แต่เธอมีเหตุผลให้สงสัยว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพี่รองคือการทำให้เธอกลับมาอยู่ปักกิ่ง
คงต้องบอกว่าคนตระกูลสวีสามัคคีกันจริงๆแต่ละคนต่างพยายามใช้วิธีการของตัวเองโน้มน้าวให้สวีหว่านหนิงกลับมาที่ปักกิ่ง
แน่นอนว่าพวกเขาแค่มอบทางลัดให้กับเธอเท่านั้นอำนาจการตัดสินใจยังคงอยู่ในมือเธอ
ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้สวีหว่านหนิงรู้สึกดีใจมาก
“ขอโทษนะคะผู้อำนวยการจางฉันอาจจะต้องทำให้คุณผิดหวังฉันยังไม่มีความคิดที่จะออกจากการเป็นผู้บริหารโรงงานสาขา ฉันจำเป็นต้องรับผิดชอบงานบริหารของโรงงานอาหารชุนหัวสาขาย่อยค่ะ”
“ได้ครับเช่นนั้นเรามาคุยเรื่องถัดไปกันเลย”
ผู้อำนวยการจางยังคงยิ้มแย้มเหมือนเดิม“ผมอยากซื้อสูตรการทำลูกท้อในโหลแก้วของคุณ”
ความตรงไปตรงมาของผู้อำนวยการจางทำให้สวีหว่านหนิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
ซื้อสูตร?
ตอนนี้มีโรงงานอื่นที่ผลิตลูกท้อในโหลแก้วออกมาขายแล้ว
สวีหว่านหนิงเคยซื้อมาลองชิมดูเทียบกับรสชาติของสินค้าที่เธอทำ สินค้าเหล่านั้นไม่ถือว่าไม่อร่อยแต่รสชาติยังห่างไกลจากของเธอมาก
ที่สำคัญคือสินค้าของโรงงานอื่นราคาย่อมเยาว์
ที่ปักกิ่งลูกท้อในโหลแก้วที่โรงงานอาหารชุนหัวสาขาย่อยผลิตออกมา วางขายในราคา 6 หยวน
ฟังดูเหมือนแพงแต่ราคา 6หยวนนี้รวมค่าขนส่งจากมณฑลเฮยมาที่ปักกิ่งแล้ว
ลูกท้อในโหลแก้วมีต้นทุนการผลิตและจะถูกกำหนดกำไรต่อหน่วยเอาไว้ที่ 1.5-2 หยวน
แต่สินค้าที่โรงงานในปักกิ่งกับเมืองใกล้เคียงผลิตออกมาไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงค่าขนส่ง ราคาของสินค้าย่อมถูกกว่า
สวีหว่านหนิงซื้อสินค้าจากโรงงานอื่นมาทั้งหมดสามแบบราคาของมันอยู่ที่ 3.5-5หยวน
แค่สงครามราคาโรงงานอาหารชุนหัวสาขาย่อยก็แพ้ราบคาบแล้ว
สวีหว่านหนิงจึงถามข้อสงสัยในใจของตนออกไปก่อนจะได้รับคำตอบกลับมา
“คุณพูดถูกปัจจุบันในท้องตลาดมีลูกท้อในโหลแก้วจากหลายโรงงานให้เลือกสรรแต่รสชาติของมันแค่พอใช้ได้ ไม่ได้อร่อยเหมือนกับสินค้าจากโรงงานของพวกคุณ”
“ผมทำธุรกิจโรงงานอาหารมาหลายสิบปีย่อมรู้ดีว่าการทำอาหารต่อให้ปรับเปลี่ยนสูตรเพียงแค่เล็กน้อยรสชาติที่ทำออกมาก็จะแตกต่างกันอย่างลิบลับ ดังนั้นผมจึงอยากได้สูตรของคุณ”
“อีกอย่าง...”ผู้อำนวยการจางเว้นจังหวะ ก่อนจะปรายตามองไปที่สวีเม่าถิงที่นั่งนิ่งมาโดยตลอดแล้วยิ้มพลางกล่าว “พี่รองของคุณพูดกับผมตลอดว่า มันคือผลไม้กระป๋องไม่ใช่ลูกท้อในโหลแก้ว ดังนั้นผมจึงคิดว่านอกจากลูกท้อแล้วคุณน่าจะทำผลไม้กระป๋องตัวอื่นได้อีก ใช่ไหมล่ะครับ”
สวีหว่านหนิงตาวาววับ
ต่อให้เป็นพี่รองกว่าจะเข้าใจว่าผลไม้กระป๋องกับลูกท้อในโหลแก้วต่างกันอย่างไรก็ยังจำเป็นต้องให้เธออธิบายให้ฟัง
ผู้อำนวยการจางเป็นคนที่เข้าใจเธอจริงๆ!
