[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    120 ทักษะนิกายโบราณ

    “สวัสทุกท่าน ไม่ทราบว่าเข้ามาปิดล้อมสถาบันเฟยเทียนของข้าแบบนี้หมายความว่าอย่างไรหรือ”


    ผู้นำนิกายเฟยเทียนฉีกยิ้มกว้างมองจ้องไปรอบๆหลังจากอาจารย์ของทั้ง 3 สถาบันเดินเข้ามาปิดล้อมสถาบันเฟยเทียนเอาไว้ ทำให้อาจารย์สถาบันเฟยเทียนต้องเดินไปปิดเส้นทางไม่ให้ใครก็ตามเดินเข้ามาใกล้ศิษย์ของพวกเขา


    “ผู้นำนิกายเฟยเทียน พวกเราก็แค่อยากรู้สิ่งที่ลูกศิษย์ของท่านนำออกมา หากมันเป็นสิ่งที่อันตราย พวกเราอยากให้ท่านทำลายมันทิ้ง ไม่แน่มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เมืองของเราเกิดเภทภัยได้”


    “ใช่ หากมันอันตรายข้าอยากให้ท่านทำลายมันทิ้ง ตอนนี้เราก็อยู่พร้อมหน้ากันทั้ง 4 สถาบันแล้วยังมีเจ้าเมืองและชาวบ้านอยู่ด้วย ทำไมเราไม่ใช้ช่วงเวลาแบบนี้ตัดสินล่ะ ว่ามันจะต้องถูกทำลายหรือว่าถูกเก็บเอาไว้ในสถาบันเฟยเทียน”


    “อ๋อ ที่แท้พวกท่านก็หวังดีกับชาวเมืองและทุกๆคนที่เมืองหลงไห่สินะ ข้าก็นึกว่าอะไรเสียอีก” ผู้นำนิกายฉีกยิ้มกว้าง มองมายังตงฟาง จากนั้นพวกเขาก็ขยิบตาให้กันเพื่อขอเวลาปรึกษา


    “ผู้นำนิกาย ท่าทางแบบนั้นแสดงว่าศิษย์ของท่านเป็นผู้สืบทอดจริงๆใช่หรือไม่” อาจารย์จากสถาบันดาราเอ่ยถาม


    ตงฟางสามารถปฎิเสธได้ ว่าเขาไม่ใช่ผู้สืบทอด แต่เมื่อเรื่องจากเมืองหลวงเดินทางมาถึง  เขาจะแก้ตัวได้ยากมากยิ่งขึ้นไปอีก ไม่แน่อาจถึงขั้นเกิดสงครามแย่งชิงระหว่างสถาบันได้ เขาจึงต้องปรึกษาผู้นำนิกายเฟยเทียนก่อน เพื่อหาทางออกเพราะเขายังต้องการอยู่ในสถาบัน


    “ขอทานกัง”


    “ผู้นำนิกายโว๊ยไอ้เด็กเหลือขอ” ผู้นำนิกายเข้ามากอดคอตงฟางเพื่อกระซิบ


    “คือว่า ข้าได้รับสืบทอดบางอย่างจากวิหารนิกายโบราณมาจริง แต่มันไม่ใช่อาวุธ ข้าถามท่านได้ไหมว่านิกายโบราณมีเรื่องเล่ายังไง พวกเขามีทักษะอะไรน่ากลัวๆที่สือบทอดกันบ้าง” ผู้นำนิกายมองซ้ายขวา แล้วก้มลงไปกระซิบตงฟาง แม้ท่าทางของเขาจะน่าสงสัยมาก แต่ยังไม่มีใครกล้าเข้ามาขวาง


    “ไม่มี ถ้ามันมีเรื่องเล่าคงไม่มีใครเรียกมันว่านิกายโบราณหรอก คงบอกชื่อนิกายไปแล้ว”


    “งั้นข้าก็โกหกได้สินะ”


    “ใช่ แต่บอกข้าก่อนได้ไหมว่าเจ้าได้อะไรมา” ผู้นำนิกายเฟยเทียนอยากรู้สิ่งที่ตงฟางได้รับมา ทันใดนั้นผู้นำนิกายทั้ง 3 ก็กระตุ้นด้วยคำพูดจนพวกเขาทั้งสองไม่ได้ปรึกษากันต่อ


