ภายในห้องรับรองที่ตกแต่งอย่างหรูหราลึกลับ
"ว่ามา“ หนิงจูเชว่พูดขึ้นขณะนั่งกินถั่ว
"พรุ่งนี้จะมีการประมูลครั้งใหญ่ที่หอการค้าชิงซวน ข้า้าให้เ้าแฝงตัวเป็ผู้คุ้มกันลับให้กับ 'ศิลาผนึกดารา' ของสำคัญที่ตระกูลใหญ่ต่างจ้องจะฮุบ หากงานจบลงโดยของไม่หาย... บัวหิมะนั่นจะเป็ของเ้าทันที"
"ตกลง! และข้าขอแหวนมิติสักวงเป็ค่ามัดจำด้วย" หนิงจูเชว่สรุปจบอย่างรวดเร็ว
วันรุ่งขึ้น ณ หอการค้าชิงซวน
บรรยากาศหน้าหอการค้าชิงซวนตึงเครียดขึ้นมาทันที ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างรีบหลบวูบเมื่อเห็นนายน้อยตระกูลมู่ยืนเผชิญหน้ากับสตรีชุดแดง กลิ่นอายกดดันจากผู้คุ้มกันร่างั์ข้างกายมู่เฉิงนั้นหนักอึ้งดุจขุนเขา มันคือกลิ่นอายของ ขอบเขตหลอมรวมปราณ ขั้นสมบูรณ์ ที่เหนือกว่าหนิงจูเชว่ถึงหนึ่งขอบเขตใหญ่
"อาจารย์... ข้าว่าเราวิ่งตอนนี้อาจจะยังทันนะขอรับ" อาโกวขาสั่นพั่บๆ กอดกระเป๋าเงินที่เพิ่งได้จากการต้มตุ๋นเมื่อวานไว้แน่น "นั่นมันขั้นสมบูรณ์เลยนะขอรับ! แค่เขาสะบัดมือ พวกเราก็กลายเป็ปุ๋ยเฝ้าหน้าประตูเมืองแล้ว!"
หนิงจูเชว่ไม่ได้ตอบคำถามอาโกว นางหรี่ตาลงสำรวจคู่ต่อสู้ ในหัวประมวลผลอย่างรวดเร็ว 'หึ... ขอบเขตแรกเริ่มขั้นสุดขีดจำกัดของข้า แม้จะแน่นปึ้กแค่ไหน แต่จะให้ไปบวกตรงๆ กับขอบเขตหลอมรวมปราณขั้นสมบูรณ์ที่มีปราณแผ่ออกมาหุ้มกายได้แล้วเนี่ยนะ? ข้าไม่ใช่คนบ้าพลังขนาดนั้น!'
"มู่เฉิง... เ้าแน่ใจนะว่าจะมาทำตัวระรานหน้าหอการค้าชิงซวน?" หนิงจูเชว่เอ่ยเสียงเรียบ ท่าทางนิ่งสงบจนมู่เฉิงเริ่มลังเล "เ้าไม่รู้หรือว่าที่นี่คือเขตปลอดการต่อสู้ และยิ่งวันนี้มีของสำคัญระดับประเทศมาประมูล เ้าอยากให้ตระกูลมู่ถูกหมายหัวจากสมาคมหอการค้าเพราะนายน้อยมาไล่จับผู้หญิงหน้าประตูงั้นหรือ?"
"เ้าอย่ามาขู่! ปล้นของตระกูลมู่ไปแล้วยังลอยหน้าลอยตา!" มู่เฉิงตวาด "ผู้าุโเกอ หักขาแม่นางคนนี้แล้วลากตัวนางกลับไปรับโทษที่ตระกูล!"
ผู้าุโเกอ ผู้คุ้มกันขอบเขตหลอมรวมปราณขั้นสมบูรณ์ก้าวออกมาหนึ่งก้าว ปราณสีครามจางๆ เริ่มไหลเวียนรอบฝ่ามือ เขาทะยานร่างเข้าหาหนิงจูเชว่ดุจเหยี่ยวโฉบเหยื่อ
"เฉินอี้ อาโกว ถอยไป!" หนิงจูเชว่ะโสั่ง
นางไม่ได้ตั้งรับตรงๆ แต่กลับล้วงเอา 'แผ่นไม้แกะสลักลวดลายประหลาด' ออกมาจากแขนเสื้อ ซึ่งนางแอบหยิบมาจากกองขยะของอาโกวแล้วสลักอักขระมั่วๆ ไว้เมื่อคืน นางชูมันขึ้นฟ้าพร้อมกับโคจรปราณเพลิงในกายเข้าสู่แผ่นไม้จนมันเรืองแสงสีชาดสว่างจ้า
"หยุด! ใครขยับ...ข้าจะเปิดใช้งาน 'ค่ายกละเิโลกันต์' ทันที! ที่นี่พินาศข้าไม่สน แต่อยากรู้เหมือนกันว่านายน้อยตระกูลมู่จะเหลือซากไปอวดพ่อไหม!"
