“มึงพูดเช่นนั้นได้เยี่ยงไร ดูสิว่าที่นี่หาได้มีเพียงกู แต่มีเมียมึงเ้านางเอื้อรวมอยู่ด้วย แลมึงเองก็ทำนุบำรุงพุทธศาสนาดูแลไพร่ฟ้าร่มเย็นเป็สุข นรกที่ใดเลยจะเปิดประตูรับพ่อพญาเช่นมึงได้ มีแต่์เท่านั้นแล ที่จะรับเอามึงไป”
“คำหลวงเกลอข้า อย่าปลอบกูเลยหนา หากกูดีจริง บ้านเมืองคงไม่ฉิบหายย่อยยับถึงเพียงนี้ กูใจเย็นยื้อเวลากับพวกมันนานเกินไป จนมันยกทัพมา กูก็ยังไม่ร้อนใจเร่งแจ้งข่าวแก่มึง กูเป็เหตุให้ชาวประชาลำบาก ให้ครอบครัวต้องทุกข์ยาก รับปากกู หากกูตาย มึงจงรับเอาแม่เอื้อกับลูกทั้งสามของกู กลับไปเลี้ยงดูยังสุวรรณโคมคำ”
คำพูดที่ออกมาราวคำสั่งเสีย ทำเอาเ้านางเอื้อสะอื้นไห้จนตัวโยน เสียงสะอื้นไห้เริ่มเล็ดลอดออกมา ทำให้ผู้ที่ได้ยินต่างะเืใจนัก
“ห้ามพูดเช่นนี้อีก กูคว้าดึงมึงมาจากความตายแล้ว จะมีนรก์ที่ใดอีก มีแต่กูแลลูกเมียมึงนั่นต่างหากเล่า ที่มึงควรคิดถวิลหา หาใช่ความตายไม่”
ใบหน้าซีดเซียวพยายามยิ้มให้ต่อสหายรัก แล้วจึงหันไปร้องหาเมียรักที่หมอบก้มร่ำไห้
“เ้าเอื้อ อันตัวพี่นี้มีสหายที่เชื่อใจแค่เพียงเ้าขุนคำหลวง หากพี่มีอันเป็ไป เ้าจงพาลูกไปอยู่สุวรรณโคมคำเถิดหนา”
“ไม่…ข้าเองก็มีบ้านเมือง หาใช่นางป่านางไพร พ่อข้าเ้าเป็ถึงเ้าฟ้าเมืองแขน มีหรือจะให้ข้าแลลูกต้องระหกระเหินไปอยู่ไกลถึงสุวรรณโคมคำ หากพี่ท่านตายจาก ข้าจะพาลูกไปไหนได้ ข้าจะอยู่ที่นี่ มีการงานอีกหลายนักให้ข้าต้องดูแล แลหากข้าไปเสีย ใครเล่าจะดูแลกู่อัฐิของพี่ท่าน”
หยาดน้ำตาของเ้าศรีศักดิ์เริ่มเอ่อล้น “อย่าดื้อหนาเ้า บ้านเมืองพังหมดแล้ว ไม่มีอีกแล้วเวียงชัยเวียงแก้ว เ้าเป็เพียงสตรี ยากนักที่เ้าจักปรับปรุงบ้านเมืองอันงดงามให้คืนกลับ มีเพียงสุวรรณโคมคำเท่านั้น ที่พี่จะวางใจ ว่าเ้าแลลูกจักปลอดภัย เชื่อพี่เถิด”
นางร่ำไห้หนักกว่าเดิม เอาแต่ก้มหน้าแนบซบมือผัว ร้องไห้อยู่เช่นนั้น
“เอาเถิด หากนั่นเป็ความ้าของมึง เช่นนั้นก็วางใจเถิดหนา กูจะดูแลนางแลราชบุตรของมึงเสมือนซึ่งลูกกูเอง เ้านางเอื้อก็เปรียบได้กับน้องสาวกู กูสัญญาตามที่มึงขอ แต่ยามนี้มึงควรพักผ่อนก่อนหนา เื่ทัพก็มิต้องห่วง งานนี้กูจะแก้แค้นให้มึงเอง แลวังเวียงที่พังทลาย กูก็จักปรับปรุงแก้ไขให้มึงด้วยเช่นกัน”
เ้ามหาอุปราชขุนคำหลวงทรงถอยห่างออกมา ปล่อยให้หมอหลวงที่เพิ่งมาถึง ได้เข้ามาดูแลอาการของสหาย ไม่ว่าจะเป็หรือตายจาก เวียงชัยอันเป็หน้าด่านสำคัญ ก็จำต้องทำนุบำรุงดูแลกันต่อไป จะปล่อยร้างว่างลงมิได้เป็อันขาด
