พันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ)

    บทที่51 โคตรใหญ่

            หาญป้า ที่เข้าไปตรวจดูดินเหลือง ที่หลางเทียนเอามาพวกนี้ มันช่างดูคุ้นตาเขาเสียเหลือเกิน… ก่อนเขาจะกล่าวพูดออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อ “ไม่!! มันไม่ใช่ดินธรรมดา นั่นมันดินเหลือง เฉกเช่นเดียวกับแปลงสมุนไพรล้ำค่า หรือว่า เจ้าคิดจะปลูกวัตถุดิบล้ำค่าเหล่านี้ หลางเทียน?” พร้อมเขาที่รีบอุดปากไว้อย่างฉับไว

     


    แม้แต่เสี่ยวเฉา ยังหันหน้าไปมองเจ้าหลางเทียน พร้อมเสียงกลืนน้ำลาย ลงคอดังไปอึกใหญ่ รอคำตอบ เด็กหนุ่มผมเปียหางม้า อย่างตั้งใจ

     


    หลางเทียน คลี่ยิ้มพร้อมพยักหน้า “อืมๆ อย่างไรค่ายอาคม สวนสมุนไพรก็กว้างขวาง ยืมใช้สถานที่นิดหน่อย น่าจะไม่เป็นอะไร”

     


            สีหน้าพวกเขาพลันตื่นเต้น ก่อนจับจอบจับเสียม เข้าไปภายในค่ายอาคม เตรียมทำแปลงเพราะปลูก... จวนไปถึงช่วงมืดค่ำ ยามดึกสงัด ดาวสว่างพร่างพราวเต็มท้องฟ้า เสียงความตื่นเต้นภายใต้แปลงสมุนไพร ที่ควรจะเงียบสงัดยามกลางคืน กลับมีเสียงพูดคุยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

     


            ผู้อาวุโสที่ดูแลสวนสมุนไพรล้ำค่า เขาก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร พวกหลางเทียนออกมา เนื่องด้วยพวกเขาไม่ได้เข้าไปยุ่ง แปลงสวนสมุนไพรหลัก ชายแก่อย่างเขาเองก็อยากจะรู้ ไอ้พวกบ้านี่ มันคิดทำเรื่องบ้าบอ อะไรกัน

     


             “นี่ก็มืดมากแล้ว ให้พวกเราทำต่อไม่ดีกว่าหรือ หลางเทียน อีกไม่กี่วันก็ใกล้จะถึงสัปดาห์วันท้าประลองแล้วนะ” เสี่ยวเฉา กล่าวด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าหลางเทียน จะไม่มีเวลาฝึกฝนขัดเกลาวิชา

     


             หลางเทียน ยิ้มแห้งๆ จริงๆ เขาดูดซับหินหยกเขียวมรกต แทบทุกคืน ทำให้วิชาหลอมกลืนกินเขา ยกระดับไปมากโข จวนวิชาเกือบไปแตะระดับสูงแล้ว ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ ออกมา

     


    “อ่าๆ ไม่เป็นไรใกล้จะเสร็จแล้ว” เมื่อทำการเพาะปลูกเสร็จสิ้น พวกเขาก็เห็นได้ชัดว่า วัตถุดิบที่ลงแปลงเพราะปลูก เกิดการเปลี่ยนแปลง ช้าๆ

     


             พวกเขาจึงค่อยแยกย้ายกันกลับที่พัก รอดูผลในวันพรุ่ง ว่าวัตถุดิบที่พวกเขาปลูก ลงไปภายในแปลงสมุนไพรล้ำค่าเหล่านั้น จะเติบโตหน้าตาเป็นอย่างไร

     


             ด้านชายแก่หันซ้าย หันขวาไม่เห็นพวกหลางเทียน อยู่อีกต่อไป เขาสืบฝีเท้าเข้าไปตรวจดู แปลงสวนสมุนไพรล้ำค่า ของกลุ่มพวกหลางเทียนทำขึ้นมาทันที ทว่าเขาก็ต้องห่างคิ้วสั่นกระตุกขึ้นมาถี่ยิบ ไม่คิดว่าเจ้าเด็กพวกนี้ถึงกับไปหา ดินเหลืองล้ำค่ามาได้

