วินเทอร์แสยะยิ้มออกมา เมื่อเห็น SMS จากธนาคารที่เด้งขึ้นมา เขาแทบจะไม่ต้องลงแรงอะไรเลยด้วยซ้ำ แค่พูดบัพขึ้นมาลอยๆ กิตติพศก็ได้โอนเงินทั้งหมดมาให้กับเขาอย่างไม่ลังเล
"ค..คุณจะช่วยปล่อยผมไปได้หรือยัง?" กิตติพศได้พูดขึ้นมาด้วยความตะกุกตะกัก เวลานี้เขารู้สึกกลัวเหลือเกิน
"อ่อได้สิ!" วินเทอร์ตอบกลับไป
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังลั่นขึ้นมาสี่ครั้ง พร้อมกับพรากไปสี่ชีวิต นั้นก็คือภรรยา ลูกสาว และลูกชายทั้งสองของกิตติพศ และคนที่ยิงภรรยาและลูกของกิตติพศก็คือเมฆานั่นเอง การยิงที่เฉียบคมและมีความเด็ดขาด ไม่สิ้นเปลืองะุเลยสักนัด หนึ่งนัดหนึ่งชีวิต!
กิตติพศที่ได้เห็นดังนั้น ก็สติหลุดไปชั่วขณะ หัวของเขาได้ขาวโพลนเหมือนว่ามันได้หยุดทำงานลง เสียงของปืนยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในหูของเขา
"นี่ นี่...นี่มันหมายความยังไง????" เมื่อกิตติพศได้สติ ก็ได้ะโลั่นออกมา
เขากระโจนเข้าใส่วินเทอร์ แต่ทว่ากิตติพศถูกลูกน้องของวินเทอร์สกัดเอาไว้ก่อนที่จะไปถึงตัวของวินเทอร์ เขาถูกลูกน้องของวินเทอร์จับเหวี่ยงทุ่มลงกับพื้นอย่างแรง
วินเทอร์เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของกิตติพศ แล้วพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เ็าว่า "หมายความยังไง?"
"ไหนแกบอกว่าถ้าฉันโอนหุ้นและมอบเงินทั้งหมดให้แกแล้ว แกจะไม่ฆ่าครอบครัวฉันไง!" กิตติพศที่ถูกลูกน้องของวินเทอร์จับล็อคไว้กับพื้น ตะคอกออกมาด้วยความโกรธ
ภรรยาและลูกๆถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา เป็ใครจะทนได้จริงไหม?
"เอ๋~? ฉันบอกตอนไหนว่าจะไม่ฆ่าภรรยา หรือว่าลูกของคุณ? ตอนไหนกันน้า?" วินเทอร์แสยะยิ้มออกมา
"อ๊ากกกกกกก- !!!!!"
ปัง ! เสียงปืนดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ะุไม่ได้คร่าชีวิตใครไป แต่พื้นข้างๆกับหัวของกิตติพศที่เขาได้นอนอยู่แตกกระจายออกมา พร้อมเห็นเศษลูกะุที่ฝังอยู่สดๆร้อนๆ หูข้างซ้ายของกิตติพศถึงกับดับ จนมีเพียงแค่เสียงวิ้งๆก้องอยู่ในหัว
"เมฆา ไปส่งคุณกิตติพศหน่อยสิ" วินเทอร์ได้เน้นย้ำขึ้นมาอีกประโยคว่า "ช่วยดูแลเขาดีๆด้วยละ เขาเป็ลูกค้ารายใหญ่เลยนะ พวกเราได้ค่าจ้างมาเกือบ 50 ล้านบาทเลยนะเนี่ย!"
