หลังจากจัดการกับพวกสุนัขบ้าที่คอยขวางทางแล้ว อเล็กซ์ก็มาถึงห้องสมุดของมหาวิทยาลัยเสียที เขาพบว่าซากศพของซอมบี้ใน ชั้นที่ 1 ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 หายไปหมดแล้ว มันก็เป็ไปตามที่อเล็กซ์คิดไว้ หลังจากฝูงซอมบี้ตายไป พวกสัตว์ที่บ้าคลั่งก็จะเข้ามายึดพื้นที่แทน แล้วศพของซอมบี้จำนวนมากก็ได้กลายเป็อาหารรสเลิศของพวกมันไป อเล็กซ์รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก ถ้าไม่ติดว่าที่นี่เป็ห้องสมุดแล้วล่ะก็ หลังจากสังหารซอมบี้วิวัฒนาการระดับที่ 1 ไปแล้วเขาคงเผาสถานที่แห่งนี้ทิ้งทันที
อเล็กซ์ในตอนนี้ได้แต่ต้องทำใจยอมรับผลที่จะตามมาเท่านั้นเอง แล้วเขาก็เดินขึ้นไปยังชั้นที่ 4 ของห้องสมุดเช่นเดิม จากนั้นอเล็กซ์ก็กลายเป็เหมือนหุ่นยนต์ เดินไปหยิบหนังสืออกจากชั้นวางแล้วก็เปิดพลิกหน้าไปเรื่อยๆ เหมือนเปิดดูแต่รูป ถ้าตอนนี้เป็่เวลาปรกติ อเล็กซ์คงโดนไล่ออกจากห้องสมุดไปนานแล้ว เพราะการกระทำของเขานั้นมันดูไร้สาระสิ้นดี การเดินไปหยิบหนังสือทุกเล่มแล้วเปิดอ่านอย่างรวดเร็วแบบนี้มันคงมีแต่ในนิยายเท่านั้น
ใน่เวลาที่อเล็กซ์กำลังอ่านหนังสืออย่างตั้งใจอยู่นั่น เขารู้สึกถึงแรงสั่นะเืที่กำลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เขาไม่รอช้ารีบวิ่งไปทางหน้าต่างที่ใกล้ที่สุดแล้วก็โดดชนอย่างแรงจนหน้าต่างกระจกแตกเป็เสี่ยงๆ
" เพล้ง !!! "
" โฮก !!! "
ในจังหวะเดียวกันนั้นก็มีเสียงแตกกระจายของประตูหน้าของห้องสมุด มาพร้อมกับเสียงคำรามลั่นของสัตว์ร้ายตัวใหญ่ั์ ถึงแม้อเล็กซ์ยังไม่ได้เห็นตัวของมัน เขาก็รู้แล้วว่าเ้าสิ่งนั้นคือหมีสีน้ำตาลที่เขาเคยเห็น และเขายังรู้สึกว่ามันเป็หัวหน้าของพวกสุนัขบ้าฝูงนั้นอีกด้วย
" เวร ~ สวนสัตว์อยู่ตั้งไกลทำไมมันถึงมาโผล่ที่นี่ได้ "
อเล็กซ์วิ่งเข้าไปในส่วนลึกของมหาวิทยาลัยทันทีแบบไม่เหลียวหลัง เสียงเห่าหอน บวกกับเสียงคำรามติดตามหลังอเล็กซ์มาติด ๆ ตอนนี้อเล็กซ์อยากเจอฝูงซอมบี้มาก ๆ เขาไม่คิดเลยว่าการปล่อยให้พวกสุนัขที่บ้าคลั่งนั้นหนีไปก่อนหน้านี้ มันจะนำภัยมาถึงตัวของเขา อเล็กซ์สวดภาวนาอยู่ในใจให้บุญกุศลที่เคยทำมาได้นำพาฝูงซอมบี้มาหาเขาด้วยเถอะ
เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทอดทิ้งอเล็กซ์ ฝูงซอมบี้นับพันตัวหลั่งไหลออกมาจากหอประชุมของมหาวิทยาลัย แต่ดูเหมือนว่าเ้าหมีสีน้ำตาลตัวนี้มันจะไมเกรงกลัวเลย ตอนนี้อเล็กซ์อยู่ห่างจากพวกสัตว์ที่บ้าคลั่งกับฝูงซอมบี้ในระยะที่เท่าๆกันไม่เกิน 20 เมตร แล้วเขาก็เปิดใช้ไผ่ตายของเขาทันที ความแข็งแกร่ง 500 หน่วย ส่งตรงลงไปที่ขาทั้งสองข้าง เมื่ออสูรกายทั้ง 2 กลุ่มกำลังจะปะทะกัน อเล็กซ์ใช้พลังทั้งหมดะโไปยังอาคารที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วเปิดใช้ทักษะพิเศษกงเล็บปีศาจ ไต่ขึ้นไปบนหลังคาของอาคารหลังนี้ แล้วดูซอมบี้กับสัตว์ที่บ้าคลั่งตะลุมบอลกันกันอย่างดุเดือด
ตอนนี้สัตว์บ้ากับซอมบี้ไม่สนใจในตัวของอเล็กซ์อีกแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้หนีไปไหน ยังคงนั่งบนหลังคาสังเกตสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แล้วเขาก็เห็นความบ้าระห่ำของพวกสัตว์ ถึงแม้พวกมันจะมีจำนวนน้อยกว่ามากแต่ก็สู้ไม่ถอยเลย แล้วอเล็กซ์ก็คิดคำเรียกขานพวกสัตว์ที่บ้าคลั่งเหล่านี้ได้
" บีสท์ ( Beast ) เรียกพวกมันแบบนี้แหละ ซอมบี้แอนด์เดอะบีสท์ ฮ่าๆ "
เมื่อได้คำนิยามพวกสัตว์ที่บ้าคลั่งพวกนี้แล้ว อเล็กซ์ก็ยกนาฬิกาข้อมือที่เป็ระบบไขลานที่เขาเก็บได้ใน่ไปออกรบขึ้นมาดูเวลาพร้อมกับหมุนเม็ดมะยมไขลานมันไปด้วย เมื่อเห็นว่าตอนนี้เป็เวลา 4:00 พอดีเขาก็ไม่สนใจอะไรอีกมุ่งหน้ากลับไปยังหอพักหญิงทันที
ณ หอพักหญิงขั้นล่าง กลุ่มเด็กชายวัยรุ่น 5 คนที่รับอาสามานอนเฝ้ายามที่ห้องประชาสัมพันธ์ กำลังตั้งตารอการกลับมาของไอดอลตัวพ่ออย่างอเล็กซ์อยู่อย่างใจจดใจจ่อ เพราะอเล็กซ์ได้บอกพวกเด็กหนุ่มกลุ่มนี้เอาไว้แล้วว่าเขาจะกลับมาจากข้างนอกตอนดึก ๆ และใน่ที่พวกเขาทั้ง 5 คนกำลังสะลึมสลือจะหลับอยู่นั้น เสียงเคาะประตูที่เป็รหัสลับก็ดังขึ้น
" ก๊อกๆ ก๊อก ก๊อก ก๊อก "
เด็กหนุ่มทั้ง 5 คน ต่างพากันสะดุ้งตัวลอย ใช้เวลาพอสมควรกว่าพวกเขาจะหายจากอาการใ แล้วจึงพากันเดินไปที่ประตูเหล็กด้านหลังตึกพร้อมกับตะเกียงเ้าพายุดวงน้อย จากนั้นพวกเขาก็ถามออกมาเบาๆ ว่า
" คุณคือใคร ? "
" ฉันคือซอมบี้ "
เด็กหนุ่มทั้ง 5 รีบช่วยกันไขกุญแจและดึงโซ่ออกจากประตูทันที แล้วอเล็กซ์ก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
