บทที่ 24 ให้ข้าน้อยปรนนิบัติท่านยามค่ำคืนดีหรือไม่? (รีไรต์)
เมิ่งฝานไม่รู้ว่ากระบี่มารคือสิ่งใด
ทว่าเพียงได้ยินชื่อนี้ก็พอจะเดาความน่าสะพรึงกลัวของมันได้คร่าว ๆ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันต้องแข็งแกร่งกว่ากระบี่ิญญาปกติอย่างแน่นอน!
"เ้าบอกว่าหากเขาไม่ได้อยู่ในหอคอยกระบี่ วันนี้คงตายแน่ หมายความว่าหากอยู่ในหอคอยกระบี่ เขาจะไม่ตายงั้นหรือ?" เมิ่งฝานเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ในสายตาของเมิ่งฝานสถานการณ์ของตู๋กูิในตอนนี้เรียกได้ว่าถึงฆาตอย่างไม่ต้องสงสัย
เ้าหมอนี่ต้องถูกกระบี่ชือเยว่ทรมานจนตายอย่างแน่นอน
วินาทีต่อมา เสียงของหงฉี่ก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเมิ่งฝาน
"ในหอคอยกระบี่ไม่ได้มีแค่เ้าคนเดียว เ้าช่วยเขาไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะช่วยไม่ได้"
เมื่อได้ยินคำพูดของหงฉี่ เมิ่งฝานจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าบนชั้นบนของหอคอยกระบี่ยังมีคนอยู่อีก
ทว่ายอดฝีมือบนชั้นบนนั้น เขาไม่เคยพบหน้าเลยสักครั้ง
ศิษย์พี่หลัวไม่เคยพาเขาขึ้นไปและตัวเขาเองก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามขึ้นไปเอง!
ในขณะที่เมิ่งฝานเห็นว่าตู๋กูิกำลังจะถูกกระบี่ชือเยว่ฟันขาดเป็สองท่อน เขาก็ััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ส่งลงมาจากเหนือศีรษะ
เขาััได้เลือนลางถึงกลิ่นอายสายหนึ่งที่แผ่ซ่านมาจากชั้นสองของหอคอยกระบี่ เพื่อกดข่มกระบี่ชือเยว่เอาไว้
แต่กลิ่นอายชนิดนี้คืออะไร เขากลับไม่รู้เลยสักนิด
ทว่าไม่ว่าจะเป็อะไร ย่อมต้องเป็ยอดฝีมือจากชั้นสองของหอคอยกระบี่ที่ลงมือแน่นอน
ตู๋กูิผู้นี้โชคดีจริง ๆ หากเขาเจอเื่แบบนี้ข้างนอก ป่านนี้คงกลายเป็ศพไปแล้ว
ทันทีที่กลิ่นอายนี้ปรากฏขึ้นกระบี่ชือเยว่ก็สงบลงในทันใด
มันค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปที่มุมกำแพงนิ่งสนิทไม่ไหวติง กลิ่นอายสังหารบนตัวกระบี่สลายหายไปจนสิ้น
ตู๋กูิทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หอบหายใจอย่างรุนแรง
เมื่อครู่ เขาอยู่ห่างจากความตายเพียงก้าวเดียว ััได้ถึงความหวาดกลัวต่อความตายอย่างแท้จริง
"เป็ข้าที่ประเมินตนเองสูงเกินไป" ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงโซเซลุกขึ้นพลางถอนหายใจ
เขาไม่ได้เลือกกระบี่ต่อแต่หยิบกระบี่ประจำตัวและหินิญญาของตนบนโต๊ะ แล้วหันหลังเดินออกจากหอคอยกระบี่ไป
เ้าหมอนี่จะว่าบุ่มบ่ามก็บุ่มบ่ามจริง ๆ
แต่พอรู้จักกาลเทศะก็กลับรู้จักกาลเทศะจนเกินเหตุ
ถึงแม้จะจัดการกระบี่ชือเยว่ไม่ได้ แต่การเลือกกระบี่ที่แข็งแกร่งกว่ากระบี่ฉางปิงนั้นไม่ใช่เื่ยากเลย
เมิ่งฝานส่ายหัว ไม่สนใจตู๋กูิอีก
"เ้าต้องระวังเ้าหมอนี่ไว้!" เสียงของหงฉี่ดังขึ้นในห้วงความคิดของเมิ่งฝานกะทันหัน
"หือ?" เมิ่งฝานใเล็กน้อย "เ้าหมายความว่าอย่างไร?"
"แม้เขาจะไม่ได้พูดคุยกับเ้า แต่ก่อนจะจากไป เขาแอบมองเ้าอย่างเงียบเชียบ ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความเย็นเยียบและน่าสยดสยอง ถึงขั้นมีกลิ่นอายสังหารแฝงอยู่จาง ๆ"
เมื่อได้ยินคำพูดของหงฉี่ เมิ่งฝานก็ถึงกับอึ้งไป
เมื่อครู่เขากำลังจัดระเบียบรายชื่อ จึงไม่ได้สังเกตว่าตู๋กูิมองเขาแวบหนึ่งก่อนจากไป
"เ้าเป็โรคระแวงเกินไปหรือเปล่า? ข้ากับเขาไม่มีความแค้นต่อกัน เขาจะมีจิตสังหารต่อข้าได้อย่างไร?" เมิ่งฝานรู้สึกว่าหงฉี่คิดมากไป
"เพราะความอิจฉาอย่างไรเล่า ข้าแขวนอยู่บนตัวเ้าอย่างเปิดเผย แทบจะประกาศให้โลกรู้ว่าเป็กระบี่ประจำตัวของเ้า
และสายตาที่ตู๋กูิมองข้านั้น ร้อนแรงยิ่งนัก!
เขาที่เป็ถึงศิษย์สายในกลับไม่ได้กระบี่ิญญา แต่เ้าที่เป็เพียงศิษย์เฝ้ากระบี่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับหนึ่ง กลับมีกระบี่ิญญา เขาจะไม่อิจฉาได้อย่างไร?
เพียงแต่เขาเป็คนเ้าเล่ห์และเก็บความรู้สึกเก่ง ไม่ได้แสดงอารมณ์เหล่านี้ออกมาต่อหน้าเ้า แต่ข้าจับได้!"
เมื่อได้ยินคำพูดของหงฉี่ สีหน้าของเมิ่งฝานก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที
เพราะเขารู้ว่าหงฉี่ไม่มีทางจงใจหลอกเขาในเื่นี้ ต้องเป็เื่จริงแน่นอน!
"เ้าหมอนี่ ดูภายนอกเงียบขรึมซื่อสัตย์ นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็คนมืดมนและน่ากลัวเช่นนี้" เมิ่งฝานขมวดคิ้วกล่าว
หากตู๋กูิเอ่ยปากยั่วยุเขา บอกว่าเขาไม่คู่ควรกับกระบี่ิญญาหรืออะไรทำนองนั้นเมิ่งฝานอาจจะไม่เก็บมาใส่ใจ
แต่ฝ่ายนั้นแสร้งทำเป็ไม่สนใจ ทั้งที่ไม่ได้พูดอะไรเลย แต่กลับแสดงจิตสังหารต่อเขาอย่างลับ ๆ
พิสูจน์ได้ว่าคนประเภทนี้คือพวกจิ้งจอกเ้าเล่ห์ ไม่รู้ว่าจะลอบแทงข้างหลังเมื่อไหร่!
"่นี้ เ้าควรลดการออกไปข้างนอก โดยเฉพาะอย่าไปในที่เปลี่ยวที่ไร้ผู้คน มิเช่นนั้นหากถูกเขาหมายหัวเข้าจริง ๆ เขาอาจจะฆ่าคนชิงกระบี่!" เสียงของหงฉี่ดังขึ้นในหัวของเมิ่งฝาน
ในมุมมองของหงฉี่ ตอนนี้เมิ่งฝานยังอ่อนแอเกินไป แม้จะมีนางคอยช่วยเหลือก็ยากที่จะเป็คู่ต่อสู้ของยอดฝีมือขั้นเจินอู่ได้
"วางใจเถอะ ข้าจะไปในที่เปลี่ยวได้อย่างไร?" เมิ่งฝานตอบรับ
เขาไม่ได้โต้แย้งหงฉี่ แม้ว่าเมิ่งฝานจะไม่กลัวตู๋กูิแต่ในเวลานี้ก็ไม่มีความจำเป็ต้องปากแข็ง
จริงอยู่ที่ตู๋กูิเป็ศิษย์สายในขั้นเจินอู่
แต่เมิ่งฝานมีไม้ตายก้นหีบอย่างเมล็ดพันธุ์เจตจำนงกระบี่ไท่ซ่างไร้เยื่อใย หากต้องสู้กันจริง ๆ ใครจะอยู่ใครจะไปยังไม่แน่!
ไม่สิ ต้องบอกว่ามีโอกาสสูงที่ตู๋กูิจะเป็ฝ่ายตาย!
เมล็ดพันธุ์เจตจำนงกระบี่ไท่ซ่างไร้เยื่อใย แม้จะเป็ของที่ใช้แล้วหมดไป แต่เมื่อะเิออกมาพลังของมันเทียบเท่ากับเจตจำนงกระบี่ที่สมบูรณ์หนึ่งสาย
การใช้สิ่งนี้ฆ่ายอดฝีมือขั้นเจินอู่ ถือว่าเป็การใช้ของเกินตัวไปเสียด้วยซ้ำ!
"แต่เ้าช่วยซ่อนมันหน่อยได้ไหม วันหลังหากมีคนปรากฏตัวขึ้น เ้าอย่าปล่อยกลิ่นอายของกระบี่ิญญาออกมาล่ะ" เมิ่งฝานกล่าวกับหงฉี่
กระบี่ิญญามีจิติญญา หากมันตั้งใจซ่อนกลิ่นอายของตน คนทั่วไปย่อมไม่สามารถพบได้ว่ามันคือกระบี่ิญญา
แน่นอนว่ายอดฝีมือที่ควบแน่นแก่นิญญากระบี่จนเป็หยวนเสินได้นั้น ไม่สามารถใช้คำว่าคนทั่วไปมาเปรียบเทียบได้
"ตกลง วันหลังข้าจะระวัง" หงฉี่ตอบรับอย่างว่าง่าย
ครู่ต่อมา ศิษย์พี่หลัวก็กลับมา
เมิ่งฝานไม่ได้พูดถึงเื่ของตู๋กูิ เขาไม่สามารถนำความกังวลและการคาดเดาไปบอกศิษย์พี่หลัวได้
ต่อให้บอกไป ศิษย์พี่หลัวก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก อีกทั้งยังทำให้เขาดูเป็คนขี้ขลาดกลัวตาย
ในยามค่ำคืน เมิ่งฝานบำเพ็ญเพียรอย่างเงียบ ๆ
ด้วยการสนับสนุนจากยาจวี้ชี่และยาชุ่ยถี่ ประกอบกับความช่วยเหลือจากต้นกำเนิดกระบี่ ความเร็วในการบำเพ็ญของเมิ่งฝานจึงรวดเร็วราวกับติดจรวด
จากคำบอกเล่าของหงฉี่ เมิ่งฝานจึงได้รู้ชื่อของปราณกระบี่ สิ่งนี้ไม่ควรเรียกว่าปราณกระบี่แต่ควรเรียกว่า 'ต้นกำเนิดกระบี่'
ใน่ครึ่งหลังของคืน กลิ่นอายบนตัวของเมิ่งฝานก็พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
ขั้นเลี่ยนชี่ระดับสอง!
หลังจากตรากตรำบำเพ็ญเพียรใน่วันที่ผ่านมา ในที่สุดเขาก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับสองได้สำเร็จ
"ยินดีด้วย เลื่อนขั้นเป็เลี่ยนชี่ระดับที่สองแล้ว" ร่างเสมือนของหงฉี่ลอยออกมาจากกระบี่หงฉี่ เพื่อร่วมยินดีกับเมิ่งฝาน
เมิ่งฝานยิ้มแล้วกล่าวว่า "แค่เลี่ยนชี่ระดับสอง ไม่เห็นจะมีอะไรน่าพูดถึง"
หงฉี่กลับกล่าวด้วยสีหน้าทึ่ง "แม้จะเป็เพียงเลี่ยนชี่ระดับสอง แต่เ้าดูดซับต้นกำเนิดกระบี่จากอาวุธกระบี่ทุกวันและใช้สิ่งนี้มาส่งเสริมการบำเพ็ญ ทำให้ความเร็วในการบำเพ็ญของเ้าเกือบจะเทียบเท่ากับรากปราณระดับสูงได้เลย ช่างเป็อัจฉริยะที่น่ากลัวจริง ๆ !"
นางนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ "หากวันหนึ่งเ้าสามารถฝึกฝนวิชากายากระบี่ก่อกำเนิดได้สำเร็จ และดูดซับต้นกำเนิดกระบี่อย่างต่อเนื่อง เช่นนั้นไม่ใช่ว่าจะเทียบเท่ากับรากปราณระดับ์ได้หรอกหรือ?"
รากปราณระดับ์ คือจุดสูงสุดของโลกใบนี้แล้ว
ส่วนรากปราณระดับเทวะนั้น เป็เพียงตัวตนในตำนานที่มีอยู่แค่ในทฤษฎีเท่านั้น
ไม่เคยมีใครรากปราณระดับเทวะที่แท้จริง และแม้แต่ในบันทึกก็ไม่มีการระบุถึงบุคคลเช่นนี้อย่างชัดเจน!
"ข้าดูคนไม่ผิดจริง ๆ ติดตามเ้าไป การล้างแค้นคงมีความหวัง"
หงฉี่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ นางดีใจกับการที่เมิ่งฝานทะลวงระดับได้มากกว่าตัวเมิ่งฝานเองเสียอีก
นางลอยมาตรงหน้าเมิ่งฝานด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ พร้อมกับยิ้มหวานแล้วกล่าวว่า "นายท่าน เพื่อเป็การฉลองที่ท่านทะลวงขั้น ให้ข้าน้อยปรนนิบัติท่านยามค่ำคืนดีหรือไม่?"