ประตูทางเข้าของโกลด์บาร์ถูกตกแต่งด้วยไฟนีออนสีทองหรูหราสมชื่อ บริเวณรอบ ๆ มีแต่รถซูเปอร์คาร์เข้ามาจอดกันเรียงรายหนุ่มสาวที่เข้ามาต่างใส่ของแบรนด์เนม
หลังจากผมดับบุหรี่ด้วยปลายนิ้วก็มุ่งหน้าไปที่ประตูทางเข้า มีการ์ดรักษาความปลอดภัยสองคนทั้งคู่ตัวใหญ่เบิ้ม สวมสูทสีดำ ใส่อินเอียร์สีขาว
“มาทำอะไรครับ”
ทีคนอื่นยังเข้าไปได้โดยไม่มีปัญหา แต่ทำไมกับผม พวกเขาถึงห้ามล่ะ หรือมีปัญหาที่การแต่งตัว
ไม่หรอก ก่อนจะมาที่นี่ ผมก็ใส่ใจกับการแต่งตัวอยู่นะคงจะเป็เื่อื่น อาจจะต้องเป็สมาชิกคลับ
“เป็เมมเบอร์ชิปของที่นี่ไหมครับ”
“เพิ่งเคยเห็นคุณครั้งแรกเลยนะครับ”
“ครับ สมัครได้ไหมครับ”
“ขอโทษด้วยครับ ถ้าคนในคลับไม่ได้แนะนำมาก็ไม่ได้ครับ”
ต้องได้รับการยืนยันจากเมมเบอร์เดิมด้วยเหรอ เข้มงวดเกินไปหน่อยสำหรับบาร์ที่อยู่ใจกลางคังนัม
“ที่แบบนี้มันควรจะอยู่ในที่ลับตาคนไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเลือกมาสร้างตรงใจกลางเมืองแบบนี้กัน”
ผมมองดูคนที่ผ่านไปมารอบ ๆ พวกเขากำลังจ้องมองมาที่ผม
สนุกกันอยู่เหรอ
ในขณะที่รู้สึกได้ถึงสายตาคนอื่นที่มองมา ผมก็เล็งหาเหยื่อ
“งี้ก็เข้าไปไม่ได้สักทีสิ ไหนบอกที่นี่คัดคนแล้วไงวะ”
คำพูดพวกนี้ออกมาจากปากของคนที่มาเที่ยวที่คลับเลาจน์ เขากำลังเดินขึ้นบันไดหน้าประตูทางเข้าของโกลด์บาร์จากที่เขาปรายตามามองผม ดูเหมือนจะเป็ไปตามที่ผมเดาไว้ เป็แววตาที่มีความถือดี
“หืม ลองใช้ไอ้คนนั้นดีไหมนะ”
เพราะผมไม่มีคนรู้จักเป็เมมเบอร์ที่นี่ และถึงมาอีกก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไรถ้าเป็ไปได้ วันนี้ก็ให้รู้กันไปเลย
“ยังไงซะ กฎมันก็แค่สิ่งที่คนตั้งขึ้นมาเท่านั้นเอง”
ผมตัดสินใจว่าจะใช้พวกที่มาเที่ยวเพื่อซื้อใจกับพวกพี่เบิ้มผมก้าวออกไปอยู่ข้างหน้าพวกเขา ถึงจะเป็แผนที่คิดขึ้นมาอย่างเร่งรีบจะได้ผลหรือไม่ได้ผลยังไงก็ขอลองดูก่อน
สายตาของผมจ้องไปที่ข้อเท้าของเขา และในตอนที่เขาก้าวขึ้นบันไดผมส่งพลังจิตไปที่ข้อเท้าของเขา
-โครม
ชายคนนั้นกลิ้งตกบันได
“แม่งเอ๊ย ...”
“เป็อะไรไหมครับ”
พวกการ์ดรีบวิ่งเข้าไปพยุงตัวเขาขึ้น แต่กลับถูกสะบัดออก เขาหน้าแดงด้วยความรู้สึกอับอายมากกว่าจะรู้สึกเจ็บ
“แม่งเอ๊ย ดูแลให้มันดี ๆ ไม่เป็หรือไงวะ ทำไมบันไดมันลื่นอย่างนี้วะเนี่ย!”
