"ข้ารู้แล้วแต่วิธีของท่านจะได้ผลจริงๆ หรือ?" อันซิ่วเอ๋อร์ถามอย่างสงสัย
"ดีเกินไปก็ไม่ดีบางทีถ้าเจ้าดีกับใครมากไป พวกเขาอาจจะกลัวได้" จางเจิ้นอันยื่นมือไปหยิกแก้มอันซิ่วเอ๋อร์เบาๆ"เจ้าต้องจำคำข้าไว้ให้ดี อย่าใจอ่อน ต้องมีหลักการ เข้าใจไหม?"
"อืม ข้าจะไม่ใจอ่อนเด็ดขาดถ้าข้าใจอ่อนก็เท่ากับหักหลังตัวเอง" อันซิ่วเอ๋อร์พูดพลางยกถ้วยยาเดินออกไป
จางเจิ้นอันก็เดินตามนางไปในเมื่อมาถึงเรือนของอูซื่อแล้ว ก็ควรเข้าไปทักทายนางเสียหน่อย
"ท่านแม่ ยาได้แล้วเจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์ย่อตัวคารวะอูซื่อ แล้วยกถาดเดินเข้าไป
จางเจิ้นอันก็ทำความเคารพอูซื่อเช่นกัน"คำนับท่านแม่"
"วันนี้เจ้ามาทำอะไร?" อูซื่อบุ้ยใบ้ให้อันซิ่วเอ๋อร์วางถ้วยยาไว้ข้างๆ พลางกล่าว "ข้าได้ยินว่าพอเจ้ามาถึงก็รีบไปดูแม่หนูนั่นเลยรึกลัวข้าจะไม่อยู่ดูแลนางหรือไร?"
"ท่านแม่เข้าใจท่านพี่ผิดไปแล้วเจ้าค่ะท่านพี่อุตส่าห์ไปเคี่ยวยาให้ท่านแม่ในครัวด้วยตัวเอง" อันซิ่วเอ๋อร์ยกถ้วยยาขึ้น"บุตรชายที่กตัญญูเช่นนี้ หาได้ยากนักเจ้าค่ะ"
"หึๆ เขาน่ะรึกตัญญูถ้ากตัญญูจริงจะแต่งเจ้าเข้ามาหรือ?" อูซื่อแค่นเสียง
"คนโบราณว่าความซื่อสัตย์และความกตัญญูยากจะทำได้พร้อมกันท่านพี่แต่งข้ามานานแล้ว หากท่านแม่บังคับให้เขาหย่ากับข้าก็เท่ากับผลักดันเขาให้กลายเป็นคนอกตัญญู" อันซิ่วเอ๋อร์ได้รับเคล็ดลับจากจางเจิ้นอันมาแล้วเวลาพูดกับอูซื่อจึงไม่เกรงกลัวเหมือนแต่ก่อน
จางเจิ้นอันกล่าวเสริม"วันนี้ที่ข้ามาก็เพราะเห็นว่าอาการป่วยของท่านแม่ยังไม่ดีขึ้นข้ากลัวว่าซิ่วเอ๋อร์จะดูแลท่านได้ไม่ดีพอ กลัวนางจะปรนนิบัติท่านไม่ถูกใจเลยตั้งใจมาตักเตือนนางเสียหน่อย"
"หึ" อูซื่อแค่นเสียง"เจ้ายอมง่ายๆ อย่างนั้นรึ?"
"มีอะไรที่ข้าจะยอมไม่ได้?"จางเจิ้นอันยิ้มบางๆ "เอาล่ะได้เวลาดื่มยาแล้ว ท่านแม่ดื่มยาเถอะ ข้าขอตัวก่อน" ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินจากไป
หลังจากเขาไปแล้วอันซิ่วเอ๋อร์ก็เริ่มป้อนยาให้อูซื่อ อูซื่อมองนางด้วยรอยยิ้มแต่ตาไม่ยิ้มพลางกล่าว "เจ้าคงไม่อยากปรนนิบัติข้าแล้วสินะ?"
"จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ?"อันซิ่วเอ๋อร์ส่ายหน้า ยิ้มแล้วกล่าว "ข้าตั้งใจจะปรนนิบัติท่านแม่ให้ดีในช่วงนี้ต้องดูแลให้ท่านแม่หายป่วยไวๆ เจ้าค่ะ"
อูซื่อแค่นเสียง อันซิ่วเอ๋อร์จึงพูดต่อ"เอาล่ะเจ้าค่ะ ท่านแม่ อย่าคิดมากไปเลยจะทำให้ร่างกายทรุดโทรมเปล่าๆ" พูดจบก็ป้อนยาต่อ
พอดื่มยาเสร็จอูซื่อก็บ่นอยากกินผลไม้แช่อิ่ม อันซิ่วเอ๋อร์รู้ทันนิสัยนางดี หากนางไปหามาให้อีกฝ่ายต้องหาเรื่องติว่าไม่อร่อยบ้าง ไม่สดบ้าง แล้วบังคับให้นางออกไปซื้อมาใหม่พอซื้อมาแล้ว ก็อาจจะไม่กินเลย หรือกินไปแค่ชิ้นสองชิ้นแล้วก็วางทิ้ง
หลายวันก่อน อูซื่อสั่งให้นางไปซื้อนางก็ไปซื้อมาให้ทุกครั้ง แต่วันนี้นางกลับเปลี่ยนไป นางเพียงยิ้มแล้วพูดว่า"ท่านแม่ เพิ่งดื่มยาไป กินผลไม้แช่อิ่มไม่ได้นะเจ้าคะท่านหมอบอกว่ากินยาแล้วกินของหวานจะล้างฤทธิ์ยา"
พูดจบนางก็หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดมุมปากให้อูซื่อ"มิน่าเล่ากินยามาตั้งนานอาการป่วยของท่านแม่ถึงไม่ดีขึ้นเสียทีที่แท้ก็เป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง เมื่อก่อนลูกสะใภ้ไม่รู้ความเอาแต่ตามใจท่านแม่เสมอ แต่ดูเหมือนคนแก่ก็เหมือนเด็กลูกคงตามใจท่านแม่ไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ"
พออูซื่อได้ยินอันซิ่วเอ๋อร์พูดเช่นนั้นก็เอ่ยตำหนิต่างๆ นานาออกมาอีก แต่อันซิ่วเอ๋อร์กลับเอาแต่ยิ้มรับทำราวกับว่าอูซื่อเป็นแค่คนแก่เอาแต่ใจจริงๆ
อูซื่อโกรธจนเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบๆแต่อันซิ่วเอ๋อร์กลับยืนมองอยู่ข้างๆ ราวกับกำลังดูงิ้ว
"ต้องเป็นเจิ้นอันบอกเจ้าแน่ๆ ใช่ไหม?"อูซื่อพลันเข้าใจขึ้นมาทันทีรู้ว่าท่าทีที่เปลี่ยนไปของนางต้องเกี่ยวข้องกับการมาของจางเจิ้นอันวันนี้แน่
"ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านพี่บอกให้ข้าดูแลท่านแม่ให้ดี แม้ท่านแม่จะโกรธ ก็อย่าถือสาต้องคำนึงถึงสุขภาพของท่านแม่เป็นหลัก" อันซิ่วเอ๋อร์ยิ้มแย้มท่าทางดูใจดีเหลือเกิน
อูซื่อโกรธจนแทบกระอักเลือด แต่หลังจากนี้อันซิ่วเอ๋อร์ก็รับมือไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว พอดื่มยาเสร็จอูซื่อใช้ให้นางนวดบ่าให้ นางกลับบอกว่าคนแก่ต้องออกกำลังกายมากๆแล้วลากอูซื่อไปเดินเล่นในสวนครึ่งชั่วยาม ทำเอาอูซื่อเหนื่อยหอบแทบขาดใจ
พออูซื่อไม่อยากเดินอันซิ่วเอ๋อร์ก็พร่ำบ่นอยู่ข้างหู บอกว่านี่เป็นคำสั่งของสามีสามีกำชับว่าต้องให้ท่านแม่ออกมาเดินเล่นทุกวันเช่นนี้ ร่างกายถึงจะแข็งแรง
กว่าจะเดินกลับมาถึงเรือนได้พอถึงเวลากินข้าว อันซิ่วเอ๋อร์ก็คีบแต่ผักให้อูซื่อ อูซื่อส่งสายตาให้หลายครั้งนางกลับทำเป็นมองไม่เห็น กล่าวเพียงว่า
"กินผักดีต่อสุขภาพนะเจ้าคะท่านแม่ป่วยอยู่ กินของมันๆ มากไปไม่ดี ตำรับอาหารเดิมของท่านไม่ค่อยดีข้าเลยไปสั่งครัวให้เปลี่ยนใหม่แล้วเจ้าค่ะ"
"อันซื่อ! เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"อูซื่อฟาดตะเกียบลงบนโต๊ะ อันซิ่วเอ๋อร์ก้มลงเก็บตะเกียบอย่างใจเย็นพลางถาม "ท่านแม่อิ่มแล้วหรือเจ้าคะ?"
อูซื่อตวัดสายตาคมกริบมองนางแต่ไม่ได้พูดอะไร
อันซิ่วเอ๋อร์จึงนั่งลง"ในเมื่อท่านแม่อิ่มแล้ว งั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะ"
พูดจบ นางก็หยิบตะเกียบขึ้นมาเริ่มกินบ้างนางคีบแต่ของมันๆ ทั้งเนื้อปลา เนื้อหมู และกับข้าวดีๆอูซื่อเห็นแล้วก็โกรธจนตัวสั่น "ใครให้ท้ายเจ้าถึงกล้ามาทำกำเริบต่อหน้าข้า?"
