พ.ศ. ๒๕๐๘
สวนเขียวรายล้อมด้วยไม้พุ่มตกแต่งดวงไฟ ลมเย็นโบกพัดช่อไม้ไหว บรรยากาศสดชื่นรับงานราตรีสโมสรฉลองยศนายเรืออากาศตรี ซึ่งจัดขึ้นภายหลังพิธีพระราชทานกระบี่แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออากาศแห่งกองทัพไทย ทว่าขณะนี้ทุกสิ่งราวถูกสะกดให้หยุดนิ่ง ในหมู่นายทหารสัญญาบัตรแทบอ้าปากค้าง สายตาทุกคู่จับจ้องยังชายหญิงผู้ก้าวเคียงกันมาในงาน
เรืออากาศตรี หม่อมราชวงศ์ธเจต อักขระกานต์ กับหญิงคู่ควง !
เฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนผู้ถือหางสองนายทหารโดดเด่นที่สุดของรุ่นอย่างธเจต ราชนิกุลวังอักขระกานต์ กับทัศน์ มนัสเนตร บุตรชายท่านรัฐมนตรี สามัญชนผู้ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งสูง สองเสืออากาศจึงเป็เสมือนตัวแทน่ชิงความเป็เลิศระหว่างสายเืผู้ดีเก่ากับทายาทเศรษฐีใหม่ ผลัดกันชิงที่หนึ่งที่สองในการเรียน ฝีมือขับเครื่องบิน ขับเคี่ยวในสนามฝึกสนามกีฬา อีกทั้งรูปลักษณ์และเชิงลูกผู้ชาย
แต่ที่เหมือนชนิดตีคู่กันมาไม่ต้องแข่งคือความเป็หนุ่มเ้าเสน่ห์ของสาวๆ งานราตรีครั้งสำคัญเป็อีกหนึ่งเวทีชิงชัย เพื่อนทั้งรุ่นต่างแอบลุ้น งานนี้...สาวของใครจะเฉิดฉายกว่ากัน
ทว่าคู่ควงของหม่อมราชวงศ์ธเจตเล่นเอาร้อง เอ้อเฮอ... ถ้วนหน้า เพื่อนถือข้างคุณชายบ่นอู้ ไหงนัดชิงเ้าเจตเสียทีเ้าทัศน์ง่าย ๆ ถึงเพลี่ยงพล้ำน่าจะสูสีหรืออย่างดีก็ข่มกันไม่ลง แต่นี่เล่นแพ้น็อกกรรมการไม่นับ ทั้งก๊วนจับตาที่คู่ควงนายทัศน์อีกครั้ง หญิงชุดไหมซาตินดำจุดชีพจรเต้นแรง เกาะอกติดแผงขนนกเล็ก ๆ เติมเสน่ห์ฟู่ฟ่าให้กับงาน ผ้ามันบางแนบรับทรวดทรงทุกองศาเยื้องกราย ผ่าสูงถึงต้นขาล้ำยุคหากท่วงท่ามั่นใจล้างความท้าทายเป็ดึงดูด นับแต่สาวนักเรียนนอกควงคู่เรืออากาศตรีทัศน์ มนัสเนตรเข้ามาก็เป็ดาวเด่นส่งประกาย
แต่ทั้งงานใครเลยจะประหลาดใจเท่าตัวคู่ปรับเอง เรืออากาศตรี ทัศน์สวนสายตาเพื่อนร่วมรุ่นเหลือบทางร่างห่อหดในชุดขาว แวบแรกเห็นร้องในใจ
