ในตอนนี้ ไม่รู้ว่าเพราะคำที่ไป๋เจี่ยวเจียวกล่าวนั้นมันมีเสน่ห์อยู่หรือไม่ ในสายตาของฉินเฉา เขาเห็นประกายกระบี่สองคมตัดฝ่าอากาศมาจากระยะนับ 10 เมตร แล้วในที่สุดก็มาถึงตรงหน้า
“คุณชาย?” ฮัวเหนียงที่บินอยู่เหนือแม่น้ำตกใจ เธอไม่ได้พยายามช่วยฟางหัวจากการถ่วงน้ำอีกต่อไป แล้วหันกลับมาช่วยฉินเฉาทันที
ฟู่ววววววว! เธอแกว่งแขนเสื้อตะปบเมฆาขณะที่ยังอยู่กลางอากาศ แขนเสื้อที่พิเศษทันใดนั้นก็ระเบิดกระแสลมที่รุนแรงออกมา ทำให้แม่น้ำสั่นสะเทือนไปทั้งสาย ไป๋เจี่ยวเจียวเป็นปีศาจงูที่ฝึกตนมาแล้วกว่า 500 ปี แต่เธอยังอยู่ในขั้นสร้างรากฐาน แล้วต้องใช้กระบี่ที่ได้รับมาจากอาจารย์ของเธอเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสชนะผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้น ‘ความสามารถเทวะ’ (ขั้นที่ 5) ได้
อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ฮัวเหนียงอยู่เหนือกว่าขั้นความสามารถเทวะ ดังนั้นระเบิดวายุของเธอจึงพัดทั้งไป๋เจี่ยวเจียวกับฉินเฉาขึ้นไปในอากาศ
แม้ว่าจะเป็นระเบิดวายุ แต่ฮัวเหนียงไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า ดังนั้นทั้งคู่จึงถูกพัดไปด้านข้าง แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ฉินเฉาคายลมออกมา จากนั้นมองอย่างเต็มไปด้วยความหมายไปที่ฮัวเหนียง
แท้จริงแล้ว ปีศาจงูดอกไม้ตนนี้เป็นประเภทขี้กลัว แต่อย่างน้อยเธอก็ไม่ยึดติดกับความดื้อรั้นอย่างคนโง่ ตอนนี้ เขาเดิมพันด้วยชีวิต โชคดีที่เขาชนะ
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขาเกิดแพ้ขึ้นมา? ฉินเฉายังไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนั้น
หลังจากช่วยชีวิตฉินเฉา จากนั้นฮัวเหนียงก็กลับไปมองหาฟางหัว แต่เธอพบว่ามันไม่อยู่บนผิวน้ำแล้ว ผิวหน้าของแม่น้ำซ่งเจียงสงบ เหมือนกับสัตว์ร้ายกำลังหลับภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน
“คุณชาย คุณกลายเป็นฆาตกรแล้ว” ฮัวเหนียงมองฉินเฉาจากนั้นถอนหายใจ “นี่เป็นข้อห้ามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้ฝึกตนอย่างพวกเรา นั่นก็คือการฆ่ามนุษย์ธรรมดา มันไม่เกี่ยวว่าคนที่ตายจะเป็นใคร แต่การฆ่านี่จะถูกบันทึกไว้ในหัวของคุณ ที่จริงแล้วคุณชายมีอนาคตที่สดใส แต่ตอนนี้มันช่างน่าผิดหวัง”
“น่าผิดหวังแล้วยังไง” ฉินเฉาไม่นำมาใส่ใจ แล้วส่ายมืออย่างไม่เห็นด้วย จากนั้นเดินตามเส้นทางของผู้คนโบราณ เขาวางมือไว้ใต้เข็มขัดแล้วก้มคำนับฮัวเหนียงแล้วพูดว่า “ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้ แต่ชีวิตของฉันไม่ได้มีราคาอะไร แล้วไม่ต้องการให้ภูติฮัวเหนียงต้องมากังวลกับเรื่องของฉัน เธอเป็นคนใจดี แต่มันมีหลายสิ่งในโลกใบนี้ที่เธอยังไม่เข้าใจ”
หลังจากนั้นเขายื่นนิ้วออกไปแล้วชี้ไปที่แม่น้ำสีดำ “เจ้าเดรัจฉานที่เพิ่งตายนั่น ความผิดของมันแม้ตายร้อยครั้งก็ไม่สาสม แต่ทำไมผู้ชายแบบนั้นถึงได้รับการปกป้องที่แข็งแกร่งที่สุดล่ะ? ถ้าผู้ฝึกตนฆ่ามนุษย์ธรรมดา สวรรค์จะก้าวก่าย แต่ถ้ามนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกันล่ะ ใครจะเป็นคนที่เข้ามาจัดการ?”
