บทที่ 5 : เวลาและความผูกพันธ์
ฟืดดด...
ใบเตยที่ได้สติจากเหตุการณ์ชวนให้ใจเต้นเมื่อครู่ ลงจากรถยนต์มาแล้วเดินก้มหน้าเข้าสำนักงานห้องแถว ไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมของเธอ แล้วเริ่มลงมือทำงานต่อ อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลานัดสัมภาษณ์งานของหลานชายทั้งสองคนของลุงวิชัยแล้ว แต่เอกสารในการใช้สัมภาษณ์ยังไม่แล้วเสร็จดี ใบเตยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองสิ่งรอบข้างอีกั้แ่นั้น ถึงอย่างนั้น ภาพใบหน้าชายหนุ่มแสนหล่อเหลาที่เคลื่อนเข้าใกล้เธอ ทั้งยังริมฝีปากที่ประทับลงบนหน้าผากเธอเมื่อครู่ ก็ได้แวบเข้ามาในหัวเธอเรื่อยๆ หญิงสาวต้องคอยดึงสติตนเองให้กลับมาทำงานต่อตลอดเวลา
“...”
ระหว่างนั้นเอง น้ำตาลลุกขึ้นแล้วนำเอาเอกสารที่เพิ่งปริ้นออกมาเมื่อครู่วางลงบนโต๊ะตรงหน้าฟ้าคราม เธอมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้กล่าวสิ่งใดกับฟ้าคราม หลังวางเอกสารเรียบร้อยแล้วก็ได้เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของเธอเช่นเดิม ชายหนุ่มพอเข้าใจว่าน้ำตาลคิดอะไรอยู่ เขาคิดจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเธอที่โต๊ะ แต่ไม่ทันที่จะได้เดินพ้นจากโต๊ะทำงานของตนเอง ประตูบานเลื่อนด้านหน้าทางเข้าก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ และปรากฏชายหนุ่มผิวสีแทนร่างั์สองคน เดินตามกันเข้ามาด้านใน
“สวัสดีครับนายช่าง”
“ภัทรกับภีมใช่ไหมครับ”
“ครับผม”
“มานั่งเลย...ใบเตยครับ เอกสารพี่ได้หรือยัง?”
หญิงสาวรูปร่างอวบผู้มีผมสีดำขลับกุลีกุจอลุกขึ้นยืนพยักหน้ารับ เธอหยิบเอกสารที่เร่งมือทำเดินออกไปยื่นให้กับชายผู้มาใหม่สองคน
“น้องเตยมานั่งฟังสัมภาษณ์ด้วยนะครับ”
“ได้ค่ะ”
ใบเตยลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ ตามคำสั่งฟ้าคราม เธอไม่ได้สอบถามอะไรไปแม้แต่คำถามเดียว ด้วยยังไม่มีประสบการณ์ในการสัมภาษณ์งานพนักงานเท่าใดนัก เธอเพียงมองไปมาระหว่างผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์เท่านั้น สลับกับจดบันทึกการคุยบาง่เอาไว้
การพูดคุยเป็ไปอย่างราบรื่น ใบเตยมองใบหน้าของฟ้าครามแล้วเริ่มจับสังเกตได้ว่า ชายหนุ่มพอใจหลายชายทั้งสองของลุงวิชัยเป็อย่างมาก โดยเฉพาะพิมุขหรือภัทร ที่ดูท่าว่าฟ้าครามจะสนใจมากเป็พิเศษ ด้วยพิมุขนั้นได้บอกเล่าถึงประสบการณ์การทำงานของเขาเองที่น่าสนใจให้ฟ้าครามฟัง พูดคุยในเนื้อหางานกันอยู่ร่วมหนึ่งชั่วโมง ฟ้าครามก็ได้จบการสนทนานั้นลง
“น้องเตยฟังอยู่ใช่ไหม?”
“ค่ะพี่คราม”
“ภัทรกับภีมกลับได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมขอปรึกษากับน้องเตยก่อน แล้วยังไงพรุ่งนี้จะให้น้องเตยติดต่อไปนะ”
“ครับนายช่าง ขอบคุณมากครับ”
“รบกวนจดเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อไว้ให้หน่อยนะคะ”
ใบเตยยื่นกระดาษเปล่าใบเล็กให้กับชายหนุ่มทั้งสอง เขารับกระดาษจิ๋วนั้นมาแล้วจดเบอร์ของทั้งคู่ลงไป ภาคินยื่นกระดาษแผ่นนั้นส่งคืนให้ใบเตยพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หญิงสาวต้องหลบสายตา
“ผมจะรอรับโทรศัพท์นะครับ ขอบคุณมากครับนายช่าง”
ว่าแล้วชายหนุ่มทั้งสองก็เดินออกจากห้องสำนักงานไป ฟ้าครามนั่งลงโดยให้ใบเตยนั่งอยู่ที่เดิมเมื่อครู่
“น้องเตยมีความเห็นว่ายังไงครับ?”