"ครับ! คุณชาย" เมฆาขานตอบรับ พร้อมเดินไปลากขากิตติพศที่ตอนนี้เขาได้สติหลุดไปเรียบร้อยแล้ว
หลังจากเมฆาได้พากิตติพศออกไป บรรยากาศในห้องก็ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย
คุณฟู่ที่นั่งรับชมเื่ราวั้แ่ต้นจนจบก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าอย่างชมเชย
"จะปล่อยมันไปจริงๆหรือ? ลื้อไม่กลัวว่ามันจะกลับมาแว้งกัดเหรอ?" คุณฟู่ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
"ก็ผมสัญญากับเขาแล้ว ว่าถ้าเขายอมเซ็นโอนหุ้นและทรัพย์สินมาให้ผม ผมจะไม่ฆ่าเขา..." วินเทอร์ยักไหล่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมเดินไปตรงหน้าต่าง แล้วเหม่อมองออกไปข้างนอก
คุณฟู่ได้แต่ส่ายหัว พร้อมพูดขึ้นมาว่า "ถ้าจะกำจัดศัตรู ลื้อต้องถอนรากถอนโคนกำจัดพวกมันสิ้นซาก! เพื่อไม่ให้มาเป็ภัยในภายหลัง"
ยังไม่ทันสิ้นเสียงของคุณฟู่ ก็มีเสียงกระจกแตกออกดัง เพล้ง! พร้อมกับมีเสียงกรีดร้องที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจได้ดังลั่นขึ้นมา 'ม่ายยยยย!!!!!!!!!'
มันจึงทำให้ผู้คนในตึกรู้สึกสงสัยว่ามันคือเสียงอะไร พวกเขาจึงหันมองไปยังทิศทางของเสียงกันอย่างพร้อมเพรียง
ปึง !!!! เสียงเหมือนมีวัตถุที่มีน้ำหนักตกลงกระทบกับแผ่นโลหะอย่างแรง ตื้ดๆ ตื้ดๆ พร้อมกับเสียงสัญญาณกันขโมยของรถยนต์ดังขึ้นท่ามกลางยามวิกาลที่เงียบงัน จนคนที่อยู่ในตึกได้ยินกันถ้วนหน้า
พวกเขาเดินไปที่หน้าต่างแล้วมองออกไป เพื่อที่้าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากสอดส่องกันสักพักสายตาของพวกเขาก็ได้ไปเห็นร่างของคนผู้หนึ่ง ที่กำลังนอนแผ่หราอยู่บนหลังคารถยนต์ที่อยู่ด้านล่างตึก ร่างนั้นแขนขาบิดเบี้ยวสภาพเละจนแทบดูไม่ได้เลย
แต่ถ้าสังเกตุจากเครื่องแต่งกายของร่างนั้นแล้ว จะรับรู้ได้ทันทีเลยว่า เ้าของร่างนี้ก็คือ กิตติพศ ที่พึ่งถูกเมฆาลากออกไปจากห้องเมื่อสักครู่นี่เอง
"ผมสัญญาว่าจะไม่ฆ่าเขา แต่เมฆาไม่ได้สัญญาด้วยนิ จริงไหมครับ เตี่ย?" วินเทอร์ที่ยืนรับชมอยู่ตรงหน้าต่างพูดขึ้นมาอย่างเฉยเมย
คุณฟู่ที่ได้ยินก็หัวเราะลั่นออกมาด้วยความชอบใจ "ดี ดี ดี! ฮ่า ฮ่าๆ"
เหล่าลูกน้องที่ได้รับชมเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ทั้งๆที่พวกเขาก็คลุกคลีอยู่กับเื่แบบนี้เป็ปกติอยู่แล้ว มันไม่ควรที่จะรู้สึกแบบนี้สิ
พวกเขาเหลือบมองไปทางวินเทอร์ ไม่กล้าที่จะมองหน้าตรงๆ และอดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ นี่ใช่เด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีจริงหรือ? ถ้าเป็เมฆาพวกเขาก็อาจจะไม่รู้สึกแปลกอะไร เพราะเมฆาก็โตมาพร้อมกับเื่พวกนี้อยู่แล้ว แต่วินเทอร์ละ
เด็กหนุ่มธรรมดาที่ไม่รู้เื่อะไรพวกนี้เลย อย่างมากก็เห็นผ่านๆแค่ตามในหนัง เนื้อหาในหนังที่แสดงออกมานั้นมันแตกต่างจากความเป็จริงจนเทียบไม่ได้เลย พวกเขานั้นรู้ดีว่าการที่มาอยู่ตรงนี้ก็เป็เพราะคำสั่งของคุณฟู่ พวกเขามาเพื่อแก้แค้นให้กับวินเทอร์ และน้องชายร่วมสาบานของคุณฟู่
ครอบครัวของวินเทอร์ที่ประกอบกิจการทำธุรกิจสุจริตบนโลกสว่าง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางโลกมืดเลย และถึงแม้ว่าพ่อของวินเทอร์กับคุณฟู่จะรู้จักและสนิทกันเป็ถึงพี่น้องร่วมสาบาน แต่เขาก็ไม่เคยใช้ความสัมพันธ์นี่ในการขอร้องหรือขอความช่วยเหลืออะไรกับคุณฟู่เลย ไม่งั้นแล้วพ่อของวินเทอร์คงไม่ถูกฆ่าตายแบบนี้ ด้วยอิทธิพลของคุณฟู่แล้ว ใครจะกล้ามาแตะน้องชายร่วมสาบานของเขากัน?