“เรื่องของมนุษย์ก็ต้องให้มนุษย์เป็นคนจัดการ”
“ถูกต้อง! สวรรค์ปฐพีไร้ซึ่งเมตตา ไร้ซึ่งความยุติธรรม สรรพสิ่งบนนอกหาได้มีความสำคัญ” ฉินเฉาขบฟัน “ฉันรู้ว่าสิ่งที่เธออยากจะพูดกับฉันคือสิ่งนี้ แล้วจากนั้นจะบอกฉันว่านี่เป็นกฎสวรรค์! แต่ฉันเป็นผู้ฝึกตนปีศาจ มันก็แน่นอนอยู่แล้วที่ฉันจะต่อต้านสวรรค์! ถ้าสวรรค์ไร้ปรานี งั้นก็อย่ามาตำหนิที่ฉันอยุติธรรม”
เปรี้ยง! ท้องฟ้าที่ไร้เมฆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทันใดนั้นฟ้าก็ผ่าลงมาที่ต้นไม้เอียง ๆ เหนือแม่น้ำ ต้นไม้ทั้งต้นกลายเป็นตอตะโก
ฮัวเหนียงแล้วไป๋เจี่ยวเจียวเป็นปีศาจงู สิ่งที่พวกเธอกลัวที่สุดก็คือพลังของสายฟ้า มันคือทัณฑ์สวรรค์ แม้ว่าพวกเธอจะมีพลังถึงขั้นสร้างรากฐาน แต่ร่างกายของพวกเธอก็ทานทนได้ ร่างของเธอสั่นเทาใบหน้าซีดขาวด้วยความหวาดกลัว
แต่เมื่อพวกเธอมองไปที่ฉินเฉา เขายังคงยืนอยู่ที่นั่นอย่างไม่สะทกสะท้าน เหมือนกับฟ้าผ่านั่นเป็นเช่นเดียวกับมีคนกำลังทิ้งขยะลงบนถัง
“ดูสิ สวรรค์ก็กลัวมนุษย์เหมือนกัน ไม่เห็นมีอะไร” ปากปรากฏรอยยิ้มแสยะ ฮัวเหนียงแล้วไป๋เจี่ยวเจียวทั้งคู่กลายเป็นงงงัน พลางคิดว่าชายคนนี้กล้าที่จะยืนต่อต้านกฎสวรรค์ ไม่ใจกล้าไปหน่อยเหรอ ช่างโง่งมเหลือเกิน
ถ้าเป็นตัวเขาเมื่อก่อน ฉินเฉาคงไม่กล้าที่จะท้าทายสวรรค์อย่างแน่นอน แต่โดยจิตสำนึก เขาได้รับอิทธิพลมาจากความทรงจำที่ตกค้างมาจากปีศาจหลัวเต๋อ
“คุณชาย อย่างไรก็ตามมันก็ยังคงสำคัญกับท่านในอนาคตที่จะจัดการเรื่องต่าง ๆ โดยที่ไม่ต้องฆ่า...” ฮัวเหนียงถอนหายใจ เธอมองเข้าไปที่ตาของฉินเฉาด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความทรงจำของเธอย้อนกลับไปเมื่อ 500 ปีก่อน เหมือนเธอจะเคยเห็นผู้ชายในชุดสีดำที่เป็นลูกศิษย์ของนิกายอสูร ยืนถือดีอยู่ตรงหน้าเธอ
“ฮัวเหนียงไม่ต้องกังวล มีข้าอยู่ที่นี่ ไม่มีผู้ฝึกตนคนใดกล้าท้าทายเจ้า! ต่อให้เป็นสวรรค์ที่ต้องการชีวิตของเจ้า พวกมันต้องผ่านข้าไปก่อน!”
