ตอนที่ 7 วางแผน
ที่บ้านของรินนรีในยามนี้นั้นทุกคนในบ้านต่างมารวมตัวที่กลางบ้าน ก่อนจะมองนายชมที่ถูกจับมัดนั้นเป็ตาเดียวในขณะที่ลุงยงค์แทบจะก้มกราบขอโทษคุณนายที่ตนนำคนไม่ดีเข้ามา
“ถ้าผมรู้ว่ามันจะทำตัวสารเลวแบบนี้ผมคงไม่พามันมาแน่ครับ คุณนาย” ว่าไป สายตาก็หันไปมองคนที่ตนพูดถึง “เห็นว่าที่บ้านยากจนเลยหางานให้ทำ บัดซบจริง ๆ ไอ้ชม”
“คุณหนูของฤดีขวัญเอ้ยขวัญมานะคะ” พี่เลี้ยงสาวกอดเ้านายสาวแแ่ พลางพูดปลอบโยน
“ฉันจะไม่ยอมหรอกนะฉันจะไปแจ้งความ” หญิงสาวว่าขึ้น ท่าทางยังโมโหไม่หาย
“อย่าเลยลูก หนูจะเสียหายได้นะ”คุณนายว่าขึ้นอย่างร้อนใจ
“จริงด้วยค่ะ คุณหนู” ฤดีเสริม
“ไม่ได้ค่ะเราจะปล่อยให้นายชมไปทำพฤติกรรมแบบนี้ที่ไหนไม่ได้อีกนี่ดีนะที่หนูพกสเปรย์พริกไทยไว้ แต่ถ้าเป็คนอื่นที่ไม่มีทางสู้ล่ะคะถ้ามันเกิดขึ้น หัวอกคนเป็พ่อแม่เขาล่ะคะ แม่ไม่คิดว่าเขาจะเสียใจหรือคะหรือถ้าสมมติเป็หนูโดน แม่จะเสียใจไหมคะ”
เมื่อจนด้วยเหตุผลที่จะโต้เถียงคุณนายจึงต้องปล่อยเลยตามเลยไป
‘คนสวนคนใหม่ขอเป็ผู้หญิงน่าจะปลอดภัยกว่าล่ะมังแบบนี้’
จนเมื่อดำเนินการที่โรงพักเสร็จเรียบร้อยแล้วฤดีก็ได้ถามเ้านายสาวในขณะที่กำลังจะเข้านอน
“คุณหนูไม่กลัวหรือคะ”
“กลัวอะไรพี่ฤดี”
“ก็ถ้ามันมาแก้แค้นคืนคุณหนูล่ะคะคุณหนูจะสู้ไหวหรือ”
“แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรคนไม่ดีจะยิ่งได้ใจนะพี่ เอาล่ะ พี่ไปนอนเถอะ ฉันจะนอนแล้ว”
พี่เลี้ยงสาวแอบถอนใจเบาๆ พลางมองร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความเป็ห่วง พลางหวังลึก ๆว่าอย่าให้มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับคุณหนูของเธอเลย
หลายวันมานี้ปานรุ้งคอยตามตอแยเขาเกือบจะตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เวลากลางวันอีกแล้วแต่ตอนเย็นตอนจะกลับบ้านก็ด้วย ด้วยเหตุนี้ เขาเลยบอกกับน้องชายว่าจะเข้างานสายเพราะมีธุระต้องไปทำนิดหน่อย เขาจึงถือโอกาสนี้ขับรถไปกับอติพจน์และอาชูเพื่อไปดูสวนครูสะอาดโดยเขาอ้างว่ามาเดินผ่อนคลายแต่จริง ๆ แล้วมีธุระจะคุยกับลูกชายเ้าของไร่อย่างเจษฎาและถ้าเขาดูไม่ผิด เด็กหนุ่มคนนี้ท่าจะชอบปานรุ้งแน่ ๆ เลยตามมาหาเื่เขา ซ้ำยังกันท่าหนุ่มๆ ที่เข้าถึงตัวปานรุ้งอีกด้วย
“มองข้างนอกไม่เท่าไหร่แต่พอเข้ามาข้างในนี่ใหญ่ใช่เล่นนะนี่” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากมองไปรอบ ๆ