ฮ้า หญิงทั้งพระนครไม่มีแล้วรึ จับเด็กที่ไหนมาแต่งตัวออกงาน
ร่างบางมองเผิน ๆ นึกว่าเด็ก ก้มหน้าเกาะแขนแข็งแรงแน่น นายทหารหนุ่มเชิดหน้าตรงย่างเท้าฉับ ๆ ทิ้งคนเยื้องหลังซอยเท้าต้วมเตี้ยมตามราวกับร่างห่อจนลีบเล็กเป็สิ่งเกาะติดมากกว่าคู่เคียงกันมา
“พวกลูกท่านหลานเธอ คนนี้ไงว่าที่คู่หมั้นเป็หม่อมราชวงศ์ด้วยกัน” เสียงสมยศเพื่อนในกลุ่มแถลงไข สีหน้าสงสัยของทัศน์คลายลง เขาเคยได้ยิน ‘ตำนานสองวัง’ ผ่านหูมาบ้าง
“เห็นว่าเป็คู่หมายกันตามสัญญา‘วังอักขระกานต์’ กับ ‘วังวิมุขมาศ’ สามชั่วอายุคนแล้วมั้ง”
นี่มันเป็ทหารนักบินหรือเ้ากรมข่าวในวัง ทัศน์นึกขณะเบนสายตาจากสมยศกลับไปทางคู่นั้น คุณชายกำลังแกะสองมือของคุณหญิงน้อยที่ยึดแขนแล้วก้าวไปยังศาลาเครื่องดื่ม เขาเอื้อมแตะก้านแก้วในมือหญิงสาวข้างกายเป็ทีว่าขอแก้วแชมเปญที่พร่องลงไปเปลี่ยน จากนั้นตรงไปวางแขนพาดไหล่ธเจตที่เลือกเครื่องดื่มอยู่หน้าศาลา
“เฮ้ย ยายเด็กหน้าเป็ดนั่นเหรอวะ ว่าที่คู่หมั้นนาย”
ธเจตขมวดคิ้วแล้วพลันคลายก่อนทันสังเกต เอือมระอาที่ถูกล้อเื่เก่าแก่เต็มกลืน แต่ชะตากรรมนี้เขาออกจะชาชินและเ้าทัศน์ไม่พลาดมาทับถม เอื้อมแขนหยิบแก้วน้ำผลไม้หวาน ๆ แดง ๆ อย่างน้อยหน้าที่บริการเครื่องดื่มให้คู่ควงช่วยเขาหายใจโล่งขึ้นนิดหน่อย มือถือแก้วไว้ยายน้องเล็กวังวิมุขมาศจะได้เลิกเกาะเขาสักที
“พวกมีเชื้อมีสายทำอะไรกัน...ลิเกเนอะ” ทัศน์ฉวยแชมเปญ “โบราณชิบ !”
คุณชายธเจตรำคาญใจเกินกว่าจะต่อความด้วยหันเดินกลับ เพื่อนตัวแสบผละจากศาลามาทางเดียวกัน หางตาเห็นเ้าทัศน์กระตุกยิ้มขณะเขาฉีกเท้าแยกไปอีกทาง ตามด้วยเสียงร้องไล่หลัง
“ก้าบๆ ๆ”
ยั่วแหย่เ้าเจตแล้วทัศน์กลับไปดูแลคู่ควงตามธรรมเนียมบุรุษสตรีไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ไม่รู้ทำไมคอยมองหา ‘ผู้หญิงของคู่ปรับ’ และพบว่าหายไปจากที่เดิมเสียแล้ว
