ตอนที่ 15 กลับจวน
สุดท้ายแล้วเส้าเฟยจึงต้องยอมจำนนต่อความหน้าด้านหน้าทนของฉินอ๋องยอมให้พาตัวฉางเฟยกลับไปอีกฝ่ายก็ไม่ยอมต้องพาเขากลับไปด้วย
“ท่านแม่ท่านลุงจักพาพวกเราไปที่ไหน?”
คำก็ท่านลุงสองคำก็ท่านลุง ฉินอ๋องเองก็หมดความอดทนกับฉางเฟยแล้วบอกให้เรียนเขาว่าพ่อฉางเฟยก็มิยอมเรียกเขาสักที
“เส้าเฟยเมื่อไหร่เ้าจักสอนลูกให้เรียกข้าว่าพ่อเสียที”
“ท่านจักเอาเช่นไรกับข้าเล่าหากฉางเฟยไม่้าข้าจักทำอย่างไรได้”
ไม่ใช่ว่าฉางเฟยไม่อยากเรียกฉินอ๋องว่าพ่อแต่เขาเองก็ไม่ชินเหมือนกันจู่ๆจะมาบอกว่าเป็พ่อของเขา ฉางเฟยเองก็ทำใจได้ยาก
ทั้งข้าวของรวมไปถึงรถม้าฉินอ๋องเองก็จัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วเหลือเพียงออกเดินทางไปยังเมืองลั่วหยาง
“เสี่ยวเฟย...”
บุคคลที่ไม่คาดคิดก็โผล่ออกมาหาเส้าเฟยเ้าตัวหันกลับไปมองทว่าคนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นจากไหนแต่เป็คุณชายจื่อเซวียนนั่นเอง
“คุณชาย...ท่านมีสิ่งใดกับข้าเช่นนั้นรึ”
“ข้าขอพูดคุยกับเ้าเป็การส่วนตัวได้หรือไม่”
“ข้า...”
หมับ!!
เส้าเฟยกำลังเดินเข้าไปบอกกับจื่อเซวียนแต่ก็ถูกฉินอ๋องคว้าข้อมือเอาไว้ก่อนจะมองมายังเส้าเฟยเชิงถามว่าเ้าคนที่มาเรียกคือผู้ใด
“ปล่อยข้าท่านอ๋อง”เส้าเฟยสะบัดมือให้หลุดจากการเกาะกุม
“นั่นเ้าจักทำอะไร”ฉินอ๋องเอ่ยถามเมื่อเส้าเฟยเดินเข้าไปหาจื่อเซวียน
“ท่านอ๋องข้าขอเวลาเพียง*หนึ่งเค่อแล้วไม่ต้องตามข้ามา...”
เส้าเฟยเดินนำพาจื่อเซวียนมายังลำธารที่ห่างจากบ้านของเขาไม่มากนักตรงนี้น่าจักเป็ที่ที่สามารถพูดคุยกันได้อย่างอิสระแล้ว
“คุณชายมีสิ่งใดกับข้าโปรดเล่ามาเถิด...”
หมับ!! จื่อเซวียนคว้าไปจับที่ตัวของเส้าเฟยเอาไว้
“เสี่ยวเฟยไหนเ้าลองบอกข้าสิว่าอ๋องผู้นั้นมีดีตรงไหน เ้าถึงได้ตกลงปลงใจกับคนเช่นนั้นได้”
ทั้งชีวิตจื่อเซวียนไม่เคยทำดีกับใครเช่นนี้มาก่อนพอมาเจอกับเส้าเฟยแล้วจื่อเซวียนก็เริ่มเปลี่ยนตัวเองแล้วพยายามทำดีกับเส้าเฟยและเขาก็มาความ้าในตัวของเส้าเฟย แต่เส้าเฟยนั้นไม่เคยมีใจให้ั้แ่แรกแล้ว
“ท่านพูดเื่อะไรข้างงไปหมดแล้ว”
“เ้ารู้ว่าข้าหมายถึงสิ่งใดแต่เ้ามิเคยเอ่ยออกก็เท่านั้นทั้งที่ข้าให้เ้าได้ทุกอย่างทำดีกับเ้ามาเท่าไหร่เสี่ยวเฟยเ้าเคยรักข้าบ้างหรือไม่”
“คุณชาย...ข้าว่าท่านเข้าใจผิดไปแล้วข้าขอบคุณที่ท่านช่วยเหลือข้าแต่ข้ามิได้้าให้ใครมารักข้า ข้าก็บอกท่านไปแล้วไม่ใช่รึ”
“ไม่เสี่ยวเฟยเป็เพราะอ๋องผู้นั่นใช่หรือไม่ที่มันขืนใจเ้า บังคับให้เ้าแต่งงานกับมัน”
“ไม่ใช่”
“ถ้าไม่ใช่แล้วเ้าจักไปกับอ๋องผู้นั่นเพราะเหตุใดเสี่ยวเฟย....”
