บทที่ 38 ซูหลินเอ๋อร์ในชุดเรียบง่าย แต่งหน้าอ่อน ๆ ขี้เหร่จนน่าตกใจ ขายขี้หน้าเสียจริง ๆ
ฮองเฮาทรงคัดเลือกพระชายาให้เฉินอ๋องอย่างดีที่สุด ด้วยเกรงว่าเขาจะไม่พอใจ ถึงกับต้องไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อขอผ้ายันต์คุ้มครองให้พระชายาองค์ใหม่โดยเฉพาะ จะให้เฉินอ๋องทำร้ายพระชายาไม่ได้เด็ดขาด
แต่ผลที่ได้กลับกลายเป็นว่าพระชายาผู้นี้ไม่เคยเชื่อฟังคำนางเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้ถึงฮองเฮาจะอยากส่งตัวนางออกไปก็ยังทำไม่ได้
หมัวมัวกล่าวตามพลางยิ้ม "เช่นนั้นพระสนมก็วางใจได้เพคะ ตอนนี้ต่อให้พลิกเมืองหลวงหาจนทั่ว ก็ใช่ว่าจะหาสตรีเช่นพระชายาเฉินอ๋องได้เป็นคนที่สองนะเพคะ"
ว่านกุ้ยเฟยหัวเราะจนตัวงอ "ฮองเฮาไปขุดนางมาจากหลุมไหนกัน? แม้จะไม่เข้าท่า แต่กลับปราบคนบ้าอย่างเฉินอ๋องเสียอยู่หมัด"
ภายนอกร่ำลือกันไปทั่วว่าเฉินอ๋องนั้นโปรดปรานพระชายาจอมเพี้ยนผู้นี้เป็นอย่างมาก
ถึงขนาดยอมส่งยายเฒ่าที่รับใช้ในจวนมานานหลายปีเข้าคุกหลวงก็เพื่อพระชายา
ยายเฒ่าเหล่านั้นล้วนเป็นคนที่อวี้เฟยประทานให้เขาในตอนนั้น
แต่เฉินอ๋องกลับไม่เห็นแก่หน้าพระมารดาเลยแม้แต่น้อย กลับทำทุกอย่างเพื่อเอาใจพระชายาของตน
ข่าวลือนอกจวนยิ่งเลวร้ายมากขึ้น ซูเหวินยวนยังคงไม่รู้เรื่องนี้
"ในเมื่อพระสนมไม่โปรดพระชายาเฉินอ๋อง แล้วเหตุใดจึงยังเชิญนางมาด้วยเล่าเพคะ? วันนี้เป็นวันมงคลนะเพคะ" หมัวมัวถามอย่างไม่เข้าใจ
ว่านกุ้ยเฟยยิ้ม "ข้าเชิญนางมาก็เพื่อเพิ่มความมงคลยิ่งขึ้นไปอีกน่ะสิ ข้าจะทำให้ฮองเฮาได้รู้ว่าสายตาของข้าดีกว่าของนางมากนัก พระชายาที่ข้าเลือกให้องค์รัชทายาท จะต้องดีกว่าพระชายาเฉินอ๋องในทุก ๆ ด้าน!"
ก่อนแต่งงาน นางเคยได้ยินเรื่องราวของซูเหวินยวนจากองค์รัชทายาทมาก่อน ไม่มีค่าพอให้เปรียบเทียบด้วยซ้ำไป
นางเป็นคนที่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง!
แต่วันที่ได้เห็นซูเหวินยวนตัวเป็น ๆ ก็พบว่านางไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น จึงได้เปลี่ยนใจ
"พระสนมเพคะ ฮูหยินโม่พาบุตรสาวมาถึงแล้ว จะเสด็จไปต้อนรับหรือไม่เพคะ?"
