รถคันหรูยังไม่ทันขับเคลื่อนออกพ้นซอยเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นพัตรากดรับได้ยินเสียงปลายสายดังขึ้นว่า
[แกว่างรึเปล่า]
“ตอนนี้กำลังกลับจากโรงพยาบาลมีอะไร ยัยเค้ก”
[ไปโรงพยาบาลทำไมอ่ะ ใครป่วย]
เสียงปลายสายถามกลับด้วยน้ำเสียงห่วงใยพัตรารู้ดีว่าเพื่อนคนนี้คอยดูแลเอาใจใส่เธอมาตลอดจึงได้เอ่ยออกไปว่า
“ไม่ได้เป็อะไรแค่มาตรวจร่างกายเท่านั้น”
[งั้นแกแวะมารับเค้กที่ทำงานหน่อย ไอ้เติ้ลมันยืมรถเค้กไปทำธุระ]
“ได้จ้ะ”
พัตราวางสายแล้วขับรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่ทำงานของเพื่อนสนิทไม่นานรถเมอร์เซเดสเบนซ์คันสีขาวก็แล่นจากถนนเส้นหลักเข้าสู่ถนนเส้นรองขับมาราวสองกิโลเมตรก็มาจอดหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง
เห็นเพื่อนเดินออกมาจากตัวอาคารเค้กทำงานราชการที่ตำบลแห่งนี้ เวลาประมาณห้าโมงเย็น พอดีกับคนกำลังเลิกงานรถจึงค่อนข้างเยอะกว่าปกติ
ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างบางเข้ามานั่งเคียงคู่เค้กส่งยิ้มละไมให้พัตรา
“ขอบใจมากที่มารับเค้กยัยเพื่อนรัก”
“จ้ะแล้วแฟนแกยืมรถกี่วัน”
“ดึกๆโน่นแหละกว่าจะเอามาคืน”
“ว้าเสียดายจัง อดมารับมาส่งเลย”
พัตราหยอกเล่นอย่างอารมณ์ดีพอเห็นหน้าเพื่อนอารมณ์ขุ่นมัวก่อนหน้าก็หายไปเป็ปลิดทิ้ง
“งั้นเรามาคบกันเลยไหมยัยมิลค์”
“เอาดี๊ทิ้งแฟนแกให้ได้ก่อนเถอะ”
“ทิ้งไม่ลงว่ะฮ่าๆๆๆ”
ส่งมุกกันไปมาในระหว่างขับรถไปส่งเพื่อนสาวที่บ้านซึ่งเป็ทางผ่านกลับบ้านของพัตราด้วย เค้กเปิดเพลงโปรดของตัวเองฟังชิลล์ๆอย่างสบายอารมณ์
ขับรถมาราวชั่วโมงก็ถึงบ้านของเค้กอาณาเขตบ้านประมาณสามไร่กว่า เป็พื้นที่ส่วนตัวรายล้อมไปด้วยบ้านของเครือญาติสามสี่หลังรถคันหรูแล่นเข้ามาจอดตรงโรงรถข้างๆ บ้านไม้ยกสูง ชั้นล่างก่ออิฐฉาบปูน
เค้กเป็ลูกสาวคนสุดท้องมีพี่ชายอีกคนซึ่งย้ายไปอยู่ชลบุรีกับภรรยา บ้านหลังนี้จึงมีคนอาศัยอยู่แค่สามคนพ่อแม่ ลูก
ส่วนบ้านข้างๆคือบ้านของป้า เมื่อก่อนพัตราก็อาศัยอยู่ในซอยนี้เหมือนกัน เช่าตึกแถวใกล้ๆตลาดนัดตลาดอาศัยอยู่ เพราะไม่มีที่ดินส่วนตัว
สองสาวเดินเข้าบ้านไม่เห็นพ่อกับแม่ของเค้กพัตราจึงเอ่ยถามขึ้น
“พ่อแม่แกไปไหนอ่ะ”
“ไปต่างจังหวัดอ่ะดิไม่งั้นจะรบกวนแกมารับเหรอ”
“อ่อ”
“นั่งก่อนสิ”
“ไม่อ่ะมิลค์จะไปนั่งหน้าบ้าน ลมเย็นดี แกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไป”
“เออๆตามใจแก เดี๋ยวเค้กมา”
ว่าแล้วพัตราก็เดินออกมานั่งบนแปลหน้าบ้านข้างๆ มีโต๊ะหินอ่อนตั้งอยู่ แต่เธอชอบนอนแกว่งแปลมากกว่า ร่างบางเอนลงนอนพักผ่อนยามเย็นแบบนี้อากาศดีไม่น้อย
“เขามาแล้วๆเขามาตามตัวเ้ากลับ แม่หญิง”
เสียงเล็กดังขึ้นทำให้พัตราลุกขึ้นมานั่งมองหาต้นเสียงพบว่าคือป้าของเค้กกำลังเดินกึ่งวิ่งมาหาเธอ
“สวัสดีค่ะป้าบัว”
พัตราลุกขึ้นยืนยกมือไหว้แขนเล็กถูกดึงให้ไปนั่งที่โต๊ะหินอ่อน ป้าบัวกุมมือเล็กทั้งสองของเธอเอาไว้หลวมๆ
“แม่หญิงเขาตามหาเ้าพบแล้วหนา เขาจะมาพาเ้ากลับไป”
