15
นางเป็ของข้า
“ข้าก็อยากกิน” หยุนฮ่าวหรานโพล่งออกมาเมื่อเห็นเจียงถิงถิงคีบบางอย่างส่งให้ญาติผู้น้องตนเอง อันอี้เฉินหันมองไปยังบุรุษที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ไม่ต่างจากสีหน้าของซ่งเยี่ยนฟางนางชักสีหน้าฉับพลันยามสามีเอ่ยปากราวกับ้าให้ฮูหยินคีบอาหารให้ตนเองบ้าง
“อยากกินก็กินสิ ทานไม่มีมือหรืออย่างไร หากตักเองไม่ได้ก็ให้ซ่งเยี่ยนฟางปรนนิบัติสิ ไม่ใช่หน้าที่ข้า” กล่าวจบก็เอื้อมมือไปหยิบขนมแท่งสีเหลืองทองใส่ปาก เสียงฟันกัดขนมดังจนคนมองน้ำลายสอกลืนน้ำลายดังเอื้อก เจียงถิงถิงเคี้ยวขนมเสียงแตกกรอบของขนมดังอยู่ในปากไม่ว่างเว้น
“นี่เ้าค่ะท่านพี่” เพราะทนฟังต่อไม่ได้ซ่งเยี่ยนฟางจึงหันไปคีบขนมหน้าตาแปลก ๆ ให้หยุนฮ่าวหราน แล้วหยิบใส่จานกระเบื้องของตนเองบ้าง
“อร่อยใช่หรือไม่ท่านพี่ ถิงถิงนางทำอาหารเก่งไปหมด ว่าแต่นี่คืออะไรงั้นหรือ” อวดญาติผู้พี่เสร็จก็หันไปถามเจียงถิงถิงต่อว่าขนมในมือคือสิ่งใด คนถูกถามมองขนมในมือก่อนจะแย้มยิ้มงดงาม ภูมิอกภูมิใจให้กับฝีมือของตนเอง
“มันคือมันอย่างไรเล่า ข้าเอามันไปต้มบดผสมแป้งหมี่กับเครื่องปรุงนิดหน่อย จากนั้นข้าก็เอามันลงไปทอดในน้ำมันร้อน ๆ เป็อย่างไรกรอบมากใช่หรือไม่” เจียงถิงถิงตอบเสียงหวาน พร้อมทั้งกัดขนมให้ดูว่ามันกรอบอย่างไร ซ่งเยี่ยนฟางกดมุมปากต่ำลงไม่ชอบใจที่นางมีความมั่นใจมากกว่าเดิมจนทำให้ผู้เป็สามีมองนางไม่คลาดสายตา
หยุนฮ่าวหรานจ้องมองท่าทีระหว่างเจียงถิงถิงกับญาติผู้น้องอย่างอันอี้เฉินอย่างไม่สบอารมณ์นัก พลางนึกไปว่าจะกล่าวอะไรออกไปดี “เหตุใดเ้าจึงลุกมาทำอาหารเองเช่นนี้ อยากกินสิ่งใดให้บ่าวไพร่ทำก็สิ้นเื่ไม่เห็นจำเป็ต้องทำเองให้เหนื่อย”
“ข้าชอบทำ ท่านไม่ชอบก็ไม่ต้องกิน อะเ้ากินให้หมด”
“ข้ายินดียิ่ง” อันอี้เฉินพยักหน้ารับแล้วรีบดึงจานขนมมาวางตรงหน้าตนเองด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่ญาติผู้พี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็เอื้อมมือมายื้อจานเอาไว้ออกแรงดึงจานกันไปมา สองสายตาประสานกันด้วยความดุดันแม้ใบหน้าจะมีรอยยิ้มให้เห็นก็ตาม
หลังจากกลับมาจากสวนบ่อบัวของเจียงถิงถิงหยุนฮ่าวหรานก็เอาแต่เดินวนอยู่ในห้องหนังสือ แม้แต่ซ่งเยี่ยนฟางเองก็เข้าหน้าไม่ติด จนภรรยารองอย่างนางยังรู้สึกไม่สบอารมณ์ตามไปด้วยและความไม่สบอารมณ์นั้นก็ไปตกที่เจียงถิงถิง
