ตกหลุมรักแม่นักศึกษาฝึกงาน

    ตอนที่ 2

             

            นี่ไง นิสัยอันดื้อรั้นและเอาแต่ใจของเพลบอยหนุ่มผู้เป็๞บุตรชายคนกลางของตระกูล

            “ห้องทำงานยังไม่ได้จัดเตรียม พี่คิดว่าน่าจะใช้เวลาจัดเตรียมประมาณหนึ่งอาทิตย์  แต่ถ้าจัดเตรียมเสร็จเร็วกว่านั้นก็ค่อยว่ากันอีกที”

            “ผมนั่งทำงานในห้องของพี่หนึ่งก็ได้นี่ครับ  เอาโต๊ะเอาเก้าอี้อะไรก็ได้  ไปตั้งไว้สักชุด ผมก็จะนั่งทำงานได้ในระหว่างรอห้องทำงานส่วนตัวของผมเสร็จเรียบร้อย”

            “แล้วทำไมต้องรีบร้อนเข้าไปทำขนาดนั้นด้วย  รอให้อะไรๆมันเรียบร้อยก่อนไม่ได้หรือไง”

            ผู้เป็๞พ่องงกับพฤติกรรมของบุตรชายคนกลาง

            “พอไม่ไปก็เคี่ยวเข็ญให้ไป พอจะไปก็มีข้อแม้โน้นนี่ ตกลงจะเอายังไงครับ”

            ลูกชายคนกลางของตระกูลออกอาการโวยวายตามนิสัยเอาแต่ใจจนเคยตัว

            “เอาตามที่นายสอง๻้๵๹๠า๱ก็ได้ครับคุณพ่อ  ก็ไม่ได้หนักหนาอะไร”

            ปริญญ์ซึ่งเป็๞คนที่ค่อนข้างใจเย็นกว่าทุกคนในบ้านกล่าวขึ้นอย่างนั้นเพราะไม่อยากให้พ่อกับน้องชายมีปากเสียงกัน

            “ก็แค่นั้นแหละ”

            ปรานต์กล่าวห้วนๆก่อนวางช้อนแล้วเดินออกไปจากโต๊ะอาหารทันที

            “ดูมัน แล้วนิสัยอย่างนี้เหรอที่จะเข้าไปทำงานในบริษัทได้”

            นายปพณบ่นตามหลังบุตรชายคนกลางไปด้วยความไม่พอใจ

            “ก็นิสัยเหมือนคุณพี่นั้นแหละค่ะ”

            คุณรสนาค้อนสามีขวับ ข้อหาที่บังอาจตำหนิบุตรชายคนโปรดของนาง

            “อ้าว คุณรสก็เข้าข้างลูกไม่เข้าเ๱ื่๵๹”

            นายปพณถอนหายใจเฮือก

            ปริญญ์รีบไกล่เกลี่ย

            “ช่างเถอะครับคุณพ่อ คุณแม่ ไม่ใช่เ๹ื่๪๫หนักหนาอะไร  ผมพอรับมือได้ ยังไงๆก็ให้นายสองยอมไปทำงานก่อนดีกว่าครับ  เ๹ื่๪๫อื่นๆค่อยแก้กันไปทีละข้อ”

            “มันจะทำได้สักกี่วันเชียว ไม่ได้ดูถูกน่ะ แต่รู้จักนิสัยมันดี”

            นายปพณกล่าวทิ้งท้าย

             

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

             

            “พี่หนึ่งไปทำงานหรือยังครับคุณแม่”

            เสียงของปรานต์ดังลงมาจากชั้นบนขณะที่เ๽้าตัวกำลังก้าวพรวดๆอย่างรีบเร่งลงมาตามบันไดในเวลาเกือบๆจะสิบเอ็ดโมงแล้ว

            “แหกตาดูนาฬิกาบ้างนะ ก่อนที่จะถาม”

            นายปพณซึ่งนั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขกได้ยินเข้า  ก็อดที่จะตอบแบบเหน็บแนมออกมาไม่ได้

            “คุณพี่ละก็”

            คุณรสนารีบปรามสามี ไม่อยากให้ค่อนว่าอะไรลูกอีก

            “ก็ดูแล้วนะครับ แต่ถามเผื่อว่าพี่เขายังไม่ไป จะได้ไปพร้อมกัน”

            ปรานต์ตีหน้ามึนตอบกลับบิดาไปแบบนั้น ทำเอาถูกถลึงตาเขียวปั้ดใส่ คุณรสนาจึงรีบเข้าแก้ไขสถานการณ์ตามเคย ด้วยการเดินเข้าไปหาบุตรชาย

            “แล้วนี่สองจะไปทำงานจริงๆหรือลูก”

            “โธ่  คุณแม่ครับ  ทำไมถึงไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวของผมบ้างเลย”

            ลูกชายคนกลางของบ้านซึ่งถูกมารดาตามใจจนเคยตัวทำท่ากระฟัดกระเฟียดไม่พอใจ

            “ก็ทำตัวน่าเชื่อมั่นเหลือเกินนี่”

            เสียงของผู้เป็๞พ่อลอยมาอีก

            “แม่ว่าสองไปกินข้าวก่อนเถอะลูก แล้วค่อยออกไปทำงานนะ”

            คุณรสนารีบแยกพ่อ ลูกซึ่งเหมือนเป็๞คู่ปรับกันนั้นให้ออกห่างกันด้วยการดึงแขนบุตรชายพาตรงไปยังห้องรับประทานอาหาร

             

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

             

            ปรานต์ไปถึงที่ทำงานในเวลาเกือบๆจะบ่ายโมง  เขาไม่พบพี่ชายในที่ทำงาน  จึงออกจะงงๆทำอะไรไมถูก  ยืนหันไปหันมาอยู่หน้าห้อง  ก็เหลือบไปเห็นยัยนักศึกษาฝึกงานอันเป็๞แรงบันดาลใจที่ทำให้เขากระตือรือร้นอยากมาทำงานนักหนากำลังนั่งทานอาหารอยู่ตรงโต๊ะทำงานของเ๯้าหล่อนเอง และเ๯้าหล่อนก็เหลือบมาเห็นเขาในจังหวะที่เขาหันไปมองพอดี  ดวงตาสองคู่สบกันในระยะห่างประมาณสิบเมตร  และเขาก็รีบเดินเข้าไปหาทันทีราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาลก็ว่าได้

            “ฉันเป็๲น้องชายของพี่หนึ่ง เอ่อ  คุณปริญญ์นะ  ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณปริญญ์อยู่ที่ไหน”

            สาวน้อยลนลานทำท่าว่าจะรีบเก็บกล่องข้าวที่ห่อมากินเองให้พ้นจากสายตาของคนแปลกหน้า  แต่เมื่อเก็บไม่ทันก็จึงปล่อยเลยตามเลย  ทำได้แค่รีบกลืนข้าวลงคอแล้วตอบ

            “ท่านประธานออกไปพบลูกค้าค่ะ”

            “แล้วจะกลับเมื่อไหร่”

            “ไม่ทราบค่ะ”

            “อะไรไม่ทราบ เธออยู่ที่นี่ในหน้าที่อะไรห๊ะ”

            ชายหนุ่มโวยวายทันทีเมื่อได้คำตอบไม่เป็๞ที่น่าพอใจ