บทที่ 25 การเปลี่ยนแปลงในหนึ่งปี
เมื่อถังซานใช้พลังเสวียนเทียนในการฝึกฝน ธาตุวายุที่ถูกดูดเข้าสู่ร่างกายของเขาจะได้รับอิทธิพลจากพลังเสวียนเทียนโดยธรรมชาติ แปรเปลี่ยนเป็ปราณฟ้าดินและช่วยส่งเสริมการฝึกฝนวิชาเสวียนเทียนได้โดยไร้ปัญหา
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ถังซาน้า สิ่งที่เขา้าคือการทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งโดยที่ไม่ได้มาจากพลังเสวียนเทียนเพียงอย่างเดียว
เมื่อเขาไม่สามารถเชื่อมต่อโดยตรงได้ แล้วไฉนตระกูลหมาป่าวายุถึงทำได้?
ขณะนี้ เขาใช้วิชาเสวียนเทียนกระตุ้นตราประทับคมมีดวายุในร่างกาย ทำให้พลังเสวียนเทียนบางส่วนแปรเปลี่ยนเป็พลังของคมมีดวายุ
ในตราประทับนี้ ถังซานััได้ถึงความแตกต่างทันที
เมื่อพลังเปลี่ยนแปลงไป ธาตุวายุรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ตราประทับคมมีดวายุในร่างของถังซานเป็เหมือนจุดเชื่อมต่อที่ดึงดูดธาตุวายุให้วนเวียนรอบร่างของเขา
ถังซานพยายามดูดซับธาตุวายุเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายผ่านจุดเชื่อมต่อ แต่แล้วก็พบว่าในร่างกายมีอะไรบางอย่างกีดขวางไว้ ทำให้ไม่สามารถดูดซับได้สำเร็จ แต่ก็พอควบคุมธาตุวายุในอากาศได้บ้าง
เมื่อเขาควบแน่นคมมีดวายุขึ้นมาได้ คมมีดวายุในฝ่ามือของเขาก็ดูดซับธาตุวายุจากอากาศเข้ามา ทำให้พลังของคมมีดวายุแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย
น่าสนใจทีเดียว!
ถังซานเริ่มเข้าใจบางอย่าง
ในมหาพิภพภูตปีศาจหรือในดาวฝ่าหลาน ธาตุต่าง ๆ ไม่สามารถฝึกฝนหรือดูดซับได้โดยตรง แต่จะเป็ไปตามกฎพิเศษ ที่จะถูกดึงดูดโดยผู้ที่มีสายเืที่มีคุณสมบัติของธาตุเดียวกันเท่านั้น
นั่นหมายความว่าปีศาจหมาป่าของตระกูลหมาป่าวายุสามารถดูดซับธาตุวายุจากอากาศเพื่อเสริมแกร่งสายเืของตน แม้แต่มนุษย์ที่มีสายเืของตระกูลหมาป่าวายุก็สามารถดูดซับได้
เหตุที่เขาไม่สามารถดูดซับได้เพราะเขามีสายเืมนุษย์บริสุทธิ์ ไม่มีสายเืของตระกูลหมาป่าวายุ
พลังเสวียนเทียนสามารถแปรเปลี่ยนเป็พลังสายเืเหล่านี้ได้ แต่ไม่สามารถดูดซับจากอากาศได้โดยตรง แต่สามารถดูดซับพลังสายเืหมาป่าวายุที่ถูกแปรเปลี่ยนแล้วจากร่างของหมาป่าวายุเพื่อเสริมแกร่งคมมีดวายุของตนได้
ดูเหมือนว่าสายเืจะเป็ตัวกรองพลังของธรรมชาติ
เหตุที่มนุษย์อ่อนแอในโลกนี้มีความเกี่ยวข้องกับเื่นี้มาก มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถฝึกฝนได้เลย ในโลกนี้ไม่มีกฎที่เหมาะสมสำหรับการฝึกฝนของพวกเขา สิ่งมีชีวิตเช่นนี้จึงเป็ได้แค่ทาส ที่ไม่ถูกทำลายล้างจนสูญพันธุ์ ก็เพราะมนุษย์มีความสามารถในการขยายพันธุ์ที่สูงนั่นเอง