โชคไม่ดี...500 ปี ต่อมา กระดูกกลายเป็นเย็นชืด
“เจี่ยวเจียว ไปเถอะ...” ในตอนนี้เอง ความรู้สึกบนใบหน้าของฮัวเหนียงกลายเป็นอ้างว้าง เธอสะบัดแขนเสื้อตะปบเมฆาของเธอ ร่างของเธอกลายเป็นแสงสีสันสดในจากนั้นก็หายไปในอากาศ
“นายเยี่ยมจริง ๆ ” ไป๋เจี่ยวเจียวก็จากไปหลังจากทิ้งคำพูดนั้นให้กับฉินเฉา ภายหลังเธอก็เรียกกระบี่สองคมของเธอกลับมา กลายเป็นแสงสีขาวจากนั้นก็หายตามพี่สาวของเธอไป
“เรานี่ก็ไม่เลวเหมือนกันนะเนี่ย” ฉินเฉาลูบจมูกตัวเอง
หลังจากฆ่าฟางหัว เขาไม่รู้สึกถึงภาระว่าหัวใจของเขาจะต้องแบกรับกับความรู้สึกผิดแต่อย่างใด เหมือนที่เขาพูด ต่อให้มันถูกฆ่านับร้อยครั้ง มันก็ยังคงไม่สาสม
“ดูเหมือนว่าฉันต้องทำความสะอาดสถานที่แล้ว” ฉินเฉามองไปที่ออดี้ A6L เขาดึงสาวสวยออกมาจากรถ จากนั้นก็จมรถลงสู่แม่น้ำ
แต่ในตอนนี้เอง ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงไซเรนตำรวจดังออกมารอบ ๆ ฉินเฉาตกใจ เขารีบเปลี่ยนร่างเป็นปีศาจ ทำให้ใบหน้าปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำ
ถ้าเขาปล่อยให้ตำรวจเห็นหน้าเขาละก็ชีวิตเขาคงจบสิ้น
การลักพาตัวนายน้อยของกลุ่มบริษัทฟาง ทำให้ตำรวจต้องจัดการกับคดีนี้ด้วยความรวดเร็ว ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงของไซเรนก็เข้ามาใกล้เขา รถตำรวจนับสิบคันต่างมาล้อมแม่น้ำไว้
ตำรวจในชุดเกราะหลายสิบคนกระโดดออกมาจากรถ จากนั้นเอาปืนของแต่ละคนออกมาแล้วเล็งมาที่ฉินเฉา
โล่วเห่าเป็นหัวหน้าของตำรวจทีมนี้ เขาเป็นชายอายุ 40 ปี ที่ใจเย็น เขาได้รับคำสั่งโดยตรงจากเบื้องบนให้ช่วยเหลือฟางหัว การช่วยเหลือฟางหัวเป็นโอกาสที่เขาจะได้รับความดีความชอบ หัวหน้าตั้งใจให้โอกาสเขาสร้างผลงาน ดังนั้นจึงให้เขาเป็นหัวหน้าทีมในการเข้าช่วยเหลือฟางหัวนี้
ในขณะเดียวกัน ทีมตำรวจพิเศษก็ได้มาถึง เหล่าสไนเปอร์ต่างหา สถานที่ซุ่มยิง แต่ละคนต่างนอนลงรอคอยคำสั่ง
โล่วเห่ามองมาที่ฉินเฉาที่ยืนอยู่ข้างออดี้ จากนั้นเขาหยิบโทรโข่งออกมาแล้วตะโกนมาที่ฉินเฉา
“แกถูกล้อมไว้หมดแล้ว รีบปล่อยตัวประกันในรถซะ! ถ้าแกปล่อยตัวประกัน อย่างมากแกก็จะถูกตั้งแค่ข้อหาลักพาตัว...”
