เช้าวันใหม่ในเมืองจงซานไม่ได้มาพร้อมความสดใส แต่มาพร้อมกับ "ใบสั่งตาย" ในคราบจดหมายท้าทายสีแดงฉานที่ปักอยู่หน้าโรงรถของเถ้าแก่ลี บรรยากาศภายในโรงรถที่เคยเต็มไปด้วยเสียงค้อนและเครื่องยนต์กลับเงียบกริบจนน่าขนลุก คนงานนับสิบชีวิตยืนจับกลุ่มกันหน้าซีดเซียว สายตาทุกคู่จ้องมองไปที่ เฉินเฟิง ที่เพิ่งเดินเข้ามา
"เฟิง... นี่มันเื่อะไรกัน?" เถ้าแก่ลี ชายวัยห้าสิบเศษที่ร่างกายทรุดโทรมจากการทำงานหนัก เอ่ยถามเสียงสั่นพลางยื่นจดหมายให้ "ในนี้บอกว่า... ถ้าคุณไม่ไปปรากฏตัวที่บ่อนัเขียวคืนนี้ โรงรถของฉันจะต้องถอนทุนคืนเป็ 'ค่าปรับ' และคนงานทุกคนต้องติดหนี้หัวโต!"
เฉินเฟิงรับจดหมายมาอ่านอย่างช้าๆ แววตาของเขานิ่งสงบดุจผิวน้ำ แต่ภายในใจกลับเดือดพล่านดุจลาวา หวังคุน... แกขี้ขลาดกว่าที่ฉันคิด ชอบใช้จุดอ่อนของคนอื่นเป็เครื่องมือ คำขู่ในจดหมายไม่ได้เป็เพียงการท้าทาย แต่เป็การ "ล้อมกรอบ" ที่บีบให้เฉินเฟิงไม่มีทางเลือก
"เถ้าแก่... และทุกคน ฟังฉันนะ" เฉินเฟิงกวาดสายตามองเพื่อนร่วมงานที่เคยให้โอกาสเขา "เื่นี้เป็เื่ส่วนตัวของฉันกับหวังคุน พวกคุณไม่เกี่ยว ฉันสัญญา... คืนนี้ฉันจะไปจบเื่นี้ด้วยตัวเอง"
"แต่เฟิง... ที่นั่นมันถิ่นัเขียว! แกไปคนเดียวก็เท่ากับไปตาย!" คนงานคนหนึ่งะโขึ้นมาด้วยความเป็ห่วงและหวาดกลัว
"ฉันเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งในคุก... คืนนี้ฉันจะไปเพื่อ 'เกิดใหม่' และพาพวกคุณทุกคนหลุดพ้นจากเงาทมิฬนี้" เฉินเฟิงพูดเสียงเรียบแต่ทรงพลัง เขาตบไหล่เถ้าแก่ลีเบาๆ "ไม่ต้องกังวล... ฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องเดือดร้อนเพราะฉัน"
ตกเย็น เฉินเฟิงเดินกลับบ้านเพื่อเตรียมตัว เขาพบว่า เฉินไห่ นั่งรออยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เด็กหนุ่มพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หุบปากลง
"พ่อ... ผม..." เฉินไห่เอ่ยขึ้นในที่สุด เสียงของเขาสั่นเครือ
"อยู่แต่ในบ้านไห่... ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด" เฉินเฟิงสั่งเสียงเข้มโดยไม่หันไปมอง "นี่ไม่ใช่เกมเด็กเล่น... นี่คือาที่มีชีวิตเป็เดิมพัน"
"แต่ผม... ผมอยากช่วย"
"คุณช่วยพ่อได้มากที่สุดด้วยการอยู่เฉยๆ และดูแลแม่" เฉินเฟิงหันมาสบตาลูกชาย แววตาคมปลาบดุจใบมีด "จำไว้... ในโลกของการพนัน คนที่ประมาทที่สุดคือคนที่คิดว่าตัวเองมีดีพอที่จะชนะเกมที่เ้ามือวางกับดักไว้"
เฉินเฟิงเดินเข้าบ้าน หยิบถุงผ้าใบเก่งขึ้นมาเปิดออก... เขาหยิบเหรียญนำโชคของอาจารย์กู่ออกมา กำไว้แน่นจนเืยอด... จากนั้นจึงหยิบ เหรียญหยกสลักรูปกิเลน ขึ้นมาพิเคราะห์ใต้แสงจันทร์ 'สมาคมเซียนเงา'... พวกแกกำลังวางเดิมพันอะไรกันแน่?
เขาตัดสินใจเก็บเหรียญหยกไว้ในกระเป๋าเสื้อข้างซ้าย... ตรงตำแหน่งหัวใจ พอดี
ค่ำคืนในเมืองจงซานเต็มไปด้วยแสงสีนีออนที่สาดส่องปกปิดความโสมมเื้ั เฉินเฟิงเดินเท้าไปยังบ่อนัเขียวที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน บรรยากาศรอบบ่อนดูตึงเครียดกว่าปกติ ชายฉกรรจ์ในชุดดำนับสิบยืนคุมเชิงอยู่รอบบริเวณ
เมื่อเฉินเฟิงก้าวเท้าเข้าไปในบ่อน เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบโต๊ะพนัน นักพนันนับร้อยต่างจับจ้องมอง "เซียนนิรนาม" ที่บังอาจลบเหลี่ยมัเขียววันก่อน เฉินเฟิงเดินตรงไปยังโต๊ะประลองใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง... ตรงหน้าเขาคือ หวังคุน ที่นั่งเหยียดยิ้มเหี้ยม พลางพ่นควันซิการ์ราคาแพงออกมา
ข้างกายหวังคุนคือ เหมยลี่ ที่นั่งทำหน้านิ่งสงบราวนางพญา แต่แววตาของเธอกลับมีรอยกังวลพาดผ่านครู่หนึ่งเมื่อสบตากับเฉินเฟิง
"ยินดีต้อนรับ... เพื่อนเก่า" หวังคุนเอ่ยเสียงแหบพร่า "ฉันนึกว่าแกจะขี้ขลาดจนไม่กล้ามาเสียอีก"
"ฉันไม่ได้มาเพื่อแกหวังคุน... ฉันมาเพื่อจบเื่นี้" เฉินเฟิงตอบเสียงเรียบ แววตาคมปลาบจ้องมองเข้าไปในดวงตาของศัตรูเก่า
"ดี! งั้นเรามาเริ่มเกมกันเลย" หวังคุนผายมือไปยังชายหนุ่มร่างผอมเกร็งคนหนึ่งที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ... ชายหนุ่มที่มีนิ้วมือยาวเรียวผิดปกติ และสวมแว่นดำปิดบังดวงตา "นี่คือ 'เซียนไร้เงา' เซียนพนันที่ฉันจ้างมาเพื่อ 'ฆ่า' แกบนโต๊ะพนันโดยเฉพาะ!"
เซียนไร้เงานั่งนิ่งสงบราวก้อนหิน เขาไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว แต่เฉินเฟิงััได้ถึงรังสีสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย... รังสีสังหารที่เหนือชั้นกว่าอันธพาลข้างถนนนับร้อยเท่า!
"กติกาคือ 'เท็กซัสโฮลเด็ม' (Texas Hold'em) ตัดสินในสามตา" หวังคุนประกาศ "เดิมพันตาแรกคือ... ร้านค้าของเถ้าแก่ลี! ถ้าแกแพ้... เถ้าแก่และคนงานทุกคนต้องติดหนี้หัวโตและกลายเป็ทาสของฉัน!"
เฉินเฟิงนิ่งสงบ เขาจ้องมองเซียนไร้เงา... มันเป็ใครกันแน่? และทำไมหูของฉัน... ถึงจับเสียงหัวใจของมันไม่ได้เลย?