อยู่ๆ มีดยาวน่าหวาดเสียวก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา
เ้าผอมยังไม่ทันโล่งใจ มีดเล่มนั้นก็ปรากฏขึ้นพาดอยู่บนคอ กรีดเข้าเนื้อจนเืไหลซึมออกมา
มันหวาดกลัวแทบไม่กล้าหายใจ
เกิดปิศาจร้ายเบื้องหน้ามือสั่นเหมือนกัน ใช้มีดปาดเฉือนจนคอมันขาดคงไม่ดีแน่!
“ผะ...ผมทำ! ไม่ว่างานอะไร ผมก็จะทำทั้งนั้น วะ...ไว้ชีวิตผมด้วย”
ถูกบีบคั้นด้วยมีดที่พาดบนคอ เบื้องหน้ายังมีไฟฉายที่ย้ายไปอยู่ในมือหลิวหย่วนสาดส่องหน้าจนตาพร่า มันไม่ตอบรับได้ที่ไหน
“ให้เวลาหนึ่งก้านธูป พาสะใภ้ใหญ่ตงไสหัวไปจากที่นี่ซะ ก่อนนี้แกคิดชั่วยังไงกับฉันก็ทำกับหล่อนอย่างนั้น
ชีวิตที่เหลือของแก ต้องผูกหล่อนไว้ข้างกาย ทรมานหล่อนให้หนัก แล้วถ้าแกกล้าโผล่หัวมาให้ฉันเห็นอีก…หึ”
เฉียวซีไม่ได้กล่าวต่อว่าหากเจอมันอีกครั้ง หล่อนจะทำอะไรกับมัน
แต่หล่อนลงแรงกดมีดเฉือนคอเข้าเนื้อมันจนเืไหลหยดลงพื้น ใช้การกระทำต่างคำพูดสุดท้ายที่ไม่เอ่ยออกมา
“ผมไม่กล้า...ไม่กล้า!”
เ้าผอมไม่กล้ายกมือขึ้นแตะคอที่มีเืไหลอาบ มันลนลานถอยออกห่าง กุมหัวไหล่ออกวิ่งตรงไปยังทิศทางที่บ้านตงตั้งอยู่ มุ่งมั่นจะกลับไปเป่าผงยาสลบลอบพาสะใภ้ใหญ่บ้านตงจากไปโดยเร็ว
“เดี๋ยว!”
“คะ...ครับ”
วิ่งหนีห่างมาได้ไม่กี่ก้าว เ้าผอมก็ถูกหลิวหย่วนเรียกไว้
มันชะงักกึก ลนลานวิ่งย้อนกลับมารอรับคำสั่งเนื้อตัวสั่นเทา หวาดกลัวจับใจ กลัวว่าสองพี่น้องปิศาจจะไม่คิดปล่อยมันไปจริงๆ
พรึ่บ!
เ้าผอมยังไม่ทันได้ถามว่าอีกฝ่าย้าอะไร หลิวหย่วนก็ใช้มือถือเปิดแฟลชถ่ายรูปมันไว้รูปหนึ่ง
“นะ...นี่?”
แสงสะท้อนเข้าตาทำเ้าผอมคืนสติ ตะลึงมองภาพตัวเองที่ปรากฏในวัตถุประหลาดทรงสี่เหลี่ยมซึ่งหลิวหย่วนหันกลับมาให้มันดู
“ฉันถ่ายรูปแกไว้แล้ว ถ้ากล้าไม่ฟังคำพี่ใหญ่ ฉันจะสาปแช่งแกผ่านรูปถ่าย ทำให้ร่างแกแยกเป็ส่วนๆ ิญญาสลายไม่ได้ผุดได้เกิดไปชั่วกาล ฮ่าๆๆๆๆๆ”
หลิวหย่วนก็เป็เหมือนอย่างพี่สาว เรียนรู้มาจากชาติก่อนว่าเวลานี้ยังเป็สังคมเก่าที่เชื่อเื่ภูตผี กล้องถ่ายรูปยังไม่แพร่หลาย เขาจึงไม่กลัวว่าเ้าผอมจะจับคำโกหกของตนได้
ดังนั้นทักษะการแสดงละครสมัยประถมมีเท่าไหร่ หลิวหย่วนก็ขุดออกมาใช้จนหมด
เฉียวซี “…”
“ปรมาจารย์น้อยโปรดละเว้น ผะ...ผมจะทำตามที่คุณสั่งทุกอย่าง”
เ้าผอมเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นอีกรอบ หลิวหย่วนยิ่งได้ใจตะเบ็งเสียงหัวเราะอย่างเสียสติ ข่มขวัญคนไม่หยุด
“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก”
เฉียวซีส่ายหัว กลั้นขำจนเมื่อยแก้ม สุดท้ายอดกลั้นไม่ไหวต้องรีบออกปากไล่คน
ไปซะ ก่อนที่น้องชายหล่อนจะยิ่งเล่นยิ่งใหญ่จนเกิดความแตก!