"ท่านแม่จะมาโทษข้าไม่ได้นะเจ้าคะข้าก็แค่อยากรีบกินให้เสร็จ จะได้มาดูแลท่านแม่ใกล้ๆ ท่านแม่วางใจเถอะเจ้าค่ะคราวนี้ข้าจะดูแลท่านแม่อย่างดีแน่นอน แค่ท่านแม่เชื่อฟังข้าข้ารับรองว่าอีกสามวันท่านแม่ต้องหายป่วยแน่"
อันซิ่วเอ๋อร์พูดไปกินไป ไม่สนใจมารยาทใดๆทั้งสิ้น อย่างไรเสียนางก็เพิ่งมาหัดมารยาททีหลัง ต่อให้พยายามแค่ไหนอูซื่อก็ต้องหัวเราะเยาะว่านางเป็นพวกบ้านนอกคอกนาอยู่ดี
"เจ้า! เจ้าจะทำให้ข้าโมโหตายให้ได้!"อูซื่อสบถด่า อันซิ่วเอ๋อร์กลับไม่โกรธ เพียงปลอบว่า"ท่านแม่อย่าโมโหสิเจ้าคะ โกรธแล้วตับจะพังนะเจ้าคะ"
นางค่อยๆ กินข้าวอย่างสบายอารมณ์แล้วจึงเรียกคนมาเก็บโต๊ะ อูซื่อมองนางด้วยสายตาเย็นชาอยากจะรู้ว่าแม่เด็กนี่จะทำอะไรกับนางอีก
ใครจะรู้ว่านางกลับมาลากอูซื่อออกไปเดินเล่นอีกบอกว่ากินข้าวเสร็จต้องเดินย่อย ไม่อย่างนั้นกระเพาะจะเสีย
เมื่อครู่นางกินผักไปไม่กี่คำในท้องแทบไม่มีอะไรให้ย่อยเลย
พอกลับมาถึงเรือน อูซื่อหิวจนตาลายสั่งให้นางไปเอาขนมมาให้กิน ใครจะรู้ว่าอันซิ่วเอ๋อร์กลับเก็บขนมหนีไปเสียหมดพลางบอกว่า"ขนมพวกนี้แข็งเกินไปไม่เหมาะกับคนป่วยอย่างท่านแม่เจ้าค่ะ"
"นั่นก็ไม่ให้กิน นี่ก็ห้ามกินเจ้าคิดจะให้ข้าอดตายใช่ไหมหา?!" อูซื่อโกรธจนทุบเตียงเสียงดังปัง
"ท่านแม่ก็กินผักไปแล้วนี่เจ้าคะท่านแม่ป่วยอยู่ ควรกินของจืดๆ หน่อย กินตามใจปากไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์ไม่สนใจคำด่าของอูซื่อ เดินไปจัดที่นอนให้ พลางกล่าว"ท่านแม่ ดึกแล้ว พักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ"
อูซื่อนั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม่ขยับอันซิ่วเอ๋อร์ก็เรียกซ้ำๆ อูซื่อแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินแต่อันซิ่วเอ๋อร์ก็เรียกอยู่นั่น จนอูซื่อรำคาญทนไม่ไหว ต้องยอมลุกไปนอน
อันซิ่วเอ๋อร์ช่วยถอดเครื่องประดับผมให้นางเรียกคนเอาน้ำมาให้ล้างหน้า แล้วยังช่วยล้างเท้าให้อีกด้วย หลายวันที่ผ่านมานางทำสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองมาตลอด แต่อูซื่อไม่เคยเห็นความดีกลับตำหนิว่านางทำไม่สะอาด ต้องดุด่าอยู่เรื่อย
วันนี้ ตอนที่อันซิ่วเอ๋อร์ช่วยล้างเท้าให้นางกลับกดจุดบนฝ่าเท้าอูซื่ออย่างแรง อูซื่อเจ็บจนร้องเสียงหลงพยายามจะชักเท้ากลับ แต่อันซิ่วเอ๋อร์จับไว้แน่น "ท่านแม่เจ้าคะ ถ้าเส้นลมปราณเดินสะดวกก็จะไม่เจ็บที่เจ็บแสดงว่าเส้นลมปราณติดขัด ข้าเรียนวิธีนี้มาจากท่านหมอโดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะต่อไปนี้ข้าจะนวดให้ท่านแม่ทุกวัน"
พูดจบนางก็เริ่มลงมือนวดอีกครั้งอูซื่อทั้งเจ็บทั้งคันจนน้ำตาแทบเล็ด อันซิ่วเอ๋อร์เห็นท่าทางนางก็ใจอ่อนไปบ้างแต่พอนึกถึงคำพูดของจางเจิ้นอัน และคิดว่านี่ทำไปเพื่อตัวอูซื่อเองนางก็กัดฟันนวดต่อไป
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางถึงยอมหยุดมืออูซื่อเจ็บจนเหงื่อแตกพลั่ก "เจ้า!เจ้าจงใจแก้แค้นข้า!"