" ทำได้ดีมาก นี้น้ำอัดลมกับขนมเอาไปแบ่งกันกินแล้วรีบนอนซะ ถ้าใครมาเคาะเรียกอีกก็ไม่ต้องพูดอะไรออกไปล่ะ วันหลังก็จัดเวรยามกันเฝ้า จะได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันนอนได้ "
" ครับผู้พัน ! "
เด็กหนุ่มทั้ง 5 คนตะเบ๊ะพร้อมกันอย่างเข้มแข็ง อเล็กซ์ก็ตะเบ๊ะรับเช่นกัน คำว่า " ผู้พัน " นั้น ถูกใช้เรียกแทนชื่อของเขาโดยกลุ่มผู้รอดชีวิตที่อเล็กซ์ช่วยมาจากโรงงานร้าง ซึ่งเขามองว่ามันก็ดีเหมือนกันเนื่องจากหลังจากนี้ กลุ่มผู้รอดชีวิตจะต้องได้รับการฝึกเฉกเช่นเดียวกับการฝึกทหาร และเขาเองก็เริ่มชอบชื่อนี้แล้วเช่นกัน มันได้ทำให้เขานึกถึง่เวลาที่ตัวเองยังคงอยู่ในสนามรบ และมันยังช่วยให้เขารู้ว่าตอนนี้กำลังหาทางรอดชีวิตอยู่ คอยเป็เครื่องย้ำเตือนวันเวลาแห่งความสุขสงบในวันวานนั้นได้จบสิ้นลงแล้ว…
อเล็กซ์กลับขึ้นมาบนชั้นดาดฟ้า เขาพบว่าน้องสาวของเขาทั้งสองคนนั้นเข้าไปนอนในเต็นท์แล้ว เหลือเพียงตำรวจสาวมะลิที่นั่งหาวอยู่คนเดียวอย่างน่าสงสาร เมื่อเธออเล็กซ์เดินขึ้นมาบนชั้นดาดฟ้า เธอก็รีบยืนตรงทำความเคารพทันที พร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง แต่คำพูดของอเล็กซ์ได้ทำให้รอยยิ้มของเธอหายไปในฉับพลัน
" ทำไมประตูทางขึ้นชั้นดาดฟ้าไม่ได้ล็อค ? "
" เออ~ เมื่อกี้ดิฉันไปเข้าห้องน้ำก็เลยลืมล็อคค่ะท่าน "
อเล็กซ์กวักมือเรียกมะลิให้เดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูของตำรวจสาวจอมเบอะบะคนนี้ว่า
" ไปเตรียมอุปกรณ์มาทำความสะอาดร่างกายให้ผมเดี๋ยวนี้ นี้คือบทลงโทษสถานเบาที่ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ถ้ามีครั้งต่อไปผมจะลงโทษโดยการใช้เชือกมัดคุณแล้วโยนลงไปจากชั้นดาดฟ้า เข้าใจไหม ? "
" เข้าใจค่ะท่าน แล้วจะให้ดิฉันเช็ดตัวให้ด้วยไหมคะ ? "
" แปะ " อเล็กซ์ใช้นิ้วดีดหน้าผากของมะลิทันที แล้วแม่ตำรวจสาวก็หุบปากของเธอก่อนจะวิ่งลงไปที่ชั้น 10 ไม่นานเธอก็กลับมาพร้อมกับถังน้ำหนึ่งใบที่มีน้ำอยู่ครึ่งถังพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กหนึ่งผืน
ด้วยการที่อยากจะแกล้งมะลิของอเล็กซ์ เขาเลยถอดเสื้อผ้าของเขาออกเหลือแต่กางเกงในตัวเดียวแบบไม่อาย เพราะบนชั้นดาดฟ้าที่มีแต่เพียงแสงจันทร์สาดส่องให้แสงสว่างที่สายตาของมนุษย์ธรรมาแทยจะมองไม่เห็นอะไร เขาจะทำตัวน่าอายก็ไม่มีใครสนใจหรอก