พรึ๊บ!!!
จื่อเซวียนแค้นใจที่เส้าเฟยไม่ตอบรักเขา หากอ๋องผู้นั้นกล้าขืนใจเส้าเฟยได้เขาเองก็สามารถทำเช่นนั้นได้เหมือนกัน
“คุณชายปล่อยข้า!!”
“ไม่...อ๋องผู้นั้นยังทำกับเ้าเช่นนี้ได้ข้าก็ทำได้เหมือนกัน”
“ปล่อย!!”
อั๊ก!! ตุ๊บ!!
ร่างของจื่อเซวียนกระเด็นไปนอนราบอยู่กับพื้นเป็เพราะฉินอ๋องที่เข้ามาช่วยเส้าเฟยเอาไว้ได้ ก่อนที่ฉินอ๋องจะเดินไปยังจื่อเซวียนที่นอนหมดสติอยู่
“เ้าบังอาจนักกล้ากระทำเช่นนั้นกับชายาของข้า จงไปตาซะ!!”
ฉินอ๋องโกรธจนเืขึ้นหน้าก่อนจักใช้ดาบแทงเข้าไปกลางอกของจื่อเซวียนก่อนจะดึงดาบนั้นออกมาพร้อมกับเืที่พุ่งออกมาตามคมดาบ
“หากข้ามาไม่ทันเ้ากับชู้คงทำกันไปถึงไหนแล้ว...”
เพี๊ยะ!!
เส้าเฟยเดินเข้ามาก่อนจะง้างฝ่ามือไปกระทบกับใบหน้าของฉินอ๋องจนเกิดเสียงและเส้าเฟยเองก็รีบเดินออกมาจากตรงนั้นทันที
“ข้าอุตส่าห์มาช่วยยังจักมาตบหน้าข้าเส้าเฟยเ้ามันบังอาจเกินไปแล้ว!!”
ฉินอ๋องเองได้แต่โวยวายก่อนจะตามเส้าเฟยกลับมายังบ้านไม่นานนักพวกเขาก็ออกเดินทางทันทีและระหว่างการเดินทางบรรยากาศนั้นเหมือนาเย็นทั้งฉินอ๋องและเส้าเฟยเองต่างไม่มีใครพูดสิ่งใดออกมาเลยสักนิด
เดินทางมาทั้งวันเส้าเฟยก็ไม่ยอมปริปากพูดกับใครเลยวันแรกสำหรับการเดินทางก็ไม่ได้เร็วอะไร วันนี้พวกเขาพากันพักครั้งแรมระหว่างทางโดยรอบนั้นโอบล้อมไปด้วยป่าไม้
หานเมิ่งนั้นมิได้อะไรมากนักเขาเพียงทำตามหน้าที่ออกไปจับปลาหาฟืนเพื่อมาก่อไฟและประกอบอาหาร
“ท่านลุงหานเดี๋ยวข้าจักย่างปลาช่วยท่านเอง”ฉางเฟยเดินเข้าไปหาหานเมิ่งที่กำลังย่างปลา เขาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรก่อนจะยื่นไม้ที่มีปลาเสียบอยู่ให้กับฉางเฟย
“นี่พะยะค่ะ...”