แน่นอนว่าเขาต้องไปโมโหใส่พวกการ์ด
นี่คือสถานการณ์ที่ผม้า
ผมพูดปกป้องพวกการ์ดว่า
“บันไดไม่ได้ลื่นหรอกครับ คุณน่ะก้าวพลาดเองต่างหาก”
“อะไร แกว่าไงนะ”
“ผมบอกว่าคุณก้าวพลาดเองครับ พวกการ์ดเขากำลังหันหลังอยู่อาจจะมองไม่ทัน”
โวยวายให้มากกว่านี้สิ ผู้จัดการจะได้ออกมาสักที
“......!”
เสียงกัดฟันดังขึ้นมา เขาเดินกะเผลกแล้วลุกขึ้นมาพูดกับพวกการ์ด
“ไหนพวกแกลองพูดซิ บันไดมันลื่นหรือฉันก้าวพลาดเอง”
“บันไดมันลื่นครับ”
พวกพี่เบิ้มตอบอย่างไม่ลังเล ผมไม่ได้คาดว่ามันจะเป็แบบนี้
“เห็นชัด ๆ เลยใช่ไหม”
“เห็นครับ”
เขาหันหน้ากลับมาจ้องผม
“เฮ้ย ได้ยินไหม”
“...”
“นึกอยากจะพูดอะไรก็พูด มันก็เป็แบบนี้ละ ไอ้เวรเอ๊ย”
ถ้ารู้ว่าจะกวนบาทาขนาดนี้ น่าจะหักคอั้แ่ตอนก้าวขึ้นบันไดเมื่อกี้
“ไหนลองคุกเข่าลงแล้วพูดว่า “ผมผิดไปแล้วครับ” ซิ”
“......”
“ทำไม ศักดิ์ศรีมันค้ำคอหรือไง มีคนเยอะไปเหรอ”
เขาเดินเข้ามาใกล้ผมอย่างช้า ๆ ก่อนจะวางมือไว้บนไหล่ผม
“จะยอมคุกเข่าขอโทษดี ๆ หรืออยากจะโดนสักหมัด”
“......”
ผมยิ้มเจื่อน
ตั้งใจจะทำให้พวกพี่เบิ้มประทับใจในตัวผม แต่ดันไปอยู่ข้างหมอนั่น ว่าแล้วแผนที่คิดขึ้นมากะทันหัน มันคาดเดาไม่ได้ และในตอนนั้นเอง ขณะที่ผมกำลังจะคุกเข่าขอโทษ
“โจมินชอล ทำไมยังไม่เข้าไปอีก ทำอะไรอยู่”
เห็นได้ชัดว่าเป็พวกเพื่อน ๆ ของเขา แต่ในนั้นก็มีคนที่ผมรู้จักอยู่ด้วย
“อ้าว? ซอกฮุน นายมาทำไรที่นี่”
“ไรเนี่ย รู้จักกันหรอกเหรอ”
“ยอมซอกฮุนเป็รุ่นน้องฉันเอง”
“รุ่นน้องนาย? ไอ้เวรนี่เนี่ยนะ...”
“ทำไม มีเื่อะไรกัน”
โจมินชอลเดาะลิ้นแล้วพูดกับผมว่า
“เฮ้ย วันนี้ถือว่าแกยังโชคดี เห็นว่าเป็รุ่นน้องมันหรอกนะเลยยอมให้”
“อะไรเนี่ย มีเื่อะไรกัน”
“ถามมันเองสิ ฉันเข้าไปก่อนแล้วกัน”
หมอนั่นเดินหายเข้าไปในโกลด์บาร์แล้ว รุ่นพี่ก็หันมาทางผม
คิมชางฮยอน เขาเป็โปรทัวร์เหมือนกับผม แต่ที่ต่างจากผมคือฐานะทางบ้านรุ่นพี่อยู่ในระดับร่ำรวยการศึกษาก็ดี ในเคพีจีเอ[1] ก็อยู่อันดับสูง หากผมไม่มีพลังจิตก็คงไม่ได้รู้จักกับพี่เขา ถ้าใช้แค่ความสามารถจริง ๆของผมคงรักษาอันดับตอนนี้ไว้ไม่ได้แน่
“เหนือความคาดหมายเลยนะเนี่ย มาเห็นซอกฮุนยืนมีเื่อยู่ข้างถนนแล้วในที่แบบนี้ด้วย”
“พี่ชางฮยอน คือ...”
“ช่างมันเถอะ จากที่เห็นไอ้เ้ามินชอลมันคงหาเื่ก่อนล่ะสิมันบ้าบอแบบนี้แหละ ฮ่าๆๆ”
“.......”
“ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม”
“ครับ ไม่เป็ไรเลยครับ”
ผมผายไหล่ที่เคยถูกโจมินชอลจับไว้ และค่อย ๆ ปัดรอยยับออก คิมชางฮยอนมองมาที่ชุดของผมแล้วกลับไปเหลือบมองป้ายไฟนีออนร้านโกลด์บาร์ แต่แล้วก็หันกลับมามองผมอีกรอบนึง
“นายเคยเข้าไปในนี้แล้วหรือยัง”
“ครับ...”
“นายใช่ยอมซอกฮุนที่ฉันรู้จักปะเนี่ย มาเที่ยวที่แบบนี้เนี่ยนะ?”
“อืม...”
ให้ตายเถอะ ภาพลักษณ์ผมมันเป็ยังไงเนี่ย
“นายไม่หวั่นไหวสักนิด ขนาดโดนผู้หญิงจับกดแบบนั้น ฉันคิดว่าไอ้นั่นของนายใช้การไม่ได้ซะอีก”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ”
“เออน่า จะเก็บเป็ความลับให้เอง ไม่ต้องเครียด รู้ใช่ไหมว่าพี่เก็บความลับเก่งมาก”
“......”
แม่ง ยิ่งพูดแบบนั้นยิ่งไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่ ยังเห็นพูดนินทาลับหลังผมในสนามกอล์ฟอยู่เลย
“ถ้าไม่ใช่เมมเบอร์ของที่นี่ก็เข้าไปไม่ได้หรอก นายสมัครหรือยัง”
“ก็เพราะแบบนั้นแหละ ผมเลยต้องมายืนเถียงอยู่ตรงนี้ไงครับ”
“เออเนอะ พอจะรู้แหละว่ามันเื่อะไร งั้นเดี๋ยวฉันพานายเข้าไปดีไหม”
“ถ้าได้ก็ขอบคุณมากเลยครับพี่”
“ไปกันเถอะ ถ้ามากับฉัน น่าจะเข้าออกได้ทั้งคืนเลย”
“เดี๋ยวครับพี่ชางฮยอน”
“หืม?”
“ถ้าเป็ไปได้ ทำให้ผมเป็เมมเบอร์ชิปเลยได้ไหมครับ”
คิมชางฮยอนยิ้มบางพลางโอบไหล่ผม
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ได้อยู่แล้วสิ คู่แข่งที่แข็งแกร่งจะทำตัวเหลวแหลกทั้งทีก็ต้องช่วยสิฮ่าๆๆ”
“ขอบคุณครับ”
“ไอ้เด็กนี่ ฉันสิต้องขอบคุณ”
พอเดินเข้าไปในคลับเลาจน์ก็มีสาว ๆ เดินเข้ามาหา ตามที่คิมชางฮยอนบอกผู้หญิงพวกนี้เรียกว่า มาดาม ถ้าพูดถึงมาดาม จะต้องนึกถึงผู้หญิงอายุเยอะที่เกษียณจากการทำงานอย่างว่าแต่นี่กลับเป็สาวสวยไร้ที่ติ
“พี่สาว ให้หมอนี่มันเป็เมมเบอร์ชิปหน่อย รุ่นน้องผมเอง”
“แหม มาพี่สงพี่สาวอะไรกันคะพี่ ความสัมพันธ์ของพวกเราเป็แบบนั้นเหรอ”
“โอเค งั้นเรียกแม่แล้วกัน ทำให้หนูได้ใช่ไหมคะ แม่?คิก ๆ”
มุกตลกของคิมชางฮยอนทำให้ผู้หญิงคนนั้นยอมแพ้ที่จะหยอกเขาต่อ
“รุ่นน้อง...เป็โปรกอล์ฟเหรอ”
“อือ ชื่อยอมซอกฮุน อายุยี่สิบสาม เห็นแบบนี้แต่อนาคตไกลเลยนะ นี่กำลังทำให้เด็กมันเขวอยู่เนี่ยฝากด้วยนะ”
“ฮิ ๆ หน้าที่สำคัญเลยนะเนี่ย”
