“พระสนมชมเกินไปแล้วเพคะ”เจียงหว่านกล่าวอย่างถ่อมตัว
“เอาล่ะๆ พวกเ้าไปนั่งเถอะจากนี้เ้าก็เรียกเราว่าเสด็จแม่เหมือนจิ่นเอ๋อก็ได้นะพระชายาอย่าได้เรียกเราห่างเหินนักเลย”พระสนมหรงรู้สึกเอ็นดูลูกสะใภ้คนงามขึ้นมาไม่น้อยหลังจากเห็นกิริยามารยาทของนาง
“ขอบพระทัยเพคะเสด็จแม่”เจียงหว่านย่อกายคารวะอีกครั้งก่อนจะเดินไปนั่งด้านข้างของจิ้งอ๋องที่มาถึงก็เดินไปนั่งรอก่อนแล้ว
“พวกเ้าอยู่ร่วมกันเป็อย่างไรบ้างเล่า”พระสนมหรงมีคนอยู่ในจวนอ๋องก็จริงอยู่เพียงแต่ข่าวที่พระนางได้มานั้นไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่นางยังอยากให้ลูกสะใภ้กับลูกชายสนิทสนมกันให้มากกว่าที่เป็อยู่
“จิ้งอ๋องดูแลหม่อมฉันดีมากเพคะขอเสด็จแม่โปรดวางพระทัย”เจียงหว่านพูดไปตามที่จิ้งอ๋องเคยบอกเอาไว้นางกลัวว่าหากพูดไม่ถูกใจเขาแล้วอาจทำให้เขาไม่พอใจนางเอาได้
“แต่แม่ทำไมได้ข่าวว่าพวกเ้ายังไม่ได้เข้าหอกันเล่าพวกเ้ามัวทำอันใดกันอยู่แม่อยากอุ้มหลานแล้วนะ”พระสนมหรงไม่อยากอ้อมค้อมอีก
“เอ่อ…”เจียงหว่านรีบหันไปขอคำตอบจากจิ้งอ๋องทันทีเื่นี้นางทำคนเดียวจะได้อย่างไรเล่าหากจิ้งอ๋องไม่เข้าหอกับนางแล้วนางจะมีลูกได้อย่างไร
“พวกเราไม่รีบพะย่ะค่ะเสด็จแม่่นี้ลูกยังต้องช่วยราชกิจเสด็จพ่อด้วย”จิ้งอ๋องรีบเอางานมาอ้างทันทีทั้งที่จริงแล้วพระองค์มีเวลาว่างไม่น้อยเพียงแต่จิ้งอ๋องไม่ได้รู้สึกอะไรกับเจียงหว่านพระองค์จึงไม่คิดจะเข้าใกล้นาง
“ไม่รีบอะไรกันเ้าอายุยี่สิบห้าแล้วนะจิ่นเอ๋อ”พระสนมหรงขมวดคิ้วมุ่น
“รออีกสักสองสามปีเถอะพะย่ะค่ะ่นี้บ้านเมืองยังไม่สงบนัก”จิ้งอ๋องยังคงไม่อยากร่วมหอกับเจียงหว่านจึงหาทางประณีประนอมกับพระมารดา
“นั่นจะได้อย่างไรกัน!แม่ไม่ยอมด้วยพวกเ้าแต่งงานกันหลายวันแล้วแต่ยังไม่แม้แต่จะใกล้ชิดกันสักนิดแบบนี้พวกเ้าจะให้แม่วางใจได้อย่างไร”พระสนมหรงเองก็เพิ่งเคยเห็นคู่แต่งงานที่ทำตัวห่างเหินกันเช่นนี้เป็ครั้งแรก
“เสด็จแม่อย่าเพิ่งกริ้วเลยนะเพคะหม่อมฉันยังไม่หายดีจากการถูกลอบทำร้ายก่อนหน้านี้ท่านอ๋องจึงไม่อยากทำให้หม่อมฉันลำบากเพคะ”เจียงหว่านเห็นว่าข้ออ้างของจิ้งอ๋องชักจะไม่ได้ผลจึงรีบเอ่ยปากช่วย
“จริงหรือ?แต่แม่ได้ยินมาว่าพวกเ้าแม้แต่จะเสวยอาหารร่วมโต๊ะกันก็ยังไม่เคยเลยนี่นาพวกเ้าเหตุใดจึงไม่ใช้เวลาร่วมกันบ้างเล่า”พระสนมหรงยังคงคาดคั้นต่ออย่างไม่ลดละพระองค์อยากให้ลูกชายเปลี่ยนนิสัยที่เกลียดสตรีเสียทีอีกอย่างพระนางยังคิดว่าเจียงหว่านไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้นที่ลูกชายของพระนางเคยเกลียดด้วย