“ขอพระคุณขอรับท่านลุงหาน”
ส่วนเส้าเฟยกับฉินอ๋องนั้นนั่งกันอยู่คนละมุมไม่แม้แต่จักหันมามองหน้ากันด้วยซ้ำ
ไม่นานเกินรอหานเมิ่งกับฉางเฟยก็ย่างปลาเสร็จก่อนฉางเฟยจะนำมาให้กับเส้าเฟยที่นั่งคอยอยู่ และหานเมิ่งก็นำปลาไปให้กับฉินอ๋อง
“ท่านอ๋องปลาย่างพะยะค่ะ”
“เ้ากินเถิดข้ายังไม่หิว”
“ท่านแม่ท่านน้า ปลาย่างขอรับ”
“ฉางเฟยเ้ากินเถิดแม่ไม่หิว”
“งั้นท่านน้าปลาย่างขอรับ”
ต่างฝ่ายต่างไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักอย่างไม่ใช่ว่า้าที่จะประชดประชัดกัน แต่มีเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถบอกได้
“ท่านเส้าเฟยเ้าคะกินสักนิดก็ยังดี...สุขภาพท่านยิ่งไม่ค่อยสู้ดีนัก”
“ไม่เป็ไรขอบใจเ้ามากที่เป็ห่วงข้า”
“มิได้เ้าค่ะ”
วันที่สองของการเดินทางยังคงเป็เฉกเช่นเดิมคนที่อยู่โดยรอบนั้นก็เริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาแล้วบ้างทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าฉินอ๋องกับเส้าเฟยนั้นไม่ลงรอยกันแต่จักทำอย่างไรได้เล่าหากเข้าไปมีหวังต้องกลายเป็ศพออกมาเป็แน่
“ท่านแม่...ท่านกับท่านลุงผู้นั้นเป็อะไรไปหรือขอรับข้าไม่เห็นพวกท่านจะเอ่ยปากคุยกันเลย”
“ฉางเฟยเ้ายังเด็กนักหากโตขึ้นเ้าจักเข้าใจเอง”
ฉินอ๋องเองได้ยินและรับรู้ว่าสองแม่ลูกนั้นคุยสิ่งใดกันอยู่ยิ่งคำว่าท่านลุงของฉางเฟยแล้วมันยิ่งทำให้เขาโมโหขึ้นไปอีก
“ฉางเฟย...”ฉินอ่องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุ
“ขอรับท่านลุง”
“เมื่อไหร่ท่านจักเรียกข้าว่าพ่อสักที”
ฉางเฟยไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ฉินอ๋องเอ่ยออกมาก็ท่านพ่อของเขาตายไปแล้วไม่ใช่หรือไงกัน ท่านแม่ของเขาก็บอกกับเขาใช่นั้น
“ท่านพ่อของข้าไม่อยู่แล้วขอรับท่านแม่เพียงแต่งงานกับท่านลุงข้าไม่สามารถเรียกท่านว่าพ่อได้ข้าขออภัยขอรับที่ทำให้ท่านไม่พอใจ”
“เ้านี่มัน....เหมือนกันไม่มีผิด...”
ฉินอ๋องได้แต่ขบกรามแน่นพูดอะไรไม่ออกนับว่าเส้าเฟยได้สั่งสอนบุตรชายของเขามาดี แถมยังเป็คนที่ซื่อตรงและซื่อสัตย์อีก
“ฉางเฟยฉินอ๋องเป็บิดาของเ้าเหตุใดถึงเอ่ยออกไปเช่นนั้น”เส้าเฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ท่านแม่ที่ท่านเคยเล่าให้ข้าฟังท่านพ่อของข้ามิใช่คนเช่นนี้”
“แล้วแม่ของเ้าว่าข้าเป็เช่นไร”ฉินอ๋องเอ่ยถาม
“ไม่เหมือนท่าน”ฉางเฟยตอบ
ไม่ว่าจะยังไงการยอมรับความจริงของฉางเฟยก็เป็ไปได้ยากเหตุการณ์มันเกิดขึ้นกับเขาเร็วมากจนไม่รู้แน่ชัดว่าสิ่งไหนจริงหรือสิ่งไหนไม่จริง
จะบอกว่าท่านแม่ของเขาหลอกลวงหรือโกหกเขาแต่เื่นั้นมันก็ไม่ใช่ความผิดของเส้าเฟยที่ต้องโกหกหากเพียงเส้าเฟยได้อธิบายก่อนหน้านั้นแล้ว
“ฉางเฟย!!”