“ก็ใช่แหละครับเกือบ 90% ของธุรกิจร้านอาหารกับโรงแรมในจังหวัดก็มาจากที่นี่แหละครับ”
เรวัตรยังคงมองไปรอบ ๆ บริเวณด้วยความทึ่งพลางอดที่จะชื่นชมเ้าของไม่ได้
เมื่อลงจากรถ อติพจน์ก็ได้มองหาคนที่จะถามได้จนเมื่อเลขาฯหนุ่มหันไปเห็นชายผิวคล้ำหน้าตาดูเข้มงวดที่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่คนหนึ่งจึงได้เดินเข้าไปหา
“คุณสุรชัยอยู่ไหม”
คนสวนคนนั้นผละจากการเก็บผลมะเขือเปราะตรงหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“คุณเป็ใคร มีธุระอะไรกับคุณสุรชัย”
“พอดีเ้านายผมเขาอยากมาชมไร่น่ะ เห็นทางเข้าเขียนว่ารับพาชมไร่ด้วยนี่ใช่ไหมครับ”
ชายคนนั้นพยักหน้า
“เดี๋ยวผมติดต่อเ้านายผมก่อนนะ”
“ขอบคุณมากครับ”
อีกสักครู่ใหญ่นั้นเอง ก็ได้มีชายหนุ่มร่างผอมคนหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงก่อนจะไหว้ทักทาย
“มาชมแต่เช้าเลยนะครับเนี่ย”
“รบกวนหรือเปล่าครับ”เรวัตรเองก็รู้สึกเกรงใจไม่น้อยเพราะนี่ก็เช้าเกินไปจริง ๆ
“โอ ไม่เลยครับ แถมยังดีด้วยเพราะเวลาที่ดีที่สุดของการชมไร่น่ะต้องเช้า ๆ ครับ ถ้าสาย ๆ บ่าย ๆ นี่ จะร้อนมาก ๆ เลย ชมไม่ค่อยสนุกครับ”
“ถ้าเป็แบบนี้ก็ขอรบกวนด้วยนะครับ”
เอาล่ะ ไหน ๆ ก็มาถึงแล้วขอชมไร่ให้สบายใจสักหน่อยแล้วกัน
ทว่าในขณะที่เรวัตรนั้นกำลังเดินตามน้องไกด์ที่พาชมอยู่นั้นเองก็ได้มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องเขาอยู่ไม่ห่าง ส่วนในมือนั้นถือมือถือไว้แนบหู
“เอาจริงหรือครับ คุณเจษ อ่า ครับ ๆคอยดูอยู่ไม่ห่างครับ”
จนเมื่อมาถึงบริเวณท้ายไร่ที่มีคูคลองที่ขุดไว้เลี้ยงปลาเป็ส่วนสุดท้ายแล้วนั้นเองทั้งหมดก็ได้เดินกลับมาตรงบริเวณที่เขาได้จอดรถไว้
“ที่ไร่นี้ดีมากเลยนะ คุณสุรชัยนี่เก่งจริง ๆ”
“นอกจากคุณสุรชัยแล้วคุณเจษฎาที่เป็ลูกชายท่านก็เก่งมากเลยนะครับ เรียนจบจากนอกมาก็นำวิชาความรู้มาประยุกต์ใช้จนไร่พัฒนาไปได้ไกลเลยล่ะครับ”
“อืม คุณ ๆ เขาเก่งมากเลยนะแล้วนี่ท่านทั้งสองทำอะไรงั้นอยู่หรือครับ”
“ตอนนี้คุณสุรชัยออกไปธุระครับส่วนคุณเจษก็ไปส่งของกับลูกน้องครับ”
“แสดงว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยสินะครับ”
“คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าครับเดี๋ยวผมจะได้โทรบอกเลขาฯ คุณสุรชัยให้”
