สีหน้าของซูเหม่ยถิงทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธเคืองจนตัวสั่น นายท่านของบ้านรองไม่ได้ถือกำเนิดจากนาง แม้ว่าจะมีสถานะเป็บุตรชายที่ถือกำเนิดจากอนุแต่ก็สามารถผลักดันตนเองจนมีตำแหน่งใหญ่โต ในขณะที่บุตรชายของนางนั้นนางต้องใช้ความพยายามไปตั้งมากมายกว่าเขาจะได้นั่งตำแหน่งอัครเสนาบดีแห่งแคว้นได้อย่างมั่นคงเช่นนี้ได้
หากครั้งนี้หลานสาวสายตรงของนางพลาดจากตำแหน่งไท่จื่อเฟยไปนางคงรู้สึกราวกับว่าโดนคนของบ้านรองตบหน้าดังนั้นนางจึงไม่มีทางยินยอมให้เกิดเื่เช่นนี้อย่างเด็ดขาด เพียงแต่หลานสาวคนโตของนางดูเหมือนว่าจะไม่้าเช่นนั้นซูเหม่ยถิงไม่เพียงไม่สนใจคำเตือนของนางแถมยังดูเหมือนกำลังตั้งใจจะท้าทายความอดทนของนางอีกด้วย
“ข้าย่อมรู้ตัวดีเ้าค่ะว่ากำลังทำอะไรอยู่เ้าค่ะ เพียงเพราะ้าเป็ไท่จื่อเฟยน้องสาวที่ภายนอกดูใสซื่อกลับจงใจลงมือวางยาทำลายชีวิตทั้งชีวิตของข้า แล้วจะให้ข้ายอมนิ่งเฉยได้อย่างไรเล่าเ้าคะ” เมื่อซูเหม่ยถิงเอ่ยเช่นฮูหยินผู้เฒ่าก็เม้มปากแน่นเพื่อพยายามข่มอารมณ์ของตนเองในทันที
“ซูเหม่ยถิง” น้ำเสียงข่มขู่ของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ซูฮุ่ยิขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปหาบุตรสาวคนโตของเขาในทันที
“ถิงถิง เื่ในวันนี้พ่อย่อมจะต้องทวงคืนความเป็ธรรมให้เ้าแน่ เ้าก็จงยอมถอยสักก้าวเถิด” มีหรือที่ซูฮุ่ยิจะคาดเดาความคิดของซูเหม่ยถิงไม่ได้ ยามนี้นางกำลังตั้งใจจะลากซูเหม่ยเหยาให้ลงน้ำขุ่นไปด้วยกันกับนาง เพียงแต่การที่นางทำเช่นนี้ก็เท่ากับว่าตั้งใจจะทำให้บ้านสายหลักไม่ได้ตำแหน่งไท่จื่อเฟยซึ่งเป็การขัดขวางความตั้งใจอันสูงสุดของฮูหยินผู้เฒ่า ซูเหม่ยถิงเป็บุตรสาวคนโปรดของเขา เขาย่อมจะต้องพยายามจะปกป้องนางให้มากอยู่แล้ว เพียงแต่ระหว่างบุตรสาวกับมารดาเขาจำเป็ต้องเลือกมารดาของเขาก่อน
“ท่านพ่อ! ท่านคงจะไม่รู้ว่าวันนี้ข้าเข้าใกล้ความตายแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น แล้วท่านพ่อยังจะคิดให้ข้ายอมถอยด้วยหรือเ้าคะ หากข้าตายไปจริงๆ ท่านพ่อยังจะเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมาอีกไหมเ้าคะ หรือว่าจะยอมให้ข้าตายจากไปอย่างยินดี ส่วนท่านก็แค่เพียงเสียใจเพียงไม่กี่วันแล้วก็ไปชื่นชมยินดีกับการกระทำของฮูหยินคนใหม่และบุตรสาวของท่าน เห็นดีเห็นงามกับการที่พวกนางสามารถทำลายข้าได้เพียงเพราะข้าไปขัดขวางหนทางที่บุตรสาวคนเล็กของท่านจะได้ขึ้นเป็ไท่จื่อเฟยเช่นนั้นหรือ”
ซูเหม่ยถิงถามเอ่ยแทนหนึ่งชีวิตที่ตายจากไป แม้ว่านางจะไม่อาจจะบอกให้ผู้อื่นรู้ได้ว่าซูเหม่ยถิงตัวจริงถูกทำร้ายตนตายแล้ว ส่วนนางเป็แค่เพียงดวงิญญาจากโลกอนาคตที่เข้ามาสิงสถิตอยู่ในร่างนี้แทนเพียงเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นนางไม่มีทางยอมให้เ้าของร่างเก่าต้องตายจากไปอย่างไร้ความเป็ธรรม ยามนี้ในเมื่อนางได้อาศัยอยู่ในร่างนี้แล้วย่อมจะต้องพยายามทวงคืนความเป็ธรรมให้เ้าของร่างนี้ให้ได้
“ถิงถิง…” ซูฮุ่ยิได้แต่จ้องมองบุตรสาวด้วยความเห็นใจ
เขารู้ดีว่าคนอย่างรุ่ยอ๋องไม่ใช่คนที่จะใกล้ชิดได้ มีสตรีหลายนางแล้วที่คิดใช้แผนการอันโง่เขลาเช่นนี้เพื่อจะได้เป็สตรีของรุ่ยอ๋อง แต่สตรีเ่าั้ล้วนตายจากไปอย่างน่าอนาถ แม้กระทั่งท่านหญิงของจวนลิ่วกั๋วกงก็ยังถูกรุ่ยอ๋องตบจนตายในฝ่ามือเดียวอย่างไม่อาจจะร้องขอความเป็ธรรมได้ ยามนี้การที่บุตรสาวของเขารอดชีวิตแถมรุ่ยอ๋องยังยืนยันว่าจะตบแต่งนางเข้าไปเป็พระชายาเอก นอกจากซูเหม่ยถิงจะรอดจากความตายแล้วรุ่ยอ๋องยังคิดจะรับผิดชอบในพรหมจรรย์ที่ต้องสูญเสียไปของนางด้วย เื่นี้ไม่ว่าอย่างไรก็ยังถือว่าบุตรสาวของเขาโชคดี เพราะต่อให้นางไม่ถูกรุ่ยอ๋องฆ่าตายก็อาจจะถูกมารดาของเขาจัดการอยู่ดี เพราะเื่ความบริสุทธิ์ที่สูญเสียไปถือว่าเป็การทำลายชื่อเสียงอันดีงามของสตรีในสกุลถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ความผิดของนางก็ตามที เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็หันไปจ้องมองเวินหานเซียงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
ก่อนหน้านี้ที่เขายอมเชื่อมารดารับนางเข้ามาเป็อนุก็เพราะไม่อยากให้มารดาตั้งแง่รังเกียจเฉิงซื่อผู้เป็ฮูหยินที่รักของเขา และกล่าวหาว่านางเป็สตรีใจแคบไม่ยอมรับสตรีอื่นเข้าจวน พอฮูหยินของเขาจากไปเขาก็ยอมเชื่อมารดายกเวินหานเซียงขึ้นเป็ฮูหยินคนใหม่ก็เพราะเห็นว่านางปฏิบัติต่อบุตรชายและบุตรสาวของเขาที่เกิดจากฮูหยินคนก่อนเป็อย่างดี แต่ยามนี้เขาเห็นแล้วว่าตนเองได้ชุบเลี้ยงงูพิษเอาไว้ข้างกายของตน นางไม่เพียงทำลายชีวิตบุตรสาวคนโตที่เขารักมากเพียงเท่านั้น แต่ยังทำลายบุตรสาวคนเล็กอย่างไม่มีชิ้นดีอีกด้วย เด็กสาวที่เคยใสซื่อคนหนึ่งแต่กลับลงมือทำร้ายพี่สาวของตนเองให้เช่นนี้หากไม่เพราะการเลี้ยงดูที่ผิดพลาดแล้วเขาจะกล่าวโทษสิ่งใดได้
“ท่านพี่ ข้าถูกใส่ร้าย” เมื่อเวินหานเซียงเอ่ยเช่นนี้ซูฮุ่ยิก็ส่ายหน้าแล้วจึงได้ตัดสินใจเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ท่านแม่เช่นนั้นก็คงจะต้องเรียนน้องรองเข้ามาปรึกษาแล้ว หากซูเหม่ยเหยาเป็คนลงมือทำร้ายพี่สาวของนางจริง พวกเราก็ไม่ควรปล่อยให้คนที่มีจิตใจเช่นนางแต่งเข้าตำหนักบูรพา ไม่เช่นนั้นนางอาจจะนำพาความเดือดร้อนมาให้สกุลซูพวกเราได้ในภายหลัง” เมื่อซูฮุ่ยิเอ่ยเช่นนี้ฮูหยินผู้เฒ่าก็ขมวดคิ้วแน่น
ต่อให้นางรักใคร่ลำเอียงในตัวซูเหม่ยเหยามากเพียงใดแต่พอได้ยินว่าหลานสาวผู้นี้อาจจะนำความเดือดร้อนมาให้สกุลซู นางก็จำต้องพยายามลดทิฐิของตนเองลง ไม่ว่าจะบ้านสายหลักหรือบ้านสายรองก็ล้วนเป็คนสกุลซูยามดีก็ดีด้วยกัน ยามร้ายก็ร้ายด้วยกันรวมทั้งสายอื่นในสกุลด้วยนางในฐานะผู้าุโของสกุลไม่อาจจะใช้ความมีทิฐิของตนเองทำลายผู้อื่นได้
“เวินหานเซียง เ้าดูสิว่าการกระทำของเ้ามันเลวร้ายสักแค่ใน โธ่เอ้ย! หลานสาวผู้แสนดีของข้าถูกทำให้กลายเป็เช่นนี้ล้วนเป็เพราะข้ามองคนผิดจริงๆ” เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเช่นนี้นายท่านใหญ่เวินผู้เป็พี่ชายแท้ๆ ของเวินหานเซียงถึงกับรีบเอ่ยปากในทันที
“ท่านป้า เหตุใดท่านจึงได้รีบตัดสินความผิดเช่นนี้ แค่เพียงคำพูดปากเปล่าของคุณหนูใหญ่ซูท่านก็ตัดสินความผิดของน้องสาวและหลานสาวของข้าเชียวหรือ” เมื่อนายท่านเวินเอ่ยเช่นนี้รุ่ยอ๋องที่นั่งฟังอยู่ก็เอ่ยแทรกขึ้นมา
“เื่ที่เวินอี้เหวินประคองข้ามาในเรือนชั้นในของจวนสกุลซูแล้วพาข้าเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวของซูเหม่ยถิงได้ข้ายังไม่ได้เอาเื่เลยนะ หรือว่าแม้แต่คำพูดของข้าก็ไม่อาจจะเชื่อถือได้เช่นกัน” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยเช่นนี้สายตาทุกคู่ก็ต่างหันไปมองที่เขาเป็ตาเดียว
“ยังไม่นับถึงเื่ที่ว่าที่นี่คือจวนสกุลซู แต่คุณชายใหญ่ของสกุลเวินสามารถเข้าออกเรือนชั้นในได้อย่างคล่องแคล่ว แถมยังสามารถเข้าไปจนถึงเรือนชั้นในของคุณหนูใหญ่ได้ ถ้าไม่ใช่ฮูหยินที่มาจากสกุลเวินเป็คนเป็คนอนุญาตเขาจะกล้าพาข้าเข้ามาได้อย่างไร ยังไม่นับว่าตอนที่ข้าถูกประคับประคองมาแล้วพบกับคุณหนูรองเข้านางดูไม่แปลกใจเลยสักนิดแถมยังทักทายคุณชายใหญ่เวินอย่างสนิทสนมและรู้เห็นเป็ใจอีกด้วย เดิมทีข้าไม่คิดอยากจะทำลายชื่อเสียงของนาง แต่ยามนี้พอเห็นว่ามีคนกำลังสงสัยในถ้อยคำของว่าที่พระชายาของข้ามันทำให้ข้าพยายามเป็คนดีเอาไว้ไม่ไหวแล้ว”
คำว่าพยายามเป็คนดีของรุ่ยอ๋องทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นต่างพากันหลุบสายตาของตนเองลงเพื่อปิดบังความคิดของตนเอง แม้แต่ซูหย่วนจิ้งที่กำลังคิดขอบคุณเขาอยู่ในใจที่ช่วยออกหน้าแทนน้องสาวของเขาและยังยืนยันว่าจะรับน้องสาวของเขาไปเป็พระชายาก็ยังต้องรีบหลุบสายตาของตนเองลงและคิดในใจว่า ต่อให้ท้องฟ้าเปลี่ยนสีไปก็คงจะเป็เื่ยากที่รุ่ยอ๋องจะเปลี่ยนเป็คนดี แต่เมื่อเห็นว่ายามนี้น้องสาวของเขาได้รุ่ยอ๋องช่วยชีวิตเอาไว้ แม้ว่าจะต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ไปแต่ก็ยังสามารถประคับประคองชีวิตเอาไว้ได้ ความดีความชอบนี้ของรุ่ยอ๋องนับว่าเป็บุญคุณชนิดหนึ่งที่เขาจะต้องพยายามตอบแทนให้ได้ในวันหน้า เขาจึงได้เอ่ยออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนคำพูดของรุ่ยอ๋องในทันที
“ท่านอ๋องพูดถูกแล้ว ท่านลุงเวินคราวนี้คนของพวกท่านเป็ฝ่ายผิด สกุลซูของพวกข้ายังไม่ได้เอาความ ท่านก็อย่าได้ออกหน้ามาช่วยพูดให้แม่เลี้ยงของข้าเลย” คำว่าแม่เลี้ยงของซูหย่วนจิ้งทำให้เวินหานเซียงถลึงตาใส่เขาในทันที แต่เมื่อเห็นสายตาของซูฮุ่ยิแล้วนางก็จะต้องพยายามเก็บงำสายตาของตนเองเอาไว้
“เอาเป็ว่าเื่ความผิดของเวินซื่อข้าจะเป็คนลงโทษนางเอง ส่วนความผิดของเวินอี้เหวินพวกเ้าก็นำตัวกลับไปจัดการกันเอาเองก็แล้วกัน” คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้เวินหานเซียงทอดถอนใจออกมาอย่างโล่งใจด้วยรู้ดีว่าฮูหยินผู้เฒ่ามักจะเห็นแก่นางที่เป็หลานสาวในสกุลเดิมของตน ส่วนนายท่านใหญ่เวินก็ทอดถอนใจออกมาอย่างโล่งอกเช่นเดียวกันเพราะการที่เขาสามารถนำตัวบุตรชายของเขากลับไปได้เขาย่อมจะไม่ลงโทษบุตรชายของตนเองอย่ารุนแรงเพียงเพราะเื่ของผู้อื่นอยู่แล้ว
“ขอบคุณท่านป้าขอรับ รับรองว่าข้าจะจัดการลงโทษเ้าลูกไม่รักดีคนนี้อย่างสาสมทีเดียว” เมื่อนายท่านใหญ่เวินเอ่ยจบก็รีบสั่งให้คนของตนช่วยกันควบคุมตัวเวินอี้เหวินในทันที
“จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไรกัน กล้าคิดวางยาทำร้ายอ๋องเช่นข้าพวกเ้าจะลงมือลงโทษกันเองได้หรือ” เขาเอ่ยพลางโบกมือให้คนของเขาเข้าไปแย่งคนในมือของคนสกุลเวินแล้วก็ลุกขึ้น
“ข้าจะนำเขาไปสอบสวนแล้วลงโทษด้วยตนเอง” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยเช่นนี้นายท่านใหญ่เวินก็รีบร้องประท้วงในทันที อีกทั้งยามนี้คนของเขาที่มีตั้งหลายคนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนของรุ่ยอ๋องได้ หนทางจะอยู่รอดของบุตรชายคงขึ้นอยู่กับเขาแล้ว
“ท่านอ๋อง เขาคือบุตรชายคนโตของข้า ขอท่านอ๋องได้โปรดเมตตาข้าด้วย” เมื่อนายท่านใหญ่เวินเอ่ยเช่นนี้นี้รุ่ยอ๋องก็หัวเราะออกมาในทันที
“แน่นอน ข้าผู้นี้ขึ้นชื่อในเื่ความเมตตาอยู่แล้วย่อมจะต้องลงโทษเขาอย่างเมตตาและปรานีอย่างแน่นอน” เขาเอ่ยพลางสั่งให้คนของตนควบคุมเวินอี้เหวินออกไปโดยที่ไม่กล้ามีผู้ใดคัดค้านอีก
“ข้าคงต้องไปแล้ว ส่วนเ้า่นี้ก็ดูแลตนเองให้ดี วันพรุ่งนี้ข้าจะเข้าวังไปขอพระราชทานสมรส” เขาหันไปเอ่ยกับซูเหม่ยถิงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนหลายคนในที่นี้ต้องเอามือลูบขนแขนที่พากันลุกชันขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง แล้วเขาจึงได้หันไปเอ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่าและซูฮุ่ยิด้วยน้ำเสียงกดดัน
“หวังว่าพวกท่านจะจัดการลงโทษคนกระทำผิดอย่างเหมาะสม ส่วนเ้าอย่าพยายามให้ข้าเห็นหน้าเ้าอีก สตรีเช่นเ้าข้ารังเกียจมากที่สุด ทางที่ดีควรอยู่ให้ห่างข้าเอาไว้ไม่เช่นนั้นหากข้าพลั้งมือฆ่าเ้าขึ้นมาคงจะกลายเป็เื่ใหญ่” ประโยคหลังรุ่ยอ๋องเอ่ยกับซูเหม่ยเหยาด้วยสีหน้ารังเกียจ สายตาชื่นชมและเชื้อเชิญที่นางส่งมาให้เมื่อครู่นี้เขาย่อมมองออก สตรีที่มีท่าทีเช่นนี้เขาพลั้งมือฆ่าไปหลายคนแล้วและไม่อยากจะพลั้งมือฆ่าเพิ่มขึ้นอีก ไม่เช่นนั้นคราวนี้คราวเขาคงจะถูกส่งไปอยู่ชายแดนอย่างที่เสด็จแม่ของเขาเคยขู่เอาไว้เป็แน่ เมื่อเอ่ยจบเขาก็เดินจากไปทิ้งให้คนสกุลซูจัดการเื่ภายในกันเอาเอง