71
หลี่ชางจวิ้นจอมกวนประสาท
ยามเว่ย
ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ ซือหยวนซาก็ใช้เวลาเกือบทั้งหมดหลังจากช่วยพวกเจินเจินทำงานไปกับการแอบวาดภาพเซียวหลินหลิงทำนั่นทำนี่ เพื่อเอาไว้ดูต่างหน้ายามที่ต้องจากนางกลับเมืองเป่ยพู...
ไม่ว่าจะเป็นตอนที่นางกำลังตากผ้า... ทำอาหาร...
แม้กระทั่งตอนนางนอนหลับ...
เดี๋ยวก่อน!! อย่าเพิ่งเข้าใจผิด!! เขาไม่ได้ไปแอบดูนางเสียหน่อย แต่วาดโดยอาศัยจากความทรงจำตอนที่นางยังอยู่จวนสกุลซือต่างหาก
ใบหน้าหวานที่นอนหลับตาพริ้มดูน่ารักไร้เดียงสาในวันนั้น ซือหยวนซายังจำได้ไม่ลืมเลือน...
ยกเว้นภาพตอนที่นางอยู่กับชางจวิ้น... เขาทำใจวาดเก็บไว้ไม่ลงจริงๆ
พูดถึงไอ้บุรุษหน้าคมผู้นั้น... ก็เทียวไปเทียวมาตลอด และเหมือนเดิม... ชอบทำตัวสนิทสนมกับหลินหลิงให้เขารู้สึกอิจฉาตลอด
จะว่าไป... วันนี้ก็แปลกที่ยังไม่โผล่มาให้เห็นแม้แต่เงา
หายหัวไปนั่นแหละดีแล้ว หายหัวไปทุกวันได้ยิ่งดี!
ซือหยวนซาคิดในใจแล้วยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี ขณะที่มือหนึ่งจับกระดานรองวาดรูป ส่วนอีกมือก็ใช้พู่กันหัวเล็กจุ่มหมึกสีดำแล้วค่อยๆ แต้มใส่ภาพที่กำลังวาด
“คุณชายหยวนซากำลังวาดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ!?” เมื่อได้ยินเสียงของเซียวหลินหลิงดังมาจากข้างหลัง ซือหยวนซาก็รีบหยิบภาพดอกไม้ที่วาดเสร็จแล้วมาปิดภาพที่ตัวเองกำลังวาดไว้
“วาดดอกไม้อยู่น่ะ...” ร่างสูงตอบพร้อมกับยิ้มบางๆ ทั้งที่ในใจเต้นระรัวด้วยความกลัวว่านางจะจับได้...
“อ๋อ... สวยดีนะเจ้าคะ” ร่างบางพยักหน้ารับแล้วก็เดินไปทำอย่างอื่นต่อ
พักนี้ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เซียวหลินหลิงรู้สึกว่าคุณชายหยวนซามีท่าทีห่างเหินกับนางมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะเขาต้องการสมาธิในการวาดรูปกระมัง ขนาดจุ้นเผิงที่เป็นบ่าวประจำตัวยังต้องอยู่ห่างๆ เลย เช่นนั้นนางก็ไม่ควรไปรบกวน...
ซือหยวนซาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนลงมือวาดรูปต่อ เรื่องนี้จะให้นางรู้ไม่ได้เด็ดขาด!
“ทุกคน!! ข้ากลับมาแล้ว!!” เสียงตะโกนของสตรีผู้หนึ่งที่ดังมาจากหน้าบ้าน ทำให้ร่างสูงที่คิดอะไรเพลินๆ ถึงกับสะดุ้ง
“เสียงนี้...” เจินเจินพึมพำ ก่อนที่ทุกคนจะวางมือจากทุกอย่างที่กำลังทำแล้ววิ่งออกไปหาต้นเสียงด้วยท่าทางดีใจ ซือหยวนซาจึงรีบตามออกไปดูบ้างว่าผู้ใดมา…
“หงถิง!!!” เจินเจินเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความดีใจ พลางโผเข้ากอดสตรีรูปร่างผอมบางที่สะพายย่ามหนังเก่าๆ ไว้บนไหล่ขวา
“ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว!!”