เห็นรอยยิ้มของสวีหว่านหนิงแล้วผู้อำนวยการจางก็รู้ทันทีว่าการคาดเดาของตนเองถูกต้อง
“เพราะฉะนั้นคุณอยากจะขายสูตรให้ผมหรือเปล่า ไม่ใช่แค่ลูกท้อในโหลแก้วผลไม้กระป๋องอย่างอื่นที่คุณจะพัฒนาออกมาในอนาคตผมจะขอซื้อมันในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุด วางใจได้ มีเม่าถิงอยู่ทั้งคน ผมไม่มีทางหลอกคุณ”
หากบอกว่าไม่หวั่นไหวคงเป็นคำโกหก
แม้สวีหว่านหนิงจะไม่เดือดร้อนเรื่องเงินแต่ถ้าไม่อาจเอาของในช่องมิติไปขายครั้งละมากๆ ได้ เงินเก็บแค่หนึ่งถึงสองพันหยวนคงทำงานใหญ่ไม่ได้
อีกอย่างสิ่งที่เธอมีมากที่สุดในชีวิตก็คือสูตรอาหารต่างๆ นี่คือทางลัดสู่ความร่ำรวยมิใช่หรือ?
“ผู้อำนวยการจางนอกจากผลไม้กระป๋อง คุณสนใจสูตรอาหารอื่นไหมคะ”
ผู้อำนวยการจางเลิกคิ้ว“อย่างเช่นว่า?”
“อย่างเช่นข้าวซอยตัด [1]ขนมปิงฮวา [2]ขนมเสวี่ยฮวา [3]เค้กรังผึ้ง [4]ขนมฝูหลิง [5]เป็นต้นค่ะ”
โรงงานอาหารลี่หมินเองก็ไม่ต่างจากโรงงานอาหารชุนหัวมากนักพวกเขามักจะผลิตของว่างประเภทขนมที่สามารถเก็บรักษาได้เป็นเวลานาน
แต่ส่วนใหญ่แล้วยังคงวนเวียนอยู่กับการผลิตคุกกี้บิสกิต ลูกอมรสนม และลูกอมรสผลไม้ที่ผู้บริโภคนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย
เมื่อวานหลังพี่รองบอกว่าวันนี้เธอจะได้เจอกับผู้อำนวยการโรงงานอาหารลี่หมินสวีหว่านหนิงจึงแวะไปที่ร้านค้ามิตรภาพและห้างสรรพสินค้าของปักกิ่งหลังสำรวจดูแล้วพบว่า ในท้องตลาดยังไม่มีของว่างที่เธอร่ายไปเมื่อครู่นี้ออกวางขาย
ส่วนสาเหตุคืออะไรสวีหว่านหนิงยังไม่สนใจที่จะหาคำตอบ
ผู้อำนวยการจางตอนแรกนั่งด้วยท่าทางสบายๆแต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนมานั่งตัวตรง
“ของว่างทั้งหมดที่คุณพูดมาคุณทำเป็นหมดเลยหรือ”
“แน่นอนค่ะ”น้ำเสียงของสวีหว่านหนิงเจือปนไปด้วยความภาคภูมิใจ
เธอคือแม่ครัวที่เคยถูกเลือกให้เป็นผู้รับผิดชอบการจัดงานเลี้ยงอาหารระดับชาติมาแล้วมากกว่าหนึ่งครั้ง
ของว่างไม่กี่อย่างถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย
ผู้อำนวยการจางถูมือไปมา
“หว่านหนิงผมกับพี่รองของคุณเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กัน คุณถือเป็นน้องสาวของผมคนหนึ่ง พี่ชายคนนี้อยากขอคำยืนยันจากคุณอีกครั้งว่าของว่างทั้งหมดที่พูดมา คุณทำเป็นจริงๆ ใช่ไหม”
“ฉันรับประกันว่าฉันทำเป็นจริงๆค่ะ แต่ถ้าผู้อำนวยการจางไม่เชื่อ ไว้วันหลังเราหาเวลานัดกันใหม่แล้วฉันจะทำให้คุณทาน”
“คนโบราณกล่าวไว้ว่าวันไหนก็ไม่ดีเท่าวันนี้ พวกเราไม่นัดกันวันหลังแล้ว นัดวันนี้เลยแล้วกัน!”ผู้อำนวยการจางหยิบกระดาษกับปากกาที่มีไว้เขียนสั่งอาหารไปวางตรงหน้าสวีหว่านหนิง“ต้องการวัตถุดิบอะไรบ้าง เขียนได้เลย ผมจะให้ทางครัวเตรียมไว้ให้ถ้าไม่มีจะได้ให้คนไปซื้อมาเดี๋ยวนี้”
แบบนี้ก็ได้หรือ?