“พิมุขกับภาคินเหรอคะ?”
“ใช่”
“หนูแอบสังเกตเห็นว่าพี่ครามชอบทั้งคู่เลยนะคะ”
“น้องเตยว่าพี่ควรรับทั้งสองคนเข้าทำงานไหม?”
“ควรนะคะ ทั้งสองคนดูมีประสบการณ์ แล้วก็เป็หลานของโฟร์แมนด้วย น่าจะคุยงานกันง่ายค่ะ”
“ถ้าน้องเตยว่าอย่างนั้น พรุ่งนี้พี่ฝากน้องเตยประสานงานทำเื่รับภัทรกับภีมเข้าทำงานด้วยนะครับ ยังไงพรุ่งนี้โทรแจ้งทั้งคู่เลยนะ พี่อยากให้เขามาเริ่มงานวันมะรืนเลย”
“ได้ค่ะพี่คราม”
ด้วยความใกล้ชิดระดับที่เก้าอี้ติดกัน ทำให้ใบเตยไม่สามารถมองตอบสายตาของฟ้าครามไปตรงๆ ได้ เธอก้มหน้าแล้วพยักหน้าเบาๆ ตลอดการสนทนา
ปัง!
โดยไม่ทันตั้งตัว เสียงดังสนั่นได้ดังขึ้นในห้องสำนักงาน สายตาของทุกคนที่อยู่ในห้องหันไปยังต้นเสียงพร้อมกัน และพบว่าเสียงนั้นดังขึ้นมาจากโต๊ะของน้ำตาล ที่บัดนี้มีแฟ้มหนาสีดำถูกวางอยู่ และเสียงที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อาจเกิดจากเสียงแฟ้มหนากระทบกับโต๊ะทำงานที่ทำมาจากกระจก
“มึงเป็ไร”
“…”
ฟ้าครามที่เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจเอ่ยถามขึ้นเสียงดัง น้ำตาลไม่ได้ตอบคำถามนั้นแต่อย่างใด เธอหันไปมองหน้าฟ้าครามด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายความโกรธ และหญิงสาวผู้นั่งอยู่ข้างๆ ฟ้าครามเองก็จับััความน่ากลัวนั้นได้
“เอ่อ...ใกล้เที่ยงแล้ว เตยขอกลับไปทานข้าวก่อนนะคะ”
“ครับ น้องเตยไปเถอะ อย่ากลับมาเกินบ่ายครึ่งนะ”
“ค่ะพี่”
ใบเตยลุกขึ้นทันทีหลังตอบรับคำบอกเล่าจากหัวหน้างานของเธอ บรรยากาศนั้นสุดแสนจะมาคุ เธอไม่เคยเห็นน้ำตาลโกรธจัดมากเท่านี้มาก่อน และไม่รู้ว่าทำไมถึงััได้ว่า ที่น้ำตาลโมโหนั้นมีเธอเองที่เป็ต้นเหตุ
หลังเด็กใหม่กลับไปรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านเรียบร้อยแล้ว ฟ้าครามก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปยืนด้านหลังโต๊ะทำงานของน้ำตาล เขาถามย้ำคำถามเดิมที่ได้ถามไปเมื่อครู่อีกครั้ง
“มึงเป็ไร?”
“...เปล่า”
“...”
“กูแค่เผลอวางแฟ้มแรง”
“คิดอะไรทำอะไร อย่าให้มันออกนอกหน้ามาก ยังไงกูก็เป็หัวหน้ามึง ไว้หน้ากูหน่อย”
“อือ”
น้ำตาลตอบรับในลำคอก่อนที่จะดันเก้าอี้ออกแล้วลุกขึ้นยืน เธอเดินเลี่ยงฟ้าครามออกจากห้องทำงานไป แล้วขึ้นไปยังห้องนอนของเธอที่อยู่ชั้นสองของตัวอาคาร
“…เฮ้อ”
นายช่างใหญ่ถอนหายใจกับพฤติกรรมของน้ำตาลที่กลับมาเป็เช่นนี้อีกแล้ว เขาเอื้อมปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ของน้ำตาลที่ยังคงมีงานค้างอยู่ จากนั้นจึงได้เดินไปทางบันไดทางขึ้นชั้นสอง แต่ยังไม่ทันได้เดินขึ้นไป เสียงประตูบานเลื่อนด้านหน้าห้องแถวก็ดังขึ้นเสียก่อน
ฟืดด...