“ห้องเบอร์ไรอะ”
มาดามชี้ไปตามทางเดินขวามือ
“เตรียมห้องเบอร์ 9 ไว้แล้วเมื่อกี้ท่านประธานโจเพิ่งเข้าไป”
“ซิงเกิลนัมเบอร์ซะด้วย... วันนี้ดูท่าจะโชคดีแฮะ”
“เธอติดต่อมา ฉันก็จองไว้ให้สิจ๊ะ”
“น่ารักที่สุด”
คิมชางฮยอนพยักหน้าให้ผมแล้วพูดว่า
“ซอกฮุน ไปกัน เข้าห้องซิงเกิลั้แ่ครั้งแรก วันนี้แหละ โฮลอินวัน[2]ไปเลย”
“พี่ชางฮยอน เดี๋ยวผมไปห้องอื่นก็ได้ครับ”
“ทำไม หรือเพราะไอ้มินชอลเหรอ เดี๋ยวไปนั่งดื่มด้วยกันก็คุยดีกันได้เองแหละน่าไปด้วยกันเถอะ”
“คราวหน้าเถอะครับพี่ ถ้าได้เข้าห้องซิงเกิลั้แ่ครั้งแรก ผมมาเองทีหลังก็ไม่สนุกแล้วน่ะสิครับ”
“ฮ่า ๆๆ ได้เหรอวะ ก็นะ ถ้าเจอแบบแจ่ม ๆ ไปแล้ว เด็กคนอื่นก็งั้น ๆ ไปเลย”
“รีบไปเถอะ เพื่อน ๆ รออยู่นะครับ”
“งั้นก็ได้ คราวหน้าหาเวลามาดื่มด้วยกันให้ได้นะ โอเค?”
“ครับ”
คิมชางฮยอนเดินไปตามทางเดินด้านขวา ส่วนมาดามก็แนะนำห้องเบอร์ 27 ให้ผม พอเดินมาถึงตรงนี้ดูเหมือนว่าจะมีมากกว่า 50 ห้องอีก
“พี่ที่เข้ามาใหม่คะ เดี๋ยวจะมีน้อง ๆ เข้ามาทีละคนนะคะ ถูกใจคนไหนก็บอกเด็กเสิร์ฟได้เลยค่ะเดี๋ยวจะจัดแบบแจ่ม ๆ มาให้ อยากทำอะไรก็ทำได้เลยนะคะไม่ต้องสนใจคนอื่นเพลิดเพลินให้เต็มที่เลยค่ะ”
“อยากทำอะไรก็ทำได้เลย” เน้นคำนี้จนดูเหมือนจะไม่มีข้อจำกัดใดๆ เื้ัความหรูหรามีด้านมืดเยอะกว่าที่คิดซะอีก
“ผู้หญิงจะสุ่มเข้ามาเหรอครับ”
“มีสเปคที่้าไหมคะ”
“อายุสักสามสิบขึ้นไป”
“แหม ชอบกินหญ้าแก่ก็ไม่บอก อายุถึงประมาณไหนดีคะ”
“สามสิบห้า มีไหมครับ”
“มีสิคะ ความชอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน เดี๋ยวจัดมาให้เลยค่ะ”
มาดามรินเหล้าให้ผมหนึ่งแก้วแล้วจึงลุกออกไป
“เดี๋ยวครับ คุณคงไม่ได้โกงอายุกันใช่ไหมครับ แบบว่าอายุน้อยแล้วมาบอกว่าแก่แล้วหรืออายุมากแล้วแต่มาบอกว่ายังเด็กอยู่”
“ฮิ ๆๆ อย่าได้กังวลเลยค่ะ ในส่วนนั้นพวกเราโปร่งใสค่ะ”
ผมพยักหน้าแล้วยกแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นมาดื่ม หลังจากนั้น พวกสาว ๆก็เริ่มเดินเข้ามา อายุระหว่างสามสิบถึงสามสิบห้า คิดว่าระบุ่อายุใกล้เคียงกับฮันซอลอาแล้วนะแต่ไม่มีเธออยู่เลย ขนาดชเวมียอนปลอมตัวมา ผมยังดูออก ถ้าฮันซอลอาอยู่ที่นี่จริงเป็ไปไม่ได้ที่ผมจะดูไม่ออก
“ดูหน้าพี่มียอน ก็ไม่มีทางที่พี่เขาจะไปทำศัลยกรรมมา...”