สวีหว่านหนิงหันไปมองสวีเม่าถิงอีกครั้ง
พี่รองของเธอแค่ส่งยิ้มให้“จะว่าไป พี่ก็อยากกินเหมือนกัน”
ได้ ทำก็ทำ
“วันนี้คงมีเวลาไม่มากพอฉันจะทำเค้กรังผึ้งกับขนมฝูหลิงก่อนแล้วกันค่ะ วัตถุดิบตามนี้ ในครัวน่าจะมีอยู่”
ผู้อำนวยการจางสั่งให้พนักงานเรียกเจ้าของภัตตาคารเฉวียนฝูมาหา
“เหล่าซุนวันนี้ผมขอยืมครัวของคุณหน่อยสิ น้องสาวของผมบอกว่าอยากทำขนมฝูหลิงกับเค้กรังผึ้งให้ผมทาน”
สายตาของเถ้าแก่ซุนมองมาที่สวีหว่านหนิง
หลังผ่านช่วงยุคปฏิวัติวัฒนธรรมสูตรอาหารหลายอย่างหายไป ผู้สืบทอดสูตรอาหารเหล่านั้นหากไม่ได้ล้มหายตายจากก็พากันไปซ่อนตัวเพราะกลัวจะถูกจับ
ด้วยเหตุนี้ของว่างหลายอย่างที่ชื่อคุ้นหู ปัจจุบันจึงเหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น
แต่เหล่าจางกลับบอกว่าหญิงสาวที่ดูหน้าตาและอายุเพิ่งจะแค่ยี่สิบต้นๆ ทำเค้กรังผึ้งกับขนมฝูหลิงเป็นอย่างนั้นหรือ
เถ้าแก่ซุนเองก็รู้จักกับสวีเม่าถิงเห็นแก่เพื่อนเก่าสองคนนี้ เขาจึงยอมให้สวีหว่านหนิงยืมใช้ครัวได้โดยไม่อิดออด
ตามคาดวัตถุดิบสำหรับการทำของว่างทั้งสองอย่าง ทางครัวมีครบครัน
เค้กรังผึ้งเป็นหนึ่งในของว่างขึ้นชื่อของปักกิ่งวัตถุดิบหลักคือแป้งผสมกับผลไม้อบแห้ง ไข่ไก่ และวัตถุดิบอื่นๆเพราะหลังทำเสร็จจะมีรูขนาดเล็กคล้ายกับรังผึ้ง มันจึงถูกตั้งชื่อว่าเค้กรังผึ้ง
“วิธีการทำเค้กรังผึ้งที่จริงแล้วไม่ยากค่ะแค่ต้องระมัดระวังรายละเอียดบางขั้นตอนเท่านั้น หนึ่งคือจะต้องใช้ยีสต์ และควบคุมปริมาณของยีสต์ให้เหมาะสมมิเช่นนั้นแป้งจะไม่ฟูหรือไม่ก็ฟูจนเกินไป สอง จะต้องใช้น้ำเย็นในการหมักยีสต์ สามหลังนวดแป้งเสร็จแล้วจะต้องวางทิ้งไว้ในสถานที่ที่มีอุณหภูมิเหมาะสม...”
สวีหว่านหนิงนวดแป้งพลางอธิบายวิธีการทำเค้กรังผึ้ง
พ่อครัวของภัตตาคารเฉวียนฟูที่หัวไวหน่อยพากันจดจำขั้นตอนทั้งหมดไว้ในใจ
แต่สวีหว่านหนิงพูดอธิบายคร่าวๆแค่บอกว่าต้องระวังรายละเอียดบางอย่างแต่ไม่ได้บอกว่าสัดส่วนและอุณหภูมิที่ควรจะเป็นคือเท่าไร
อีกอย่าง มือของเธอก็ทำงานคล่องแคล่งว่องไวเหลือเกินจนสายตาของพวกเขามองตามไม่ทัน
อยากจะขโมยสูตรจากเธอด้วยการเฝ้ามองเท่านั้นคงจะเป็นไปไม่ได้!
เชิงอรรถ
[1]沙琪玛 ซาฉีหม่าหรือข้าวซอยตัด คืออาหารว่างของชาวแมนจูทางภาคเหนือของประเทศไทยก็มีการรับประทานของว่างชนิดนี้ด้วยเช่นกัน
[2]冰花酥 ปิงฮวาซูหรือขนมปิงฮวาเป็นขนมพื้นเมืองของชาวปักกิ่ง ขนมมีส่วนผสมของดอกกุ้ยฮวา รสชาติกรอบ และหอมหวาน
[3]雪花酥 เสวี่ยฮวาซูหรือขนมเสวี่ยฮวา เป็นของว่างของชาวจีนที่มีส่วนผสมหลักคือธัญพืชประเภทถั่วและเบอร์รีตากแห้งนำมาผสมรวมกับมาร์ชแมลโลว์อัดเป็นแท่งลักษณะคล้ายถั่วตัดสีขาวละมุนคล้ายสีของหิมะ
[4]蜂窩 เค้กรังผึ้งคือเค้กนึ่งลักษณะคล้ายขนมถ้วยฟูมีส่วนผสมของผลไม้อบแห้งชนิดต่างๆ เมื่อทำเสร็จรูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกับรังผึ้งจึงถูกตั้งชื่อว่าเค้กรังผึ้ง
[5]茯苓饼 ขนมฝูหลิงเป็นขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว ผสมผงฝูหลิงซึ่งเป็นสมุนไพรจีนชนิดหนึ่งและน้ำตาลนวดด้วยน้ำนมจนเข้ากันแล้วนำไปนึ่งให้สุกแล้วใส่ไส้ถั่วแดงหรือไส้หวานชนิดอื่น