ผู้าุโเกอชะงักกึกกลางอากาศ ทักษะของเขาทำให้เขาััได้ถึง 'ความร้อน' ที่รุนแรงผิดปกติจากแผ่นไม้นั้น ซึ่งจริงๆ มันคือปราณเพลิงเสถียรขั้นสุดของหนิงจูเชว่ที่อัดเข้าไป เขาไม่กล้าเสี่ยงเพราะหน้าที่หลักคือคุ้มครองนายน้อย
"ถอยก่อนผู้าุโ!" มู่เฉิงหน้าซีด ก้าวถอยหลังไปหลายก้าว "นังผู้หญิงบ้า! เ้ากล้าทำลายหอการค้าเชียวหรือ?"
"ข้าไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่นา" หนิงจูเชว่ฉีกยิ้มเหี้ยม พลางกวักมือเรียกศิษย์ทั้งสอง "ไป... เข้าข้างในกันเถอะ อย่าไปเสียเวลากับพวกใจปลาซิวเลย"
ภายในหอการค้าชิงซาน การตกแต่งนั้นวิจิตรตระการตา หนิงจูเชว่เดินนำศิษย์ทั้งสองเข้าไปในโซนเตรียมการคุ้มกันลับตามที่นัดหมายกับมู่หย่งไว้ นางแอบโยนแผ่นไม้ทิ้งลงถังขยะอย่างรวดเร็ว
"อาจารย์... แผ่นไม้นั่นมันะเิได้จริงๆ หรือเ้าคะ?" เฉินอี้ถามด้วยความทึ่ง
"ะเิได้กับผีน่ะสิ!" หนิงจูเชว่กระซิบ "มันคือฟืนดีๆ นี่เอง แต่ไอ้พวกนั้นมันตื่นตูมไปเอง ข้าแค่ใช้จิตวิทยาข่มขวัญ จำไว้นะศิษย์รัก พลังที่แท้จริงไม่ใช่แค่การต่อยตี แต่คือการทำให้ศัตรู 'เชื่อ' ในสิ่งที่เ้าอยากให้เห็น"
นางพบกับมู่หย่งในชุดหน้ากากเงินอีกครั้งในห้องลับ "เ้ามาช้าไปนิดนะ" มู่หย่งเอ่ย
"มัวแต่คุยกับแมลงวันหน้าประตูอยู่น่ะ" หนิงจูเชว่ตอบอย่างไม่แยแส "ไหนล่ะ 'ศิลาผนึกดารา' ที่ข้าต้องคุ้มกัน?"
มู่หย่งชี้ไปยังกล่องที่วางอยู่กลางห้อง ภายในมีหินสีนิลที่แผ่กลิ่นอายของดวงดาวออกมาจางๆ "ของสิ่งนี้มีความสำคัญมาก มีข่าวว่า 'กลุ่มโจรเงาสังหาร' จะลงมือกลางงานประมูล ข้า้าให้เ้าใช้ไหวพริบของเ้า ปกป้องมันไว้ให้ได้"
หนิงจูเชว่เดินเข้าไปวนดูศิลานั้น ก่อนจะแสยะยิ้ม "คุ้มกันของจริงน่ะมันยากไป... มู่หย่ง เ้ามีหินกากๆ ที่รูปร่างเหมือนเ้านี่ไหม? ข้าจะทำ 'ของปลอม' ขึ้นมาสักสิบชิ้น แล้วแจกจ่ายให้คนในงานถือไว้ รับรองว่าโจรเงาอะไรนั่นจะได้หินขัดส้วมกลับบ้านไปแน่นอน!"
มู่หย่งนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ "เ้าช่างเ้าเล่ห์นัก... ได้ ข้าจะจัดเตรียมให้"
งานประมูลเริ่มขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางแเื่ตระกูลดัง มู่เฉิงก็นั่งอยู่ในแถวหน้าด้วยสายตาอาฆาต หนิงจูเชว่แฝงตัวอยู่ในเงามืดข้างเวที โดยให้อาโกวและเฉินอี้สวมชุดพนักงานหอการค้า คอยถือกล่องอัญมณีปลอมที่นางทำขึ้น โดยใช้เศษศิลาปราณต่ำๆ แปะหน้าให้ดูมีแสงวูบวาบ
และแล้ว... ในจังหวะที่ไฟในงานดับวูบลงตามคาด!
ฉับ!