“คุณชายจะให้ข้าทำอย่างไรหรือขอรับ” บ่าวรับใช้คนสนิทของหยุนฮ่าวหรานเอ่ยถามผู้เป็นาย จิ่งซินคุกเข่าอยู่บนพื้นรอคอยคำตอบอย่างนอบน้อม เห็นคนเป็เ้านายอารมณ์ไม่สู้ดีจึงไม่คิดจะถามย้ำให้มากความ
“เ้าไปขโมยหนังสือหย่าที่เรือนฮูหยินมาให้ข้า”
“แต่คุณชายอยากหย่ากับฮูหยินมาตลอดไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดจึงไม่ปล่อยนางไปเสียเล่าขอรับ”
“เจียงถิงถิง นางเป็ของข้า นางจะไปจากข้าไม่ได้หากข้าไม่อนุญาต เ้าทำตามที่ข้าบอกก็พอ” เสียงเข้มสั่งการครั้งสุดท้ายอย่างไม่ลังเล จิ่งซิงพยักหน้ารับคำก่อนจะลุกไปเทชาใส่จอกให้หยุนฮ่าวหราน หมายจะทำให้คนเป็เ้านายคลายโทสะรุ่มร้อน
คำพูดสุดท้ายที่หยุนฮ่าวหรานกล่าวกับจิ่งซินสองโสตประสาทของซ่งเยี่ยนฟางล้วนรับรู้มันไว้ ความโกรธยิ่งปะทุขึ้นภายในใจ ความเครียดความริษยายิ่งรุนแรงกว่า ฝ่ามือเล็กสองข้างกำแน่นเข้าหากัน ปลายเล็บจิกไปในเนื้อจนเกิดรอย
เจียงถิงถิงนางผู้นั้นควรตายไปเสียั้แ่สามเดือนก่อนไม่เช่นนั้นตอนนี้สามีของนางคงไม่เปลี่ยนไป ใบหน้าสวยบึ้งตึงจ้องเขม็งไปยังประตูห้องหนังสือ ไม่นานก็สะบัดหน้าหันหลังให้ประตูยัดถาดน้ำชาใส่มือสาวใช้ ก่อนจะเดินกระแทกเท้ากลับเรือนตนเอง
“นายหญิงรองอย่าคิดมากเลยนะเ้าคะ นายท่านคงไม่ได้คิดอะไรหรอกเ้าค่ะ” กลับเข้าห้องได้หลินซางก็รีบวางถาดน้ำชาแล้วปรี่เข้ามาบีบนวดเอาอกเอาใจนายหญิงของตนเอง ที่บัดนี้อารมณ์นางไม่ต่างจากน้ำเดือดเอาเสียเลย
ซ่งเยี่ยนฟางนั่งกำมือแน่นใบหน้าบึ้งตึงหอบหายใจกระชั้น คนริษยาเช่นนางไม่มีทางยอมให้เื่เป็อย่างที่หยุนฮ่าวหรานหวังแน่ ๆ นางไม่ควรได้อยู่อย่างสงบสุข
“ข้าจะกำจัดนางให้พ้นจากสกุลหยุนให้ได้” พูดจบก็ยกกำปั้นทุบลงบนที่วางแขนของเก้าอี้ หลินซางรีบกุลีกุจอไปเทชาใส่จอกให้นายหญิงรองของตนเองหวังให้นางคลายโทสะ แต่ดูเหมือนซ่งเยี่ยนฟางจะไม่คลายอารมณ์โมโหลงเลย
“นายหญิงรองอยากให้หลินซางทำอย่างไรดีเ้าคะ”
“เ้าไปสืบมาทีว่าคนสกุลเจียงนั่นกำลังทำสิ่งใดอยู่บ้าง นางไปไหนกับคุณชายอันบ้าง หากข้าไม่กำจัดนางไปใจข้ายากสงบยิ่งบัดนี้นางงดงามขึ้น หากนางงดงามขึ้นอีกและท่านพี่ไปหลงรักนางเข้า ข้าจะทำอย่างไรหลินซาง”
“หลินซางจะไม่ทำให้นายหญิงรองผิดหวังเ้าค่ะ”
ยามเฉินสองเค่อ
สายลมอ่อน ๆ พัดต้องผิวเนียนละเอียดของเ้าของรูปร่างได้สัดส่วน แม้ไม่ได้อรชนเท่าสตรีนางอื่นแต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่านางงดงาม สองเท้าเดินไปตามทางในเรือนมุงหน้าไปแปลงผักข้างเรือน พอถึงแปลงผักก็กวาดสายตามองไปทั่วแปลงผักหลายชนิดที่กำลังพากันแตกใบอ่อนมากมาย
