หญิงสาวในศตวรรษที่ 21 ต้องใช้ชีวิตในยุคโบราณ สำหรับเหม่ยอิงมันเป็เื่ยากแต่เมื่อมองดูใบหน้าเล็กๆ ทั้งสามที่กระตือรือร้นนางก็มีแรง...มีแรงที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ
“ว่าแต่พวกข้าหิวแล้ว ท่านแม่มีอะไรให้กินบ้างไหมขอรับ” หลี่จุนถาม
“นั่นสิ ข้าเองก็เริ่มหิวแล้วด้วยเ้าค่ะ” หลี่เหนียงจับท้องของตัวเองที่กำลังส่งเสียง
“ข้าด้วย หิวจนไส้จะขาดแล้ว หากมีช้างตายอยู่ตรงหน้าข้าคงสามารถกินมันได้ทั้งตัว” หลี่กุ้ยดูเหมือนจะกินได้เยอะกว่าพี่น้อง ดูได้จากร่างกายอ้วนใหญ่ของเขาซึ่งเหมือนว่าแย่งอาหารจากทั้งคู่มาไว้คนเดียว
เหม่ยอิงทำอะไรไม่ถูก เมื่อวานที่เพิ่งทะลุมิติเข้ามาในบ้านก็ตกกลางคืนแล้วจึงไม่ต้องทำอาหาร แต่กระนั้นนางก็สังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ ในครัวไว้บ้าง
มันเป็ครัวเตาถ่าน จำเป็ต้องก่อไฟด้วยฟืนซึ่งเหม่ยอิงไม่คุ้นเคยเลย เพราะโดยปกติใช้ชีวิตอยู่ในหอพักคนเดียวก็ซื้อแต่อาหารแช่ฟรีซ หิวเมื่อไหร่ก็เวฟเอา
“เอ่อ...ตอนนี้แม่ไม่สบายคงลุกไปทำข้าวให้ไม่ไหว ในหมู่พวกเ้าใครบ้างจุดไฟที่เตาเป็ ใครหุงข้าวได้และใครล้างผักเป็” เหม่ยอิงใช้ข้ออ้างจากการไม่สบายปล่อยให้เด็กๆ เหล่านี้ทำงานแทนตน
จะโทษนางก็ไม่ได้ชีวิตแบบนี้มันแย่จริงๆ นอกจากนั้นร่างกายนี้ไร้เรี่ยวแรงแล้ว ขืนฝืนมากไปกว่านี้คงได้ตายอีกครั้ง
“จริงสิท่านแม่ไม่สบาย ข้าจุดไฟที่เตาเป็เพราะงั้นข้าจะเป็คนจุดไฟเอง!” หลี่จุนตบหน้าอกตัวเองด้วยความมั่นใจ สำหรับเด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบเขาค่อนข้างน่ารักและมีความเป็ผู้นำ
สมกับเป็พี่ใหญ่สกุลหลี่
“ข้าจะหุงข้าวเอง รับรองว่าข้าวต้องออกมาสุกไม่ดิบ เหมือนกับที่ท่านแม่เคยสอนไว้เมื่อก่อน” หลี่เหนียงเป็เด็กผู้หญิงตัวเล็ก นางไม่ชอบใช้กำลังอย่างพี่ชายดังนั้นงานบ้านจึงตกเป็ของนาง
“งั้น...ข้าก็คงต้องล้างผักสินะ” หลี่กุ้ยทำตัวไม่ถูกเมื่อพี่น้องสองคนหันมามองเป็สายตาเดียวกัน หากเทียบกับทั้งคู่เขาในเมื่อก่อนเป็คนี้เีกินเล่นอย่างเดียว มาวันนี้แม่ไม่สบายและพ่อออกไปทำงาน ตนก็ควรจะหยุดเล่นแล้วทำอะไรสักอย่าง
เหม่ยอิงปล่อยให้เด็กๆ ทำงานในครัวโดยที่ตนเองเฝ้าดูอยู่ เมื่อก่อนเ้าของร่างทำทุกอย่างด้วยตัวเองแต่เ้าตัวเล็กสองคนก็เรียนรู้จากสิ่งนี้ บางครั้งจึงมาช่วยงานในครัวผิดกับหลี่กุ้ยที่ดีแต่กิน
“มันคงง่ายกว่านี้หากมีวิชาอย่างเทพเซียน” เหม่ยอิงพึมพำกับตัวเองด้วยั์ตาเหม่อลอย
โลกที่นางอยู่ไม่ใช่โลกธรรมดาแต่เป็ถึงโลกเซียนา ฟังว่ามีผู้วิเศษขี่กระบี่บินเหนือเวหา ขยับมือยกูเาแยกมหาสมุทร นี่เป็เื่ราวดุจดังเทพนิยายที่เคยอ่านแต่มันกลับเป็ความจริง