“ครับ ผมไป...ผมไป”
คราวนี้เ้าผอมรู้จักมองสีหน้าของปรมาจารย์น้อยก่อน จนเห็นว่าฝ่ายนั้นไม่มีทีท่าจะนำของล้ำสมัยชิ้นอื่นออกมาข่มขวัญมัน มันถึงได้หมุนตัวกุมไหล่ วิ่งกระเซอะกระเซิงไปทำตามคำสั่ง
“พี่ใหญ่ ทำไมพี่ไล่มันไปเร็วนัก ผมยังเล่นสนุกกับมันไม่หนำใจเลย”
“ชาตินี้พวกเราไม่ต้องหนีตายจากซอมบี้แล้ว ยังมีเวลาให้นายเล่นสนุกอีกมาก ขืนนายเล่นเลยเถิดจนเกิดความแตกขึ้นมา ไม่เพียงพวกเราต้องฆ่าคนเพิ่ม ยังต้องตามไปหาตัวสะใภ้ใหญ่ตงมาชำระความเองอีก
กว่าจะได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งไม่ง่าย ฆ่าคนมากเกินไปั้แ่ฟื้นขึ้นมา นายคิดว่าเป็ลางดีอย่างนั้นเหรอ”
ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ ถ้าเลือกได้…คนดีๆ ที่ไหนจะอยากให้มือเปื้อนเื
ความปรารถนาเดียวของเฉียวซีั้แ่ฟื้นตื่นขึ้นมาในชีวิตนี้จึงเรียบง่ายมาก…หล่อนอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ดี ไม่จำเป็ก็ไม่อยากต้องดิ้นรนฆ่าคนเพื่อความอยู่รอดอีกแล้ว
“ใช่ๆ พี่ใหญ่พูดถูก ลางไม่ดีจริงๆ ไว้ผมค่อยเล่นสนุกวันหลังก็ได้”
ใบหน้าเปื้อนยิ้มของหลิวหย่วนแข็งค้าง เข้าใจความนัยที่พี่สาว้าสื่อ
เด็กหนุ่มเปลี่ยนท่าทีเป็ว่าง่าย เก็บมือถือกลับเข้าช่องว่าง ดึงแก้วเปล่าออกมาใช้พลังธาตุน้ำเติมน้ำใส่แก้วจนเต็ม ยื่นส่งให้เฉียวซีอย่างประจบเอาใจ
“ยังเก็บไว้อยู่อีก?”
เฉียวซีรับน้ำมาดื่มจนหมดแล้วส่งแก้วคืน พลางถามถึงโทรศัพท์ที่ชาร์จแบตด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งน้องชายเอาออกมาขู่ขวัญคน
“เพิ่งซื้อ จะทิ้งก็เสียดาย เลยเก็บไว้เป็ที่ระลึก”
แม้ช่องมิติของผู้ปลุกพลังจะมีพื้นที่เล็กๆ ขนาดกว้างยาวเพียงหนึ่งศอกซึ่งเก็บของได้น้อยนิด หลิวหย่วนก็ตัดใจทิ้งโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ที่เพิ่งซื้อก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึงแค่ไม่กี่วันไม่ลง
โชคดียังเอาไว้แอบอ้างหลอกคนได้อยู่…
นึกถึงโทรศัพท์มือถือในช่องมิติ หลิวหย่วนก็เก็บแก้วเปล่ากลับแล้วรีบหยิบมันออกมาเปิดแฟลชถ่ายรูปตัวเองในร่างใหม่ไปหลายรูป ยังขยับเข้าใกล้เฉียวซี เอียงหัวซบไหล่ ยิ้มทะเล้นถ่ายรูปคู่เก็บไว้อีกหนึ่งโหล
“พี่ใหญ่ นี่ไงรูปร่างหน้าตาของพี่”
เพราะเมื่อครู่ออกแรงวิ่งตามคนมาไกล หลิวหย่วนถ่ายรูปเล่นสนุกได้ไม่นานถึงเพิ่งรู้สึกเหนื่อย เขาดึงพี่สาวลงนั่งกลางทุ่งเพื่ออวดรูปในมือถือ