เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบสอง เรื่องตลก

    ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบสอง เรื่องตลก

    มีเรื่องตลกจากอนิเมชั่นญี่ปุ่นเรื่องKill la Killที่มีการที่นักเรียนมัธยมตีกันเสื้อผ้าขาดหรือใส่ชุดวับแวมแฟนเซอร์วิส

    แต่มีเรื่องตลกที่ดูเหลือเชื่อในเรื่องราวที่นักเรียนสามารถแบ่งชนชั้นกันในโรงเรียนได้คือการที่มีตัวละครตัวหนึ่ง

    สามารถผลิตเงินของบริษัทตนเองได้

    ว่าพิมพ์ธนบัตรที่มีหน้าตาของตนเองเอามาใช้ในบริษัทของตนเองหรือขอบเขตจังหวัดของตนเองได้ไม่ต่างกับเงินจริงๆที่ออกมาจากทางรัฐบาล

    คนดูและตัวละครในเรื่องก็อาจจะมองว่าเป็นเรื่องเว่อวังหรือเรื่องตลก

    แต่เราต้องย้อนกลับมาถามตนเองว่า

    ทำไมเราถึงมองว่ามันเป็นเรื่องตลก?

    หากเราจะอธิบายก็เพราะว่า

    รัฐบาลไม่ยอมให้มีอย่างนั้นเด็ดขาด

    คือการอธิบายแบบกำปั้นทุบดิน

    ตามแนวเรื่องนายน้อยตระกูลใหญ่เราสามารถซื้อรถเบ๊นซ์เอสคลาส นาฬิกาหรูหราหมาเห่ามาอวดกันได้

    แต่ทางเทคนิค

    ไม่มีใครสามารถเอาธนบุตรมาจุดบุหรี่สูบได้เพราะการทำลายธนบัตรนั้นคือการกระทำที่ผิดกฎหมาย

    การฝังหรือทำลายเงินตราคือเรื่องที่ผิดกฎหมาย

    รถเบ๊นซ์เอสคลาสกับนาฬิกาหรูหรามาเห่านั้นคือทรัพย์สินของคุณ

    เงิน ธนบัตรในกระเป๋าคุณคือ

    ทรัพย์สินของรัฐบาล

    คุณไม่มีสิทธิเอาธนบัตรไปจุดบุหรี่สูบได้แม้มันจะอยู่ในกระเป๋าเงินของเราแท้ๆ

    มันคือการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญา

    คนทำผิดกฎหมายต้องรับโทษทางอาญา

    มันคือกฎหมายที่สร้างไว้เพื่อปกป้องอำนาจค่าเงินของรัฐนั้นๆ

    นั่นคือเรื่องตลก

    ว่าด้วยความสามารถไม่น่าจะมีใครสามารถขัดขวางหากทุกคนที่ยอมรับธนบัตรที่มีใบหน้าของบุคคลนั้นในการชำระหนี้หรือซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน

    แต่มันทำไม่ได้เพราะรัฐขัดขวาง

    การแลกคูปองในห้างเลยมีขีดจำกัดแค่วันเดียวเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นวาณิชธนกิจ

    ค่าเงินบริษัท

    นั้นไม่มีความจำเป็นต้องทำเป็นหน้าตาของเราในธนบัตร

    หรือเงินเหรียญดิจิตัล

    แต่เราจะสามารถเอาแร่เงินแร่ต่างๆมาผสมกันและปั๊มตราดอกไม้ใบหญ้าลงไปเราก็สามารถสร้างค่าเงินของเราออกมาได้เช่นกัน

    สามารถสร้างเหรียญเงินแปลกๆให้เราสามารถใช้ได้อย่างมีความสุขหากเราเชื่อเรื่องว่าโลกนี้มันเป็นไปตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญา

    เสนอสนองถูกต้องตรงกันจริงๆ

    ไม่ใช่เรื่องของการที่มีมือที่มองไม่เห็นมาตบหัวคนในสังคมบังคับให้พวกเขาทำพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง

    ที่ไม่ใช่เจตนาเสรีของพวกคนในสังคมจริงๆ

    ผมแค่พยายามจะก็อปปี้แนวคิดของบริษัทในสมัยก่อนที่จะถูกรัฐเบรกไปในเรื่องการสร้างค่าเงินของบริษัท

    หรือพี่มาร์กโดนคองเกรสเรียกไปถามแรงๆในสภาตอนที่คิดจะทำค่าเงินดิจิตัล

    ผมไม่คิดอะไรมากจากการคำนวณว่าคนที่ออกค่าเงินยิ่งมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันทุกครั้งด้วยค่าเงินนั้น

    คนที่เป็นเจ้าของค่าเงินก็จะมีกำไรทุกครั้งที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยน

    นั่นคือ

    ค่าตอบแทนของปีศาจ

    Devil’s due

    ตามหลักการของการเล่นแร่แปรธาตุ

    และปีศาจไม่ยอมให้มีใครเป็นคู่แข่งอย่างแน่นอน

    ที่แนวคิดการเอาสินค้ามาแลกสินค้าระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลนั้นเป็นไปไม่ได้

    ทั้งที่ระบบบาร์เตอร์คือระบบของแลกของที่มีมาตั้งแต่สมัยอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ

    แต่มีมือที่มองไม่เห็นทำให้เรื่องธรรมดาอย่างการเอาของแลกของในระดับรัฐบาลกลายเป็นเรื่องแปลกสะท้านโลก

    เพราะหากเราไม่ยอมเอาค่าเงินดอลล่าร์เป็นสื่อกลางการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการ

    เท่ากับว่าคุณทำให้ดอลล่าร์ด้อยค่าลง

    หยามหมิ่นดอลล่าร์

    เท่ากับว่าเป็นศัตรูกับเจ้าของเงินดอลล่าร์นั้น

    ทั้งที่คนสมัยลุ่มแม่น้ำสินธุยังคิดขึ้นมาได้ในเรื่องของการเอาของมาแลกของ

    ไม่ควรจะเป็นเรื่องแตกตื่นสะท้านโลกแต่ประการใด

    แต่มันก็เป็นไปแล้ว

    ผมไม่ค่อยฉลาดเลยจะก็อปปี้มือที่มองไม่เห็นนี้ล่ะ

    “สามารถใช้คูปองซื้อสินค้าตามร้านค้าของชั้นได้ตลอดเลยจ๊ะ”

    เจิดกล่าว

    ตามการคำนวณหากเราเพิ่มจำนวนเงินตราบริษัทมากเท่าไร

    เท่ากับว่ามีการซื้อขายแลกเปลี่ยนเท่าไรบริษัทก็จะยิ่งมีกำไรมากเท่านั้น

    นี่ล่ะคือรากฐานที่แท้จริงของ

    Financial Capitalism

    ทุนนิยมการเงิน

    สิ่งที่เราซื้อขายแลกเปลี่ยนไม่ใช่สินค้าหรือบริการแต่คือตัวเงินมันเองนั่นล่ะที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

    หน้าที่ผมต่อไปนี้มีแค่พยายามเอาของมาขายและให้พวกคนในหมู่บ้านเสือดำใช้เงินตราที่ผมผลิตขึ้นมามาซื้อสินค้าและบริการในทุกอย่างผมก็ได้กำไรแล้ว

    นี่ล่ะคือเรื่องตลกล่ะ