แต่อย่างใดก็ตามหมู่บ้านกวนปิงเล็กๆ แห่งนี้ไร้เทพเซียนที่ว่า ชาวบ้านประกอบอาชีพทำนาทำสวนปลูกผัก ไม่ก็ถลุงเหล็กเพื่อทำอาวุธตามที่ทางการสั่ง
สามีของเหม่ยอิงค่อนข้างมีความสามารถและเขาก็เป็ถึงช่างถลุงเหล็ก มีฝีมือตีดาบแต่หัวกลับทึบไปหน่อย จึงมักจะถูกเอาเปรียบเสมอ
“โลกนี้อันตรายเกินไป การเป็เทพเซียนดูเหมือนจะเป็ไปไม่ได้บางทีฉันควรอยู่หมู่บ้านนี้ไปจนตาย?” เหม่ยอิงคิดกับตัวเองเงียบๆ ก่อนจะผงะเพราะกลิ่นหอมๆ ที่ออกมาจากในครัว
เพราะมัวแต่คิดเพลินไปหน่อยจึงลืมสังเกตลูกๆ ทั้งสามคน ไฟถูกจุดติดแล้วและฟืนก็เผาไหม้อย่างดี ผู้ที่รับหน้าที่ปรุงข้าวต้มในหม้อเป็หลี่เหนียง โดยนางกำลังสั่งพี่ชายสองคนให้เทผักที่เพิ่งล้างลงไปในหม้อ
เหม่ยอิงไม่รู้ว่าอาหารที่เด็กๆ ทำกินแล้วจะท้องเสียหรือไม่ แต่นางไม่สามารถเื่มากได้ จะให้เดินออกไปซื้อของกินข้างนอกก็ใช่เื่เพราะครอบครัวหลี่นี้จนมาก สามีทำงานหนักเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ ครอบครัวอยู่อย่างอดอยาก วัตถุดิบที่อยู่ในหม้อตอนนี้นอกจากข้าวแล้วจึงมีผักเพียงสองชนิด
เหม่ยอิงมองข้ามต้มร้อนๆ ในชามที่หลี่เหนียงเอามาให้ กลิ่นของมันค่อนข้างหอมเลยเชียว หรืออาจจะเพราะร่างกายนี้ขาดน้ำและอาหารมานานก็เป็ได้จึงคิดว่ากลิ่นมันหอม ทั้งที่ความจริงหน้าตาข้าวต้มในชามไม่ต่างจากอาหารในเล้าหมู
“ท่านแม่ลองชิมดูสิเ้าคะ ฝีมือข้าปรุงเองเลยนะไม่รู้ว่าจะอร่อยสู้ท่านได้หรือเปล่า” หลี่เหนียงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อย่าลืมข้าสิ ข้าเองก็ช่วยควบคุมไฟนะ ไม่งั้นอาศัยเ้าคนเดียวมีหวังหม้อไหม้กันพอดี” หลี่จุนเสริม
“ข้าเองก็ช่วยเหมือนกัน กว่าข้าจะล้างผักได้ไม่ใช่เื่ง่าย ดูสิเนี่ยมือข้าเปื่อยหมดแล้ว ตอนนี้ข้าทนไม่ไหวขอกินก่อนแล้วกันท่านแม่” หลี่กุ้ยสมกับเป็ตัวตะกละของบ้านจริงๆ โดยไม่รอเหม่ยอิงเขาเริ่มสวาปามเป็คนแรก
“พวกเ้าเก่งมาก เอาล่ะข้าจะกินแล้วนะ” แม้ลึกๆ จะไม่อยากกินเพราะหน้าตาของข้าวต้ม แต่ท้องก็บ่นว่าหิวเหลือเกินแถมเด็กน้อยตรงหน้าก็ทำด้วยความตั้งใจ สุดท้ายเหม่ยอิงจากศตวรรษที่ 21 จึงเริ่มตักข้าวต้มอย่างช้าๆ เข้าปาก
หลี่เหนียงเพิกเฉยต่อพี่ชายทั้งสองคนที่กำลังกินอยู่ข้างๆ ตอนนี้นางเพียงอยากรู้คำตอบจากปากแม่
เหม่ยอิงไม่ปล่อยให้เด็กคนนี้รอนาน หลังจากกินไปหนึ่งคำนางก็กล่าวว่า “อร่อยมาก พวกลูกทำข้าวต้มได้อร่อยจริงๆ สมกับเป็ลูกของแม่”
ตั้งใจชมไปงั้นแหละเพราะความจริงแล้วข้าวต้มที่กินทั้งเหม็นหืนและบางส่วนก็แฉะ ข้าวบางส่วนก็ยังไม่สุก แต่พอเห็นความตั้งใจของเด็กๆ ที่มีต่อตนเหม่ยอิงจึงไม่สามารถทำลายความรู้สึกนั้นได้
หลี่เหนียงเผยรอยยิ้มบางแล้วเริ่มกินข้าวต้มของตัวเอง เพียงกินไปหนึ่งคำนางก็คายทิ้งแล้วมองหน้าแม่ใหม่
“ท่านแม่ไม่เห็นอร่อยเลย ท่านโกหกข้าหรือเปล่าเ้าคะ”
“ข้าไม่ได้โกหกเ้า ข้าวต้มที่พวกเ้าทั้งสามทำอร่อยจริงๆ ดูนั่นสิพี่ชายเ้ากำลังกินโดยไม่พูดไม่จา เห็นไหมว่าพวกเขาอร่อยมาก” เหม่ยอิงใที่ลูกสาวคนเล็กกล้าพูดมันออกมาตรงๆ แต่นางก็ฉลาดและหาเหตุผลมาหักล้าง
“ฮึ่ม! พี่หลี่กุ้ยกินไม่เลือกอยู่แล้วเื่นี้ข้ารู้ดี ส่วนพี่หลี่จุนคงเหนื่อยเพราะวิ่งไล่จับ แต่เอาเถอะบางทีฝีมือข้าอาจอ่อนด้อยเอง ข้าจำเป็ต้องเก่งกว่านี้!” แทนที่จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแต่หลี่เหนียงกลับมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงมันให้ดีขึ้น
“หลี่เหนียงมีคุณสมบัติการเป็เชฟ เธอมุ่งมั่นและเรียนรู้ได้เร็ว เด็กคนนี้ถึงจะอายุน้อยกว่าพี่ของเธอแต่ในด้านความคิดดูเหมือนจะก้าวหน้ากว่าทั้งสอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหลี่กุ้ยและหลี่จุนไม่พัฒนา” เหม่ยอิงคิดกับตัวเองเงียบๆ ในขณะกินข้าวต้มที่สภาพดูไม่ได้
กินเสร็จก็ต้องล้างจานและหน้าที่นี้ก็ตกเป็ของหลี่กุ้ย
เนื่องจากเด็กชายกินเยอะที่สุดและไม่ค่อยช่วยอะไรในครัวนัก ดังนั้นการใช้แรงงานจึงตกเป็ของเขาไปโดยปริยาย
....
ดวงอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า
บ้านสกุลหลี่หลังเล็กตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน เพียงเดินไปตามตรอกก็ถึงเถียงนา ฟังว่ามันเป็สมบัติชิ้นเดียวของเหม่ยอิงที่กำพร้า บางทีเพราะเหตุนี้กระมังบ้านสกุลหลี่จึงยอมให้หลี่หานแต่งงานกับนาง
เหม่ยอิงที่นอนพักผ่อนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงคนเดินมาแต่ไกล เนื่องจากบ้านเก่าแล้วการเก็บเสียงไม่ดีดังนั้นจึงมีเสียงเล็ดลอดเข้ามาได้ไม่ยาก ประตูเก่าๆ ถูกผลักเข้ามาจากด้านนอก ชายในชุดจีนโบราณผิวหยาบกร้านใบหน้าหนักแน่นเดินเข้ามาในบ้านก่อนจะปิดประตูลง
แสงจากตะวันด้านนอกส่องให้เห็นโครงหน้าของเขา จมูกโด่งเป็สัน ั์ตาคู่นั้นเป็สีดำ ผมเปียยาวถูกรวบไว้บนศีรษะด้วยปิ่นราคาถูก
นี่คือหลี่หานสามีของเหม่ยอิงคนก่อน
“ไม่หล่อเลยสักนิด” เหม่ยอิงบ่นในใจเงียบๆ รูปร่างหน้าตาของฝ่ายชายไม่ต่างจากกรรมกรแบกหาม เป็พวกใช้แรงานแท้จริง แต่ทำงานในโรงหล่อที่ควรจะได้เงินเยอะทำไมถึงจนนักนะ น่าแปลกจริงๆ
“เหม่ยอิงวันนี้พี่ข้ามาหาเ้างั้นหรือ” แทนที่จะถามเกี่ยวกับสภาพของภรรยามาถึงหลี่หานก็ถามเื่เมื่อกลางวัน
เหม่ยอิงขมวดคิ้ว เป็ไปได้ไหมว่านางนั่นไปฟ้องหลี่หาน
นางยังไม่ทันตอบเด็กๆ ที่เพิ่งไปเล่น่เย็นกลับมาก็กล่าวขึ้นว่า
“ท่านพ่อป้าหลี่ร้ายกาจมาก นางทำร้ายท่านแม่ ข้าเห็นมากับตาเลยนะขอรับ”
“ป้าหลี่เนี่ยนะจะทำร้ายแม่ของเ้าหลี่จุน ไร้สาระเกินไปแล้ว” หลี่หานไม่ฟังคำพูดของลูกชาย ดูเหมือนเขาจะเชื่อฝั่งพี่สาวมากกว่า