ด้านมะลิที่เห็นหุ่นอันสมส่วนของอเล็กซ์พร้อมกับกล้ามที่คมกริบ เธอไม่ได้กรีดร้องหรือเขินอายแต่อย่างใด แต่เธอกับเดินเข้าไปหาอเล็กซ์ช้าๆ แล้วใช้มือลูบร่างกายของเขาเบา ๆ ด้วยแววตาที่เหมือนกำลังฝันไปของเธอ อเล็กซ์รู้สึกอารมณ์เสียที่ไม่สามารถแกล้งมะลิได้ในคราวนี้เลยพูดขึ้นว่า
" คุณคงเคยเห็นบ่อยแล้วใช่ไหมถึงไม่รู้สึกใอะไรเลย "
" ไม่เลยค่ะ นี้คือครั้งแรกที่ดิฉันได้เห็นของจริง ปรกติจะเห็นแต่ในโทรศัพท์ "
" แล้วคุณไม่รู้สึกอายบ้างเลยหรอที่เห็นผู้ชายมาแก้ผ้าอยู่ตรงหน้า "
" ถ้าเป็แต่ก่อนคงอายจนต้องกรีดร้องออกมา แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกันแล้ว ดิฉันไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่วัน อะไรที่ไม่เคยทำก็เลยอยากทำขึ้นมาค่ะ ท่านคงไม่รังเกียจใช่ไหมคะที่ดิฉันทำแบบนี้ ? "
คำพูดของมะลิได้ทำให้อเล็กซ์ได้ฉุกคิดอะไรขึ้นมาบางอย่าง เขาไม่ได้ตอบคำถามใดๆ กับมะลิอีก ใช้เพียงแค่ดวงตาที่สามารถมองเห็นได้ในความมืดจ้องมองการกระทำของเธอ มะลิเช็ดทำความสะอาดร่างกายของอเล็กซ์อย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ไม่เว้นแม้แต่แก่นกายของเขา มือของเธอถึงกับสั่นเมื่อได้ััอวัยวะแห่งความเป็ชายของอเล็กซ์ที่ตอนนี้มันพร้อมทำศึกแล้ว การกระทำของมะลิตอนนี้มันได้ทำให้อเล็กซ์คิดถึงเฮเลนภรรยาสุดที่รักของเขาขึ้นมาเช่นกัน
" เสร็จแล้วค่ะท่าน ขอบคุณที่มอบความทรงจำที่มีค่าให้ดิฉันนะค่ะ "
มะลิเงยหน้าขึ้นจ้องตากับอเล็กซ์แบบตรงๆ เป็ครั้งแรก ั์ตาสีฟ้าของอเล็กซ์นั้นสะท้อนกับแสงจันทร์อย่างหน้าประหลาดใจ แต่ก่อนที่มะลิจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ ท่อนแขนที่แข็งก็โอบกอดเอวบางของเธอเอาไว้แน่น แล้วริมฝีปากของเธอก็ถูกอเล็กซ์่ชิงจูบแรกไป แต่อเล็กซ์ไม่ได้หยุดแค่นั้น ลิ้นอุ่นๆ ของอเล็กซ์ลุกล้ำเข้าไปในช่องปากของมะลิอย่างหิวกระหายไม่ต่างจากสัตว์ป่า
ร่างกายของสาวบริสุทธิ์อย่างมะลิอ่อนยวบลงทันที เธอทำได้เพียงแค่ใช้ท่อนแขนกอดคอของอเล็กซ์เอาไว้เท่านั้น ในหัวของเธอตอนนี้มีเพียงความคิดเดียว คือ " คืนนี้ฉันโดนแน่ "
" พ่อครับ !! "
เสียงของอาเธอร์ร้องดังออกมาจากในเต็นท์ ทำให้อเล็กซ์กับมะลิแยกจากกันทันทีแบบไม่เต็มใจ อเล็กซ์เดินเข้าไปในเต็นท์ที่มีอาเธอร์นอนละเมออยู่ ส่วนมะลิรีบเก็บข้าวของรวมถึงเสื้อผ้าของอเล็กซ์ลงไปซักที่ชั้น 10 การกระทำทุกอย่างลงตัวไปหมด ทั้งสองคนเหมือนกับคู่สามีภรรยาที่แอบกินกันตอนลูกหลับอยู่เลย…
