หยินจินซีแสยะยิ้มก่อนจะแสร้งทำเป็เก็บชุดนั่นไว้
“หากเธอไม่สวมชุดนี้ก็ไม่เป็ไร แต่ฉันคิดว่าหากเธอสวมใส่ชุดนี้ขึ้นร้องเพลงในค่ำคืนนี้หวงเต๋อจงคู่หมั้นของฉันคงจะเคลิบเคลิ้มเป็แน่ เธอคิดดูเถอะหญิงสาวที่งดงามแต่งตัวโชว์เนื้อหนังเล็กน้อยอีกทั้งน้ำเสียงยังไพเราะเสนาะหูจะดึงดูดผู้คนมากขนาด ฉันว่าคู่หมั้นฉันก็คงจะต้องนั่งฟังเสียงเพลงอันไพเราะและความงดงามโดดเด่นของเธอเมื่อยามอยู่บนเวทีอย่างแน่นอน”
หญิงสาวยิ้มราวกับจินตนาการตามก่อนจะรีบแย่งชุดนั้นคืน
“เธอคิดอย่างนั้นเหรอถ้าอย่างนั้นคืนนี้ฉันจะใส่ชุดนี้”
หยินจินซีแสยะยิ้มอยากพอใจ
“เธอได้ชุดที่สวยแล้วยังเหลือใบหน้าและเครื่องหัวที่ยังดูจืดชืดถ้าอย่างนั้นฉันจะอาสาช่วยเธอแต่งหน้าทำผมใหม่ดีไหม”
ลั่วเหวินเหย่เผยยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“ขอบใจเธอมากนะจินซีเธอเป็เพื่อนที่แสนดีของฉันจริงๆ”
“เอาเถอะ เร็วเข้าฉันจะช่วยแต่งหน้าทำผมอีกประเดี๋ยวคุณแม่คงจะให้คนมาเรียกเธอขึ้นไปร้องเพลง”
ลั่วเหวินเหย่ยิ้มก่อนจะเดินมานั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกบานใหญ่สะท้อนสาวงามทั้งคู่ขึ้นพร้อมกัน
ลั่วเหวินเหย่แอบชำเรืองมองใบหน้าที่สวยงามเพียบพร้อมของหยินจินซีด้วยความอิจฉา
“จินซีเธอคิดว่าคืนนี้ฉันควรแต่งหน้าทำผมอย่างไรดีล่ะ ฉันอยากสวยงามเหมือนกับเธอ”
หยินจินซีแสร้งยิ้มอย่างหวังดี
“ทำไมต้องอยากเหมือนฉันด้วยใบหน้าของเธอก็สวยงามอยู่แล้วฉันเพียงแต่งแต้มเครื่องสำอางค์เพิ่มอีกนิด ทำผมลอนมัดมวยด้านหลังอีกหน่อยติดเครื่องประดับที่เข้ากับชุดเธอก็สวยงามมากพอแล้ว”
“งั้นเหรอถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องรบกวนเธอแล้ว”
หยินจินซีพยักหน้าก่อนจะลงมือแต่งหน้าทำผมให้กับลั่วเหวินเหย่ ไม่นานนักหญิงสาวที่เคยดูสดใสอ่อนหวานก็ดูเป็สาวเปรี้ยวร้อนแรงขึ้นมาทันตา
ลั่วเหวินเหย่มองตัวเองผ่านกระจกก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
ปรายหางตาเหลือบไปมองหยินจินซีก่อนจะแสยะยิ้มอีกครั้งราวกับมั่นใจว่าตัวเองงดงามเหนือกว่า
“ค่ำคืนนี้หวงเต๋อจงจะต้องมองฉันตาไม่กระพริบอย่างแน่นอนถึงเธอจะดูสวยและเพรียบพร้อมแต่ถ้าเขาได้เห็นความงามของฉันที่เจิดจรัสอยู่บนเวทีเขาจะต้องหวั่นไหว คนอย่างฉันหากอยากได้อะไรก็ต้องได้แม้แต่คนรักของเธอจินซี”ลั่วเหวินเหย่พูดเบาๆในใจ
ครั้นเมื่อถึงเวลาขึ้นร้องเพลงเด็กในร้านก็รีบมาตามลั่วเหวินเหย่ในทันที
หยินจินซีแสยะยิ้มด้วยความสะใจ
“เธอคิดว่าคนอย่างเธอจะสวยงามเจิดจรัสแสงราวกับดวงดาวที่สุกสกาวบนฟากฟ้าอย่างนั้นเหรอหึ”เธอพูดขึ้นเบาๆก่อนจะเดินไปหยิบชุดกี่เพ้าสีชมพูปักรูปหงส์ด้วยดิ้นทองหรูหราด้านข้างแหวกขึ้นเล็กน้อยพอให้น่าค้นหาขึ้นมาสวมใส่ มือเล็กเอื้อมไปหยิบขนเฟอร์สีขาวนุ่มบนราวแขวนก่อนจะนำมาคลุมทับอีกชั้นบนหัวไหล่ เธอยิ้มมุมปากก่อนจะหมุนตัวไปมาอยู่ตรงหน้ากระจกด้วยความพอใจ
“ดูเหมือนยังขาดอะไรอยู่ อ่อจริงสิ”กิ๊ฟไข่มุกสีขาวสะอาดตาถูกหยิบขึ้นมาติดไว้บนผมเส้นยาวเป็ลอนคลื่นก่อนลิปสติกสีแดงแท่งสวยจะถูกหยิบขึ้นมาทาที่ริมฝีปากเรียวบางอีกรอบ เพียงไม่นานเงาสะท้อนของสาวสวยก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า
หยินจินซีเผยยิ้มให้กับความสวยสดงดงามที่อยู่ตรงหน้าด้วยพอใจ
“คืนนี้ฉันจะเป็คนดับแสงของเธอเอง ลั่วเหวินเหย่”