เ้าแสนเมืองสิงห์ควบม้ามาถึงหน้าตำหนักพิมานเ้าราชบุตร ทั้งที่ฟ้ามืดมิดตกค่ำไปแล้ว เหลือแค่เพียงคบเพลิงเชื้อไฟ ที่ถูกจุดขึ้นเพื่อให้ความสว่าง
มาถึงก็เร่งะโลงจากหลังม้า วิ่งแล่นเข้าประตูพิมานโดยไม่ทันระวังตัว ว่าจะมีผู้ใดเดินสวนออกมา
“เอ๊ะ…ตามิมีดูทางหรือมึง เกือบชนขบวนแม่เ้านางพญา อยากหัวกุดรึมึง!” เสียงนางข้าหลวงดังขึ้น ทำเอาเ้าแสนเมืองสิงห์ถึงกับหยุดชะงักใ รีบทรุดกายก้มหน้าลงน้อมเคารพต่อสตรีผู้เป็ใหญ่
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้น “เ้าแสนเมืองสิงห์ ข้าแกล้งดอกหนา ดูฤา ตัวสั่นราวลูกนกตกรัง”
เ้าแสนเมืองสิงห์ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น โขลนร่างใหญ่ยืนอยู่เคียงข้างนางคุณท้าวประจำองค์ แม่เมืองนางพญาดวงทิพย์ มันสองหัวเราะเปิดเผย ที่สามารถหลอกล่อองค์ชายเ้าเล่ห์เช่นเ้าแสนเมืองสิงห์เป็ผลสำเร็จ
“อีอิ่น…มึงกล้าแกล้งกูฤา อีขี้ข้า! กูสั่งลงหวายมึงดีหรือไม่”
“แกล้งอันใดกันฤาเ้าคะ ข้ากระหม่อมพูดปดตรงใดกันฤา แม่เ้าดวงทิพย์กำลังสนทนาอยู่กับเ้าขุนอินทร์ถวาย พระองค์มีเื่ด่วนอันใด ก็จำต้องรอไปก่อนหนา”
“อีอิ่นกูรอมิได้ กูมีความทัพจากเมืองเวียงชัย จำต้องรายงานบัดเดี๋ยวนี้ หลีกทางกู หาใช่เพลาหยอกล้อเล่นหัวกันไม่”
สีหน้าจริงจังและแววตาดุดันของเ้าแสนเมืองสิงห์ ทำให้อีอิ่นมิอาจขวางกั้นคนผู้นี้เอาไว้ได้ จำต้องยอมให้เ้าแสนเมืองสิงห์เร่งไปเข้าเฝ้ารายงานต่อเ้าขุนอินทร์ถวาย ที่กำลังถูกพระมารดาตักเตือนอยู่ด้านใน
เมื่อนางพญานั่งเมืองมองเห็นผู้ที่คลานเข่าเข้ามา ก็ทรงหยุดการอบรมสั่งสอนบุตร เ้าขุนอินทร์ถวายเองก็ปรับสีหน้าท่าทาง ไม่ให้สหายรู้ว่าตนกำลังถูกพระมารดาดุด่า ในเื่ที่ทรงสั่งลงโทษน้องชายต่างมารดาไปเมื่อหลายวันก่อน
“เมื่อเ้ามีการงานต้องเจรจาว่าความเมืองต่อไอ้เมืองสิงห์ แม่ก็จักมิอยู่ให้รำคาญใจ ไอ้เมืองสิงห์มึงกลับมาวังเวียงครานี้ รู้สึกจะมีเื่ราวมากมายให้ต้องลงมือจัดการอยู่ไม่น้อย อีกนานหรือไม่ถึงจะคืนเข้าค่ายกรมกอง เป็เพื่อนสหายต่อกัน สิ่งใดควรมิควร ก็จงตักเตือนติติงกันบ้างหนา ไอ้อินทร์สรงแม้นมันจะเกเรไม่รู้ความ บทลงโทษแนวใด ควรมิควรก็ให้มันสมเหตุสมผล อย่างไรอีจันทร์แดงก็ขึ้นชื่อว่าเป็เมียพ่อ อินทร์สรงก็ลูกเขาผู้หนึ่ง พ่อท่านถามหามันทุกวี่วัน ตัวมึงเอง ก็ให้รู้จักไปเฝ้าแหนรับใช้พ่อท่านแทนน้องมันบางก็คงดี”
เ้าแสนเมืองสิงห์รีบนพนอบพนมมือไหว้สาต่อแม่เมืองดวงทิพย์ เมื่อนามตนถูกพาดพิงไปถึงการตัดสินโทษของเ้าอินทร์สรง