กว่าคุณฟู่จะรู้ว่าน้องชายร่วมสาบานของเขาถูกฆ่าตาย มันก็สายเกินไปแล้ว เพราะเขาก็ไม่ได้ไปก้าวก่ายสอดส่อง ตามติดชีวิตของน้องชายร่วมสาบานตลอดเวลา แต่ว่าหลังจากที่ได้รับข่าวว่าน้องชายร่วมสาบานของเขาถูกฆ่า ทั่วทั้งภาคตะวันออกก็ถึงกับสั่นะเื กลุ่มกองกำลังใต้อาณัติของคุณฟู่ตามสืบ และตามล่าหาคนที่ฆ่าน้องชายร่วมสาบานของเขาแทบพลิกแผ่นดิน!
"เอาละๆ นี่ก็ดึกมากแล้วเน้อ วันนี้ลื้อก็กลับไปนอนที่บ้านอั๊วก่อนละกัน พวกของใช้ต่างๆอะไรของลื้อ ก็ค่อยให้ไอพวกเด็กน้อยพวกนี่ไปช่วยขนย้ายมาทีหลัง" คุณฟู่หันมาพูดกับวินเทอร์ด้วยความอ่อนโยน
"ครับ เตี่ย"
"ลื้อกับอาหมวยน้อยก็ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี อั๊วละอยากรู้จริงๆว่าถ้าอาหมวยน้อยรู้ว่าอาวินจะมาอยู่ด้วยจะเป็ยังไง เอิ๊กๆ" คุณฟู่หัวเราะออกมา พร้อมตบหลังของวินเทอร์ด้วยความเอ็นดูดัง ป๊าบ! ป๊าบ!
เมื่อวินเทอร์ได้ยินเกี่ยวกับลูกสาวของคุณฟู่ ภาพของหญิงสาวคนนี้ก็ผุดขึ้นมา วินเทอร์จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักที่มากล้นและอ่อนโยนนุ่มนวล ั์ตาเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากมากร้อยแปดพันเก้าอารมณ์ ทั้งความรัก ความคิดถึง ความอาวรณ์ ความเศร้า ความสุข เหมือนกับว่าอาหมวยน้อยคนนี้คือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของวินเทอร์ เหมือนกับว่าเธอคือโลกทั้งใบของเขา ทำให้ใบหน้าของเขายามนี้เต็มไปด้วยสิเน่หาของชายหนุ่มที่หล่อเหลากระชากิญญา เหมือนกับว่าเขาเกิดมาเพื่อขโมยหัวใจดวงน้อยๆของสตรีน้อยใหญ่
ภาพลักษณ์ของเ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ ที่ดูเ็า โเี้ ดุดันแฝงไปด้วยความขี้เล่นก่อนหน้านี้พลันสลายหายไปหมดสิ้น เหมือนกับว่ายามนี้เขาคือเด็กหนุ่มที่ถูกกามเทพยิงศรปักกลางหัวใจ ทำให้เขาตกอยู่ในห้วงแห่งรัก หรือก็คือไอหนุ่มวินเทอร์คนนี้กำลังคลั่งรักใครบางคนอยู่นั้นเอง
Writer : ตอนนี้มาแบบทีเผลอ ตามคำเรียกร้อง ไปละจู้~