“คุณย่าอิจฉาก็บอกตรงๆสิคะ ก็ต้องเข้าใจนะคะข้าวใหม่ปลามัน” โซลาห์ยิ้มกว้างมองคุณย่าที่เท้าเอวจ้องเขม็ง
“ปากดีเหมือนเดิมเลยนะหล่อน เมื่อไหร่จะกลับบ้านเก่าไปสักทีเกาะหลานชายฉันอยู่ได้ หึไม่ได้เื่”
“คุณย่าพูดอย่างนี้ไม่ได้นะคะ คุณย่าต้องบอกคุณไอซ์นู้น หนูขอเลิกกับเขา เขาก็ไม่ยอม รั้งหนูไว้” โซลาห์หันไปยักคิ้วให้ไอซ์
“เอ่อ คุณย่าครับ ไปพักผ่อนที่บ้านพักก่อนเถอะครับ คุณวิร้อนแย่” ไอซ์เปลี่ยนเื่
“ใช่ หนูวิร้อนไหม ตาไอซ์ดูแลด้วยสิ” สุรีย์ออกคำสั่งเสียงเข้มทำระวิหัวเราะขบขำ
“อะไรนะครับ” ไอซ์มองสุรีย์ก่อนมองโซลาห์
“ใช่คุณไอซ์ดูแลคู่หมั้นสิ” โซลาห์หันไปตวาดใส่ทำเขางุนงงก่อนหันกลับมายืนข้างสุรีย์อย่างเ้าเล่ห์ “งั้นเดี๋ยวหนูดูแลคุณย่าเองนะคะ”
“วุ้ยไม่ต้อง ฉันรังเกียจเธอ” สุรีย์สะบัดแขนเชิด
“แต่หนูรักคุณย่านะคะ อิอิ”
“ชิ เริ่มจะอ้วก ไปได้แล้วฉัน้าพักผ่อนเดี๋ยวหนูวินอนบ้านพักกับตาไอซ์นะ” สุรีย์หันไปจับมือระวิที่อมยิ้มฉงน ไอซ์ขมวดคิ้วผงะ “ส่วนคนอื่นที่ไม่มีความเกี่ยวข้องไปนอนที่อื่น ผู้จัดการช่วยจัดเรือนแก้วด้วยฉันจะไปนอนที่นั่น”
“ห๊ะ!” โซลาห์กับไอซ์ร้องเสียงหลง พีลอบกลืนน้ำลายลงคอมองอย่างลังเลส่งสายตาปรึกษาโซลาห์กับไอซ์ที่ขยับเข้ามาหากัน
“มีอะไร” สุรีย์จับพิรุธทั้งสาม โซลาห์กลืนน้ำลายดังอึกเมื่อไอซ์สะกิดแขนเธอให้ตอบแทน
“เอ่อ...คือ เอาไงดีละ คือ” โซลาห์เกาหัวสับสนหาทางออก
“มีอะไร ทำไมเรือนแก้วมีอะไร ผู้จัดการ หนูระวิตามย่ามา” สุรีย์กล่าวจบเดินนำมุ่งหน้าไปทันที พีจำใจถือกระเป๋าตามไปที่เรือนแก้ว โซลาห์นวดขมับมองหน้าไอซ์ที่ผ่อนลมหายใจยาวหนักใจอย่างปวดหัว
“คุณไอซ์ ทำไมคุณไม่บอกให้คุณย่านอนกับคุณระวิที่บ้านพักของคุณละ”
“แล้วฉันกับเธอจะนอนไหน”
“คุณก็ไปนอนกับคุณทิพย์ไงส่วนฉันจะนอนกับคนงานหญิง แค่เนี้ย” โซลาห์เท้าเอวบอก
“แล้วเมื่อกี้ทำไมไม่แนะนำละ โอ๊ย อะไรนักหนาเนี้ย เฮ้ย! ใครจะนอนกับทิพย์” ไอซ์ชะงักมองหน้าโซลาห์
“ก็คุณไง นอนด้วยกันมาหลายปี แหม...จะนอนอีกสักระยะคงไม่เป็อะไรหรอก หรือว่ากลัวอดใจไม่ไหวคะ” โซลาห์กอดอกแซวไอซ์ที่เลิกคิ้วเอามือล้วงกระเป๋ามองเธอด้วยสายตาเ้าเล่ห์
“มันคงไม่รู้สึกอะไรกับคนที่หมดรักแล้ว สู้นอนกับคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ดีกว่าหรอ ทั้งเนื้อนมน่าบริโภคกว่าเยอะ” ไอซ์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้โซลาห์ที่รีบเอามือกอดตัวเองจ้องเขาตอบกลับหมุนตัวเดินชนไอซ์ไปที่เรือนแก้วแก้เขิน ไอซ์ยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนเดินตามไป
ครืดดดด
ประตูกระจกเลื่อนเปิดออก ทิพย์เดินออกมานอกบ้านจังหวะเดียวกับที่สุรีย์เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพอดี สองสายตาจ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ทิพย์เอียงหน้ามองระวิช้าๆอย่างยโส
“ผู้หญิงอย่างหล่อน นี่ใช้ครีมทาหน้าด้วยแป้งหรือคอนกรีตถึงหนาขนาดนี้ ไม่นึกเลยว่าต้องเจอหน้ากันอีก ผู้จัดการเรียกคนงานมาลากตัวแม่นี่ออกไปแล้วก็จัดแจงปัดรังควานล้างห้องให้เรียบร้อยเพราะฉันกับหนูระวิจะอยู่ที่นี่คนนอกอย่ายุ่ง” สุรีย์มองหน้าทิพย์อย่างเชือดเฉือน
“พูดแรงไปหรือเปล่าคะ ทิพย์มาอยู่ก่อน คุณย่าเองก็ร้ายใช่ย่อย ชอบหาผู้หญิงมาให้หลานชาย นี่ก็อีกคนทำไมชอบทำครอบครัวความรักคนอื่นแตกแยกมันสนุกหรือไงคะ” ทิพย์ตอบกลับมองเหยียดใส่ระวิที่ดูงงๆก้มหน้าไม่มองหน้าเธอ
“แล้วตอนนี้ใครกันแน่ที่ทำให้ครอบครัวเขาแตกแยก ฉันคิดว่าตาไอซ์คงออกปากไล่หล่อนไปแล้ว แต่ด้วยความหน้าหนาของหล่อนจึงทนอยู่ได้ ผู้หญิงอย่างหล่อนนี่มันยังไงเขาไม่เอาก็ยังซมซานกลับมา ไร้ศักดิ์ศรีอย่างน่ารังเกียจ” สุรีย์สบถใส่อย่างไม่พอใจ
“มันก็ไม่ต่างกันหรอกคุณย่า ทั้งแก่ ทั้งยาน จะเข้าโลงอยู่แล้วยังมีหน้ามาบงการอยู่อีก” โซลาห์กับไอซ์เข้ามาได้จังหวะพอดี
เพี้ยะ!
ฝ่ามือของหญิงชรานาบลงที่แก้มของทิพย์อย่างแรงจนระวิอึ้งค้างรีบเข้ามาช่วยประคอง
“ออกไปจากไร่นี้ซะ ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก ถ้าฉันเห็นหน้าหล่อนฉันจะทำให้หล่อนอยู่ไม่ได้เลยทีเดียว ทิพย์ศิริ” สุรีย์ตวาดใส่จนไอซ์ต้องรั้งแขนไว้ “จำไว้ว่าหลานฉันมีเมียแล้ว ของเก่าอย่างเธอไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้อง”
“คุณย่า…” โซลาห์หลุดอุทานหน้าแดงระเรื่อมองไอซ์ที่เหล่มองเลิ่กลั่ก
“ใจเย็นครับคุณย่า” ไอซ์ลูบหลังหญิงชราที่กระหืดกระหอบ
“ผู้จัดการพาคนงานมาเก็บของแม่นี่ออกไปให้หมด อย่าให้เป็เสนียดเรือนแก้วของฉัน”
“ครับ” พีรับคำสั่งกวักมือเรียกคนงานให้เข้าไปรื้อของทิพย์ออกมาจากเรือนแก้ว ทิพย์จ้องสุรีย์อย่างอาฆาต โซลาห์เองก็หันมาทางสุรีย์ที่กัดฟันโมโหมองทิพย์เขม็ง
“คุณย่าคะ เธอกำลังท้องอยู่นะคะ”
เพี้ยะ!
ทิพย์ตบหน้าโซลาห์อย่างแรงโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ระวิชะงักค้างผิดกับไอซ์ที่หันมองอย่างใผลักทิพย์ออกเข้ามาดูหน้าโซลาห์ทันที
“ทำอะไรทิพย์ คุณตบหน้าโซลาห์ทำไม” ไอซ์หันมาตวาดใส่ทิพย์จนโซลาห์ต้องจับแขนเขาให้ใจเย็นลง