“ข้าไม่พูดกับท่านแล้ว”ฉางเฟยหันหน้าหนีก่อนจะรีบไปซบเส้าเฟยแล้วนอนหนุนตัก
ครึ่งค่อนวันแล้วหลังจากออกเดินทางวันที่สองโชคดีที่เจอกับหมู่บ้านกลางป่าพวกเขาจึงเข้าไปหาโรงเตี๊ยมเพื่อรับประทานอาหารกันพร้อมกับพักผ่อนไปด้วยก่อนออกเดินทางก็ไม่ลืมที่จะซื้อของกินติดไปด้วย เผื่อระหว่างทาง...เกิดหิว
การเดินทางช่างยาวนานกว่าตอนไปเมืองหวงซุนเพราะการเดินทางเป็แบบค่อนเป็ค่อยไป จึงทำให้การเดินทางช้าเป็เท่าตัว
กรั๊บๆ!! กรั๊บๆ!!
เสียงฝีเท้าของม้าที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วจนเกิดเสียงดังแน่นอนว่าม้าตัวนั้นกำลังวิ่งมาทางเขาก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้า
“หยุด...”
“มีเื่อันใดรึถึงได้ส่งม้าเร็วมาตามข้า” ฉินอ๋องเอ่ยถามทันที
“ทูลฉินอ๋อง...ฮ่องเต้มีราชโองการให้ท่านกลับไปยังเมืองหลวงพะยะค่ะ”
“ได้....หานเมิ่งเ้าช่วยนำเส้าเฟยกลับไปยังเมืองให้เร็วที่สุดส่วนข้าจักรีบไปเมืองหลวงก่อน”
“พะยะค่ะท่านอ๋องโปรดวางใจข้า”
ฉินอ๋องรีบควบม้าไปพร้อมกับม้าเร็วด้วยความเริ่มรีบแม้จักออกมาตามหาเส้าเฟยแต่เขาก็ไม่เคยลืมหน้าที่ของตนเองหามีราชโองการแล้วก็ต้องรีบกลับไปทันทีเช่นกัน
“ท่านแม่...มันเกิดอะไรขึ้นรึขอรับท่านลุงผู้นั้นถึงได้รีบไปนัก”
“ท่านอ๋องมีกิจสำคัญต้องไปทำเ้าอย่างได้สนใจเลย”
“พระชายา....ไม่นานก็จักถึงเมืองหลวงแล้ว”
“รีบไปเถิดหานเมิ่ง...”
หานเมิ่งรีบบังคับรถม้าตรงไปยังเมืองหลวงเดินทางอีกหนึ่งถึงสองชั่วยามก็คงจักถึงเมืองหลวงได้เส้าเฟยนั้นยังคิดอยู่ว่าฉินอ๋องเร่งรีบเพียงนี้ต้องมีสิ่งอื่นเป็แน่
ฮ่องเต้ต้องมีเื่ให้ฉินอ๋องต้องทำแล้วต้องทำสิ่งใดกันเล่าถึงต้องส่งม้าเร็วมาตาม
“หานเมิ่ง”
“พระชายามีสิ่งใดให้ข้ารับใช้พะยะค่ะ”
“ตอนที่จวนเป็อย่างไรบ้าง”
“เหมือนเดินพะยะค่ะแต่ซูไท่เฟยเสด็จ...เอ่อ...สู่สวง์แล้วพะยะค่ะ”
“เช่นนั้นรึ...”