     


             ...รุ่งเช้า ที่ผู้คนพูดคุยเรื่องสัตว์อสูรพิทักษ์ สำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง บางคนอยู่ภายในสำนักมา2-3ปี ยังไม่มีโอกาสได้เห็นสัตว์อสูรพิทักษ์สำนัก เสียงพูดคุย ระหว่างเลือกสมุนไพรไปปรุงยา ภายในแปลงสวนสมุนไพร จึงดังออกมาไม่ขาด

     


    ก่อนหลานซือ จะบอกกล่าวคนที่ไม่เคยเห็นออกมา “หากเจ้าเจอ สัตว์อสูรกิเลนพิทักษ์สำนัก ข้ารับประกัน เจ้าจะไม่พูดเฉกเช่นนั้นแน่นอน”

     


             เด็กหนุ่มพยักหน้า บอกพี่ใหญ่อย่างเข้าใจความน่าคร้ามเกรง ของสัตว์อสูรพิทักษ์ สำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง ก่อนเขาจะหันปรายตา ไปมองบริเวณแปลงสมุนไพรใหม่ มีต้นไม้ประหลาด ขึ้นเต็มไปหมด “พี่ใหญ่แปลงสมุนไพรใหม่ ตรงนั้นมันคืออะไรกันแน่?”

     


             อี้หง ศิษย์น้องเล็กปรุงโอสถ กล่าวพูดขึ้นมาทันที นางรู้สึกแปลกใจตั้งแต่เข้ามาแล้ว “นั้นมันกะหล่ำปลี ฟักทอง แล้วก็หน่อไม้ ตรงนั้นมีเห็ดด้วย ทว่าเหตุใดมันโคตรพ่อ โคตรแม่ใหญ่เช่นนี้”

     


              “อืมๆ เห็นได้ชัดมันเต็มไปด้วยแก่นพลัง เกรงว่าจะมีคนนำมันมาปลูก ทว่าคนบ้าที่ไหน เอามาปลูกภายในแปลงสวนสมุนไพรล้ำค่า” หลานซือที่กล่าวพูด ยังไม่ทันขาดคำ

     


              พวกหลางเทียนต่างก็ตาโต เท่าไข่ห่าน เข้ามาลูบคลำ กะหล่ำปลี ฟักทอง ขนาดสามคนโอบด้วยดวงตาเปล่งประกาย ก่อนเสียงสั่งหยุดจะดังขึ้น เมื่อเห็นกงม่อซือ ไอ้เด็กหน้าดุ เตรียมจะใช้มีดฟัน หน่อไม้ยาวร่วม3เมตร เปี่ยมไปด้วยปราณพลังไป

     


    “พวกเจ้าหยุดเดี๋ยวนี้ แปลงสมุนไพรแห่งนี้ อาจจะเป็นแปลงสมุนไพรของ ผู้อาวุโสท่านใดก็ได้”

     


             พวกหลางเทียนที่เตรียมจะมาเก็บเกี่ยววัตถุดิบล้ำค่า ต่างก็หน้ามึนงง กับคำพูดของหลานซือ เด็กหนุ่มใบหน้าสุขุม ก่อนเขาจะห่างคิ้วกระตุก เมื่อได้ยินคำพูดของหลางเทียน

     


    “เจ้าพูดเรื่องบ้า อะไรของเจ้า”

     


              “เจ้า!! เจ้า!!” หลานซือสีหน้าฉุนเฉียว แดงก่ำลมแทบออกหู ก่อนจะได้ยินเสียงกระแอมไอ ชายแก่ผู้ดูแลขัดจังหวะ บอกกล่าว เหล่าศิษย์สายในออกมา “มันเป็นแปลงสมุนไพร ที่เจ้าหนูพวกนี้ทำขึ้นมา... ข้าได้รายงานเรื่องนี้ให้ผู้อาวุโสลำดับ4 เฉียนคุน ทราบแล้ว”

     


             “บ้าๆ เป็นไปได้อย่างไร” เหล่าคนที่รู้ความล้ำค่าของแปลงสมุนไพร แม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่ ภายในสำนัก ยังอยากครอบครองเป็นการส่วนตัว ไม่คิดว่าศิษย์สายนอก จะสร้างแปลงสมุนไพรล้ำค่าขึ้นมาได้

     


              พวกหลางเทียน ที่เก็บเกี่ยววัตถุดิบล้ำค่า แบกไปยังด้านหน้าหอภารกิจ แลกแต้มสำนัก ภายในสถานที่แห่งนั้น เต็มไปด้วยเหล่าศิษย์สายนอก ศิษย์สายใน มายืนต่อแถว แลกเปลี่ยนแต้มสำนักอยู่เป็นประจำ

     


              ก่อนเสียงแค่นเด็กหนุ่ม ต่อแถวจะดังขึ้นมา ครั้นเห็นพวกบ้าหลางเทียน แบกอะไรบางอย่างมา เป็นไอ้บ้าหอบฟาง “หึ!! หึ!! ไอ้เวรพวกนี้ มันแบกบ้าอะไรมาแลกเปลี่ยนกัน”

     


               คนอื่นๆ ที่ต่อแถวเอง ก็แอบขำหัวเราะก๊าก!! ก่อนเสียงหัวเราะเหล่านั้น จะพลันเงียบงัน เมื่อพวกเขาเห็น หน่อไม้ขนาดใหญ่ ยาวร่วม3เมตร ราวกับเป็นปล้องปืนใหญ่ ที่กงม่อซือเก็บมา คนอื่นๆ ที่เก็บวัตถุดิบ มาเฉกเช่นเดียวกัน ต้องรีบเก็บหน่อไม้อันกระจ้อยร่อย ของพวกเขาไปอย่างไว


     

              แล้วยิ่งเห็นโคตรพ่อ โคตรแม่ กะหล่ำปลี ฟักทอง เห็ด ชัดๆ ถนัดตา มันก็ทำให้รอบด้านต่างก็พากันแตกตื่น เกิดความวุ่นวาย แม้แต่ผู้อาวุโส ผู้ทำหน้าที่ประเมินของล้ำค่า เขายังตาลุกวาว เรียกพวกหลางเทียน แซงคิวขึ้นมาอยู่ด้านหน้าทันที เมื่อเห็นแก่นพลังงานมากมาย

     


    “เจ้าเจอมันที่ไหน?”

     


              พวกหลางเทียนต่างก็ตอบตะกุกตะกัก พร้อมคนอื่นๆ ตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ ก่อนพวกเขาจะรีบสืบฝีเท้า ไปยังป่าต้องห้ามท้ายสำนัก เมื่อรู้แหล่งที่มา... ผู้อาวุโสผู้ทำหน้าที่ประเมิน เขายังส่ายหัว ก่อนส่งมอบทรัพยากร ในการบ่มเพาะขั้นพลัง ให้พวกหลางเทียน สามารถอยู่สบายไปได้ถึง2เดือน จากของล้ำค่าที่พวกเขาได้รับ กลายเป็นคนอู้ฟู่ในพริบตา เหล่าคนที่เห็นต่างก็รู้สึกอิจฉาตาร้อน กลุ่มพวกหลางเทียนขึ้นมา

     


             พร้อมการกระทำของกลุ่มของพวกหลางเทียน ทำให้เกิดการกระเพื่อมไหว ไปทั่วสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง วัตถุดิบของล้ำค่า ตกลงฮวบฮาบอย่างน่าใจหาย พร้อมความไม่พอใจของผู้อาวุโสลำดับ3 หยวนหาญที่อยากจะลดทรัพยากร ในการบ่มเพาะขั้นพลัง ของพวกหลางเทียน ลูกศิษย์เจ้าคฤหาสน์เซียงหยางลง กลับดันผิดคาด สิ่งที่เขาคิดไปเสียหมด

     


    คล้ายกับเรื่องพันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ) ที่คุณอ่าน