หลังจากบอกลาท่านตาเครายาวสีขาวผู้มีน้ำใจแล้ว ทั้งสามคนก็เดินไปตามทิศทางที่เขาชี้บอก ไม่นานนักก็หาร้านขายยาหย่งเหรินถังเจอ
ที่นี่มีผู้คนเข้า ๆ ออก ๆ อยู่ไม่ใช่น้อย เพียงแต่ผู้ที่สวมเสื้อผ้าหรูหรามีจำนวนน้อยกว่า ส่วนใหญ่เป็ชาวบ้านธรรมดาที่แต่งกายเรียบง่าย ดูท่าแล้วหย่งเหรินถังจะปฏิบัติต่อผู้ป่วยอย่างเท่าเทียมกันทุกคนจริง ๆ ไม่ถือดีประจบประแจง หรือใช้สายตาเหยียดหยามมองคน
'เพียงแต่ไม่รู้ว่าเื่การรับซื้อยาสมุนไพร จะให้ราคาที่สมเหตุสมผลและค้าขายอย่างเป็ธรรมหรือไม่' อวิ๋นเฉิงซิ่วขบคิดในใจ 'ไหน ๆ ก็เดินมาถึงนี่แล้ว คงทำได้เพียงเข้าไปลองดู ต่อให้กดราคาอย่างหนักก็คงไม่มีทางอื่นแล้ว'
ทั้งสามคนเดินเข้าไปในหย่งเหรินถัง มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยกำลังเลือกซื้อยาสมุนไพรอยู่หน้าโต๊ะคิดเงิน
อวิ๋นเฉิงซิ่วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ร้าน พบว่ามีชายวัยกลางคนสวมชุดยาว ขมับเริ่มมีผมหงอกขาวประปราย นั่งจิบชาอยู่ที่ด้านในสุดของโต๊ะคิดเงิน
ด้านหน้าของเขามีป้ายตั้งไว้ เขียนด้วยพู่กันเป็ตัวอักษรทรงพลังว่า 'รับตรวจจับชีพจร รับซื้อยาสมุนไพร'
อาจเป็เพราะผู้ป่วยที่ตรวจจับชีพจรเสร็จแล้วต่างไปรอรับยา ยามนี้เขาจึงว่างอยู่พอดี
อวิ๋นเฉิงหลิ่งสบตากับน้อง ๆ อีกสองคน ก่อนจะก้าวออกไปยิ้มเอ่ยกับท่านหมอวัยกลางคนผู้นี้ว่า "ท่านหมอขอรับ ไม่ทราบว่าท่านแซ่อันใดหรือขอรับ? พวกเราสามพี่น้องมีสมุนไพรบางส่วน้าจะขาย รบกวนท่านช่วยตรวจดูให้หน่อยขอรับ"
"อ้อ ข้าแซ่เจิ้ง ไม่ต้องเกรงใจไป ข้าเป็เถ้าแก่และท่านหมอประจำร้านแห่งนี้ ชื่อว่าเจิ้งเฉิงวั่ง พวกเ้านำสมุนไพรมาให้ข้าดูเถิด"
เจิ้งเฉิงวั่งมักจะได้ต้อนรับผู้ที่นำสมุนไพรมาขายอยู่เสมอ ชาวบ้านในป่าแถบนี้มักจะเก็บสมุนไพรทั่วไปมาขายในเมืองเพื่อแลกเงินไม่กี่อีแปะ เขาจึงเอ่ยทักทายอย่างเป็กันเองตามปกติ
อวิ๋นเฉิงเฟิงนำตัวอย่างสมุนไพรบางส่วนที่อวิ๋นเฉิงซิ่วคัดเลือกไว้แกะออกจากชะลอม ยื่นส่งให้ท่านหมอเจิ้ง
นี่คือสิ่งที่พวกเขานัดแนะกันไว้ั้แ่ตอนเดินทางมา อวิ๋นเฉิงหลิ่งอายุโตกว่า จึงเป็ผู้เจรจากับร้านขายยา ส่วนอวิ๋นเฉิงเฟิงรับหน้าที่ยื่นยาสมุนไพรทั่วไปออกไปเพื่อลองเชิงก่อน รอจนมั่นใจว่าร้านขายยาแห่งนี้ค้าขายอย่างเป็ธรรมแล้ว ค่อยนำโสมคนออกมา
เจิ้งเฉิงวั่งรับยาสมุนไพรไปพลิกดู แล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะยิ้มออกมาเบา ๆ "แม้ยาสมุนไพรของพวกเ้าจะพบเห็นได้ทั่วไป แต่จัดเก็บมาได้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ไร้สิ่งเจือปน กิ่ง ใบ และรากอยู่ครบถ้วน คุณภาพนับว่าไม่เลว"
พี่น้องทั้งสามคนยินดียิ่ง แล้วได้ยินเจิ้งเฉิงวั่งเอ่ยต่อว่า "สมุนไพรสดที่ยังไม่ได้ตากแห้งเช่นนี้ ราคารับซื้อจะไม่สูงนัก หากเป็คุณภาพระดับนี้ทั้งหมด รวมชั่งน้ำหนักเข้าด้วยกัน ข้าให้ราคาพวกเ้าได้จินละห้าอีแปะ หากเป็สมุนไพรแห้งที่ผ่านการตากแดดหรือตากลมจนแห้งแล้ว ราคาจะสูงขึ้น สมุนไพรที่จัดเก็บอย่างดีให้ได้จินละห้าสิบอีแปะ หากคัดแยกประเภทชัดเจน สมุนไพรที่หายากยังสามารถคิดราคาเพิ่มตามชนิดได้อีก"
อวิ๋นเฉิงหลิ่งและอวิ๋นเฉิงเฟิงสองพี่น้องไม่รู้ราคาในตลาดของยาสมุนไพร จึงหันไปมองอวิ๋นเฉิงซิ่ว เมื่อเห็นน้องสาวพยักหน้าแ่เบาแบบไม่ให้เป็ที่สังเกต ทั้งสองก็เข้าใจความหมายทันที นี่คือตกลง ขายได้
"ขายขอรับ" อวิ๋นเฉิงหลิ่งรีบตกปากรับคำ
"เสี่ยวหลี่ มายกยาสมุนไพรพวกนี้ไปชั่งน้ำหนักที" เจิ้งเฉิงวั่งะโเรียกเด็กรับใช้คนหนึ่ง
"ขอรับ มาแล้วขอรับ!" เด็กหนุ่มคิ้วหนาตาโตวัยราวสิบเจ็ดสิบแปดปีเดินเข้ามา เขาเอ่ยชวนสองพี่น้องตระกูลอวิ๋นยกชะลอมไปยังเรือนหลังเพื่อขึ้นชั่งน้ำหนัก เพียงครู่เดียวก็กลับมารายงานน้ำหนัก "อาจารย์ ทั้งหมดสิบห้าจินสามเหลี่ยงหกเฉียนขอรับ"
เจิ้งเฉิงวั่งนำคิดเลขไม้รักษ์ดำออกมาจากโต๊ะคิดเงิน ดีดลูกคิดดังปัก ๆ คำนวณอยู่รอบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเอ่ยว่า "ยาสมุนไพรพวกนี้สิบห้าจินสามเหลี่ยงหกเฉียน คิดจินละห้าอีแปะ ได้ไม่ถึงเจ็ดสิบแปดอีแปะ ข้าปัดเศษให้พวกเ้า เป็ทั้งหมดแปดสิบอีแปะ"
เขาเห็นว่าในชะลอมยังมีกระต่ายป่าอยู่อีกหนึ่งตัว จึงเอ่ยถามว่า "กระต่ายตัวนี้ขายหรือไม่?"
"หากท่านหมอ้าก็ขายให้ท่านขอรับ จะได้ไม่ต้องไปหาเหลาอาหารอีก" อวิ๋นเฉิงหลิ่งเอ่ย
"พวกเ้าตั้งใจจะขายเท่าไรเล่า?" เจิ้งเฉิงวั่งเอ่ยถาม
อวิ๋นเฉิงเฟิงลังเลครู่หนึ่งก่อนเอ่ย "ยามปกติขายให้เหลาอาหารจะได้จินละสิบอีแปะ กระต่ายตัวนี้หนักห้าจินกว่า ท่านให้พวกเราห้าสิบอีแปะเถิดขอรับ"
"ตกลง พอดีข้าก็อยากเปลี่ยนรสชาติอยู่พอดี เก็บไว้ก็แล้วกัน"
พูดจบเขาก็นับเหรียญทองแดงหนึ่งร้อยสามสิบอีแปะออกจากกล่องเงิน ยื่นส่งให้ถึงมืออวิ๋นเฉิงหลิ่ง อวิ๋นเฉิงหลิ่งรับเหรียญทองแดงกำใหญ่มา มือสั่นระริกเบา ๆ นี่เป็ครั้งแรกที่เขาขายของและหาเงินด้วยตัวเอง ความตื่นเต้นในใจย่อมเป็สิ่งที่เข้าใจได้
อวิ๋นเฉิงซิ่วเห็นพี่ชายมัวแต่ดีใจ จนโยนเื่สำคัญที่สุดไปไว้หลังศีรษะ ลืมเอ่ยถึงเื่โสมคนไปเสียสนิท จึงรีบยื่นมือเล็ก ๆ ออกไปสะกิดชายเสื้อของพี่ใหญ่เบา ๆ พลางกระซิบเตือน "พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ ยังมีอีกเื่หนึ่งนะเ้าคะ"
"เอ้อ อ้อ!" อวิ๋นเฉิงหลิ่งได้สติขึ้นมาทันที วันนี้เื่สำคัญยังทำไม่สำเร็จ จะดีใจเร็วเกินไปไม่ได้
เขาหยิบเหรียญทองแดงหนักอึ้งห่อด้วยผ้าส่งให้อวิ๋นเฉิงเฟิง นำไปเก็บไว้ลึกที่สุดในชะลอม เพื่อป้องกันการสูญหาย
จากนั้น อวิ๋นเฉิงหลิ่งก็หยิบห่อผ้าเล็ก ๆ ออกจากอกเสื้อ นำมาวางบนโต๊ะและเปิดออกอย่างระมัดระวัง
"ท่านหมอเจิ้ง สิ่งนี้ท่านรับซื้อหรือไม่ขอรับ?" ทั้งสามคนเฝ้ามองปฏิกิริยาของเจิ้งเฉิงวั่งด้วยความตื่นเต้นลุ้นระทึก