“ไม่เป็ไรครับ ไว้เดี๋ยวค่อยมาวันหลังก็ได้”
แต่เมื่อมาถึงที่รถ อติพจน์ก็ร้องลั่นจนเขาที่เดินตามหลังมาใ
“อะไรพจน์ ร้องเสียลั่นเลย”
“ก็จะไม่ให้ร้องยังไงไหวอ่ะครับ คุณเรย์” พูดไปร่างสูงนั้นก็เดินวนไปรอบรถ สีหน้าตื่นใขึ้นเรื่อย ๆ “ก็ล้อทั้ง 4ล้อของรถเราโดนเจาะลมยางออกหมดเลย”
“ว่าไงนะ”
เรวัตรรีบไปดูล้อรถก็พบว่าล้อทั้งสี่โดนเจาะลมยางจนฟีบแบนไปหมดจริงๆ
“มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย”ไกด์หนุ่มมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความใ กลัวว่าแขกตรงหน้าจะไม่พอใจจนส่งผลกระทบกับไร่ได้“เดี๋ยวผมไปตามคนให้มาช่วยนะครับ รอแป๊บนึงนะครับ คุณเรย์ คุณพจน์”
จนเมื่อลับหลังไกด์หนุ่มอติพจน์ก็ได้เปรยขึ้นกับชายหนุ่ม
“มันแบนแบบนี้ได้ยังไง ยังกับถูกใครเจาะเลยครับ”
“นั่นน่ะสิ แถมแบนพร้อมกันถึงสี่ล้ออีก”
สุดท้าย เรวัตรจึงได้พูดคุยกับคนในไร่ก่อนจะตัดสินใจให้อติพจน์นั่งรถไปกับคนงานในไร่ โดยนอกจากไปตามช่างมาซ่อมแล้วนั้น เขายัง้าให้เลขาฯหนุ่มไปเอารถมารับตนจากที่โรงแรมด้วย
“ยังไงผมก็ต้องขอโทษด้วยกับเหตุการณ์นี้นะครับ”ไกด์หนุ่มยังขอโทษขอโพยไม่หยุด
“ไม่เป็ไรหรอกครับ”
และในระหว่างนั้นเอง ก็ได้มีคนงานคนหนึ่งท่าทางดูเข้มงวดเดินเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้นหรือ ป๋อง ถึงได้มาตามเ้าต้อม”
“พอดียางล้อรถของแขกที่มาเยี่ยมชมไร่เราแบนน่ะสิพี่ยอดผมก็เลยขอให้พี่ต้อมเอารถที่ไร่เราไปตามเฮียตี๋มาซ่อม”
“งั้นหรือ” ท่าทางของชายคนงานคนนี้ดูนิ่ง ๆเหมือนจะไม่ยี่หระต่อสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เท่าไหร่ในสายตาของเรวัตร“แล้วนี่ทำไมไม่พาแขกไปรอที่บ้านท้ายไร่ก่อนล่ะ ปล่อยให้ยืนรอแบบนี้ สาย ๆก็ร้อนเอาน่ะซี”
“จริงด้วย เออ คุณเรย์ครับเดี๋ยวยังไงเชิญไปรอที่บ้านท้ายไร่ก่อนนะครับ”
จนเมื่อเวลาผ่านไปพระอาทิตย์ก็เริ่มทอแสงทอดลงมามากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเขาต้องเร่งฝีเท้าตามคนงานหนุ่มที่ชื่อยอดที่เดินนำเขาไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงบ้านพักที่ว่าในที่สุด
เรวัตรมองบ้านไม้สองชั้นตรงหน้าที่ดูจะเรียบง่ายเมื่อดูภายนอกแต่เมื่อเข้าไปข้างในกลับรู้สึกเหมือนอีกโลกเลยทีเดียวเพราะข้างในนั้นมีการตกแต่งที่ทันสมัยเอามาก ๆ และดูเหมือนจะเป็กึ่งออฟฟิศหน่อย ๆกำแพงที่สร้างแบบลอฟท์ รูปภาพธรรมชาติ โต๊ะทำงานที่มีคอมพิวเตอร์ยี่ห้อดังตั้งไว้นั้นยังไม่ได้เปิดใช้งาน