อันที่จริงนายทหารหนุ่มชอบบรรยากาศผู้คนคละเคล้าต่างพวกมาร่วมพบปะ หญิงสาวคู่ควงของเพื่อนบางคนโก้หร่านเป็ผู้ดีมีสกุลทั้งสองฝ่าย พื้นเพเป็ชาวบ้านต่างจังหวัดก็มี ผู้หญิงที่เพื่อนกลุ่มนี้ควงมามักดูหงิม ๆในชุดซึ่งน่าจะเป็ฝีมือตัดเย็บของพวกเธอเอง ท่าทีหนิมอายไม่คุ้นกับงานดูน่ารักดี แต่รายนั้นมาแปลกกว่าเขาเพื่อน ชุดหลวมโพรกเพรกยังกับหนูน้อยเอาชุดแม่มาสวม
แล้วก็โน่น... เจอะตัวละ ยืนแอบแง้มชะแง้อยู่หลังเสา
เวลาล่วงเลยยิ่งค่ำงานสังสรรค์ยิ่งครึกครื้น แเื่เพลิดเพลินกับอาหารเครื่องดื่มและสนทนากันออกรส ท่ามกลางผู้คนกระจายทั่วสวนกว้างขวางร่มรื่น ทัศน์สังเกตว่าธเจตอยู่ตรงไหนเด็กเป็ดจะเวียนวนอยู่แถวนั้น แต่เข้าชิดทีไรธเจตชิงห่างทีนั้น และดูจะได้ผล เวลานี้เด็กสาวหน้าซึมมาเลือกเครื่องดื่มสะเปะสะปะ ค็อกเทลสีสวยบางตัวแรงใช่ย่อยจิบแล้วขมหน้าตาเหยเก คู่ตัวเองอยากลองชิมนายเจตน่าจะเทคแคร์เสียหน่อยว่าชนิดไหนเหมาะ เดี๋ยวได้เซหัวทิ่ม แปลกแฮะ... ดูเผิน ๆ คุณชายเป็สุภาพบุรุษทุกกระเบียดต่อคู่ควง มองดี ๆ เขาเ็ากับเด็กสาวเกินไป
ได้เวลาลีลาศ ท่านผู้บัญชาการโรงเรียนกับภริยาเปิดฟลอร์เต้นรำเป็คู่แรก จากนั้นเหล่านายทหารหมาด ๆ ทยอยพาคู่ร่วมเวที รวมทั้งเรืออากาศตรี ทัศน์กับดาวเด่นของงาน ภายใต้แสงดาวกะพริบแต้มผืนฟ้าโปร่งหนุ่มสาวสลับคู่เต้นรำเป็ที่รื่นรมย์เริงใจ ผ่านไปหลายเพลงทั้งรุ่นเหลือเพียงคุณชายธเจตยังไม่ลงฟลอร์สักรอบ ทุกครั้งที่วงดนตรีบรรเลงเพลงใหม่ ทัศน์เหลือบไปจะเห็นเด็กเป็ดค่อย ๆ กระดุบกระดิบไปก้มหน้าใกล้คู่ควง หวังให้ชวนเต้นรำซื่อ ๆ แต่ธเจตทำเฉยทุกหนไป ยายเป็ดเลยยิ่งเงอะงะ หนักเข้าธเจตชักปลีกตัวหลบ บางคราเมื่อส่องสอดสายตาแวบหนึ่งนั้นทัศน์มนัสเนตรเห็นภาพเด็กหลง...ร่างห่อเล็กชะเง้อหาคุณชายธเจตอย่างเด็กแลหาชายคาพักพิง ไม่ใช่สาวคู่ควงนายเรืออากาศตรีผู้น่าหัวร่อล้อ เขาลืมตัวตามมองคุณหญิงน้อยอย่างเอาใจช่วย
หม่อมราชวงศ์คนนี้ชื่ออะไรนะ...