“เอ่อ...คือว่า…”เจียงหว่านนึกไม่ถึงว่าแม่สามีจะเอ่ยเื่พวกนี้ปกติแล้วนางกับจิ้งอ๋องก็อยู่เรือนห่างกันมากมาแต่แรกทำให้เจียงหว่านไม่ได้อยากทำตัวใกล้ชิดกับเขาอยู่แล้วจึงเลือกจะใช้ชีวิตในเรือนตนเอง
“ลูกจะพยายามหาเวลาร่วมโต๊ะกับนางพะย่ะค่ะ”จิ้งอ๋องไม่อยากให้พระมารดาทรงกริ้วจึงรีบเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นว่าเจียงหว่านไม่รู้จะพูดอะไร
“ดีตอนนี้พวกเ้าแต่งงานกันแล้วอย่าลืมหน้าที่ของสามีภรรยาเล่าไม่เช่นนั้นคนอื่นจะหาเื่พวกเ้าเอาได้เข้าใจหรือไม่” พระสนมหรงเตือน
“ลูกเข้าใจแล้วพะย่ะค่ะ/เพคะ”ทั้งสองได้แต่ตกปากรับคำไปก่อน
“วันนี้พวกเ้าอยู่ร่วมมื้อเที่ยงกับแม่นะเสด็จพ่อเ้าอยากพบลูกสะใภ้”พระสนมหรงส่งคนไปแจ้งฝ่าาแล้วเื่ที่เจียงหว่านมาพบ
“เพคะ/พะย่ะค่ะ”พวกเขาทำได้แค่ต้องรับปากอีกครั้งทั้งที่ใจจริงพวกเขาอยากรีบกลับจวนตนเองั้แ่ถูกซักถามก่อนหน้านี้แล้ว
ระหว่างรอฮ่องเต้เสด็จมายังตำหนักพระสนมหรงยังถามถึงความชอบของเจียงหว่านไปพลางๆ พระนางอยากให้ลูกชายรู้จักตัวตนของลูกสะใภ้เพิ่มมากขึ้นในเมื่อพวกเขาไม่ยอมสร้างความสัมพันธ์กันพระสนมหรงก็พร้อมที่จะเป็ตัวกลางทำให้พวกเขาเข้าใจกันมากขึ้น
“ฝ่าบาทเสด็จ!!!”เสียงขันทีประจำพระองค์ขานขึ้นเสียงดังเมื่อมาถึงหน้าประตูตำหนักของพระสนมหรงพร้อมขบวนเสด็จ
“ถวายพระพรฝ่าาขอจงทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปี”ทั้งสามคนทำความเคารพเต็มพิธีการทันที
“พวกเ้าตามสบายเถิดมานั่งได้แล้ว วันนี้พระสนมเตรียมอะไรอร่อยๆ เอาไว้ให้เราบ้างเล่า”ฮ่องเต้ตรัสพร้อมแย้มสรวลออกกว้างพระองค์ชอบมาเสวยอาหารในตำหนักพระสนมหรงที่สุดเพราะนางชอบหาอาหารแปลก ๆมากินอยู่บ่อย ๆทำให้พระองค์ได้เปิดหูเปิดตาทุกครั้งไป
“ส่วนใหญ่เป็ของที่ฝ่าาชอบทั้งนั้นเพคะ”พระสนมหรงแย้มสรวลบอก
“ดี ดีเราไม่ได้กินของอร่อยมาหลายวันแล้ว”ฮ่องเต้ตรัสอย่างอารมณ์ดี
“ฝ่าบาทเพคะนี่เจียงหว่านลูกสะใภ้ของหม่อมฉัน”พระสนมหรงแนะนำเจียงหว่านที่นั่งอยู่ข้างจิ้งอ๋องฝั่งตรงข้าม
“โอ้งดงามนัก เหมาะสมกับจิ่นเอ๋อมาก”ฮ่องเต้มองสำรวจอยู่ครู่หนึ่ง
“ฝ่าบาทชมหม่อมฉันเกินไปเพคะ”เจียงหว่านนึกไม่ถึงว่าฮ่องเต้จะตรัสชมนางต่อหน้าเช่นนี้จริงๆทั้งที่เจียงหว่านเองก็ไม่ได้คิดว่าตนเองหน้าตาโดดเด่นกว่าบุตรีขุนนางคนอื่นมากนัก
“เราพูดเื่จริงต่างหากว่าแต่เมื่อไหร่พวกเ้าจะมีหลานให้เราอุ้มเล่าเ้าใหญ่ตอนนี้ลูกโตจนวิ่งได้แล้วนะเ้ารองอย่างเ้าเมื่อไหร่จะมี”ฮ่องเต้หันไปตรัสกับจิ้งอ๋องด้วยสีหน้าคาดหวัง
“ลูกอยากรอให้ความสัมพันธ์ดีกว่านี้ก่อนพะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”จิ้งอ๋องตอบอย่างขอไปทีพระองค์ได้แต่หงุดหงิดที่ถูกเร่งเร้าเื่แบบนี้ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธเจียงหว่านที่ทำให้พระองค์ต้องแต่งงานด้วย