“ไง”
ในขณะที่ดูอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้นเอง เสียงทุ้มห้าวอันคุ้นเคยจากที่ใดสักแห่งก็ได้ดึงเรวัตรกลับมาสู่โลกแห่งความจริงก่อนจะมองไปยังทิศทางของต้นเสียงนั้น จึงได้เห็นเจษฎากำลังยืนมองเขามาจากชั้นสองของตัวบ้าน
“คุณเจษ”
“นี่นายกล้ามากเลยนะที่บุกมาถึงที่นี่ แต่ก็ดีวันนี้ฉันจะเค้นนายให้รู้เื่เลย”
“อะไรกันครับ คุณเจษ”ดวงตาคมจ้องมองร่างของเ้าของบ้านที่กำลังเดินลงมาหาเขา จ้องเขม็งไม่วางตา” ผมนึกว่าเราคุยกันรู้เื่แล้วซะอีก”
“ฉันอยากให้นายบอกความจริงว่าคิดอะไรกับรุ้งกันแน่ นายชอบเธอแบบเพื่อนแน่หรือเปล่า”
“ก็ผมบอกคุณไปแล้วไงล่ะ ผมน่ะคิดกับคุณปานรุ้งแค่เพื่อนเท่านั้นครับจะให้ผมสาบานก็ได้ และอีกอย่าง ถ้าจะอยากคุยกับผมก็บอกมาตรง ๆไม่ใช่ทำกับรถผมแบบนั้น”
เจษฎายังคงมองคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะเดินปรี่เข้าไปแล้วคว้าคอเสื้อของเขาขึ้นมา
“ฉันมีทั้งลูกน้องและเส้นสายที่จะพิสูจน์ได้ว่านายโกหกหรือไม่ไม่จำเป็ต้องสาบงสาบานอะไรทั้งนั้น”
แล้วในตอนนั้นเอง ประตูก็ได้เปิดผางออกพร้อมกับร่างของอติพจน์ ตามมาด้วยอาชูผู้เป็พ่อ
“แต่ผู้ชายคนที่แกกำลังจะต่อยก็คือเ้าของโรงแรมธาราอันตราที่ตามไปช่วยคุณปานรุ้งที่กำลังจะโดนทำร้ายไว้นะเว้ยปล่อยคุณเรย์เดี๋ยวนี้” อติพจน์ที่ได้ยินประโยคสนทนาก่อนหน้านี้ก็เร่งรุดเข้ามาอย่างรวดเร็วแต่ทั้งนี้ก็ได้มีลูกน้องของเจษฎาหลายคนกันท่าอยู่
“รุ้งโดนทำร้าย หมายความว่าไง นายเล่าเื่ทั้งหมดให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้”
หลังจากได้ฟังเื่ราวจากเรวัตรรวมถึงมีอติพจน์เป็พยานเนื่องจากเกิดเหตุการณ์วันนั้นเรวัตรก็ได้เล่าให้เขาฟังพอดีทางโรงแรมจึงได้จับภาพชายคนนั้นให้เป็บุคคลเฝ้าระวัง
“ผมขอโทษที่ทำร้ายคุณ” ท่าทีที่ก้าวร้าวในตอนแรกนั้นอ่อนลงไปอย่างมาก“เชิญนั่งก่อนสิครับ”
“ไม่เป็ไร คนเราเข้าใจผิดกันได้แต่ว่าถ้าเมื่อกี้คุณต่อยผมจริง ๆ ล่ะก็ คุณก็จะได้ลิ้มรสหมัดผมเหมือนกันนะคุณเจษ” เขาว่าทีเล่นทีจริง
“โชคดีของรุ้งที่คุณไปเห็นก่อน”
“ขอโทษที่ผมไม่ได้เล่าความจริงทั้งหมด”