ไม่นานแสงแรกของวันใหม่ก็มาถึง อเล็กซ์กลับมาสวมบทผู้พันสุดโหดเหมือนอย่างที่เป็ ส่วนมะลิก็กลับเข้าไปนอนพักผ่อนเอาแรงเนื่องจากเธอได้เฝ้ายามอยู่ทั้งคืน แล้ววันนี้เธอกับมาอเล็กซ์ต้องเดินทางไปสำรวจค่ายทหารกันอีกครั้ง
อเล็กซ์ใช้เวลาจัดระเบียบคนนับร้อยไม่นานก็เข้าที่เข้าทาง พร์จ่าฝูงของเขานั้นทรงพลังมาก ตอนนี้ผู้รอดชีวิตทุกคนมีความภักดีเกิน 70 หน่วย หมดแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาสาว พวกเธอนั้นมีความภักดีเกิน 80 ทุกคนแล้ว
โดยวันแรกของการฝึกแบบเป็กลุ่ม อเล็กซ์เน้นเื่ระเบียบวินัยก่อน จากนั้นก็การออกคำสั่งด้วยสัญญาณมือ และการวิ่งเป็กลุ่ม แล้วปิดท้ายด้วยการพูดคุยถึงกิจกรรมของวันนี้ โดยพวกเขาทุกคนต้องลงไปสำรวจ หอพักในชั้นที่ 5 ชั้นที่ 6 และชั้นที่ 7 อย่างละเอียด ถ้าพบอาหาร และของใช้ต่างๆ ตามรายการที่อเล็กเขียนไว้ให้ พวกเขาต้องนำขึ้นมาเก็บไว้บนชั้นที่ 10 ตอนนี้ผู้รอดชีวิตกับกลุ่มนักศึกษาสาวหลอมรวมกันไปหนึ่งเดียวแล้ว มันเลยทำให้อาเล็กเบาใจขึ้นได้บ้าง
การออกไปสำรวจค่ายทหารวันนี้ของอเล็กซ์ เขาไม่ได้พาไปเพียงมะลิคนเดียว อลิซาเบธคืออีกคนที่เขาพาไปด้วย ตอนนี้น้องสาวสุดที่รักของเขาได้กลายเป็มนุษย์ที่ได้รับการวิวัฒนาการระดับ 1 แล้ว เธอมีศักยภาพเพียงพอในการเอาชีวิตรอด แล้วถ้าไม่เริ่มฝึกฝนเธอั้แ่ตอนนี้ ปล่อยให้เวลาผ่านล่วงเลยไป ศัตรูก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น การฝึกฝนก็จะยิ่งทำได้ยาก การฝึกฝนที่เริ่มจากง่ายไปหายากนั้นเป็สิ่งที่ควรกระทำ และตัวอลิซาเบธเองก็พร้อมจะออกไปเผชิญกับโลกที่เลวร้ายนี้แล้วเช่นกัน
หลังจากรับประทานอาหารเช้าร่วมกันเสร็จแล้ว ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างขยันขันแข็ง ส่วนอาเธอร์กับเฮร่ายังคงจำเป็ต้องรักษาตัวไปอีกสักระยะหนึ่ง ถึงแม้พวกเขาทั้งสองอยากจะติดตามอเล็กซ์ออกไปสำรวจโลกภายนอกมากแค่ไหนก็ตาม พวกเขาก็ทำได้แค่เพียงเดินมาส่งที่ชั้นล่างเท่านั้น ด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่พร้อมเช่นนี้ก็มีแต่จะกลายเป็ตัวถ่วงของกลุ่มเท่านั้น นี้คือความคิดของคนทั้งสองที่ใช้บอกกับตัวเอง