พูดตรง ๆ การที่ถูกล้อมโดยรถตำรวจหลายคัน คำพูดของโล่วเห่ามีแรงยับยั้งที่แข็งแกร่งจริง ๆ
โชคไม่ดีที่เขาพลาดไปสิ่งหนึ่ง นั่นก็คือฉินเฉาได้กำจัดฟางหัวไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการให้ปล่อยตัวประกันในกรณีนี้ จะไม่มีวันเกิดขึ้น
“หัวหน้าทีมโล่ว!” ในตอนนี้เอง ตำรวจหนุ่มนายหนึ่งวิ่งมาด้วยความแตกตื่นแล้วกระซิบข้างหูโล่วเห่า “สไปเนอร์พบว่าฟางหัวไม่ได้อยู่ข้างในรถ!”
“อะไรนะ!” โล่วเห่ามีความรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขายกโทรโข่งขึ้นอีกครั้งแล้วพูดว่า
“สารภาพมาซะโทษหนักจะได้กลายเป็นเบา! ต่อต้านโทษจะกลายเป็นหนัก! แกเอาตัวประกันไปไว้ที่ไหน?”
มองไปที่แสงไฟสีแดงแล้วน้ำเงินขณะที่เผชิญหน้ากับปลายกระบอกปืนสีดำที่ส่องมาทางเขา จิตใจของฉินเฉายังคงสงบแล้วไม่รู้สึกกลัว เขาค่อย ๆ ยกมือขึ้นแล้วชี้ไปที่แม่น้ำ
ชั่วขณะ เหล่าตำรวจต่างพากันตกอยู่ในความวุ่นวาย ไร้ความปรานีจริง ๆ ฆ่าแม้กระทั่งนายน้อยของตระกูลฟาง? ไม่ใช่ว่าเขาลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่เหรอ?
“บัดซบ!” โล่วเห่าโกรธ พลางคิดว่าพวกเขาส่งตำรวจมามากมายแล้วพยายามอีกมากหลายอย่าง เพียงเพื่อช่วยศพของฟางหัวแค่นั้นเหรอ? ยิ่งกว่านั้นการตายของฟางหัว เขาจะรายงานกับหัวหน้ายังไง? เขาจะอธิบายกับเจ้าเมืองแล้วตระกูลฟางยังไง?
ในขณะนี้โล่วเห่ารู้สึกว่าอนาคตยากจะคาดเดา!
แต่ในขณะที่โล่วเห่าว้าวุ่นใจนั้นเอง ฉินเฉาก็ได้วิ่งไปหลายก้าวแล้ว พร้อมกับเจตนาหลบหนีผ่านแม่น้ำไป
“แกจะวิ่งไปไหน!” โล่วเห่ายกปืนพกรุ่น 54 ขึ้น แม้ว่ารุ่น 92 จะดีกว่า แต่เขาใช้รุ่นนี้มามากกว่า 20 ปี แล้วคุ้นเคยกับมันแล้ว
โล่วเห่าเป็นมือยิงที่มีชื่อเสียงในโรงเรียนตำรวจ เขาเล็งปืนแล้วลั่นไกปืน กระสุนพุ่งเข้าใส่ไหล่ของฉินเฉา เขาไม่ได้เล็งหัว แต่เขาต้องการจับเป็น มันจึงจะนับเป็นความสำเร็จเมื่อรายงานหัวหน้า
แต่เขาละเลยพลังในร่างฉินเฉา กระสุนนี้ได้พุ่งทะลุไหล่ของฉินเฉาไป เลือดพุ่งออกมาจากไหล่ แต่เขาแค่กระตุกเล็กน้อยโดยปราศจากการลดฝีเท้าลง
โล่วเห่าขมวดคิ้ว เขายกปืนพกขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเล็งไปที่น่องของฉินเฉา
ในขณะเดียวกันได้มีเสียงปืนดังออกมาจากด้านข้าง ปัง ปัง ปัง! กระสุน 3 นัดลั่นออกไปแต่ยิงถูกแค่พื้น การโจมตีนี้มาจาก อ้ายเสี่ยวซู่ ตำรวจฝึกงานสาว เธอปรากฏตัวออกมาขอโทษสำหรับการยิงของเธอแล้วยักไหล่ให้กับความโกรธของโล่วเห่า
เมื่อพวกเขามองไปที่ฉินเฉาอีกครั้ง เงาได้หายไปแล้ว
“ส่งเรือค้นหามา! ค้นหาให้ทั่วแม่น้ำ!” โล่วเห่ากัดฟันด้วยความโกรธ เขาสั่งให้เริ่มการค้นหา อย่างไรก็ตามผู้ต้องสงสัยที่ถูกยิงที่ไหล่ ในแม่น้ำที่หนาวเย็นนี้ เขาจะหนีไปได้ไกลแค่ไหนกัน?