“คราม?”
“ไงพี่ขนุน ได้อะไรมากิน?”
หัวเรือใหญ่เอ่ยทักช่างขนุน วิศวกรประจำโครงการที่บัดนี้หิ้วถุงแกงเดินเข้าห้องมา
“ขนมจีนน้ำยา เอ็งล่ะกินอะไรหรือยัง?”
“ยังเลย พี่มีเผื่อผมไหมล่ะ?”
“ไม่มีอ่ะ เอ็งไม่โทรบอกให้ซื้อเผื่อล่ะ แล้ววันนี้ไอ้ตาลมันไม่ทำอะไรให้กินเหรอ?”
“ไม่รู้มันไปกินรังแตนที่ไหนมา โกรธขึ้นห้องไปนู่นละ”
“อ่าว แล้วเอ็งจะกินอะไรล่ะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน พี่ขนุนไปกินขนมจีนเถอะ เดี๋ยวผมหากินเอาแถวนี้แหละ”
“อือ วันหลังไม่มีไรกินก็โทรบอกได้นะ”
ขนุนเป็อีกคนที่เดินขึ้นบันไดแล้วเข้าห้องส่วนตัวของเขาไป แม้จะเป็วิศวกรที่มีฝีมือและมากประสบการณ์ แต่ขนุนก็เป็คนที่มีนิสัยแปลกประหลาดไม่น้อย เขาเข้ากับคนง่าย แต่ก็ไม่ชอบไปกินข้าวกับใคร อาหารกลางวันส่วนใหญ่ จะซื้อมาแล้วเอาเข้าไปกินในห้องส่วนตัวทุกวัน
ฟ้าครามมองตามขนุนขึ้นไป้าจนลับตา เขาถอนหายใจอีกครั้งกับลักษณะนิสัยของลูกน้องแต่ละคน ถึงอย่างนั้น ทั้งขนุน น้ำตาล รวมทั้งกุ้ง ก็เป็ลูกน้องเขามาได้เกือบ 5 ปีแล้ว ั้แ่โครงการสร้างทางก่อนหน้า ชายหนุ่มก้าวเท้าเดินขึ้นชั้นสองของอาคารเช่นเดียวกัน ก่อนจะไปหยุดยืนบริเวณหน้าห้องของน้ำตาล
ก่อก ก่อก ก่อก
“ใคร?”
“กูเอง”
ฟ้าครามเคาะประตูห้องนอนฝั่งบันไดเสียงดังลั่น เ้าของห้องะโถามออกมา เพียงครู่เดียวประตูห้องก็เปิดออก
“มีอะไร?”
“กูหิวข้าว”
“ทำไมช่างไม่ไปหาอะไรกินล่ะ”
“มึงมีอะไรให้กูกินไหม?”
“ไม่มี...มึงไม่ให้น้องเตยหาให้กินเอาอ่ะ”
“มึงบ้าหรือเปล่า หลีกไปดิ”
ฟ้าครามผลักร่างน้ำตาลที่ตัวเล็กเท่าหัวไหล่ของเขาให้พ้นหน้าประตู แล้วเดินเข้าห้องส่วนตัวของลูกน้องสาวสวยไปอย่างอุกอาจ ภายในห้องส่วนตัวมีเตียง 6 ฟุตตั้งอยู่ พร้อมอุปกรณ์เครื่องใช้พื้นฐานของสตรี ห้องพักห้องนี้ เป็ห้องพักห้องเดียวบริเวณชั้น 2 ที่มีห้องน้ำในตัว
หลังเดินเข้าห้องมาได้แล้ว นายช่างหนุ่มก็ล้มตัวนอนลงบนเตียงในท่าแผ่หลาฉายแววตาสีหน้าสบายใจ
“หิวข้าวไม่ใช่หรือไง ไม่ไปหาอะไรกินอ่ะ มานอนทำไมตรงนี้?”
