นเป็ต้นกล้าที่ดี
อาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า ‘ของดีไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ’ หลานชายของตัวเองก็ควรจะอยู่ในสำนักเดียวกันสิ
"อย่างนี้นี่ดีเลย"
ตระกูลกู้ได้ยินว่าเหยาเหยาเต็มใจสอนวิชาให้กู้เวย ต่างก็พากันดีใจจนปิดปากไม่สนิท ใคร ๆ ก็รู้ว่าคนในโลกของนักพรต มักจะดูถูกคนธรรมดา แม้แต่ครอบครัวร่ำรวยอย่างตระกูลกู้ก็ไม่เว้น
เห็นเื่ของกู้เวยเรียบร้อยแล้ว กู้อวี่ก็อดใจรอไม่ไหว รีบเบียดเข้ามาใกล้ ๆ เหยาเหยา แล้วถามด้วยสีหน้าคาดหวัง
"เหยาเหยา เ้าเต็มใจรับเสี่ยวเวยแล้ว งั้นดูแลเจ็ดพี่ชายคนนี้ด้วยได้ไหม?"
"เอ่อ อันนี้..." ใบหน้าเล็ก ๆ ของเหยาเหยาเต็มไปด้วยความลำบากใจ
สำนักหั่วหยุนเน้นการฝึกฝนแบบเข้มข้น กู้เวยมีร่างกายที่เหมาะสมเธอถึงเต็มใจรับ แต่พี่เจ็ดของเธอนั้น เป็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง จะรับเข้าสำนักได้อย่างไร?
แต่พอเห็นแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังของเขา เหยาเหยาก็รู้สึกว่าถ้าตัวเองปฏิเสธ พี่เจ็ดคงจะเสียใจ จึงไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี
"เ้าเจ็ด นายหัวทึ่มแบบนี้ เรียนอะไรก็ไม่เคยเข้าใจ อย่าไปทำให้เหยาเหยาลำบากใจเลย"
ในที่สุดกู้เหิงก็ดึงสติกลับมาได้ หลังจากจมอยู่กับความโล่งใจที่ลูกชายรอดชีวิต เขาเห็นน้องชายตัวดีทำท่าทางน่าหมั่นไส้อยู่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ็ด "หมอนี่กล้าจริง ๆ"
กู้อวี่โมโหจนฟันแทบกัดลิ้นตัวเอง แต่เขาก็ไม่ได้โวยวายอะไรไปมากกว่านั้น เพราะเห็นสีหน้าของน้องสาวเมื่อครู่ก็พอจะรู้ตัวแล้วว่า ตัวเองไม่มีพร์แบบนั้น
"แล้วเด็กคนนั้น ใครจะพากลับไปล่ะ" จู่ ๆ กู้หลี่ก็เอ่ยขึ้น
ทุกคนเพิ่งจะหันไปสนใจร่างที่นอนอยู่ข้าง ๆ อีกคน ใบหน้าซีดเผือด คิ้วขมวดแน่นด้วยความเ็ปจากการถูกดึงิญญาออกไป
คนตระกูลกู้เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ แต่พวกเขาจะไม่เสียใจที่ทวงิญญาคืน เพราะนั่นคือของของพวกเขาั้แ่แรก ถูกขโมยไปตั้งหลายปี พวกเขายังไม่เอาเื่กู้ชิงจวินก็เพราะเห็นแก่ชื่อสกุลเดียวกัน
ส่วนอนาคตจะเป็ยังไง ก็เป็เวรกรรมของเด็กคนนั้น ไม่เกี่ยวกับพวกเขาแล้ว!
"ให้กู้เหิงพาไปเถอะ ถึงยังไง เด็กคนนี้ก็นับว่ามีสายเืของเรา"
คราวนี้เป็กู้เสวี่ยซงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบเฉย
เขารู้จักพี่ชายตัวเองดี นิสัยแบบ ‘โลกหมุนรอบตัวเอง’ หลานชายที่เคยถนุถนอม กลับไปป่วยออด ๆ แอด ๆ อีกครั้ง คราวนี้พี่ชายเขาได้คลั่งแน่ ๆ
วันนี้ ในงานเลี้ยงมีแขกผู้มีหน้ามีตามากมาย อีกฝ่ายอาจไม่รักษาหน้า แต่พวกเราต้องรักษาหน้าเอาไว้ การให้คนพาเขาออกไปถือเป็วิธีที่ปลอดภัยที่สุด
อีกอย่าง มีเครื่องรางของเหยาเหยาคอยควบคุมอยู่ อีกฝ่ายจึงไม่มีทางสร้างความวุ่นวายได้
กู้เหิงพยักหน้า แสดงว่าเห็นด้วยกับการตัดสินใจของพ่อ จากนั้นก็อุ้มเด็กที่ยังไม่ฟื้นออกจากห้องไป
"เตรียมตัวหน่อยนะเหยาเหยา พวกเราต้องออกไปแล้ว" เฉินฮุ่ยมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ
เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ทำให้เสียเวลาไปไม่น้อย ใกล้จะถึงเวลาเริ่มงานแล้ว ถ้าพวกเขาไม่ออกไปปรากฏตัว แขกเ่าั้คงจะเริ่มคาดเดากันใหญ่แล้ว
เธอยื่นมือออกไปจูงเหยาเหยาที่สวมชุดกระโปรงพองฟู แล้วค่อย ๆ เดินไปยังสถานที่จัดงาน