“เสี่ยวอ้าย ปกติเธอยิงปืนแม่นนี่หน่า ทำไมวันนี้เธอถึงยิงพลาดได้?” เซี่ยจุนถามตำรวจฝึกงานสาวด้านข้างเขาอย่างสงบ
“มันมืด ฉันเล็งไม่ถนัด” อ้ายเสี่ยวซู่ตอบอย่างนิ่มนวล จากนั้นเก็บปืนเข้าซอง
.....................
ในแม่น้ำหนาวเย็นนี้ ฉินเฉารู้สึกแสบที่แผลที่ไหล่ เลือดยังไหลออกมาจากไหล่อย่างต่อเนื่อง แต่เขาไม่หันไปมองที่แผล ร่างกายเหมือนกับตอร์ปิโดเมื่ออยู่ในน้ำ ว่ายอย่างรวดเร็วไปยังสถานที่ห่างไกล
ไม่ถึง 2 นาทีเขาก็ว่ายไปได้ไกลมากแล้ว มองไม่เห็นฝั่งมานานแล้ว ในที่สุดหัวก็ผุดขึ้นจากน้ำ
วิ้ววววว... ลมหนาวพัดผ่านหัวเขา ในแม่น้ำที่ไร้ขอบเขตนี้ มีแค่แสงจันทร์ที่สะท้อนอยู่บนผิวของมัน
เขามองเห็นสะพานอยู่ไกล ๆ สะพานนี้เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อเร็ว ๆ นี้ แล้วใช้ในทางทหาร มันชื่อว่า สะพานข้ามแม่น้ำซ่งเจียง ฉินเฉาอดทนกับความเจ็บปวดแล้วว่ายอย่างรวดเร็วเข้าไปใกล้สะพาน
ไม่นาน เขาก็มาถึงด้านใต้สะพาน เขาลากร่างกายแล้วปีนขึ้นไปบนฐานของสะพาน เขาขึ้นจากแม่น้ำที่เย็นจนเป็นน้ำแข็ง พิงเข้ากับฐานสะพาน เขาถอนหายใจด้วยความโล่งใจ เขาจับบุหรี่ในกระเป๋า แต่มันเปียกหมดแล้ว เขาไม่มีทางเลือกได้แต่ทิ้งมันลงแม่น้ำ
คืนนี้อันตรายจริง ๆ ถ้าเขาวิ่งไม่เร็วล่ะก็ บางทีร่างกายนับ 100 จินคงถูกถ่วงลงแม่น้ำไปแล้ว เขาไม่อยากถูกฝังไว้ข้าง ๆ เจ้าเดรัจฉานฟางหัวนั่น ไม่มีวัน!
หลังจากที่ขึ้นจากแม่น้ำ แผลที่ไหล่ก็รักษาตัวเองอย่างรวดเร็ว โชคดีที่กระสุนพุ่งผ่านไปแล้วไม่ฝังในเนื้อ
ดูเหมือนว่าความสามารถยังอ่อนแอ เขาไม่รู้ว่าต้องฝึกถึงขั้นไหนถึงจะทำให้เขาไม่ต้องกลัวลูกกระสุนอีกต่อไป
หลังจากเวลาผ่านไป เมื่อแผลจากกระสุนรักษาตัวเองไปมากแล้ว ฉินเฉาก็ใช้ลมปราณระเหยน้ำจากร่าง จากนั้นเขาก็เอาจักรยานที่อยู่ในแหวนออกมา
จบตอน#