หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก
บทที่ 53 จริงใจ
เป่าเปาตามพี่ชายสามไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่จวนอ๋องสาม แม้เวลาจะผ่านไปเป็นสิบปี แต่ถนนหนทางส่วนใหญ่ของเมืองหลวงไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงนัก ทำให้นางรู้สึกค่อนข้างชำนาญทางในเมืองหลวง โดยเฉพาะบนหลังคา
"แม่นาง เจ้ากำลังจะทำอะไร!!"
เสียงดังขึ้นจากบนหลังคาด้านหน้า ทำให้นางฉีกยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยตอบไปว่า
"คนๆ นั้นคือพี่ชายคนที่สามของข้าเอง ข้ามารอเก็บซาก เอ๊ย รอพาพี่ชายกลับบ้าน หากเขากลับเองไม่ไหวเจ้าค่ะ"
องครักษ์ลับที่คอยเฝ้าระวังอยู่ด้านบนจวน มองหน้าหลี่ซานพี่ชายสามทีหนึ่ง ก่อนจะหันมองหน้าหญิงสาว พบว่าทั้งสองมีหน้าตาละม้ายคล้ายกันก็ค่อนข้างเชื่อคำพูดของนาง แต่เขาก็ยังมีสิ่งค้างคาใจจึงเอ่ยถามอีกว่า
"แล้วคนผู้นั้นมากับเจ้าหรือไม่?"
เป่าเปาที่ได้ยินก็รู้สึกงุนงง จึงหันไปมองด้านหลัง พบกับจิ้นอันที่กำลังส่งยิ้มมาให้นาง
"ศิษย์พี่ นี่ท่านมาได้อย่างไร??"
"ข้าเห็นเจ้ากำลังวิ่งเล่นอยู่บนนี้ก็เลยตามมา"
เพราะนางมัวแต่สนใจพี่ชายที่อยู่ด้านล่างจึงไม่ได้สนใจจิ้นอันที่แอบตามมา เป่าเปาได้แต่เหลือบมองจิ้นอันทีหนึ่งก่อนจะหันไปตอบองครักษ์ผู้นั้นว่า
"เขามากับข้าเองเจ้าค่ะ"
"งั้นพวกเจ้าช่วยอยู่ห่างๆ อย่างสงบด้วย หากเห็นว่าพวกเจ้าประสงค์ร้ายหรือมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่"
กล่าวจบองครักษ์ผู้นั้นก็หายตัวไปทันที โดยปล่อยให้เป่าเปากับจิ้นอันยังคงยืนอยู่บนหลังคา จากความรู้สึกของเป่าเปา นางกล้าบอกได้เลยว่าคนผู้นั้นมีฝีมือมาก ทำให้นางไม่กล้ายั่วโมโหเขา
นางเลือกที่จะนั่งดูพี่ชายแสดงความสามารถให้พ่อตาให้อนาคตได้เห็นอยู่ห่างๆ
"อะเม็ดแตง จะได้มีอะไรทำระหว่างชมดูเรื่องสนุก"
"ศิษย์พี่ ท่านนี่ช่างรู้ใจข้าจริงๆ"
กล่าวจบนางก็รับเม็ดแตงจากจิ้นอันมาแทะอยู่บนหลังคา ในขณะที่พี่ชายคนที่สามกำลังเหงื่อแตกพลั่กอยู่เต็มหลัง
หลี่ซานพี่ชายคนที่สามถูกพามารออยู่ในสวนที่จวนอ๋องสาม แม้สวนแห่งนี้จะงดงามราวกับสรวงสวรรค์ แต่หลี่ซานของเรากลับไม่รู้สึกถึงความสวยงามแต่อย่างใด ในใจมีเพียงวิธีคิดหาทางรอด
ตั้งแต่ที่เขารู้ว่าตัวเองไปเกี้ยวบุตรสาวของอ๋องสามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหด เขาก็พยายามคิดหาทางออกให้ตัวเอง ภรรยาก็อยากมี ชีวิตก็อยากรอด จะทำอย่างไรดีล่ะ
ยังไม่ทันที่จะคิดออกก็ถูกเชิญมาสนทนาเสียก่อน ทำอย่างไรดี ทำอย่างไรดี นี่คือเสียงในหัวของหลี่ซาน ณ ตอนนี้
"เจ้าเองหรือที่มีนามว่าหลี่ซาน!!"