    “นี่พวกท่านกำลังทำอะไร บอกพวกเรามาได้แล้วว่าศิษย์ของท่านได้อะไรจากนิกายโบราณ” อาจารย์ต่างสถาบันล้วนต้องการคำตอบจากตงฟาง


    “บังเอิญว่าข้านั้นโชคดีนิดหน่อย ถูกปีศาจไล่ล่าจนเดินทางไปถึงวิหารนิกายโบราณ แล้วก็บังเอิญไปเจอเข้ากับทางตันที่แปลกประหลาด จึงลองใช้ทักษะยันต์ตรวจสอบ พบว่ามันเป็นค่ายกล ก็เลยใช้เวลานั่งแก้ค่ายกลไปเล่นๆหวังจะศึกษาไปด้วย ปรากฎว่าข้าแทรกแซงค่ายกลได้จนเดินเข้าไปในทางเดินที่ไม่เคยมีใครเข้าไปมาก่อน” 


    ตงฟางเล่าด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจ เพื่อให้คนที่ฟังเกิดอารมณ์ลุ้นตามเขาไปด้วย ว่าการเข้าไปในเส้นทางเดินลับ เขาไปเจออะไรมาบ้าง


    “ในตอนที่ข้าเข้าไปได้ ข้าก็เจอค่ายกลมากมาย จึงใช้วิธีเดิมในการทำให้ตัวเองแทรกตัวเข้าไปได้ สุดท้ายก็ไปถึงห้องโถงใหญ่มากๆ ใหญ่เท่าๆสวนสาธารณะนี่เลย ใจกลางมีรูปปั้นตั้งอยู่ แล้วก็มีโลงศพสีขาวด้านหลังรูปปั้น”


    ตงฟางพยายามบอกเล่าทุกอย่างไม่ให้ตกหล่น บอกว่าเขาเจอตัวอักษรใต้รูปปั้นมันสร้างมาจากพลังวิญญาณต้องใช้ทักษะดวงตาดีๆหน่อยถึงจะมองเห็น แต่เขาไม่ได้บอกว่ามันเขียนอะไรเอาไว้ บอกเพียงแค่ว่าเป็นบทสวดแปลกๆ แล้วก็ไม่สามารถพูดออกมาได้เพราะมันมีพลังป้องกัน ตอนนี้เขาก็ลืมมันไปแล้ว 


    หลังจากเขาท่องบทสวดเขาจึงเดินเข้าไปนอนในโลงศพสีขาว สุดท้ายก็ตื่นขึ้นมาพบผู้คนมากมายยืนล้อมเขาเพื่อแย่งชิงสิ่งที่เขาสืบทอด ทุกคนที่ได้ฟังต่างก็รอ ว่าสิ่งที่ตงฟางสืบทอดคืออะไร ทันใดนั้นตงฟางนำแร่ระดับ 5 ออกมาถือในมือทั้ง 2 ข้าง ท่ามกลางสายตาของทุกคนมองด้วยความสนใจ


    “สิ่งที่ข้าสืบทอดมานั้น เป็นความรู้ติดตัวทำให้ข้าหลอมอาวุธได้อย่างง่ายดาย  ข้าจะไม่พูดอะไรมาก”


    ตงฟางใช้พลังจิตทำให้แร่ในมือเปล่งแสงสีแดงร้อน จากนั้นเขาได้ใช้มือทั้งสองข้างปั้นมันให้หลอมรวมกันจนเป็นแท่ง จังหวะที่ทุกคนสนใจว่าตงฟางกำลังทำอะไรนี้เอง พวกเขาสังเกตเห็นตงฟางยื่นมือซ้ายไปใกล้ๆแท่งโลหะที่หลอมมาจากแร่ระดับ 5 แล้วเขาก็ขยับมือซ้ายเหมือนกำลังกำอะไรสักอย่างบนอากาศ ทันใดนั้นแท่งเหล็กในมือขวาของเขาก็ถูกพลังบางอย่างบีบอัดจนกลายเป็นดาบเล่มหนึ่งสร้างความตกใจให้กับผู้คนที่มองจ้อง