“พวกข้าคิดถึงเจ้ามากๆ”
“ข้าก็คิดถึงพวกเจ้าเช่นกัน” หงถิงกล่าวพร้อมกับยิ้มบางๆ
“เดินทางเป็นอย่างไรบ้าง!? ลำบากหรือไม่!?” เซียวหลินหลิงถามอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เลยเจ้าค่ะ ขอบคุณคุณหนูที่เป็นห่วง” หงถิงพูดพลางยิ้มให้ร่างบาง พลันสายตาของนางก็เหลือบมาเห็นซือหยวนซากับจุ้นเผิงที่ยืนอยู่ข้างหลังต้าเหลย จึงเผลอเสียงดังออกมาด้วยความตกใจ
“คุณชายสาม!!”
“เจ้ารู้จักคนผู้นี้ด้วยหรือ!?” เซียวหลินหลิงถามด้วยความสงสัย... ส่วนคนอื่นๆ ก็ลอบมองหน้ากันด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก
“เจ้าค่ะ… หนึ่งในสามบุตรชายแห่งสกุลซือ ผู้ใดบ้างจะไม่รู้จัก...” หงถิงที่รู้ตัวว่าเผลอหลุดปากรีบพูดแก้เก้อ เมื่อเห็นเซียวหลินหลิงพยักหน้ารับโดยไม่ซักไซ้อะไรต่อ เจินเจิน ปิงจือ ต้าเหลย ชินหวัง หงเถิง ซือหยวนซา จุ้นเผิงก็แอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นหงถิงก็กล่าวต่อเพื่อให้คำพูดเมื่อครู่ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
“ได้ยินชื่อเสียงของคุณชายมานานแล้ว... เป็นวาสนาของข้าที่มีโอกาสได้พบตัวจริง”
“ยินดีที่ได้พบเช่นกันหงถิง... ได้ยินพวกเจินเจินเอ่ยถึงเจ้าอยู่บ่อยๆ” ซือหยวนซารีบเล่นตามน้ำ พลางส่งยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่าย
“แล้วคุณชายมาอยู่ที่นี่นานหรือยังเจ้าคะ!?”
“ประมาณอาทิตย์กว่าๆ แล้วล่ะ” จุ้นเผิงตอบแทน
“เสียดายจริงๆ ที่ข้าดันไปทำธุระพอดีเลยไม่ได้เจอกัน” หงถิงแสร้งพึมพำ
“ใช่... เสียดายจริงๆ ที่เจ้าไม่อยู่” ชินหวังรับไม้ต่อทันที
“แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้เจ้าก็กลับมาแล้ว จะได้อยู่ชื่นชมคุณชายหยวนซาเต็มที่เลยทีเดียว” เซียวหลินหลิงเอ่ยออกไปอย่างพาซื่อทำให้ทุกคน โดยเฉพาะเจ้าของชื่อถึงกับสะดุ้ง
ชื่นชม!? ชื่นชมอันใดกัน!? คนที่ข้าจะยอมให้ชื่นชมมีแค่...
หยวนซา!! นี่เจ้าคิดอะไรอยู่ นางไม่ได้หมายความแบบนั้นเสียหน่อย!
แล้วร้อยวันพันปีตัวข้าเคยคิดเรื่องพรรค์นี้ที่ไหนกัน
“ข้าพูดอะไรผิดหรือ!?” ร่างบางถามด้วยความงุนงงหลังจากเห็นสีหน้าของคนอื่นๆ เมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมา หงเถิงจึงกระแอมเล็กน้อยแล้วตัดบท
“ข้าว่าพวกเราเข้าไปคุยกันต่อในบ้านดีกว่านะ” ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย…
หลังจากเข้ามานั่งข้างในบ้าน เซียวหลินหลิงก็ไปเอาน้ำชามาให้หงถิงดื่มดับกระหาย
“ขอบคุณมากเจ้าค่ะคุณหนู” หลังจากจิบชาแล้ว หงถิงก็เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีว่า
“ข้ามีเรื่องที่ต้องบอกทุกคน...”
“ข้ากับจุ้นเผิงจะออกไปรอข้างนอก...” ร่างสูงเอ่ยแล้วเดินออกไปพร้อมกับจุ้นเผิง ดูจากท่าทางของนาง ซือหยวนซาก็พอจะเดาออกว่าเป็นเรื่องอะไร
ถึงไม่มีใครบอกให้เขาออกไป ซือหยวนซาก็คิดว่าตัวเองไม่ควรอยู่ฟัง เพราะอาจจะทำให้เซียวหลินหลิงสงสัยได้และเผื่อพวกเจินเจินต้องการความเป็นส่วนตัว
“เหมยกุ้ยกับฟางชุนนั้นสบายดี... ทั้งสองคนคิดถึงและเป็นห่วงคุณหนูมากเจ้าค่ะ... แต่ว่ามีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากให้คุณหนูทำใจดีๆ ก่อนฟังนะเจ้าคะ” ร่างบางพยักหน้ารับพลางตอบว่า
“พูดมาเลยหงถิง...”
“นายท่านเซียวหลี่เจี๋ย... ตายแล้วเจ้าค่ะ...” คำพูดของหงถิงทำให้ทุกคนที่ได้ฟังรู้สึกใจหายวาบ โดยเฉพาะเซียวหลินหลิง
“เกิดอะไรขึ้นกับท่านพ่อ!?”
“นายท่าน... พาตัวฮูหยินเอกเฟยหย่าแล้วก็ตัวเองไปสารภาพผิดกับทางการ... เรื่องที่... ลงมือสังหารคุณหนูเจ้าค่ะ...”
“เอ๋?” เจินเจินอุทานขึ้นมา แล้วพูดต่อด้วยความหงุดหงิด
“ทั้งที่ตัวเองเป็นคนลงมือฟาดหัวคุณหนูเองเนี่ยนะ! แถมยังมีการให้นังฮูหยินเอกเอาคนมาลากคุณหนูไปฝังอีก!!!”
“ก็นั่นแหละที่ข้ากำลังจะเล่า...” แล้วหงถิงก็พูดต่อ…
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขณะเดียวกัน ซือหยวนซาที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ไม้ตัวเล็กๆ ก็กำลังก้มหน้าครุ่นคิดด้วยความกังวลใจ โดยมีจุ้นเผิงนั่งมองอย่างเป็นห่วง แต่ก็ไม่รู้ควรจะพูดปลอบใจอย่างไร
หากหลินหลิงรู้เรื่องท่านน้าเซียวหลี่เจี๋ย...
นางจะเสียใจขนาดไหนกัน!?
“อ้าว!! สวัสดีตอนบ่ายขอรับคุณชายหยวนซา”
เสียงนี้มัน...
เมื่อซือหยวนซาเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นหลี่ชางจวิ้นที่ยืนอยู่หน้ารั้วไม้ส่งยิ้มมาให้ ในมือถือซาลาเปากับขนมจีบร้อนๆ มาสองถุง
“คุณชายชางจวิ้น...”
“คุณชายอะไรกันขอรับ? ข้าก็เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาๆ”
“เช่นนั้นข้าก็ไม่ต่างจากเจ้า เรียกข้าว่าหยวนซาเถอะ” จากนั้นซือ หยวนซาก็พูดต่อ
“ตอนนี้พวกหลินหลิงกำลังคุยธุระส่วนตัวกันอยู่... ข้าก็เลยออกมานั่งข้างนอกน่ะ”
“อ๋อ...” หลี่ชางจวิ้นพยักหน้ารับก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูรั้วไม้แล้วเดินเข้ามาอย่างหน้าตาเฉย
“เจ้าจะไปไหนน่ะ!?”
“ถามแปลกจริง! ข้าก็จะเข้าไปฟังด้วยน่ะสิ!!” หลี่ชางจวิ้นกล่าวยิ้มๆ ประโยคเมื่อครู่คล้ายจงใจจะยั่วโมโหซือหยวนซา
“เข้าใจคำว่าส่วนตัวหรือไม่?” ร่างสูงถามเสียงเรียบ
“เข้าใจ แต่ข้ากับนางก็หาใช่คนอื่นคนไกลกันไม่ เรื่องของนางข้าย่อมต้องมีสิทธิ์รู้” อีกฝ่ายตอบด้วยท่าทางไม่ยี่หระ แล้วทำท่าจะเปิดประตูเข้าไป
“ข้าไม่ให้เข้า!” ซือหยวนซาเอ่ยพร้อมกับเอาตัวมาขวางไว้
“เจ้าอย่าหวงก้างไปหน่อยเลยน่า อิจฉาใช่หรือไม่ที่ตัวเองไม่ได้เข้า จึงพยายามมาขวางข้า” หลี่ชางจวิ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงกวนประสาท แต่ร่างสูงก็ทำเพียงข่มอารมณ์แล้วตอบว่า
“ปกติทุกครั้งที่เจ้ามาหานางข้าก็ไม่เคยยุ่งอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ข้าให้เจ้าเข้าไปฟังไม่ได้จริงๆ แม้เจ้าจะบอกว่าตัวเองมีสิทธิ์รู้ก็เถอะ...”
แต่... ที่ชางจวิ้นพูดมาก็อาจจะถูก... หลินหลิงคงจะเล่าเรื่องของนางให้เขาฟังหมดแล้ว...
กระนั้นไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ยอมไม่ได้อยู่ดี...
ซือหยวนซานิ่งไปสักพัก ก่อนพูดต่อ
“รอให้ข้าได้ยินจากปากหลินหลิงเองดีกว่า ข้าถึงจะเชื่อแล้วยอมให้เจ้าเข้าไป”
“หากข้าจะเข้าไปจริงๆ คิดว่าเจ้าจะขวางข้าได้หรือ!?” หลี่ชางจวิ้นกล่าว
“เหวอ!!”
“หยวนซา!! / คุณชาย!!”
พลันประตูก็ถูกเปิดออกจากข้างในทำให้ซือหยวนซาที่ยืนเอาหลังแนบประตูขวางหลี่ชางจวิ้นไว้เกือบหงายหลังชนกับหงเถิง แต่ยังใช้มือยันขอบประตูไว้ทัน ชางจวิ้นกับจุ้นเผิงที่มีสีหน้าตกใจไม่แพ้กันจึงรีบดึงตัวอีกฝ่ายกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้หงเถิงไม่ทันเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่
“เสียงดังอะไรกัน?” นางถามด้วยความสงสัย ก่อนจะเห็นหลี่ชางจวิ้นยืนอยู่กับซือหยวนซา
“อ้าวชางจวิ้น!! มาตั้งแต่เมื่อไร!?”
“เพิ่งมาถึงน่ะ ขอโทษทีที่วันนี้มาช้าไปหน่อย ข้าซื้อซาลาเปากับขนมจีบร้านป้าเตียมาฝากทุกคนด้วย” ชางจวิ้นเอ่ยยิ้มๆ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นหงถิง ซึ่งยืนอยู่ข้างหลังหงเถิง
“อ้าวหงถิง!! กลับมาแล้วหรือ!?” หลี่ชางจวิ้นเอ่ยทักทาย แต่เจ้าของชื่อก็ไม่ยอมพูดด้วย จากนั้นเขาก็ถามต่อ
“กำลังทำอะไรกันอยู่เหรอ!?”
“คุยธุระส่วนตัวกันอยู่น่ะ... อีกนานเลยกว่าจะเสร็จ” หงเถิงตอบ
“อ๋อ…” ชางจวิ้นพยักหน้ารับเบาๆ แล้วพูดต่อ
“เห็นทีข้าจะมาผิดเวลาเสียแล้ว...”
“ขอโทษด้วย” หงเถิงเอ่ยเสียงเรียบ
เห็นไหมล่ะ ข้าบอกแล้ว ซือหยวนซาที่ยืนดูอยู่ยิ้มเยาะในใจ
“ไม่เป็นไร... ข้ารอได้... เสร็จเมื่อไรก็มาบอกละกัน” จากนั้นหลี่ชางจวิ้นก็หันมาพูดกับซือหยวนซาว่า
“จุ้นเผิง คุณชายหยวนซาพวกเราไปเดินเล่นตรงโน้นกันเถอะ”
“ห... หา!?” ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบอะไร บุรุษหน้าคมก็จัดแจงวางถุงซาลาเปากับขนมจีบที่ซื้อมาฝากพวกเจินเจินไว้ที่เก้าอี้หน้าบ้าน แล้วตรงเข้ามากอดคอร่างสูงกับจุ้นเผิงด้วยท่าทีสนิทสนม ก่อนจะเดินนำออกไป...
ถามข้าสักคำหรือยัง...
แต่เอาเถอะ... ไปก็ไป!!
ซือหยวนซาคิดในใจ...
เบื้องลึกของน้องหลินหลิง ยุทธภพไร้ใจ ตัวข้าไม่ไร้รัก (ตอนนี้ก็กำลังเพิ่มเติมและแก้ไขเนื้อหาสำนวนภาษาอยู่)
และถ้าใครยังคิดว่าเรื่องนี้ยังฮาร์ดคอร์ไม่สุด ต้องพบกับ หัวเราะทีหลังดังกว่า!! เลยค่า ^_^ ความดราม่าอาจไม่เท่า แต่เนื้อเรื่องไม่เป็นรองใครแน่นอน!
ร่วมพูดคุยกันได้ที่ Han Yu หานยวี่ น้า
ปล.สำหรับคนชอบอ่านเรื่องสั้นๆ ปมไม่ซับซ้อนนะคะ
[สามพี่น้องตระกูลหาน] แต่งกับเจ้าแล้วไง! ข้าก็ไม่ได้รักเจ้าเสียหน่อย!