“นั่นก็เพราะเรายังไม่ได้รู้จักกัน แล้วอีกอย่างการเล่าให้ใครที่ไม่รู้จักฟังถึงเื่นี้ ก็นับว่าคุณให้เกียรติผู้หญิงได้ดีเลยนะคุณเรย์” คำพูดชื่นชมนั้นเอ่ยออกมาจากใจจริง
“ผมขอละลาบละล้วงถามอะไรหน่อยสิ”
“ครับ”
“คุณเจษชอบคุณรุ้งหรือครับ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น จู่ ๆใบหน้าคมก็เสมองไปทางอื่นก่อนจะรีบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติด ๆ ขัด ๆ
“อะไรของคุณ ผมก็แค่ไม่อยากให้เพื่อนคนหนึ่งที่เคยนิสัยดีเปลี่ยนไปต่างหาก”
แต่มีหรือที่ผู้ใหญ่ซึ่งผ่านโลกมาพอสมควรอย่างเขาจะดูไม่ออกท่าทางของเจษฎาที่มีต่อปานรุ้งแบบนั้น คนเป็เพื่อนที่ไหนเขาหึงกัน
“เอ่อ พูดถึงคุณปานรุ้งแล้ว ผมมีอะไรอยากจะรบกวนขอให้คุณช่วยหน่อย”
“ช่วยเื่อะไรครับ”
“ผมอยากให้คุณช่วยกันคุณปานรุ้งออกจากผมหน่อยคุณจะให้ผมจ่ายเท่าไหร่ผมก็ยอม”
จากนั้นเรวัตรก็ได้แจง่เวลาการมาของปานรุ้งให้เขาฟังโดยเมื่อหลังจากได้ฟังแล้วนั้นเจษฎาก็ได้ยิ้มออกมา
“ค่าจ้างไม่ต้องหรอก ผมยินดีจัดการยัยตัวแสบนี้ให้ฟรีๆ”
--------------------------------------------------------------------------------------------
“ฮึ่ย พวกแกนี่ไม่ได้ดั่งใจฉันเลย แค่ผู้หญิงคนเดียวก็เอามาไม่ได้รู้ถึงไหน อายถึงนั่น” ร่างท้วมของเสี่ยเฉลิมศักดิ์โดยเฉพาะส่วนพุงนั้นกระเพื่อมไหวไปมาด้วยแรงโทสะ
จากนั้น เสียงคอลจากเลขาฯสาวหน้าห้องก็ได้ดังขึ้น
“คุณอนันต์ขอเข้าพบค่ะ”
เสี่ยเฉลิมศักดิ์ถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะอนุญาตให้เขาเข้ามาได้
ร่างสูงผอมของอนันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินรีดเนี้ยบปรากฏขึ้นพร้อมกับแฟ้มเอกสารสองสามแฟ้มในมือ
“พอดีฉันมีเื่งานจะถามนายเพิ่มเติมนิดนึงนะศักดิ์”
“ได้สิเพื่อน ยินดีเลย”
ในขณะที่ขับรถอยู่นั้นเอง ลูกน้องที่นั่งมาด้วยก็ได้เอ่ยถามขึ้น
“เสี่ยเฉลิมศักดิ์นี่เป็ผู้มีอิทธิพลใน่นี้เลยนะครับคุณเจษ”
“นายกลัวหรือ” เ้านายหนุ่มว่าพลางดูวิวข้างทาง
“ไม่ใช่ครับ แต่ผมกลัวคุณเจษจะเดือดร้อนมากกว่าครับพวกนี้ชอบเล่นสกปรกจะตาย”
“เอาสิ ส่งคนมาให้ซ้อมมือบ่อย ๆ ก็สนุกดีออก” พลันในตอนนั้นเองเขาก็นึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อวาน
เหตุการณ์เมื่อวาน
หลังจากชกต่อยกันเสร็จเรียบร้อย เจษฎาก็ได้ลากชายคนร้ายคนหนึ่งมาถาม
“ใครส่งพวกแกมา”
แต่ทว่าชายคนนั้นกลับไม่ยอมบอกจนเจษฎาให้ลูกน้องที่ตนสนิทจัดการแต่มันก็ยังไม่ยอมบอก