“ทำไมวันนี้ป้าบัวเรียกมิลค์แปลกๆคะ”
พัตราเห็นท่าทางของป้าบัวแบบนี้มาั้แ่อายุสิบห้าก่อนหน้านั้นได้ยินเค้กเล่าให้ฟังว่าป้าบัวเคยเปิดตำหนักร่างทรงมาก่อน เห็นว่าอยู่แถวอีสานแต่หลังจากป้าบัวป่วยก็กลายเป็คนจิตไม่ปกติแบบที่เห็นทุกวันนี้
“แม่หญิงเ้าพบเขาผู้นั้นแล้วมิใช่หรือ”
“ใครคะ”
พัตราเออออห่อหมกตามเพราะรู้ว่าป้าบัวป่วยจึงไม่ได้ห้ามอะไร ปล่อยให้ป้าบัวพูดต่อไปเรื่อยๆเธอเคยชินแล้ว
“ชายตาสีนิลผู้นั้น”
พอได้ฟังมาถึงตรงนี้พัตราถึงกับขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่างพลางนึกถึงคนโรคจิตเมื่อวานก่อนขึ้นมาั์ตาของคนโรคจิตสีดำสนิทผิดแผกจากคนธรรมดา
คนปกติไม่มีดวงตาสีแบบนี้
“ป้าบัวรู้ได้ยังไงคะ”
คิ้วบางทั้งสองข้างขมวดมุ่นพัตราสนใจใคร่รู้ขึ้นมา ทำไมป้าบัวจึงพูดกับเธอราวกับอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
“ป้าเห็น…เห็นชายผู้นั้น เขากำลังจะมาพาแม่หญิงกลับไป”
ป้าบัวพูดวกไปวนมาทำให้พัตรายิ่งไม่เข้าใจแต่ก่อนจะเอ่ยถามมากไปกว่านี้เสียงของเพื่อนสาวดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
“ยัยมิลค์คุยอะไรกับป้าบัวอ่ะ”
“อ๋อป้าบัวพูดถึงคนโรคจิตที่มิลค์เจอเมื่อวานก่อน”
“หาแกเจอคนโรคจิตด้วยเหรอ อึ๋ย…น่ากลัว”
“ก็เออสิเจอถึงสองคนเลยแหละ”
พัตราพลางนึกถึงคนจอมตื๊อขึ้นมาด้วยอีกคนเซดริกเข้าขั้นโรคจิตวิปริตกระมัง
“แกเจอแถวไหนเค้กจะได้หลีกเลี่ยงไม่ไปแถวนั้น”
“แถวปั๊มน้ำมันปากทางเข้าบ้านแกไง”
“เฮ้ยจริงดิ แล้วเค้กจะกล้าไปเติมน้ำมันไหมเนี่ย”
อย่าว่าแต่เค้กเลยพัตราก็ยังไม่กล้าเฉียดเข้าใกล้ปั๊มน้ำมันนั้นอีกเลย ถ้าจะเติมน้ำมันคงต้องยอมขับรถไปไกลหน่อยดีกว่าเจอโรคจิต ลำพังผู้หญิงตัวคนเดียวมันอันตรายจริงๆ นะ
“แล้วอีกคนล่ะเจอที่ไหน”
“ก็เ้าของแบรนด์โอ มิเนราล ออฟเลิฟ ไงล่ะแก”
“เฮ้ยยยไม่มั้ง คุณเซดริกเนี่ยนะเป็โรคจิต”
พัตราเองก็ไม่อยากเชื่อหรอกแต่เธอเจอมากับตัว เซดริกน่ากลัวกว่าที่ใครสามารถจินตนาการถึงเลยล่ะ
“เขาผู้นั้นมีดวงตาสีแดงเพลิง”
ป้าบัวเอ่ยเสียงสั่นระริกพัตราหันขวับไปหาด้วยความใสุดขีด ใครๆ ก็บอกว่าป้าบัวเป็บ้า แต่เธอคิดว่าป้าบัวไม่ได้บ้าอย่างที่ทุกคนเข้าใจเพราะสิ่งที่เธอเจอมานั้นป้าบัวพูดถูกหมดเลย
“ใช่ค่ะป้าบัวรู้ได้ยังไงคะ”
“ยัยมิลค์แกเป็บ้าเหมือนป้าเค้กอีกคนแล้วรึไง”
เค้กส่ายหัวเบาๆไม่นึกว่าเพื่อนจะเชื่อคำพูดของป้าบัวจริงๆ เธอได้ยินป้าบัวพูดเพี้ยนๆ ทุกวันวันนี้เล่นบทเป็เทวดา พรุ่งนี้เปลี่ยนบทเป็เปรตอสุรกาย ไม่เคยซ้ำกันสักวันเดียว
“ฉันไม่ได้บ้าโว้ย”
พัตรากำลังรอคำตอบอย่างใจจดจ่อแต่ป้าบัวกลับอาละวาดยกกระถางต้นไม้บนพื้นขึ้นโยนทิ้งแล้ววิ่งหนีไป
“เดี๋ยวสิคะป้าบัว”
“อย่าไปสนใจป้าแกเลยยัยมิลค์”
“แก…สิ่งที่ป้าบัวพูดมาทั้งหมด มิลค์เจอมากับตัว”
“นี่ๆถ้ายังฟุ้งซ่านไม่เลิก เค้กจะโกรธละนะ”
“ก็มันจริงนี่แก”
“พอๆแกจะกลับไปกินข้าวบ้านรึจะกินกับเค้กที่นี่ก็เลือกเอาเค้กจะได้เตรียมกับข้าวเผื่อ”
“ไม่อ่ะกลับไปกินที่บ้านดีกว่า”