เมื่อเข้าใจในสิ่งนี้ ก็ทำให้ถังซานเข้าใจในโลกใบนี้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ดังนั้น การฝึกฝนในค่ายกลธาตุวายุนี้ ประโยชน์สูงสุดคือการเร่งความก้าวหน้าของพลังเสวียนเทียน แต่ไม่มีผลอะไรต่อด้านธาตุวายุ
แน่นอนว่าถังซานไม่กังวลเื่นี้ ในเมืองนี้มีหมาป่าวายุมากมาย ตอนนี้พลังเสวียนเทียนของเขาบรรลุถึงขั้นที่สี่แล้ว พลังโดยรวมเพิ่มขึ้นมาก การจะดูดซับพลังสายเืจากหมาป่าวายุบางตัวจึงง่ายขึ้น
สำหรับการฝึกฝนต่อไป ถังซานได้กำหนดเส้นทางแล้ว
่นี้ เขาจะฝึกฝนในค่ายกลธาตุวายุชั้นสองหนึ่งวัน และในคืนถัดไป เขาจะแอบออกจากบ้าน ไปตามหาหมาป่าวายุที่อยู่เพียงลำพัง
เขาไม่ได้เลือกหมาป่าวายุระดับสี่ที่มีจำนวนน้อยแต่แข็งแกร่งกว่า เป้าหมายของเขาคือหมาป่าวายุระดับสาม
ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับหมาป่าวายุระดับสาม เขาเพียงแค่ดูดซับพลังสายเืหนึ่งในสามเท่านั้น การถูกดูดซับพลังไปหนึ่งในสามนั้น อย่างมากสองถึงสามวันก็จะฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์ พวกมันจะรู้สึกเพียงร่างกายอ่อนแรงลงเล็กน้อยเท่านั้น หมาป่าวายุส่วนใหญ่แทบจะไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ
การดูดซับพลังที่น้อยลง ทำให้ถังซานดูดซึมและย่อยพลังได้เร็วขึ้น โดยพื้นฐานแล้วใช้เวลาเพียงสองวันก็สามารถหลอมรวมได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งนี้ช่วยในการฝึกฝนวิชาเสวียนเทียนและการฝึกฝนคมมีดวายุของเขาได้อย่างมาก
วันเวลาผ่านไปอย่างสงบสุขวันแล้ววันเล่า
พี่น้องแซ่หวังทั้งสามคนและหลิงมู่เสวี่ยต่างก็มีพร์ที่ดีมาก ภายใต้การสั่งสอนอย่างทุ่มเทของหวังเหยียนเฟิง พวกเขาทั้งหมดก็มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปหนึ่งปี ทั้งสี่คนต่างก็มีพลังหมาป่าวายุระดับสอง จากสภาพการกระตุ้นและปลุกพลังสายเืของพวกเขา เมื่อครบสามปี การมีพลังหมาป่าวายุระดับสามก็ไม่ใช่เื่ยากเย็นแต่อย่างใด
เมื่อพวกเขาสามารถใช้คมมีดวายุได้แล้ว หวังเหยียนเฟิงก็เริ่มถ่ายทอดวิชาร้อยศาสตราลับที่ถังซานสอนเขาให้แก่ทั้งสี่คน
เป็ไปตามที่ถังซานคาดการณ์ไว้ เนื่องจากถูกกดทับจากมิตินี้ การฝึกฝนวิชาเสวียนเทียนในระดับที่สูงขึ้นจะช้าลง ในเวลาหนึ่งปี เขายังไม่สามารถฝึกฝนวิชาเสวียนเทียนไปจนถึงจุดสูงสุดของขั้นที่สี่ได้ แต่ในด้านพลังโดยรวมกลับมีความก้าวหน้าอย่างมาก สิ่งที่สามารถฝึกฝนได้ในชาติก่อน ตอนนี้เขาก็เริ่มค่อย ๆ เก็บเกี่ยวกลับคืนมาแล้ว
ภายใต้การปกป้องของหวังเหยียนเฟิง ทั้งห้าคนที่มีข้าวกิน มีเสื้อผ้าอบอุ่นใส่ทุกวัน ต่างก็มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด
อันดับแรกคือรูปร่าง ตอนที่มาถึงใหม่ ๆ พวกเขาทุกคนต่างก็ผอมแห้งซีดเซียว แต่หลังจากผ่านการฝึกฝนและการดูแลมาหนึ่งปี ทุกคนดูแข็งแรงขึ้นมาก
หวังเชาเป็ผู้ใหญ่แล้ว รูปร่างแข็งแรง ส่วนสูงเกินห้าฉื่อครึ่ง ซึ่งถือว่าสูงมากในหมู่มนุษย์
หวังจงดูผอมเช่นเดิม แต่กลับมีพลังซ่อนอยู่ในกระดูก ดวงตาเล็ก ๆ มักจะหรี่เป็เส้นบาง ๆ มีประกายเย็นเยียบแฝงอยู่ เขาเป็คนที่พูดน้อยที่สุด แต่ก็ขยันฝึกฝนมากที่สุด
หวังเสียวเหล่ยเป็คนที่ร่าเริงที่สุดในบรรดาสามพี่น้องแซ่หวัง เขาดูเหมือนจะมีความคิดบางอย่าง มักจะวนเวียนอยู่รอบ ๆ หลิงมู่เสวี่ย จนทำให้นางรำคาญ แม้หวังเสียวเหล่ยจะอายุน้อย แต่ความสูงกลับตรงกันข้าม เขาสูงกว่าห้าฉื่อ สูงกว่าหวังจงหลายส่วน เมื่อเติบโตเต็มที่ ความสูงอาจจะเกินหวังเชาด้วยซ้ำ
ในหนึ่งปีนี้ ผู้ที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดกลับเป็หลิงมู่เสวี่ย การฝึกฝนและโภชนาการทำให้เด็กสาวที่แต่เดิมดูบอบบางกลายเป็สาวน้อยที่สดใส นางอายุสิบเอ็ดปีและเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ความสูงก็เกินสี่ฉื่อครึ่งแล้ว
ถังซานกลับมีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดในบรรดาทั้งสี่คน เขายังคงดูผอมบางอ่อนแอ ความสูงก็เปลี่ยนแปลงไม่มาก ดูเป็คนที่ไม่โดดเด่นที่สุดในบรรดาเด็กหนุ่มสาวทั้งห้า
"ถังซาน ตามอาจารย์มาหน่อย" หลังจากจบการเรียนวิชาการใน่เช้า หวังเหยียนเฟิงก็เรียกถังซานขึ้นไปบนชั้นสองอีกครั้ง ซึ่งคนอื่น ๆ ต่างก็คุ้นเคยกับเื่นี้แล้ว
ถังซานตามหลังหวังเหยียนเฟิงขึ้นไปชั้นสอง หวังเหยียนเฟิงพาเขาเข้าห้องแล้วชี้ไปที่ผนังห้อง
เมื่อสายตาของถังซานเห็นสิ่งที่แขวนอยู่บนผนัง ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นทันที
นั่นคือแผนที่ เป็แผนที่ที่ดูหยาบ ๆ อยู่บ้าง
หวังเหยียนเฟิงกล่าวว่า "นี่คือสิ่งที่เ้า้ามาตลอด ข้าหามาให้เ้าแล้ว ไม่ง่ายเลยจริง ๆ อ้อใช่ ข้าได้โอกาสดี ๆ มาให้เ้า เ้าเมืองสั่งให้ข้าไปมหานครเจียหลี่ ข้าสามารถพาผู้ติดตามไปได้หนึ่งคน เ้าอยากไปกับข้ารึไม่"
"เข้ามหานครเจียหลี่หรือ?" ดวงตาของถังซานสว่างวาบขึ้นทันที แววตาที่ปกติสงบนิ่งกลับเปลี่ยนเป็ตื่นเต้นในทันที
ในหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาได้เรียนรู้ตัวอักษรของมหาพิภพภูตปีศาจจากหวังเหยียนเฟิง ได้ฟังเื่เล่าเกี่ยวกับตำนานของเผ่าปีศาจและเผ่าภูต รวมถึงเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ
สำหรับเขาแล้ว การเรียนวิชาการสำคัญกว่าการฝึกฝนใน่บ่ายมากนัก
แต่นับั้แ่มาถึงโลกนี้ เป็เวลาเก้าปีเต็มแล้วที่เขายังไม่เคยออกจากเมืองหมาป่าวายุเลย