“ยอด”
“ครับ”
“ไปหยิบปืนมา ส่วนที่เหลือจับเ้านี่ไว้”
ทันทีที่ได้ยินคำว่าปืน มันก็รีบบอกในทันทีว่าเป็เสี่ยเฉลิมศักดิ์ที่จ้างพวกตนมา
“แล้วพวกแก้าตัวปานรุ้งไปทำไม”
“ก็เสี่ยศักดิ์แกถูกใจพริตตี้ที่ชื่อปานรุ้งน่ะสิ”อีกคนว่าขึ้น “ก็เลยจ้างพวกฉันมาพาตัวไป”
“งั้นฝากไปบอกนายของแกด้วยว่าอย่ามายุ่งกับปานรุ้งอีก ไม่งั้นฉันไม่รับประกันว่าจะเผลอทำอะไรรุนแรง”
หลังจากการประกาศศึก เขาก็ได้ให้นายยอดและลูกน้องคนสนิทไปตามสืบประวัติของเสี่ยเฉลิมศักดิ์มา
“ถ้าให้ดี ให้นายมันออกมาสู้เองเลย คราวนี้ ถ้าคุกยังไม่รับเดี๋ยวฉันจะส่งมันไปลงนรกเอง รับรองว่าที่นั่นรับชัวร์ ๆ” น้ำเสียงของเ้านายหนุ่มที่เปล่งออกมานั้นทำเอาลูกน้องทั้งสองเสียวสันหลังวาบเพราะถ้าลองพูดแบบนี้แล้ว นายของพวกตนไม่มีวันไม่เอาจริง
รู้ตัวอีกทีก็เลยเวลามื้อเย็นมามากแล้วเรวัตรก้มดูนาฬิกาข้อมือจึงเห็นว่าเป็เวลาหกโมงกว่าแล้ว มือหนาหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะเสียบในกระเป๋ากางเกงแต่ผู้เป็น้องชายก็โทรเข้ามาพอดี
“พี่เรย์ ออกมาจากบริษัทหรือยังครับ”
“กำลังจะออก มีอะไรหรือเปล่า”
“จะบอกว่าวันนี้พี่ไม่ต้องรอกินข้าวเย็นกับผมนะครับพอดีว่าแม่ของลูกปลาเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ผมก็เลยต้องรีบไปที่โน่นจนลืมบอกพี่ไปเลย”
“ไม่เป็ไร ๆ ตามสบายเถอะ”
พอดีว่าเย็นนี้นั้นอติพจน์เองก็ขอลาครึ่งวันไปดูอาชูที่เจ็บขาด้วยทำให้เขาต้องขับรถกลับคนเดียว และจุดหมายปลายทางก็ไม่ใช่ที่ไหนนอกจากรีสอร์ทที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไปอีกไม่กี่กิโลเมตรซึ่งเป็รีสอร์ทริมชายหาดหลังเล็ก ๆ ที่สร้างเน้นบรรยากาศมากกว่าความหรูหราและยังเป็แบบที่เขาชอบด้วย
แต่ก่อนที่จะขับกลับไปเส้นทางนั้นเรวัตรก็ตัดสินใจขับไปยังอีกเส้นทางหนึ่ง
ทันทีที่รถคันสีขาวขับผ่านหน้าบ้านหลังใหญ่สุดในซอยขณะที่ดวงตาคมทอดสายตามองในบ้านเพื่อหาร่างเล็กอยู่นั้นเอง เขาก็ได้เหลือบไปเห็นป้ายประกาศแผ่นหนึ่งที่แปะไว้บริเวณประตูบ้าน
“รับคนสวนงั้นหรือ”
เขานิ่งคิดอีกอะไรเล็กน้อยก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาอาชู
“อาชูหรือครับ ผมมีเื่อยากจะให้อาช่วยหน่อย”
---------------------------------------------------------------------------------------