เสียงทรงพลังดังขึ้นมาจากด้านหลัง ส่งผลให้หลี่ซานถึงกับสะดุ้งตกใจ เมื่อมองไปทางต้นเสียงก็พบเข้ากับบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ ร่างกายกำยำ ใบหน้าคมสันดุดันน่าเกรงขาม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าบุคคลผู้นี้ต้องเป็นอนาคตพ่อตาของเขาอย่างแน่นอน หลี่ซานรวบรวมความกล้าทั้งหมดเอ่ยออกไปว่า
"ข้าน้อยคือหลี่ซาน ต้องการสมัครเป็นลูกเขยของท่านอ๋องขอรับ"
อ๋องสามที่ได้ยินคำพูดของหลี่ซานถึงกับชะงักเล็กน้อย ดวงตาจ้องมองไปที่หลี่ซานอย่างน่ากลัว
"บุตรสาวข้าคือกุลสตรีที่ดีพร้อม คิดว่าตัวเองมีอะไรดี ถึงกล้ามาเกี้ยวพาราสีบุตรสาวข้า!!"
เสียงตวาดราวกับกำลังโกรธทำเอาหลี่ซานสะดุ้งอีกครั้ง เขาพยายามคิดถึงคำพูดของน้องสาวคนเล็กที่ว่า หากมัวแต่อายก็จะอด ดังนั้นเขายอมเป็นคนหน้าด้านที่จะได้ ดีกว่าคนอายที่ต้องอด
"ข้าน้อยมีหน้าตาดีขอรับ"
คำตอบของหลี่ซานทำเอาอ๋องสามถึงกับคิ้วกระตุก หากเจ้าหนุ่มผู้นี้ตอบว่าตัวเองนิสัยดี เขาก็จะสวนกลับไปว่ามีอะไรมายืนยันว่าดี หากบอกว่าตัวเองร่ำรวย เขาก็จะตอบกลับไปว่าจวนอ๋องก็ไม่น่ามีทรัพย์สินน้อยกว่า แต่เจ้านี่กลับตอบว่าหน้าตามันดี แล้วเขาจะตอบกลับว่าอย่างไร?
หลังจากครุ่นคิดอยู่นานจนหัวคิ้วแทบชนกัน เสียงบุตรสาวของเขาก็ดังขึ้น
"ท่านพ่อ นี่ท่านไปจับตัวคนผู้นี้มาทำไมกันเจ้าคะ"
"ใครว่าข้าจับมา ข้าแค่เชิญเขามาเสวนาด้วยเท่านั้น จริงหรือไม่?"
"จ...จริงขอรับ"
เลี่ยงหรูมองไปทางบิดาของเขาทีหนึ่งอย่างไม่อยากเชื่อ แล้วเอ่ยขึ้นว่า
"เช่นนั้นพวกท่านกำลังสนทนาสิ่งใดกัน"
อ๋องสามกำลังคิดหาคำตอบดีๆ ที่จะนำมาตอบบุตรสาว แต่ถูกหลี่ซานผู้ชาญฉลาดเอ่ยขึ้นก่อนว่า
"ท่านอ๋องสามบอกข้าว่าคุณหนูเป็นสตรีที่ดีพร้อม ข้าต้องแสดงความจริงใจให้ท่านเห็นมากๆ หน่อยน่ะสิ"
"เอ๊ะนี่เจ้า..."
"หรือท่านอ๋องสามพูดสิ่งอื่นใดอีกขอรับ"
อ๋องสามถึงกับพูดอะไรไม่ออก เลี่ยงหรูที่เห็นบิดาของตัวเองจนมุมเป็นครั้งแรกก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ตอนแรกนางไม่ได้สนใจบุรุษผู้นี้มากนัก ในเมืองหลวงมีบุรุษหน้าตาดีตั้งมากมาย แต่บุรุษที่กล้าหาญชาญชัยต่อกรกับบิดาคงมีไม่มากนัก
"เช่นนั้นเพื่อแสดงความจริงใจ ท่านก็ช่วยแวะมาคุยเป็นเพื่อนท่านพ่อบ่อยๆ หน่อยก็แล้วกัน"
"ห๊ะ!!"