“เพ้ย!ตามธรรมเนียมแต่งงานแล้วต้องเข้าหอแต่พวกเ้ากลับไม่แม้แต่จะปฏิบัติตามธรรมเนียมเลยสักครั้งแล้วยังจะให้เรารอความสัมพันธ์บ้าบออะไรของเ้ากันเ้ารอง”ฮ่องเต้ทรงกริ้วขึ้นมาทันที
“ฝ่าาโปรดระงับโทสะ!”เจียงหว่านรีบลุกขึ้นลงไปคุกเข่าโขกศรีษะให้กับฮ่องเต้ที่นางเพิ่งพบเจอเป็ครั้งแรกเจียงหว่านไม่คิดว่าพระองค์จะทรงกริ้วมากถึงขนาดนี้เพียงแค่เื่การเข้าหอของตนเอง
“โธ่ฝ่าาเพคะดูสิพระองค์ทำลูกสะใภ้หม่อมฉันหวาดกลัวไปหมดแล้วหมัวมัวพยุงพระชายาขึ้นมาเร็วเข้า”พระสนมหรงรีบเอ่ยปรามพระนางเคยชินกับท่าทีเช่นนี้ของฮ่องเต้มาหลายปีแล้ว
“เพคะพระสนม”หมัวมัวคนสนิทรีบเดินไปพยุงเจียงหว่านกลับมานั่งใหม่
“เฮ้อเื่นี้เราจะไม่เอาเื่ก็ได้แต่พวกเ้าก็อย่าให้เรารอนานนักเล่าเราอยากเห็นว่าลูกพวกเ้าจะน่ารักมากแค่ไหน”ฮ่องเต้กำชับอีกคำรบหนึ่ง
“ลูกทราบแล้วพะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”จิ้งอ๋องรีบรับคำก่อนที่ฮ่องเต้จะทรงกริ้วไปมากกว่านี้พระองค์เห็นท่าทางเจียงหว่านที่หน้าซีดลงก็ได้แต่คิดว่านางช่างขี้ขลาดเกินไปจริงๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเถียงพระองค์ฉอดๆ คงเพราะฮ่องเต้แสดงท่าทีดุร้ายออกมาจนทำให้นางรู้สึกใกระมังนางจึงได้เป็เช่นนั้น
พระสนมหรงกลัวว่าอาหารมื้อนี้จะกร่อยเสียก่อนจึงรีบเปลี่ยนเื่คุยและชวนฮ่องเต้เสวยพระกระยาหารแทนเจียงหว่านเองก็รู้สึกผ่อนคลายลงไม่น้อยเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของฮ่องเต้นางได้แต่คิดว่าพระสนมหรงช่างมีความสามารถนักที่กล้าอยู่เคียงข้างฮ่องเต้ผู้เป็โอรส์ขนาดนางเพียงอยู่ห่าง ๆและเห็นท่าทางอันน่าเกรงขามของฝ่าายังรู้สึกกลัวเลย
กว่าอาหารมื้อนี้จะจบลงเจียงหว่านก็ถึงกับเหงื่อไหลไคลย้อยเพราะความรู้สึกหวั่นเกรงต่อพระบารมีของฮ่องเต้นางแทบจะไม่ได้แตะต้องอาหารบนโต๊ะสักเท่าไหร่เพียงแต่เขี่ยอาหารในจานไปมาก็เท่านั้น
จิ้งอ๋องเห็นท่าทางของเจียงหว่านก็ไม่อยากตรัสอะไรมากพระองค์ทำเพียงแค่พาเจียงหว่านกลับจวนเงียบๆ ก็เท่านั้นส่วนเจียงหว่านเองก็สงบปากสงบคำไม่ต่างกันนางกำลังคิดหนักเื่ที่ฮ่องเต้ทรงกำชับก่อนกลับเมื่อครู่นี้อีกครั้งฝ่าาอยากให้นางเข้าหอกับจิ้งอ๋องภายในหนึ่งเดือนแต่ในใจของนางกลับไม่อยากใกล้ชิดกับจิ้งอ๋องให้เสียเวลานางยังคงอยากหาทางหย่าขาดจากจิ้งอ๋องเพื่อจะได้ใช้ชีวิตอิสระอยู่
เมื่อกลับถึงจวนอ๋องทั้งสองคนต่างแยกย้ายกันกลับเรือนตนเองโดยไม่คิดจะเอ่ยถึงเื่ในวังหลวงแม้แต่นิดเดียวเื่นี้ทำให้เจียงหว่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหลังจากถูกกดดันมาจากในวังเื่ความสัมพันธ์