“ทูลแม่พญา เื่ของเ้าอินทร์สรงนั้น โทษที่ได้รับนับว่าเบามากแล้วพระเ้าข้า เ้าอินทร์สรงให้มนต์ดำผีพรายตายโหง มาเล่นงานพวกข้ากระหม่องแลเ้าขุนอินทร์ถวายหมายเอาชีวิต โดยการใช้เืคนมาบูชาบัดพลีต่อผีสาง การนี้ทำให้มีผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตไป แลยังเป็กฎข้อห้ามในบัญญัติแห่งราชอาณาจักรสุวรรณโคมคำ เ้าอินทร์สรงเป็ราชบุตรแต่กระทำผิด ใช้มนต์คาถาหมายเอาชีวิตพี่ชายร่วมสายพระวงศ์ หากจักปะาเสียก็ยังได้ แต่เ้าขุนอินทร์ถวายเลือกเว้นซึ่งชีวิต หมายให้นักโทษผู้นี้รู้สำนึกคิดปรับปรุงตัวพระเ้าข้า”
คำพูดของเ้าเมืองสิงห์ ทำให้นางพญาเ้าดวงทิพย์ หมดซึ่งข้อเรียกร้อง ด้วยทุกประการล้วนเป็จริงตามการที่เ้าเมืองสิงห์ว่ามา
“เอาเถิด พวกเ้าคนหนุ่มกระทำการใดจงไตร่ตรองให้ดี แม่แค่เกรงว่าการตัดสินครานี้ จะเป็ชนวนเชื่อเพลิง ให้มีภัยย้อนคืนเข้าตนก็เท่านั้น เอาล่ะ ต่อแต่นี้ก็หมั่นไปเฝ้าเ้าพ่อให้บ่อยขึ้น ขี้ข้ามันท้อจะตอบคำถามพระองค์แล้ว”
นางกล่าวจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป เ้าแสนเมืองสิงห์มองดูพระแม่เมืองจนลาลับตา จึงรีบถวายรายงานจากกองกำลังเสือดำที่ส่งข่าวมาจากเวียงชัย มอบให้แด่ผู้เป็นายเหนือหัว
เ้าอินทร์ถวายรีบรับเอาจดหมายน้อยมาเปิดอ่าน แล้วก็ทรงยิ้มดีใจ “พี่กูขับไล่พวกมันออกนอกเวียงแก้วได้แล้ว ข่าวดีนี่ไอ้เมืองสิงห์”
“ยังมีอีกหมายพระเ้าข้า”
จดหมายอีกฉบับถูกยื่นส่งให้ เ้าขุนอินทร์ถวายมองมันด้วยความประหลาดใจ แต่ก็รับมาเปิดอ่านแต่โดยดี สีหน้าดีใจก่อนนี้กลับสลดเศร้าหมองลง
“อ้ายศรีศักดิ์ เห็นทีจะมิรอดฤา…”
“ใช่แล้ว กูเองก็คิดว่าอาจจะไม่รอด อันความผิดเื่แจ้งการศึกล่าช้าก่อนนี้ เห็นทีมึงต้องงดละโทษให้แก่เ้าศรีศักดิ์ สายของกูนั้นแจ้งว่า เ้าศรีศักดิ์ยืนหยัดประจันหน้าต่อข้าศึกจนล้มจมกองเื ความห้าวหาญนี้แม้แต่เ้ามหาอุปราชขุนคำหลวงเอง ก็ยังทรงกล่าวชื่นชม”
“ไอ้เมืองสิงห์ อ้ายศรีศักดิ์กูก็นับถือเป็พี่ชายกูผู้หนึ่ง เื่มาถึงเพียงนี้ กูโกรธไม่ลงดอกหนา ใจกูนั้นมีแต่คิดห่วง มึงเองก็รู้จักกูดี อันการคาบโทษลงทัณฑ์นั้น กูแค่เพียงคิดอยู่ภายในใจ อ้ายศรีศักดิ์เป็ถึงเ้าคน กระทำผิดด้วยความชะล่าใจ กูจำต้องสั่งอาญาให้เป็เยี่ยงอย่างนั้นก็จริงอยู่ แต่ในเมื่อพี่อ้ายเจ็บเจียนตายถึงเพียงนี้ หากกูยังคิดเอาโทษความผิดกับเขาอยู่ มิเท่ากับกูเป็คนบาปใจดำในสายตาผู้อื่นดอกหรือ”
อีบุ๊ค (3 เล่มจบ)
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW