“วันนี้ฉันขอลาวันหนึ่ง ส่วนเธอกลับไปทบทวนตนเองให้ดี”
เห็นสายตาอันตะลึงงันของหนิงเสี่ยวซีเสิ่นเป้ยอีก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา ทว่าเื่นี้ไม่ใช่เื่เล็กเธอจะต้องให้บทเรียนแก่เด็กคนนี้
หลังจากบอกกับแม่หลิว เธอก็ออกจากบ้านไป
ทว่าเพราะอาการป่วยของมารดา หลายปีมานี้เธอไม่มีเพื่อนไม่มีญาติ เพราะฉะนั้นหลังจากเกิดเื่แบบนี้ขึ้นเธอก็พบว่าเธอไม่มีแม้กระทั่งคนที่สามารถระบายความในใจได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะไปปรับทุกข์กับใคร
สุดท้ายเธอจึงให้ลุงจางไปส่งเธอที่สถานีรถไฟนั่งรถไฟจากเมือง C ไปเมือง W ใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมงกว่าเท่านั้น
เธอไปที่หลุมศพของมารดา
ที่นี่เป็พื้นที่หลุมศพที่ดีที่สุดของเมือง W ตอนแรกเป็ผลตอบแทนจากการที่เธอคลอดหนิงเสี่ยวซีหลังจากจ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่และค่าใช้จ่ายในชีวิตของพวกเขาใน่หลายปีมานี้เหลือเพียงไม่กี่แสน เธอทุ่มให้กับการทำศพให้แม่ทั้งหมดในส่วนลึกของหัวใจเธอไม่อยากใช้เงินนั่นอีกถึงขั้นต่อต้านเงินนั่นด้วยซ้ำ
นั่งอยู่บนโขดหินตรงหน้าหลุมศพของผู้เป็แม่เธอร้องไห้ไปไม่รู้นานเท่าไหร่
หลายปีที่ผ่านมา เพราะอาการป่วยของมารดาเธอไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าท่านเลย นอกจากวันที่มารดาจากไป นี่ถือว่าเป็ครั้งแรก
แม้ว่าในยุคสมัยนี้จะไม่ให้ความสำคัญกับเื่พรหมจรรย์มากขนาดนั้นแล้วแต่ลึกๆ เธอก็ยังให้ความสำคัญกับมันอยู่มาก
ทั้งยังเสียไปในสถานการณ์แบบนี้ แล้วคนที่ยกให้ยังเป็ผู้ชายที่ไม่เห็นคุณค่าของเธอ
พอคิดถึงตรงนี้ เธอก็รู้สึกแย่กว่าเดิม
แม้เธอไม่เคยคิดหาผู้ชายมาเคียงข้างทว่าเธอก็ไม่เคยคิดว่าครั้งแรกของตนเองจะให้กับผู้ชายที่ไม่ได้รัก
ทว่าหนิงเสี่ยวซีเป็ลูกของเธอและที่ทำแบบนี้ก็เพราะหวังดีกับเธอเพราะฉะนั้นพอเกิดเื่แบบนี้ขึ้น เธอจะโกรธก็ไม่ได้ จะตีก็ไม่ได้ จะด่าก็ไม่ได้แต่ความเสียใจกลับยังคงเกาะกุมหัวใจอยู่อย่างนี้
ณ หนิงซื่อกรุ๊ป
ในห้องทำงานของท่านประธานหลิวซวี่มองเอกสารที่ถูกทิ้งเต็มพื้นพลางถอนหายใจยาว
“ท่านประธานหนิง คุณโมโหอะไรอีกแล้ว? เมื่อคืนควรจะสุขสมไม่ใช่เหรอ? ทำไมดูเหมือนยังไม่พอใจ?” หลิวซวี่ก้มเก็บเอกสารบนพื้นพลางหยอกล้อหนิงเส้าเฉิน
เมื่อเช้าเขามีเื่สำคัญต้องทำแต่เลขากลับขอให้เขามาที่นี่
“นายไปสืบให้หน่อยว่าเมื่อคืนหนิงเสี่ยวซีไปเจอใครในโรงแรม?” หนิงเส้าเฉินก้มหน้าประสานหมัด แม้ว่าความทรงจำของเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจะเลือนรางแต่วินาทีนั้น ภาพที่ไม่สามารถปลอมแปลงขึ้นได้เ่าั้กลับยังคงชัดเจนอยู่ในหัว
ความจริงบางอย่างกำลังบอกเขาว่านั่นเป็ครั้งแรกของผู้หญิงคนนั้น แม้ว่าจะไม่มีเืไหลออกมาทว่าสมัยนี้ผู้หญิงออกกำลังกายกันมากขึ้น การที่ไม่มีเืไหลออกจึงเป็เื่ปกติ
แม้ว่าเขาจะไม่สนใจเื่นี้มากนักแต่เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนพวกผู้หญิงข้างนอก และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็ชัดเจนว่าเป็ความ้าของลูกชาย
ในฐานะพ่อ เขาควรจะแสดงความรับผิดชอบ
เป็ครั้งแรกที่รู้สึกจนตรอกแบบนี้
“นายไปเอาเช็คหนึ่งล้านมาให้ทีขอเป็เช็คเงินสดนะ” หลิวซวี่คิ้วขมวด ยิ่งฟังก็ยิ่งงุนงงแต่เห็นได้ชัดว่าจากสถานการณ์ของผู้ชายคนนี้ในตอนนี้ เขาไม่ควรถามต่อ
“คุณย่า แม่เล็กของผมกลับมาหรือยัง” ทั้งวันที่เสิ่นเป้ยอีไม่อยู่ แม้กระทั่งการทำโค้ดที่เขาชื่นชอบมากที่สุดยังไม่มีกะจิตกะใจจะทำเดี๋ยวนั่งเหม่อลอยอยู่ในห้อง อีกประเดี๋ยวก็ไปนั่งเหม่ออยู่ในห้องรับแขก...
แม่หลิวพยักหน้า “ยังเลย”
“หรือว่าเธอจะไม่กลับมาแล้ว?” หนิงเสี่ยวซีรู้สึกผิด แต่ที่มากไปกว่านั้นคือความตื่นตระหนกความจริงวันนี้เขาเสียใจกับการกระทำของตนเองมาทั้งวันและเขาก็รู้แล้วว่าตนเองก่อเื่เข้าแล้วจริงๆที่แม่เล็กหนีไปก็คงเพราะเสียใจมากจริงๆ
“ไม่กลับมาแล้วงั้นเหรอ?” แม้แม่หลิวไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นทว่าตอนเช้าหนิงเส้าเฉินหน้ามุ่ยออกไปทำงานโดยไม่รับประทานอาหารเช้า
แล้วเสิ่นเป้ยอียังมาลาหยุดกะทันหัน
เธอคิดว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขาแน่
พอคิดต่อไปเรื่อยๆ เธอก็ส่ายหน้า “ไม่น่าใช่”
ตอนหัวค่ำ หนิงเสี่ยวซีก็ทานข้าวไปใจลอยไป จากนั้นก็กลับห้องไปโดยปฏิเสธแม่หลิวที่จะเข้ามาช่วยอาบน้ำนั่งรอเสิ่นเป้ยอีอยู่ข้างเตียงคนเดียว
แม่หลิวเห็นแล้วสงสารจับใจ จึงโทรหาหนิงเส้าเฉิน
“เธอหายไปไหน?”
“ไม่รู้ วันนี้เธอลาวันหนึ่ง บอกว่ามีธุระพี่จางบอกว่าเธอให้ไปส่งที่สถานีรถไฟ”
แน่นอนว่าหนิงเส้าเฉินรู้เหตุผลการลางานของเธอ พลางขมวดปมคิ้วสองข้างแล้วหลับตาลงไม่ยอมลืมขึ้นอีก “ไม่ต้องสนใจเขา ถ้าเขาอยากรอก็ให้เขารอไป”
กระทำความผิดอันใหญ่หลวงเพียงนี้เขาก็ต้องเรียนรู้ที่จะแสดงความรับผิดชอบ
ในขณะนั้นเอง หลิวซวี่ถือ USB ผลักประตูเข้ามาพร้อมสีหน้าที่ดูไม่ดีนัก
“เมื่อคืน...นายไม่ได้เป็อะไรใช่ไหม?”
หนิงเส้าเฉินเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่งแล้วรับ USB มาเสียดเข้าคอม มองภาพที่ซูมเข้าไปทีละนิด ปมคิ้วของเขาขมวดมากขึ้นเรื่อยๆก่อนจะดึง USB ออกมาโยนลงพื้น แล้วถอดเสื้อสูทออกอย่างขัดเคืองใจ ถอนหายใจแรงไปที “ไปตามหาผู้ชายคนนั้นให้เจอส่วนจะจัดการอย่างไรก็แล้วแต่นาย”
ไม่สามารถทำอะไรลูกชายได้ถ้าอย่างนั้นก็ต้องหาใครสักคนมาระบายอารมณ์
หลิวซวี่กลับคิ้วขมวดและกัดริมฝีปากมองหนิงเส้าเฉินเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปาก เพราะเขาคิดว่าบางทีตนเองก็มีส่วนผิด
“หรือว่า...เมื่อคืน นายไม่ได้อยู่กับเกาเหวิน?” มีคำตอบอยู่ในใจแล้วแท้ๆ แต่หลิวซวี่ก็ยังคงดื้อรั้นจนถึงที่สุด
หนิงเส้าเฉินถลึงตาใส่เขาทีหนึ่ง “นายคิดว่าอย่างไรล่ะ?”
หลิวซวี่กลืนน้ำลายหลายที “พี่เลี้ยงคนนั้นเหรอ?” สัญชาตญาณของเขากำลังบอกว่าถ้าพูดถึงหนิงเสี่ยวซีแสดงว่าเื่นี้จะต้องเกี่ยวข้องกับพี่เลี้ยงคนนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
หนิงเส้าเฉินเงียบและไม่ได้สังเกตเห็นท่าทางที่ดูผิดแปลกของหลิวซวี่
“พระเ้า...” หลินซวี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไปที
เขาหันไปเก็บ USB บนพื้นขึ้นมาด้วยพลางคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ยังคงดื้อด้านพูดต่อ “เมื่อวาน ลูกชายนายถามฉันว่าถ้าผู้หญิงคนหนึ่งรักผู้ชายอีกคน แต่ผู้ชายคนนั้นไม่ได้รักผู้หญิงคนนี้ควรจะทำอย่างไร?” เขาพูดเสียงอ่อน
หนิงเส้าเฉินเงยหน้าขึ้นถลึงตาจ้องเขา สายตาฉายความฉงน
“ฉันก็เลยบอกไปว่า ขึ้นเตียงด้วยกันก็จะเป็ของกันและกันเลย” หลิวซวี่หลับตาปี๋เล่าเื่ทั้งหมดอย่างรวดเร็วโดยไม่กล้าลืมตาขึ้นมองปฏิกิริยาของหนิงเส้าเฉินพูดตามความจริงตอนนั้นเขาคิดไม่ถึงว่าเ้าเด็กนั่นมีจุดประสงค์อะไร
เื่มาถึงขนาดนี้แล้ว เขาไม่สามารถบ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบได้จริงๆ
ทว่า...