ก็ว่าดูหลายรอบแล้วนะ แต่ไม่เห็นเธอเลย
“คูณลูกค้าครับ ทางเราเตรียมมาให้ตามเงื่อนไขที่ลูกค้าบอกแล้วครับไม่มีคนที่ถูกใจเลยเหรอครับ”
เด็กเสิร์ฟเข้าห้องมาถามผม
“หมดแล้วเหรอครับ หรือมีผู้หญิงอายุประมาณนี้ไปอยู่ห้องซิงเกิล”
“ทางนั้นมีแต่ตัวเต็ง อายุเกินยี่สิบห้าก็ไม่ให้เข้าแล้วครับหรือว่ามีคนที่อยากได้อยู่ในใจอยู่แล้วเหรอครับ”
หรือต้องพูดชื่อพี่ซอลอาออกมา ผมลังเลไปชั่วครู่แต่มีความคิดว่าอย่าเพิ่งเลยดีกว่า เพิ่งสมัครเมมเบอร์เข้ามาใหม่ ถ้ามีเป้าหมายที่ชัดเจนมันจะดูแหม่งๆ
“วันนี้พี่เขาอาจจะไม่ได้ทำงานที่โกลด์บาร์ อาจจะไปทำงานที่อื่นก็ได้”
ไม่ใช่เื่ที่ต้องกังวล
“คุณลูกค้าครับ?”
“อ่าครับ กำลังคิดอยู่ครับ จากที่เข้ามาเมื่อกี้ผมขอเป็คนที่มีประสบการณ์เยอะสุดก็แล้วกันครับ”
“ทราบแล้วครับ จะรับเครื่องดื่มแบบไหนดีครับ”
“เอาอันที่แพงที่สุด อันไหนก็ได้ครับ ช่วยแนะนำที”
“ได้ครับ เดี๋ยวจะเตรียมมาให้เป็อย่างดีเลยครับ”
ผู้หญิงที่เข้ามาในห้อง แนะนำตัวเองว่าทำงานที่โกลด์บาร์มานานนับสิบปีผมพยายามสืบข้อมูลแบบไม่ให้มีพิรุธจากผู้หญิงคนนั้น และถามเื่เกี่ยวกับคิมชอนซูด้วย
“ท่านประธานเป็คนยังไงเหรอครับ”
“ประธานของพวกเราเหรอคะ อืม...เป็คนดีเลยค่ะฉันไม่เคยทำงานที่อื่นนอกจากที่นี่มาสิบปีแล้วนะคะ ค่าจ้างก็ดี ดูแลก็ดีและที่สำคัญ...”
“อะไรครับ”
“ที่นี่มักจะติดต่อกับสปอนเซอร์บ่อยๆ เด็ก ๆ เลยมีรายได้ดีไปด้วย”
ฟังจากคำพูดของเธอแล้ว คิมชอนซูลูกชายของผู้อำนวยการสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในชนบทขายที่ดินและตั้งรกรากอยู่ใจกลางเมืองมีความสัมพันธ์กว้างขวาง ด้านมืดคือแก๊งัดำด้านสว่างคือบรรดาคนรวยจากทุกสายอาชีพ
“เอ้า พี่ที่มาใหม่จะไปแล้วเหรอคะ”
ผมออกมาจากห้องรับรอง มาดามก็ตามมาออดอ้อนผม
“ไว้จะมาอีกนะครับ”
“โปรคิมยังอยู่ในห้องเบอร์ 9 เลยนะไม่ไปนั่งด้วยกันก่อนเหรอจ๊ะ”
“แค่วันนี้แหละครับ ไว้คราวหน้าจะมากับพี่ชางฮยอนนะครับ”
“ฮิ ๆ ก็ได้จ้ะ งั้นคราวหน้าจะจัดให้เด็ดกว่านี้นะจ๊ะ”
พอกล่าวลาเสร็จ ในตอนที่ผมกำลังเดินออกจากโกลด์บาร์ พอผมประตูเปิดออกก็มีชายวัยสามสิบกลางๆ เดินเข้ามาพร้อมกับการ์ดหนึ่งคน
เป็คนที่คุ้นหน้า สายตาคมกริบ ผิวสีแทน และผมสีดำขลับ
ผมจำได้ทันทีที่เห็น
“คิมชอนซู...”
[1] เคพีจีเอ (KPGA - Korea Professional Golf Association) คือทัวร์กอล์ฟอาชีพชายที่ดำเนินการโดยสมาคมนักกอล์ฟมืออาชีพแห่งเกาหลีใต้
[2] โฮลอินวัน Hole in one คือ การตีเพียงหนึ่งครั้งจากหมุดที่วางลูกแล้วลูกลงหลุมแต่ในรูปประโยคคือการเปรียบเปรยเื่เพศสัมพันธ์