สบโอกาสตอนธเจตเลี่ยงมาทักทายนักดนตรีที่รู้จัก ทัศน์วนไปแกล้งแหย่
“อ้าว คุณชาย ไม่ลงวาดลีลาสักเพลงหรือขอรับ มายืนทำหน้ายังกับเป็ดงับกว้าก ๆ อยู่ตรงนี้”
ธเจตยังตอบโต้ด้วยความเงียบ
“อย่างว่าล่ะนะ ถ้าคู่หมั้นคู่หมายั้แ่เด็กโตมาหน้าเป็เป็ด กระผมไม่แค่หลบข้างเวทีหรอก สงสัยต้องขับเครื่องบินหนีไปสุดขอบโลก”
“เฮ้ย! ทัศน์ นายพูดอย่างนี้ก็ไม่สวย”
ร.ต. นรเดช เศรษฐเสนา พักจากเต้นรำสาวเท้ามาสมทบข้างธเจต
“คิดดู พลิกล็อกของพลิกล็อกอีกที ต้องว่าคู่คุณชายชนะขาดลอยถึงจะถูก” เขายักคิ้วให้เพื่อนต่างก๊ก “หรือนายว่าไง ทัศน์”
“เออ จริงอย่างนายว่า”
“พับผ่าสิ! คู่คุณชายธเจตเด่นจริงๆ เด่นสุดของงาน สาวใครสู้ไม่ได้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
เพื่อนกลุ่มเดียวกันอย่างคุณนรเดชบุตรชายท่านเ้าคุณศรี พลอยเป็ไปด้วยช่วยผสมโรง ธเจตจิบค็อกเทลฟังมันหัวเราะเอิ๊กอ๊าก พลาดท่าหน่อยเกทับยับเยิน ไอ้พวกนี้...จนรับกระบี่ยังเหมือนสมัยนักเรียนเพิ่งเข้าโรงนอนยังไงยังงั้น
ทัศน์ตบบ่าคุณชายป้าบๆ “เอาน่า...ไปโค้งชวนเต้นรำสักเพลง เด็กจะได้สนุกสนานไม่หงอย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ” ว่าแล้วยัดแก้วใส่มือเ้านรเดชฝากไปวางก่อนแยกตัวจากวง
ถึงปากค่อนขอดแต่ทัศน์สังเกตก่อนใครว่าคุณหญิงน้อยหายไปจากงาน เดินมองหาจนสุดระเบียงปีกซ้ายนอกบริเวณงานซึ่งปลอดผู้คน เลี้ยวมุมหน้ามุขพลันปะทะร่างที่สะดุดส้นสูงตัวเองล้มคะมำลงแทบอก พออีกฝ่ายตั้งหลักได้และเงยหน้า...
ยายเด็กเป็ดนั่นเอง
เด็กสาวยืนนิ่งจ้องอึดใจหนึ่งริมฝีปากเม้มแน่นค่อยขยับ
“เราไม่ได้ร้องก้าบ...ก้าบ”
ทัศน์ใจหายวาบ คุณหญิงน้อยได้ยินที่เขาล้อธเจต !
นายทหารหนุ่มเอียงคอช้อนตามอง เด็กสาวอมลูกงอนตุ้บแก้มป่องน้ำตาเอ่อ ใจเขากระตุกวูบ เสียใจที่คำคึกคะนองทำเธอร้องไห้ ไม่ตั้งใจปากเปราะให้เ้าตัวได้ยิน หลบอยู่ตามมุมตามเสาไหนหนอ...หนูเอ๋ย ทีแรกเหมือนจะเอื้อมไปจับสองแขนปลอบ มือไม้ก็วางไม่ถูก รู้สึกผิดที่ผิดทางเพราะคุณหญิงน้อยคนนี้ไม่รู้จักเขา แถมจะเด็กก็ไม่ใช่จะสาวก็ไม่เชิง ทว่าทัศน์ก็อยากปลอบโยน ปากเบะยื่นเป็จะงอยก้นเป็ดแล้วนั่น สุดท้ายโพล่งแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยด้วยกิริยาไม่ต่างจากปลอบเด็กหญิงเล็กๆ
“เป็ดน้อย พี่ชายธเจตไม่เต้น เต้นรำกับพี่ชายทัศน์เอามั้ย”
ดวงตากลมใสวาวน้ำตาเต็มเบ้าตื่นจ้อง หม่อมราชวงศ์รัมภาเพียงพิศ วิมุขมาศน้ำตาร่วงที่มีคนล่วงรู้ความในใจ