“ลูกชายนายบอกว่าผู้หญิงคนหนึ่งรักผู้ชายคนหนึ่งงั้นเหรอ” จู่ๆ หลิวซวี่ก็พูดท้วงขึ้นพลางหันมองหนิงเส้าเฉิน “หรือพี่เลี้ยงคนนั้นจะรักนายจริงๆ?”
หนิงเส้าเฉินถลึงตาจ้องเขาแต่กลับไม่ตอบ เขารับรู้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้สนใจในตัวเขาเสี่ยวซีเข้าใจผิดไปเอง
พอคิดถึงตรงนี้เขาก็พลันหงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุ
“ฉันกำลังคิดว่า ในเมื่อเื่มันเกิดแล้ว ตอนนี้นายควรจะปิดปากพี่เลี้ยงคนนั้นก่อนถ้าเกิดเธอใช้เื่นี้ข่มขู่นาย มันจะกลายเป็เื่ใหญ่ อ่อ...ใช่สิหนึ่งล้านที่นายให้ฉันเอามาให้...” หลิวซวี่ขมวดคิ้ว “หรือว่านายจะให้เงินหนึ่งล้านนี้จัดการกับพี่เลี้ยงคนนั้น?”
หนิงเส้าเฉินเงียบ ความจริงเพราะเขาคิดว่า นอกจากเงินเขาก็ไม่สามารถชดเชยเธอด้วยวิธีอื่นได้
“ฉันคิดว่านายอย่าให้เธอเลยจะดีกว่าเธอดูเป็คนหยิ่งในศักดิ์ศรี นายยัดเงินเธอแบบนี้ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้เื่แย่ลงกว่าเดิม” หลิวซวี่วิเคราะห์
หนิงเส้าเฉินอุทานอย่างไม่พอใจไปที หยิ่งศักดิ์ศรีเหรอ? แล้วทำไมถึงมาเป็พี่เลี้ยง?
ทว่ากลับเก็บเช็คเงินสดบนโต๊ะลงในลิ้นชักที่อยู่ข้างๆ
“รู้สึกอย่างไรบ้าง?” พอเห็นว่าอารมณ์เขาเย็นลงธาตุแท้ของหลิวซวี่ก็กลับมาอีกครั้ง แล้วจึงพูดจาเยาะเย้ย
หนิงเส้าเฉินนวดขมับ สีหน้าเย็นเยียบลง “โดนเสี่ยวซีวางยานายคิดว่าจะรู้สึกอย่างไรได้เล่า?”
หลิวซวี่ขมวดคิ้ว พลางพยักหน้า “อ่อเสียดายจริงๆ เลย” หยุดไปครู่หนึ่งเขาเดินหน้าหลายก้าวไปอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของหนิงเส้าเฉิน โน้มตัวลงจ้องเขา “เส้าเฉินถ้าฉันจำไม่ผิด เมื่อคืนคงเป็ครั้งแรกหลังจากนายมีเสี่ยวซีใช่ไหม?”
หนิงเส้าเฉินถูกสะกิดแผลในใจ สีหน้าหม่นแสงลงทันใด หันไปถลึงตาจ้องเขา“หุบปากของนายไว้ให้ดี”
“นายวางใจเถอะ ฉันไม่บอกเกาเหวินหรอกไม่ว่าอย่างไรเขาก็รอนายมาหลายปี ยังไม่ทันได้เอาเข้าปากก็ถูกพี่เลี้ยงคาบไปก่อนเสียแล้วจะเป็ใครก็ทนไม่ได้หรอก” หลิวซวี่แก้ต่าง พลางพูดเสริม
หนิงเส้าเฉินโยนเอกสารในมือใส่หน้าเขา “ไม่ทับถมกันมันจะตายหรือไง?”
ในขณะนั้นเอง แม่หลิวก็โทรเข้ามาอีกครั้ง
“คุณชายคะ คุณเสิ่นกลับมาแล้ว แต่เธอบอกว่าอยากพบคุณ”
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ#readAwrite ด้วยน้า