การเดินทางไปสำรวจค่ายทหารของอเล็กซ์ในคราวนี้ ตลอดเส้นทางไม่ได้มีบรรยากาศที่ผิดปรกติแต่อย่างใด มีพวกบีสท์กับพวกซอมบี้ให้อลิซาเบธได้ลับฝีมือของเธอไม่ขาดสาย อาวุธที่อลิซาเบธใช้คือดาบของชาวสยามที่อเล็กซ์เคยมอบให้กับอาเธอร์ ด้วยขนาดของมันที่ไม่สั้นไม่ยาวมากจนเกินไป และน้ำหนักยังพอดีกับความแข็งแกร่งของอลิซาเบธ มันเลยทำให้เธอใช้ดาบเล่มนี้อย่างคล่องมือ
จากนั้นอเล็กซ์ก็สอนน้องสาวให้ใช้ดาบควบคู่กับปืนพกเก็บเสียงไปด้วย อลิซาเบธในเวลานี้เธอเหมือนกับนกในกรงทองที่พึ่งได้รับการปลดปล่อย และด้วยค่าสถานะสติปัญญาที่สูงของเธอ สิ่งที่อเล็กซ์สอนสั่งเธอเรียนรู้มันได้อย่างรวดเร็ว และด้วยพร์จ่าฝูงของอเล็กซ์มันได้ทำให้สองสาวที่อยู่ข้างกายของเขาปราศจากความกลัวใดๆ การเดินทางของพวกเขาเลยดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่มีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นเลย
แต่เมื่อเข้าใกล้ค่ายทหาร อเล็กซ์ก็ได้เจอกับสหายเก่าที่พลัดพรากจากกันเมื่อคืนของเขา นั้นก็คือเ้ามีสีน้ำตาลนั่นเอง แต่ดูเหมือนว่าสภาพของมันกับลูกสมุนได้รับาเ็จากการต่อสู้เมื่อคืนเป็อย่างมาก หลังจากเห็นแบบนี้แล้ว อเล็กซ์ก็ฉีกยิ้มกว้างขึ้นมา พร้อมกับวางแผนสังหารหมู่พวกบีสท์ฝูงนี้ให้สิ้นซาก เมื่ออลิซาเบธกับมะลิเข้าใจในแผนการของอเล็กซ์ทุกอย่างก็เริ่มขึ้น
โดยเริ่มจาก อลิซาเบธกับมะลิทำเป็เดินเข้าไปใกล้บีสท์ฝูงนี้แบบไม่ตั้งใจ จากนั้นก็แกล้งล่าถอยไปด้วย ยิงปืนไปด้วย หลังจากวิ่งหนีมาได้สักระยะ พวกบีสท์ก็จะไล่ตามมาเกือบทัน โดยที่พวกมันไม่รู้เลยว่า อเล็กซ์กำลังเล็งเป้าหมายเด็ดหัวลูกพี่ของพวกมันอยู่
ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่ถูกจัดเตรียมไว้ หมีสีน้ำตาลตัวใหญ่วิ่งนำหน้าฝูงของมันเหมือนกับเมื่อคืนไม่มีผิด เมื่อมะลิกับอลิซาเบธวิ่งมาถึงจุดนัดพบซึ่งเป็ทางเลี้ยวที่หัวมุมตึก พวกเธอเลี้ยวเข้ามุมในทันทีพร้อมกับเคลื่อนที่ไปอยู่ในแนวป้องกันซึ่งมันก็คือรถยนต์หรูหราที่ตอนนี้กลายเป็เศษเหล็กไปแล้ว
ฝูงบีสท์ที่หิวโหยและโกรธแค้นั้แ่เมื่อคืนเพราะโดนมนุษย์หลอกให้ไปห่ำหั่นกับฝูงซอมบี้ พวกไม่ฉุกคิดอะไรทั้งสิ้น ตอนนี้พวกมันมีความคิดเดียวกันทั้งฝูง คือต้องกินมนุษย์ผมยาวทั้งสองคนนี้ให้ได้…