    ตงฟางใช้วิธีเหมือนโลกก่อนที่เขาเห็นช่างตีเหล็กต้องการสร้างดาบจำนวนมาก พวกเขาใช้เครื่องจักรใหญ่ยักษ์ปั้มเหล็กแผ่นให้เกิดรูปร่างเป็นดาบ ด้วยพลังจิตเลเวล 5 ทำให้เขามีพลังมากพอที่จะบีบอัดโลหะร้อนๆให้เป็นรูปร่าง หลังจากตงฟางได้ดาบมาหนึ่งเล่มเขาก็ไม่รอช้าคว้าอัญมณีธาตุไฟระดับ 5 ออกมาขยี้แล้วเป่าผงอัญมณีลงไปยังใบดาบ ทันทีที่เขาเป่าผงอัญมณีพวกมันก็พุ่งเข้าไปเคลือบดาบจากนั้นก็ฝังตัว เกิดเป็นดาบธาตุไฟระดับ 5 ขึ้นมาต่อหน้าต่อตาทุกๆคน


    “นี่แหละ สิ่งที่ข้าได้รับสืบทอด มันเป็นพลังติดตัวของข้า สอนก็ไม่ได้ เอาล่ะ ข้าขอมอบดาบเล่มนี้ให้ท่านเจ้าเมืองหลงไห่ก็แล้วกัน เผื่อจะมีใครสนใจอยากเห็นดาบระดับ 5 ที่ข้าสร้างจากทักษะที่นิกายโบราณ ”


    ตงฟางฉีกยิ้มกวาดตามองไปรอบๆ หลายคนล้วนแสดงท่าทางตะลึงงัน เนื่องจากดาบธาตุไฟระดับ 5 จะต้องเป็นผู้ที่มาจากเมืองหลวงถึงจะสร้างได้ ในเมืองของพวกเขามีเพียงอาจารย์ในสถาบันเท่านั้น แต่ก็มีอาจารย์อีก 3 สถาบันมองดูตงฟางด้วยความอิจฉา 


    “ผู้นำนิกาย ไปได้แล้วมั๊ง จะอยู่ให้พวกเขาฆ่าลูกศิษย์คนนี้เหรอ”


    ตงฟางสะกิดผู้นำนิกายเฟยเทียนให้รีบๆพาพวกเขาออกไปจากใจกลางเมือง ก่อนจะมีเรื่องร้ายๆตามมา


    “ใช่ๆ เอาล่ะทุกคน ในเมื่อไม่มีอะไรสงสัยแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อน หากมีเรื่องสงสัยอันใด เชิญส่งคนไปสอบถามที่สถาบันเฟยเทียนได้”


    พลังงานสีเขียวจากยันต์ในมืออาจารย์สถาบันเฟยเทียนเปล่งแสงออกมาจางๆ เข้าไปโอบอุ้มร่างของศิษย์สถาบันเฟยเทียน ทันทีที่ผู้นำนิกายพูดจบเหล่าคนจากสถาบันเฟยเทียนต่างบินขึ้นไปบนท้องฟ้า ปล่อยให้ทุกคนมองตามด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย บางคนโกรธแค้น บางคนอยากแย่งชิงสิ่งที่ตงฟางได้รับสืบทอด ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับไม่สามารถแย่งมาตรงๆได้เพราะที่นี่มีกฎ


    “กลับกันเถอะ” ผู้นำนิกายอีก 3 เริ่มพาศิษย์ของพวกเขากลับขึ้นไปบนเรือเหาะ ทางฝั่งชาวเมืองต่างเดินกรู่เข้าไปดูดาบระดับ 5 ที่ท่านเจ้าเมืองปักไว้ใจกลางเมือง เพื่อให้ทุกคนได้ชม


    กรอด~!