"ท่านแม่พูดอย่างนี้ได้อย่างไรเจ้าคะทำให้ข้าเสียใจนะ ท่านแม่ดูสิ เหงื่อออกเยอะขนาดนี้แสดงว่าสบายตัวขึ้นมากใช่ไหมเจ้าคะ?" อันซิ่วเอ๋อร์เรียกคนมาช่วยอูซื่อเปลี่ยนเสื้อผ้ารอจนนางล้มตัวลงนอน ก็ดับเทียนสองสามดวง แล้วเดินออกไป
อูซื่อคิดว่าคืนนี้จะต้องหาทางสั่งสอนนางให้เข็ดหลาบให้ได้คิดดังนั้นนางก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว ใครจะรู้ว่าเพิ่งหลับไปไม่นานก็ฝันร้ายฝันว่ายมทูตมาตามตัวจะลากลงนรก นางตกใจตื่น พอตื่นขึ้นมาก็เห็นหัวคนอยู่ข้างเตียงนางก็ตกใจสะดุ้งอีกครั้ง
พอตั้งสติได้ ในความมืดสลัวนางก็เห็นใบหน้าคนผู้นั้นชัดเจน ที่แท้คืออันซิ่วเอ๋อร์นั่นเอง
"เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"อูซื่อโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง
"ข้าเป็นห่วงว่าท่านแม่จะนอนฝันร้ายกลางดึกเลยมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์ถามอย่างอ่อนโยน"ท่านแม่ดื่มน้ำไหมเจ้าคะ? เดี๋ยวข้าไปรินมาให้"
"ไม่ต้อง" อูซื่อได้สติกลับมา ส่ายหน้าเบาๆ นางคิดจะไล่อันซิ่วเอ๋อร์ไป จะได้นอนต่อแต่อันซิ่วเอ๋อร์กลับนั่งอยู่ข้างๆ คอยถามนั่นถามนี่ นางไม่อยากสนใจแต่อีกฝ่ายก็พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด
กว่านางจะอาละวาดไล่อันซิ่วเอ๋อร์ไปได้นางก็หมดแรงเพลียจนนอนไม่หลับแล้ว
กว่าจะข่มตาหลับไปได้รู้สึกเหมือนเพิ่งหลับไปแป๊บเดียว อันซิ่วเอ๋อร์ก็มาปลุกอีก"ท่านแม่ อยากเข้าห้องน้ำไหมเจ้าคะ?"
"ไม่! ข้าไม่ได้เรียกเจ้าไม่ต้องมาปลุกข้า!" อูซื่อตอบอย่างฉุนเฉียว
"ข้ากลัวว่าจะนอนเพลินลืมปลุกท่านแม่เข้าห้องน้ำน่ะสิเจ้าคะหากท่านแม่เผลอทำเรื่องน่าอายตอนกลางคืนขึ้นมา มันจะไม่ดี" อันซิ่วเอ๋อร์พูดอย่างจริงจัง แต่คำพูดนั้นกลับทำให้อูซื่อหน้าร้อนผ่าวโชคดีที่ไม่มีใครได้ยิน ไม่อย่างนั้นนางคงอับอายขายหน้าแย่
อูซื่อต้องออกแรงไล่นางไปอีกครั้งแต่พอเพิ่งจะเคลิ้มหลับไป นางก็กลับมาอีกแล้ว
ตลอดทั้งคืน อันซิ่วเอ๋อร์ปลุกนางซ้ำๆบ้างก็ถามว่าดื่มน้ำไหม บ้างก็ถามว่าจะเข้าห้องน้ำหรือเปล่า อูซื่อโกรธจนตะคอกใส่"ถ้าข้าไม่เรียก ไม่ต้องเข้ามาในห้องนอนข้า!"
"แต่ท่านพี่บอกว่าเป็นลูกสะใภ้ต้องขยันขันแข็ง จะรอให้ท่านแม่สั่งทุกอย่างไม่ได้ท่านแม่วางใจเถอะเจ้า่ะ ข้าจะดูแลท่านแม่อย่างดี"
รอยยิ้มของอันซิ่วเอ๋อร์ในสายตาอูซื่อตอนนี้ช่างน่าขนลุกนัก โชคดีที่อีกสักพักอันซิ่วเอ๋อร์ต้องออกไปต้มยานางจึงฉวยโอกาสงีบหลับไปได้