เงาสีดำสายหนึ่งพุ่งเข้าหาเวทีเพื่อชิงศิลาผนึกดารา หนิงจูเชว่ไม่ได้พุ่งไปขวาง แต่กลับะโก้อง "นั่นไง! ของจริงอยู่นี่!! วิ่งเร็ว!"
อาโกวที่เตรียมตัวมาอย่างดีรีบวิ่งซิกแซกไปทั่วงาน "อย่าจับข้า! ของจริงอยู่นี่!"
โจรเงาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นพนักงานอีกคน (เฉินอี้) วิ่งไปอีกทางพร้อมกล่องที่เรืองแสงพอกัน ทันใดนั้น ความโกลาหลก็เกิดขึ้น เมื่อมี 'ศิลาผนึกดารา' โผล่ออกมาถึงหกกล่องพร้อมกันในจุดต่างๆ
"ไอ้พวกโง่! จับให้หมดทุกตัว!" หัวหน้าโจรเงาสั่งการอย่างบ้าคลั่ง
โจรเงาพุ่งเข้าหาอาโกวและเฉินอี้ แต่หนิงจูเชว่แอบใช้ปราณในกายบีบอัดดีดเม็ดถั่วใส่ขาพวกโจรจนล้มคะมำเป็ระยะๆ นางใช้ความวุ่นวายนี้ 'ยืมมือ' ผู้คุ้มกันของหอการค้าและผู้คุ้มกันตระกูลต่างๆ รวมถึงผู้าุโเกอของตระกูลมู่ที่ต้องปกป้องนายน้อย ให้เข้าไปปะทะกับโจรเงาแทน
"ผู้าุโเกอ! ระวังโจรมันจะชิงของไป!" หนิงจูเชว่ะโปั่นหัว
ผู้าุโเกอที่กำลังงงๆ เห็นโจรพุ่งมาหาทางนายน้อยมู่พอดี ก็เลยต้องซัดฝ่ามือสวนกลับเข้าใส่โจรเงาเต็มแรง
ตูมมมม!
โจรเงากับผู้คุ้มกันตระกูลมู่ซัดกันนัวเนีย โดยที่หนิงจูเชว่ยืนเคี้ยวขนมอยู่ข้างหลังมู่หย่งในมุมมืด พลางถือ 'ของจริง' ไว้ในมืออย่างปลอดภัย
"วิชา 'ยืมดาบฆ่าคน' ของเ้านี่มันร้ายกาจจริงๆ" มู่หย่งพึมพำ
"ก็นะ... ใครจะไปสู้กับพวกนั้นให้เหนื่อยล่ะ" หนิงจูเชว่ยักไหล่ "สู้ให้พวกมันตีกันเอง แล้วเราก็นั่งดูละครลิงแบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ? อ้อ... อย่าลืมบัวหิมะพันปีของข้านะ จบงานนี้ข้าจะเอาไปให้ศิษย์ข้าทันที!"
หนิงจูเชว่มองดูความพินาศของกลุ่มโจรเงาและตระกูลมู่ที่กำลังนัวเนียกันอย่างอารมณ์ดี นี่แหละคือรูปแบบของพญาหงส์... สวย ฉลาด และแสบถึงทรวง!
ข้อมูลเพิ่มเติม
มู่เฉิงกับมู่หย่ง เป็พี่น้องต่างมารดา แต่สถานะต่างกันราวฟ้ากับเหว
มู่เฉิง (นายน้อยสายตรง): เป็บุตรชายของภรรยาเอก เกิดมาพร้อมกองเงินกองทองและทรัพยากรหนุนหลังเพียบ จึงมีนิสัยโอหัง หยิ่งยโส และมีผู้คุ้มกันระดับสูงคอยตามประกบ (เหมือนนายน้อยเ้าสำราญทั่วไป)
มู่หย่ง (คุณชายสายรอง/เ้าของตลาดมืด): เป็บุตรที่เกิดจากหญิงรับใช้ ไม่ได้รับการยอมรับในตระกูลหลัก ถูกบีบให้ดิ้นรนเองจนต้องมาสร้างอาณาจักรในด้านมืด (ตลาดมืดเมืองชิงซวน) เขาจึงมีความฉลาด เยือกเย็น และลึกลับกว่ามู่เฉิงมาก
มู่หย่งต้องใช้หน้ากากเงินเพื่อปกปิดตัวตนไม่ให้คนของตระกูลมู่จับได้ว่าเขาคือ "เ้าพ่อตลาดมืด" เพราะถ้าความลับแตก ตระกูลมู่ โดยเฉพาะฝั่งแม่ของมู่เฉิง อาจจะหาทางกำจัดเขาเพราะมองว่าเป็เสี้ยนหนามที่เก่งเกินไป