    “ตงฟาง ฉันจะทำให้แกไม่มีที่ยืน”


    ผู้นำตระกูลจงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น มันไม่ใช่สิ่งที่ตงฟางพูดแม้จะมีพยาน มันรู้ดีว่าลูกชายของมันจะต้องตายด้วยน้ำมือของตงฟางแน่นอน ถึงจะมีพยานหลักฐานมาไกล่เกลี่ยให้ก็ตาม พยานเหล่านั้นน่าจะเป็นคนรู้จักของตงฟาง พวกมันอาจจะมีการซื้อขายกันเพื่อให้มาช่วยกันโกหก


    “ผู้นำตระกูล เราจะทำยังไง”


    “รอ เราทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น รอโอกาส ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะหนีจากเราไปได้”


    —-------------------------------


    “เอาล่ะ พวกเจ้าทำได้ดีมาก แม้จะมีหลายคนไม่ได้เดินทางกลับมาด้วยกันก็ตามที”


    ผู้นำนิกายพูดกับศิษย์สายในที่พากลับสถาบัน ทุกคนที่มองไปเห็นหมู่บ้านของตัวเองกลับรู้สึกสั่นด้วยความดีใจ เพราะจะได้พักผ่อนเต็มอิ่มแล้ว หลังจากเข้าไปใช้ชีวิตทรมานหาประสบการณ์ในประตูเทพธิดา


    “ขอให้ทุกคนเก็บความรู้ที่ผ่านมาเอาไว้ให้ดี มันจะทำให้พวกเจ้าเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด เอาล่ะแยกย้ายกันได้ ส่วนเจ้า….. อยู่ก่อน”



    ศิษย์สายในมองจ้องไปยังตงฟางพร้อมกันหลังจากผู้นำนิกายออกคำสั่งให้ตงฟางอยู่ก่อน  ระหว่างที่ตงฟางมองคนอื่นๆกำลังเดินจากไปเขาก็ฉีกยิ้มส่งไปให้ผู้นำนิกายหลังจากพวกเขาอยู่ด้วยกัน 2 คน


    “ไอ้เด็กเหลือขอ แกสร้างปัญหาแล้วนะรู้ไหม”


    “ผู้นำนิกาย ข้าไม่ได้สร้างปัญหาเลยนะ” ตงฟางรีบปฎิเสธ


    “เรื่องที่เกิดขึ้น หากไม่นับตระกูลจง เรื่องที่เจ้าได้สืบทอดทักษะจากนิกายโบราณตอนนี้น่าจะดังที่เมืองหลวงและเมืองอื่นๆแล้วใช่ไหม”


    ตงฟางฉีกยิ้มแล้วพยักหน้ารัวๆ เขารู้ตัวดีว่าเรื่องนี้จะต้องดังระเบิดทุกมุมที่มีประตูเทพธิดาอย่างแน่นอน  การมีผู้ได้รับสืบทอดพลังของนิกายโบราณออกมาจากประตูเทพธิดา จะต้องมีคนเดินทางตามหาเขามากมาย หลากหลายจุดประสงค์ หนึ่งในนั้นคือแย่งชิง


    “ข้ามีทางเลือกให้เจ้าสองทางหากอยากปลอดภัย หนึ่ง หายไปซะ หายไปเลยไม่ต้องให้ใครรู้จักเจ้าอีก”


    “หา ผู้นำนิกาย นี่คิดจะขับไสไล่ส่งศิษย์อัฉริยะคนนี้เหรอ”ตงฟางชี้หน้าผู้นำนิกายเฟยเทียน


    “เปล่า ข้าไม่ได้จะขับไล่เจ้า ข้าเพียงแค่อยากให้เจ้าหนีไปบ่มเพาะสักหลายๆปี รอจนกว่าเรื่องของเจ้าจะซบเซาลงแล้วกลับมา ใบหน้าของเจ้าก็อาจจะเปลี่ยน ไม่แน่เจ้าอาจจะมีพลังสู้กับพวกที่ต้องการหาเรื่องเจ้าด้วย”


    “ไม่เอาด้วยหรอก ตาแก่คิดจะไล่ข้าออกไปจากสาวๆใช่ไหมล่ะ ข้ารู้นะว่าท่านแอบมองข้าอยู่ตลอด”


    “รู้อีก งั้นเส้นทางที่สอง เข้าสังกัดตึกนักเล่นแร่แปรธาตุเพื่อใช้อำนาจตึกนั้นปกป้องเจ้า แต่เจ้าก็ต้องแลกเปลี่ยนด้วยการสร้างอาวุธตอบแทน เป็นการสร้างประโยชน์ให้กันทั้งสองฝ่าย”