"ใช่ๆ ลูกข้าพูดถูก เจ้าต้องแสดงความจริงใจให้ข้าเห็นเสียก่อน!!"
หลี่ซานที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับเหงื่อตกอีกครั้ง เขาอยากได้ลูกเสือไม่ได้อยากได้พ่อเสือเสียหน่อย เหตุใดต้องแวะเวียนมาคุยกับพ่อของสตรีที่หมายปองบ่อยๆ กันล่ะเนี่ย
อ๋องสามที่เหมือนจะรู้ความในใจของชายหนุ่มก็ยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"หากเจ้าไม่อยากมาก็ไม่ต้องฝืน ข้าไม่ว่าอะไรเจ้าหรอก"
"ใครบอกว่าข้าไม่อยากมาเล่าขอรับ ข้าเพียงกำลังคิดว่าจะนำอะไรมาฝากดีเท่านั้นเอง"
"เฮอะ ให้มันจริงเถอะ กลัวแต่จะไม่กล้ามาเสียมากกว่า"
"ข้าจะมาทุกวันจนท่านต้องทนเห็นหน้าข้าไม่ไหวเลยขอรับ คอยดู"
"นี่เจ้า.."
"คิกๆๆ"
รอยยิ้มอันงดงามและเสียงหัวเราะอันไพเราะของเลี่ยงหรู ทำให้หลี่ซานถึงกับมองอย่างตกตะลึง นี่แหละคือสตรีที่เขาฝันใฝ่ อ๋องสามได้แต่มองหลี่ซานจนตัวแทบพรุน แต่อีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้าน เอาแต่มองสตรีที่หมายปองจนน้ำลายแทบหกลงมา
"อ้าวเป่าเปา เจ้าจะไปแล้วหรือ พี่ชายเจ้ายังไม่ออกมาเลย"
"พี่ชายข้าเก่งกาจขนาดนี้ ไม่ต้องมีข้าอยู่เขาก็กลับบ้านได้อย่างปลอดภัยแล้ว ข้าขอตัวกลับไปโรงน้ำชาก่อนล่ะ"
กล่าวจบเป่าเปาก็ลุกขึ้นยืน หันหลังกลับหมายจะจากไป แต่ถูกจิ้นอันเอ่ยรั้งเอาไว้
"ช้าก่อน"
"มีอะไรหรือเจ้าคะ"
"แล้วหากข้าอยากแสดงความจริงใจกับเจ้า ข้าต้องทำอย่างไร?"
"ท่านคงต้องผ่าน ท่านพ่อ ท่านอา และพี่ๆ ของข้ามาก่อนนะ ขอบคุณสำหรับเม็ดแตงนะเจ้าคะ"
หลังพูดจบเป่าเปาก็รีบจากไปด้วยความเขินอายเล็กน้อย แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเขามีใจให้นาง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอายอยู่ดี
จิ้นอันมองเป่าเปาจากไปด้วยหัวใจพองโต คำพูดของนางในวันนี้ดูเหมือนนางเองก็มีใจให้เขาอยู่เหมือนกัน ดังนั้นเย็นวันนี้เขาจึงกลับบ้านไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดเวลาจนคนที่บ้านอดสงสัยไม่ได้ว่า
"วันนี้หลานชายของท่านไปทำอะไรมา ยิ้มไม่หุบเลยตั้งแต่กลับมาถึง"
"ถ้าเจ้าอยากให้ข้ารู้ ก็ต้องยอมให้ข้าออกไปเดินตลาดบ้างสิ"
"ข้าห้ามท่านตอนไหนกัน??"
"ไม่ห้ามก็เหมือนห้าม เจ้าเล่นหักเบี้ยรายเดือนข้าตลอดเดือนเช่นนี้ข้าจะออกไปข้างนอกได้อย่างไรกัน"
"แล้วปกติท่านออกไปซื้อขนมได้อย่างไร?"
"..."
"นี่ท่านยังไม่ตอบข้าเลย!!"
"ช่างเถอะข้าไม่อยากคุยกับเจ้าแล้ว"
กล่าวจบจิ้นฝูก็รีบวิ่งไปคุยกับหลานชายเพื่อเบี่ยงประเด็นทันที ใครจะไปบอกว่าแอบหยิบจากเจ้ามานั่นแหละ หุหุ