“มึงก็ไปหาอะไรให้กินหน่อยสิ”
“กูขอพักบ้างได้มะ ทำงานให้มึงั้แ่ 6 7 โมงละ ยังไม่ได้พักเลย”
ฟ้าครามกระติกเท้าขวาที่มีถุงเท้าสวมอยู่ไปมาไม่หยุด เขาพยักหน้าและออกเสียงเป็สัญลักษณ์ให้น้ำตาลทำบางอย่าง
“อื่อ...”
“เฮ้ออ...ใช้กูอย่างกะทาส”
หญิงสาวใบหน้าเกลี้ยงเกลาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอเดินไปนั่งข้างเตียงและค่อยๆ ถอดถุงเท้าของหัวหน้างานเธอออกทีละข้าง จากนั้นก็ค่อยๆ ขยับกายขึ้นเพื่อปลดเข็มขัดเส้นใหญ่ออกและพาดไว้ข้างเตียง เธอเคลื่อนมือรูดซิปกางเกงยีนส์เนื้อดียี่ห้อดังลง แล้วจับปลายขากางเกงทั้งสองข้างดึงออกพร้อมกัน
“ยกตูดขึ้นดิ”
ด้วยร่างกายอันใหญ่โตของชายที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียง เขาดันตัวขึ้นเพื่อให้ลูกน้องช่วยถอดกางเกงให้ โดยด้านในมีกางเกงบ็อกเซอร์ยี่ห้อดังเช่นเคยสวมทับอยู่
“เป็ไงมึง หน้าบูดเป็ตูดหมึกเลย”
“กูเหนื่อย”
“เหนื่อยหรือหึงกู”
“ช่างทำอะไรไว้ ก็รู้อยู่แก่ใจป่ะ”
“กูทำอะไร?”
“ในรถเมื่อกี้ อย่านึกว่าหนูไม่เห็น”
“กูทำไร กูแค่ช่วยถอดเข็มขัดให้น้องมัน”
“ช่างจูบหน้าผากทำไม?”
“ก็หัวกูไปโขกกับหัวน้อง ถ้าหัวน้องมันแตกขึ้นมากูก็มีปัญหาอีก”
“ไม่เห็นต้องจูบเลยนี่”
“กูแค่เป่า”
“ช่างชอบน้องเตยใช่มะ”
“แล้วยังไง มึงก็บอกเองว่าน้องมันนิสัยดี”
“หนูรู้สึกว่าน้องมันนิสัยดีจริงๆ ช่างปล่อยมันไปสักคนเหอะนะ”
“กูไม่ได้ทำอะไรเลย แค่พาไปดูหน้างานมา มึงจะคิดมากทำไม”
“…”
“มึงมาดูอะไรนี่ดิ”
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดอะไรบางอย่าง ด้านน้ำตาลที่ยังคงมีใบหน้ายับยู่ยี่เดินมานั่งลงใกล้ๆ กับฟ้าคราม แต่ก่อนที่หญิงสาวจะทันได้ก้มมองภาพบนหน้าจอ มือหนาก็ได้คว้าข้อมือเล็กเอาไว้แล้วดึงเธอให้ล้มตัวลงบนเตียง และตามมาทาบทับ้าด้วยร่างกายอันใหญ่โตของชายหนุ่มเต็มวัย
“ช่าง!”
“อะไร”
“อย่า!”
น้ำตาลที่นอนหงายอยู่ใต้ร่างของหัวหน้างานพยายามขยับข้อมือทั้งสองข้าง แต่กลับถูกมือหนาล็อกเอาไว้ให้ขยับไปไหนไม่ได้ ชายหนุ่มนิ่งอยู่อย่างนั้นสักพักก็เอ่ยถามขึ้น
“ตกลงมึงเป็อะไร? กูอธิบายให้ฟังแล้วทำไมยังหน้าหงิกใส่กูอยู่”
“เปล่า”
“เปล่าแล้วทำไมไม่หาข้าวให้กูกิน”
“ก็บอกแล้วไงว่าเหนื่อย”
“เหรอ?”
ฟ้าครามปล่อยมือที่ล็อคข้อมือข้างหนึ่งออกแล้วจับปลายเสื้อยืดของน้ำตาลไว้ ก่อนที่จะเปิดมันขึ้นจะถึงคอ เผยให้เห็นเสื้อชั้นในลายลูกไม้สีครีมขอบม่วงสุดน่ารัก
“ช่าง!”

โปรดติดตามตอนต่อไป