เมื่อวานหลังฟ้าเริ่มมืดเจียงถิงถิงก็นั่งคิดอยู่หลายเค่อว่าวันนี้จะทำอาหารใดกิน จนอันอี้เฉินให้บ่าวนำปลาและกุ้งนางจึงคิดได้ว่าทำสิ่งใดกินดี คราก่อนตอนไปตลาดกับอันอี้เฉินนางเห็นชาวบ้านกำลังแยกกุ้งที่ติดอยู่กับอวนไปทิ้ง นางจึงเอ่ยเปรยกับสหายตนเองว่าอยากกินไม่นึกว่าเขาผู้นั้นจะจำได้จึงหอบมาให้นางเยอะเพียงนี้
“ผู่เย่ว์เ้าไม่ต้องเอาต้นที่ยังเล็กมาให้มันได้โตเสียหน่อย” คนเป็เ้านายที่เดินเด็ดผักในแปลงอยู่หันไปกล่าวกับสาวใช้คนสนิท ผู่เย่ว์มองซ้ายมองขวากะขนาดผักด้วยสายตา ไม่รู้ว่าต้นใดเล็กต้นใดใหญ่อย่างที่คุณหนูกล่าว
ท่าทีเงอะงะไม่รู้ความดึงผักจนหงายหลังของผู่เย่ว์ทำเจียงถิงถิงหัวเราะสรวลเสียงใสดังไปทั่วลานข้างเรือน
“คุณหนูเ้าคะ”
“เอาล่ะ ๆ ข้าไม่หัวเราะแล้ว ลุกขึ้นเถอะไปล้างเนื้อล้างตัวเสีย เดี๋ยวเนื้อตัวจะเปื้อนไปกันใหญ่ ที่เหลือข้าทำต่อเอง” เจียงถิงถิงกล่าวกับสาวใช้ความน้ำเสียงนุ่มละมุนเจือความเอ็นดูไม่น้อย เมื่อผู่เยว์เดินจากไปก็มีแขกเข้ามาหานางั้แ่เช้า
“เ้าทำสิ่งใดอยู่ผู้เดียว” น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยทักยามเห็นเ้าของแปลงผัก ก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กลางสวนผัก ใบหน้างดงามแย้มยิ้มแทบทันทีที่ได้ยินเสียงไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าผู้ใดมา และธุระที่มาแต่เช้าเช่นนี้ก็คงหนีไม่พ้นข้าวเช้าแน่นอน
“ท่านมาก็ดี มาช่วยข้าเด็ดผักตรงนี้ที จะได้เสร็จไว ๆ”
“ได้สิ เ้า้าข้าถึงเพียงนี้ข้าจะปฎิเสธได้อย่างไรกัน” คนถูกใช้กล่าวพร้อมรอยยิ้มแต่ทำคนฟังขมวดคิ้ว นี่มันคำพูดอย่างไรกันเหตุใดจึงฟังระคายหูเช่นนี้เล่า เจียงถิงถิงหรี่ตามองบุรุษตรงหน้าก่อนจะเอ่ยตำหนิคนกวนประสาท
“หากท่านยังกล่าววาจาแปลก ๆ เช่นนี้ข้าจะให้ท่านกินข้าวคลุกเกลือ”
“เหตุใดเ้าจึงใจร้ายขึ้นทุกวัน ช่างสวนทางกับความงามโดยแท้” อันอี้เฉินกล่าวจบก็ก้มลงเด็ดผักอย่างที่เจียงถิงถิงสอน แม้จะเป็การเก็บผักแต่กลิ่นไอรอบตัวกลับเป็ความรู้สึกสดชื่น สดใสมีแต่ความรู้สึกเขินอายเช่นนี้ ท่ามกลางความรู้สึกเช่นนี้ทำคนยืนแอบฟังอยู่ั้แ่เมื่อครู่กำมือจนแน่นระบายความโกรธคุกรุ่นภายใน
หยุนฮ่าวหรานมั่นใจว่าตนเองมาหาภรรยาเอกเช้ามากแล้วแต่ยังสายกว่าญาติผู้น้องของตนเสียอีก จะว่ากล่าวออกไปก็ใช่เหตุในเมื่อตนเองเป็คนบอกเองว่าให้อันอี้เฉินคอยจับตาดูนางเอาไว้