    “อืม เส้นทางที่สองน่าสนใจมากตาแก่ อาจารย์ซิ่วอยากรับข้าเป็นศิษย์พอดี ไม่แน่อาจารย์อีก 5 คนที่ใส่ร้ายข้าเรื่องฆ่าศิษย์สายตรงของพวกเขาก็หาเรื่องข้ายากขึ้น เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมากๆ แต่ข้าไม่เลือกทั้งสองวิธี ข้าอยากเลือกข้อสาม”


    “มันไม่มีหรอกข้อสาม มีแค่สองวิธีเท่านั้น เจ้าจงเลือกซะ”


    “ไม่ตาแก่ ข้าจะเลือกวิธีที่ 3 ตาแก่ต้องรับข้าเป็นศิษย์ ”


    “ไม่โว๊ย ข้าไม่มีศิษย์ ข้าเป็นผู้นำนิกาย ข้าไม่อยากรับศิษย์ อีกอย่างแกมันตัวปัญหา ข้าไม่น่าแนะนำเจ้าให้มาหาข้าเลย อยากย้อนกลับไปวันนั้นจริงๆ”


    “ใครบอกท่านหลอกให้ข้าวิ่งไปซื้ออาหารให้มากมาย เอาล่ะ ถ้าท่านไม่รับข้าก็จะประกาศออกไปเอง ว่าข้าเป็นศิษย์ของท่าน”


    “ไอ้เด็กเหลือขอ ใครมันจะไปเชื่อแก”


    “เชื่อสิ ต้องมีคนเชื่อข้าแน่นอนตาแก่  เด็กอายุ 15 เป็นระดับผสานวิญญาณขั้น 7 ได้รับสืบทอดทักษะจากนิกายโบราณ เพียงแค่นี้ก็ทำให้ทุกคนเชื่อแล้วว่าผู้นำนิกายเฟยเทียนจะต้องรับข้าแน่นอน”


    “เฮ่ย นี่แกวางแผนมาแล้วใช่ไหม ไอ้เด็กเหลือขอ”


    “ฮ่าๆๆ ตาแก่ ยอมซะ นี่เป็นวิธีเดียวที่ทำให้พวกเราอยู่ร่วมกันได้”


    “ไม่โว๊ย ข้าแค่ไล่เจ้าออกก็ได้แล้ว ไม่เห็นจะต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยาก”


    “งั้นข้าก็จะออกไปบอกทุกคนว่า ผู้นำนิกายเฟยเทียนแย่งทักษะลับของข้าไปแล้ว เพียงเท่านี้ศัตรูก็จะบุกเฟยเทียนแน่นอน”


    “ไอ้เด็กเหลือขอ แกมัน!” ผู้นำนิกายโมโหจนเลือดขึ้นหน้า ถึงอย่างนั้นเขากลับต้องทำแก้มป่องเพราะทางออกอีกเยอะที่คิดไว้ คงถูกตงฟางทำลายหมด เขาจึงยอม


    “ก็ได้ ต่อจากนี้ไปเจ้าจะเป็นศิษย์สายตรงของข้า”


    “ขอทานกัง เรามาตกลงอะไรกันก่อนดีกว่า การเป็นศิษย์ผู้นำนิกายจะต้องมีอะไรที่น่าสนใจหน่อย  หากมีคนบอกว่าข้าโง่มันจะกระทบท่านได้นะตาแก่”


    “หนอย ไอ้เด็กจิ้งจอก ว่ามา เจ้าอยากได้อะไร”


    “ข้าอยากเข้าถึงทักษะทุกๆอย่างที่สถาบันเฟยเทียนให้เรียน ต่อให้ข้าจะไม่มีสังกัดก็เรียนได้”


    “จะบ้าเหรอ”


    “ตาแก่ ถ้าหากว่าข้าแข็งแกร่งขึ้น ท่านนะที่เป็นคนได้หน้า


    “เออจริงด้วย งั้นเจ้าจะทำอะไรก็ทำ แต่อย่าทำให้สถาบันล่มสลายนะโว๊ย แล้วก็อย่าไปทำให้ผู้หญิงท้อง ถ้าข้ารู้ข้าจะฆ่าเจ้าแน่”


    “ข้ารักท่านที่สุดเลย ไหนล่ะ ป้ายศิษย์ของข้า” ตงฟางกระโดดกอดผู้นำนิกายแล้วขอป้าศิษย์หลักทันที 









    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน