ตอนที่ 21 : ข่าวร้ายกลายเป็จริง ตอนต้น
หลังจากเครื่องบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ทุกคนจัดที่นั่งของตัวเองและเริ่มสงบจิตสงบใจด้วยวิธีการต่าง ๆ
ริวกอดอกสมาธิ ิเซียนมองออกไปนอกหน้าต่าง ไดอาตะไบเล็บ เกวนหลับตาปรับลมหายใจ และอัลเฟรดนั่งเท้าคางกับโต๊ะทำสีหน้าครุ่นคิด
ส่วนชินนั้นไม่จำเป็ต้องทำสิ่งใดเพื่อให้ตัวเองสงบ สิ่งที่จำเป็มีแค่การเตรียมพร้อม
ถุงมือและชุดที่เปื้อนเืเป็จุดที่ชินเพิ่งสังเกต โอลิเวียจึงยื่นผ้าสะอาดให้ผืนนึงจากใต้ชั้นที่นั่ง
อนึ่ง ที่นั่งปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็สองกลุ่ม โดยริวกับิเซียนนั่งด้วยกัน หันหน้าเข้าหาเกวนและไดอา
ส่วนอีกฝั่งตรงข้ามเป็ที่นั่งของอัลเฟรดโดยมีชินกับโอลิเวียนั่งฝั่งตรงข้าม
อัลเฟรดจึงเห็นชินใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบเืได้ไม่ยาก
“รู้สึกยังไงบ้างเหรอครับคุณชิน”
“เื่อะไรล่ะ?” ชินตอบกลับโดยไม่ได้หันไปมองอัลเฟรด
ชายคนนี้มักจะเลือกใช้คำถามที่คลุมเครือเสมอ แต่ชินก็เลิกคิดมากกับเื่นั้นไปแล้ว
ถ้าจะมีอะไรให้สนใจ คงเป็คำถามมากกว่าวิธีการถาม
“เื่ฆ่าคนไงครับ”
คำถามของอัลเฟรดทำให้ชินหยุดมือไปแวบนึง แต่ชินก็เช็ดมืออีกข้างต่อแทบจะทันที
“ถามยังกับนายไม่เคยทำอย่างงั้นแหละ”
“ก็แหม ใช่ว่าคนเราจะรู้สึกเหมือนกันนี่ครับ”
อัลเฟรดยักไหล่แต่ชินไม่ตอบ ทำเอาอัลเฟรดหน้ามุ่ย การเห็นผู้ชายอายุไล่เรี่ยกันทำแก้มป่องใส่ไม่ได้ทำให้ชินรู้สึกผิดเลยสักนิด
กลับกัน ทำให้รู้สึกหงุดหงิดมากกว่า
“ผมแค่อยากรู้เท่านั้นเองว่าความรู้สึกหลังจากฆ่าคนบริสุทธิ์ไปมันเป็ยังไง”
อัลเฟรดเซ้าซี้มากกว่าปกติ ชินไม่เข้าใจเลยว่าเขาจะอยากรู้เื่นั้นไปทำไม
ถ้าไม่คิดมากเกินไป อัลเฟรดคงแค่อยากรู้ทัศนคติของเพื่อนร่วมงาน
แต่ถึงมีเจตนาอย่างอื่น ตอบคำถามนี้ไปก็ไม่เสียหายอยู่ดี
“ก็แค่ทำเื่ที่ต้องทำ ไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละ” ชินตอบไปตามตรง อัลเฟรดเบิกตาขึ้นดูแปลกใจไม่เบา
“...เ็าจังเลยนะครับ”
“คนพวกนั้นเป็ทหาร พวกเขาเตรียมใจมาอยู่แล้ว”
ชินรู้สึกว่าอัลเฟรดทำสีหน้าเสียใจขึ้นมาแวบนึง ซึ่งชินคงคาดเดาไม่ได้ว่าเป็เพราะอะไร
รู้สึกผิดแทน? หรือว่าหวาดกลัวในตัวชินขึ้นมา?
แต่... ไม่ว่าอย่างไหนก็ไม่ใช่เื่ที่เขาต้องสนใจอยู่ดี
“แล้ว... คุณชินทำเพื่อล้างแค้นเท่านั้นเหรอครับ” อัลเฟรดสงสัยไม่เลิก
“แล้วคิดว่ามีเหตุผลอื่นอีกรึไง?” ชินตอบกลับแบบเ็าตามเคย ทำอัลเฟรดยิ้มแห้ง
ดูเหมือนนั่นจะไม่ใช่คำตอบที่อัลเฟรดอยากได้
“ไม่ใช่อย่างนั้นสิครับ... ที่ผมอยากรู้คือคุณชินได้คิดรึเปล่าว่าหลังจากล้างแค้นเสร็จแล้วจะทำอะไรต่อน่ะ”
คำถามของอัลเฟรดทำให้ชินครุ่นคิด ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเช็ดคราบเืที่ติดเสื้อเสร็จแล้วมือของชินก็คงจะหยุดลงไปอีก
และสำหรับคำถามนั้น อย่าว่าแต่อัลเฟรดเลย แม้แต่โอลิเวียหรือแม้กระทั่งเกวนเองก็หันมองเงี่ยหูฟังตามไปด้วยเหมือนกัน
“...ไม่ได้คิด ไม่จำเป็ต้องคิดตอนนี้ด้วย”
แต่เ้าตัวก็ตอบกลับมาอย่างไร้ความรู้สึกตามเคยทำอัลเฟรดยิ้มขมออกมาอีกรอบ
คิดจะเวทนากันรึไง?
ชินแอบคิด แต่ก็ไม่คิดจะไปเปลี่ยนแปลงความคิดใคร
จะให้คิดเื่อนาคตตอนนี้มันยังเร็วไป
ยังไม่รู้เลยว่าการล้างแค้นจะเสร็จสิ้นลงเมื่อไหร่
ถ้ายังทำเื่นี้ไม่เสร็จ เอาเวลาไปคิดอย่างอื่นก็เป็แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น
เสียเวลาเปล่า ๆ
ในความคิดของชินโฟกัสแต่เป้าหมายปัจจุบัน ถึงแม้อาจจะดูน่าเศร้าไปหน่อยแต่นั่นก็เป็แค่ในความคิดของคนอื่น
ในความคิดของเขา ตอนนี้มีแต่หมอกเมฆทำทมิฬที่เกิดจาก ‘ความเกลียดชัง’ เท่านั้น
อนาคตที่หวังไว้เกิดขึ้นจากความแค้นด้วยรึเปล่า? หรือสิ่งที่วางแผนไว้ในอนาคตมันจะเกิดขึ้นจริงได้ไหมหากล้างแค้นสำเร็จ? ชินไม่อาจรู้ได้เลยหากไม่กำจัดเ้าเมฆหมอกพวกนี้ออกไปก่อน
ถ้าไม่กำจัดมันออกไปก่อน ชินก็ไม่คิดว่าจะมองเห็นอะไรได้ตามความเป็จริง
เรียกว่าเขาเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นเหมือนกัน
สิ่งที่ต้องทำก็มีแต่การทำเื่ที่ทำได้ให้สำเร็จไปทีละอย่าง
และพอพูดถึงสิ่งที่ทำได้ ความสงสัยของชินก่อนขึ้นเครื่องก็หวนกลับมาทันที
“ว่าไปแล้ว... นายน่ะ เห็นพลังควบคุมผู้คนใช้ได้ดีขนาดนั้น แต่ไม่คิดจะช่วยกันตอนที่พวก J.S.F. บุกมาเลยนะ”
“พลังนี้ใช้กับคนที่ตั้งตัวเป็ศัตรูอย่างชัดเจนขนาดนั้นไม่ไหวหรอกครับ”
อัลเฟรดแบะมือยิ้มแห้ง ท่าทางขอไปทีไม่จริงจังเอาเสียเลยนั่นไม่ทำให้ชินรู้สึกน่าเชื่อถือเลยสักนิด แถมยังทำให้โอลิเวียขมวดคิ้วหงุดหงิดอีกต่างหาก
“แต่ว่าคุณชิน... ลึก ๆ เองก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ครับว่ามันทำไม่ได้ คุณถึงไม่ขอให้ผมช่วยแต่แรกไง”
แต่อัลเฟรดก็กลับยิ้มมีเลศนัยมาทางชิน ชายคนนี้มองแค่ภายนอกไม่ได้จริง ๆ ว่าหยอกเล่นหรือจริงจัง
“...ฉันไม่เชื่อว่าพลังนั้นมีจริงต่างหากถึงไม่ได้ขอให้ช่วย”
“งั้นเหรอครับเนี่ย น่าเสียดาย”
อัลเฟรดยักไหล่ ทำหน้าตาเสียอกเสียใจเสียขนาดนั้น
...แต่แน่นอนว่าชินไม่ได้ยี่หระอะไร ชินมองลงไปยังนอกหน้าต่าง พอเริ่มเห็นแผ่นดินจากที่เห็นทะเลมาตลอดก็ทำให้ฉุกคิดขึ้นมา
“แล้วก็อีกเื่นึง”
“อะไรเหรอครับ?” อัลเฟรดกระตือรือร้นเื่การตอบคำถามชินอีกครั้ง
“นายยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าวิธีการยึดครองดินแดนในทางปฏิบัติแล้วต้องทำยังไง แล้วมีเงื่อนไขอะไรบ้างในการยึดครอง”
“อ้อ! จะว่าไปก็จริงด้วยนะครับ”
อัลเฟรดทุบมือเข้าด้วยกัน นึกขึ้นได้ว่าตั้งใจจะบอกั้แ่อยู่ในเซฟเฮาส์ แต่ก็เพราะโดนบุกจู่โจมก่อนเลยไม่ทันได้อธิบาย
แน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่สายเกินไป อัลเฟรดชูนิ้วชี้ขึ้นมาก่อนเริ่มอธิบาย
“โดยปกติ วิธีการยึดครองประเทศใด ๆ ก็ตาม จะต้องใช้ตราราชันย์หรือตราอัศวินทำสัญญากับดินแดนนั้น ๆ ครับ”
ชินพยักหน้ารับตามนั้น ส่วนโอลิเวียตาเหม่อไปมองรอบตัวเครื่องบินแล้ว เพราะเื่นั้นคงมีแต่คนที่มีตราที่เข้าใจ รวมถึงคนที่ทำหน้าที่ยึดครองด้วย
ซึ่งแน่นอนว่านั่นไม่ใช่หน้าที่ของผู้ร่วมมืออย่างทั้งสองคน
ชินจึงหวังว่าจะมีข้อมูลที่มีประโยชน์พอใช้สนับสนุนทีมได้ เขาตั้งใจฟังอัลเฟรดต่อ
“ที่ผมว่าไปเป็กรณีปกติ... ถ้าในดินแดนที่จะทำการยึดครองไม่มีศัตรูที่ถือครองตรา เราจะยึดครองประเทศนั้นได้ทันที แต่ถ้าหากในเขตประเทศนั้นมีผู้ถือครองตราของฝ่ายศัตรูอยู่ด้วย เราจะต้องทำให้อีกฝ่ายหมดสติให้ได้หมดทุกคนจนเหลือแต่ฝั่งตัวเองก่อนครับถึงจะทำสัญญายึดดินแดนได้”
“...ที่พูดมานั่นมันยากกว่าที่คิดนะ”
ชินขมวดคิ้วภายใต้หน้ากาก ต้องขอบคุณเื่นั้นเลยไม่มีใครเห็น
คงมีโอลิเวียที่พอจับอารมณ์จากน้ำเสียงชินได้ว่าความกังวลของเขาเพิ่มมากขึ้น
ต้องควานหาศัตรูที่ไม่รู้ว่าเป็ของฝั่งไหนให้ครบทุกคนเพื่อให้เหลือแต่ฝั่งตัวเอง
แบบนั้นต่อให้โค่นผู้ปกครองคนปัจจุบันได้ แต่ถ้ามีมือที่สามส่งอัศวินของตัวเองเข้ามาแอบในเขต เราก็จะไม่มีวันยึดครองดินแดนนั้นได้เลยน่ะสิ
นอกซะจากว่าต้องรู้ที่อยู่ของมือที่สามนั่น ซึ่งไม่ง่ายเลย
ทำไมถึงเพิ่งมาบอกเื่สำคัญเอาตอนนี้นะ
ชินรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา แต่อัลเฟรดกลับไม่เสียรอยยิ้มไป
“ไม่เป็ไรหรอกคร้าบ เพราะแบบนั้นถึงต้องมีการสืบข้อมูลก่อนบุกยังไงล่ะครับ”
อัลเฟรดตอบกลับมาง่าย ๆ ทั้งที่ความจริงแล้วในทางปฏิบัติมันไม่ใช่ง่าย ๆ ชินรู้สึกหงุดหงิดก็ตรงนั้น
ถึงแบบนั้นอัลเฟรดก็ไม่ได้เสียรอยยิ้ม เขาอาจคิดแผนมาดีแล้วก็ได้ชินจึงสงบใจตัวเองก่อนจะเดือดดาลไปกว่านี้
“แต่มันก็จริงอย่างที่ว่าแหละนะครับ... อาจมีกรณีมือที่สามเข้ามาเตะถ่วงทำให้ยึดดินแดนไม่ได้ ซึ่งถ้าเราหามันไม่เจอก็แย่เลย เพราะแบบนั้นผมถึงพยายามจะใช้แผนยุทธการสายฟ้าแลบยังไงล่ะครับ”
“อืม”
ชินเห็นด้วยกับเื่นั้น พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมแผนการนั้นถึงดีที่สุด
การจู่โจมโดยไม่ให้ทันตั้งตัวมีโอกาสสูงที่จะไม่ถูกแทรงแซง และฝ่ายรับมือก็คงหาทางสับเปลี่ยนตราอัศวินไม่ทันด้วยเหมือนกัน
การบุกจู่โจมแบบสายฟ้าแลบจึงน่าจะเป็วิธีการที่คนส่วนใหญ่ใช้ในศึกครั้งนี้เลย
แต่ถ้าอย่างนั้น...
“งั้นสถานการณ์ตอนนี้ที่มีหลายฝ่ายบุกมาก็ยุ่งยากน่ะสิ”
“ว่าไปก็ใช่แหละนะครับ”
อัลเฟรดไม่ปฏิเสธว่าการควานหามือที่สามที่สี่เป็เื่ยาก อย่างน้อยชินก็ชื่นชมตรงที่ยอมรับแต่โดยดีว่าสถานการณ์ตอนนี้มันลำบากกว่าตอนแรก
“แต่ที่ทุกคนบุกพร้อมกันวันนี้มันก็มีสาเหตุอยู่นะครับ” อัลเฟรดเปิดประเด็นใหม่น่าสนใจ
“แล้วเหตุผลของเื่นั้นคือ?”
“วันนี้าาอันดับที่ 1 วางแผนจะโค่นาาอันดับที่ 7 น่ะสิครับ”
คำพูดของอัลเฟรดดึงความสนใจของโต๊ะอีกฝั่งมาด้วย แต่สายตาที่ไม่น่าแปลกใจนักอาจหมายถึงว่ามันไม่ใช่เื่แปลก
คนที่ตั้งใจฟังอัลเฟรดจริง ๆ จึงมีแค่ชินกับโอลิเวีย
“เขต 62 ที่เรากำลังจะไปบุกเป็หนึ่งในเขตของาาอันดับที่ 7 ครับ ต่อให้ที่นั่นมีผู้ปกครองดินแดนแต่ถ้าาาแพ้ไปแล้วตราอัศวินและสิทธิยึดครองก็จะหายไป เขตที่ 62 ก็จะกลายเป็ดินแดนที่ไม่มีคนปกครอง ใครมาถึงก่อนก็จะสามารถยึดได้เลย บางทีาาอันดับที่ 4 ที่จะบุกมาด้วยคืนนี้ก็คงคิดแบบเดียวกัน”
เข้าสูตรอีแร้งรอเก็บศพเลยสินะ
ชินกอดครุ่นคิด
“งั้น... จะบอกว่าศัตรูตัวจริงของคืนนี้ไม่ใช่พวกของาาอันดับที่ 7 แต่เป็พวกอันดับ 1 กับ 4 งั้นสินะ”
“ถูกต้องเลยครับ”
อัลเฟรดยอมรับทันที ดูท่าทางฝ่ายาาอันดับที่ 7 จะกำลังเข้าตาจนเอามาก อัลเฟรดไม่ได้มองว่าฝ่ายนั้นเป็ภัยคุกคามเลย
แต่ว่า... ความเสี่ยงและตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้เพิ่มขึ้นมาเยอะเลยแฮะ
แถมตอนนี้เราต้องรับมือกับสถานการณ์ถึงสองต่อ
อย่างแรกคือต้องโค่นผู้ปกครองเขต 62 ให้ได้ก่อน
พอโค่นได้แล้วแต่ยึดครองไม่ได้ ก็ต้องไปไล่ควานหามือที่สามในเขตประเทศนั้น ซึ่งอันนี้แหละที่ไม่ง่าย
เ้าอัลเฟรดนี่มันจงใจไม่บอกเื่นี้แต่แรกเพราะกลัวเราไม่ร่วมมือกับแผนที่มีโอกาสสำเร็จต่ำรึเปล่า?
ไม่สิ... คิดไปก็เท่านั้น เพราะตอนนี้กำลังจะถึงจุดหมายอยู่แล้ว
ให้ตายสิ...
“เดี๋ยวเราก็หาทางทำอะไรได้เองแหละครับ”
“ขอให้จริงเถอะ”
ชินถอนหายใจออกมาเสียยาวเหยียดยิ่งทำโอลิเวียจ้องจี่ใส่อัลเฟรด คงจะมีแต่เกวนที่ยิ้มแห้ง ๆ เพราะรู้สึกผิดที่ชินต้องมาเจอเื่ยุ่งยาก
ส่วนคนอื่น... พวกเขาคงจะชินกับเื่ยุ่งยากมานานแล้วจึงไม่ได้รู้สึกว่าแปลกอะไร
“ถึงแล้วครับท่าน!”
เสียงประกาศมาจากลำโพงในเครื่องบินปลุกสติทุกคนให้ตื่น
สายตาของทุกคนที่นั่งชิดหน้าต่างเลื่อนลงไปมองโดยอัตโนมัติ ทัศนวิสัยภายล่างมืดมิดแต่ยังพอมีแสงจากรันเวย์
โอลิเวียนั้นความจริงแล้วไม่มีความจำเป็ต้องมองลงไป แต่เธอก็ยังขยับตัวเข้ามาเบียดแขนชินที่นั่งข้างๆ
หน้าอกของเธอแนบกับแขนของชินอย่างจงใจ ภายนอกนั้นไม่อาจมีใครทราบ ทว่าภายใต้หน้ากากนั้นชินกำลังแก้มแดงระเรื่อ
ทำอะไรอีกเนี่ยโอลิเวีย
ชินแอบเหนื่อยหน่ายใจ แต่ไม่อาจทราบได้ว่าเกวนกำลังทำแก้มป้องมองมาทางตนอยู่
หลังจากนั้นเครื่องก็ลงจอดถึงพื้น ประตูทางเดินเปิดออกอีกครั้ง
ทั้งกลุ่มเดินลงจากเครื่องอย่างรวดเร็วเป็ขบวน อัลเฟรดเข้าไปนัดแนะบางอย่างกับกลุ่มทหารชั้นสัญญาบัตรที่มารอรับอย่างรวดเร็ว คำสั่งสั้น ๆ ทำให้นายทหารเ่าั้ทำท่าวันทยาหัตถ์ก่อนจะวิ่งไปอีกทาง
ชินเองก็ไม่ได้สนใจในเนื้อความเท่าไรนัก เพราะการไปยุ่งกิจการของชาวบ้านมากเกินไปก็เห็นจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ทางด้านอัลเฟรดหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงมาทาบใบหน้า มันขยายออกครอบคลุมศีรษะกลายเป็หน้ากากผีดูดเือันน่ายำเกรง ดูเหมือนเขาจะเตรียมเส้นทางเรียบร้อยแล้ว
“ขอโทษที่ให้คอยครับผม ดูเหมือนมิวจะรออยู่ไม่ไกลจากนี้มากครับ พวกเรารีบไปกันเถอะ”
อัลเฟรดชักหน้านำทิศทางให้ทุกคนรีบตาม
เพราะขืนชักช้าแม้แต่ก้าวเดียวจนาจบไปก่อน พวกอัลเฟรดคงกลายเป็กลุ่มเดียวที่ตกรถไม่ได้อะไรเลย
ทั้งกลุ่มพยักหน้าให้กันอย่างรีบร้อน รีบถีบพื้นตามอัลเฟรดไปติด ๆ
❖❖❖❖❖