"ฮูหยินของราชครู ข้าย่อมต้องไปอยู่แล้ว ไปกันเถอะ"
สตรีคนแรกที่ทำให้พระสนมว่านกุ้ยเฟยสนใจมาถึงแล้ว หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยสตรีคนอื่น ๆ อีกมากมาย
ซูเหวินยวนยังคงนั่งกินข้าวอยู่ในจวนอย่างไม่รีบร้อน
เยว่ซิ่วเร่งเร้า "พระชายาจะทรงเร่งหน่อยได้หรือไม่เพคะ?"
"ไม่ล่ะ วันนี้ว่านกุ้ยเฟยเลือกสะใภ้นะ ข้าเป็นถึงพระชายา ไปเร็วจะมีประโยชน์อันใด? ให้ท่านอ๋องเลือกพระชายารองรึ?"
อย่างไรเสียนางก็เป็นถึงพระชายา วางมาดเสียหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง?
เยว่ซิ่วเตือนด้วยความหวังดี "ตอนนี้คนที่อยากจะเป็นพระชายารองของท่านอ๋อง น่าจะมีมากกว่าที่พระชายาทรงคาดคิดไว้เสียอีกนะเพคะ"
ซูเหวินยวนยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ "พวกนางช่างคิดสั้นเสียจริง"
แค่ชีวิตของเซิ่งจิ่งอวี้เองยังเอาไม่รอด คิดอยากจะเป็นพระชายารองของเขานี่ไม่ใช่ว่าเป็นการรอความตายหรอกหรือ?
"พระชายากล่าวอะไรเช่นนั้นเพคะ เป็นพระชายารองไม่ดีหรือเพคะ?"
ซูเหวินยวนกล่าว "ถ้าพวกนางอยากเป็นจริง ๆ ตำแหน่งพระชายาของข้านี่ ข้ายกให้พวกนางก็ยังได้"
ตอนนี้นางมีเงินแล้ว จะไปอยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย มีแต่ในวังหลวงนี่แหละที่อยู่ยาก!
คำพูดเหล่านี้ เซิ่งจิ่งอวี้ที่แอบอยู่ห้องโถงข้าง ๆ ได้ยินทั้งหมด
เขาลุกขึ้นและกลับไปยังเรือนหลัง
"นั่นสินะ นางไม่อยากเป็นพระชายาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทั้งยังคิดว่าข้าต้องตายแน่ ๆ ล่วงเกินองค์รัชทายาท ทั้งยังไม่ได้เข้าข้างฮองเฮา ไม่ว่าใครจะขึ้นครองราชย์ ชะตากรรมของข้าก็คงไม่ดีนัก" เซิ่งจิ่งอวี้ยิ้มจาง ๆ
เย่ซานถาม "แล้วจะยังให้บ่าวตามพระชายาเข้าวังอยู่หรือไม่เจ้าคะ?"
ที่เซิ่งจิ่งอวี้พานางมาที่ห้องโถงด้านหน้า ก็เพื่อจะสลับกับเมิ่งฉี เย่ซานฉลาดกว่า หากอยู่ในวังคงจะช่วยซูเหวินยวนได้
แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว
"ไม่ต้อง ตายเสียได้ก็ดี" เซิ่งจิ่งอวี้กล่าวอย่างเย็นชา
เขาโมโหแล้ว!
เมื่อนึกถึงสายตาเวทนาสงสารที่ซูเหวินยวนมองเขาเมื่อวาน ประกอบกับเช้านี้ที่เขาคาดเดาได้ว่าซูเหวินยวนได้ล่วงรู้โฉมหน้าที่แท้จริงของฮองเฮาแล้ว
เดิมทีคิดว่าซูเหวินยวนจะรู้สึกสงสารเขาและหาทางช่วยเขา เพราะอย่างไรเสียนางก็แต่งงานกับเขาแล้ว หากเขาตาย ก็อย่าหวังว่านางจะรอด
คาดไม่ถึงว่าสตรีผู้นี้คิดจะหนี นี่ก็นับเป็นวิธีแก้ปัญหาที่เด็ดขาดอยู่เหมือนกัน ทั้งยังตอบสนองได้รวดเร็วพอตัว
แต่การจะหนีได้นั้น อย่างน้อยนางต้องเอาตัวรอดจากวังหลวงที่คอยแต่จะกลืนกินชีวิตคนแห่งนี้ให้ได้เสียก่อน!
เมื่อซูเหวินยวนเข้าวัง คนที่ศาลาว่านชุนก็มากันพร้อมหน้าแล้ว
น้ำชาก็ดื่มกันไปแล้วหนึ่งถ้วย แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยถึงซูเหวินยวนเลยแม้แต่คำเดียว
จนกระทั่งนางกำนัลนำข่าวที่ซูเหวินยวนเข้าวังมาเรียนว่านกุ้ยเฟยแล้ว พระนางจึงค่อยเอ่ยถึง
นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะพบซูหลินเอ๋อร์ที่ดูไม่โดดเด่นในฝูงชน
ซูหลินเอ๋อร์นั่งอยู่ในมุมห้อง อยากจะตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
คนอื่นแต่งตัวราวกับผีเสื้อหลากสี ส่วนนางกลับนั่งเรียบร้อยกว่านางกำนัลเสียอีก
หากนางมีบุคลิกที่สดใสบริสุทธิ์เหนือใคร ถึงแม้จะสวมชุดเรียบง่ายแต่งหน้าอ่อน ๆ ก็ยังคงสามารถดึงดูดสายตาของทุกคนได้
แต่นางกลับไม่ใช่ เมื่อไม่มีเครื่องประดับตกแต่ง รูปร่างหน้าตาของนางก็ดูธรรมดาเสียจนน่าเบื่อ
ที่สำคัญคือบ้านอื่นล้วนมีฮูหยินใหญ่ประจำจวนนำมาด้วย แต่มารดาของนางถึงแม้จะเป็นภรรยาเอก แต่ก็ถูกครหาว่าเป็นอนุมานานหลายปี
ประกอบกับชาติตระกูลที่ไม่สูงนัก จึงทำให้งานเลี้ยงของหลาย ๆ ตระกูลไม่เคยเชิญนาง
ว่านกุ้ยเฟยก็ไม่ได้ใจแคบ เชิญก็คือเชิญแล้ว แต่นางหวังดันหน้าเป็นแผล ทั้งยังไม่อยากมาเองอีกด้วยทำให้ซูหลินเอ๋อร์ไม่สามารถเข้าไปสนทนากับพระสนมว่านกุ้ยเฟยได้ ทำได้เพียงแค่นั่งอยู่คนเดียวตรงนี้
"นั่นคือคุณหนูใหญ่ของท่านอัครมหาเสนาบดีซูใช่หรือไม่?" ว่านกุ้ยเฟยเอ่ยถามขึ้น
ทุกคนมองตามสายตาของพระนางไป ต่างก็แสดงสีหน้าสงสัย
นี่คือซูหลินเอ๋อร์หรือ?
นี่ซูหยวนตกอับแล้วหรืออย่างไร? คุณหนูใหญ่ของจวนถึงได้ดูซอมซ่อถึงเพียงนี้?
ในอดีตหากได้รับการจับจ้องจากทุกคนเช่นนี้ ซูหลินเอ๋อร์คงจะดีใจจนเนื้อเต้น แต่ในวันนี้ นางกลับรู้สึกอับอายเป็นอย่างยิ่ง
นางสัมผัสได้ว่าสายตาของทุกคนไม่ใช่การชื่นชม
แต่ในเมื่อว่านกุ้ยเฟยกล่าวขึ้นมาแล้ว นางจึงทำได้เพียงกัดฟันเดินออกไปคำนับ
ว่านกุ้ยเฟยมองนางขึ้น ๆ ลง ๆ พลางแสดงสีหน้าไม่พอใจ
วันนี้หญิงสาวที่มาล้วนแต่งกายอย่างงดงามอลังการ แต่นางกลับแต่งกายเรียบง่ายเช่นนี้ เป็นเพราะดูถูกองค์รัชทายาทหรือดูถูกพระนาง?
ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดว่านกุ้ยเฟยก็ล้วนไม่พอใจทั้งสิ้น!
"พระชายาเฉินอ๋องเป็นพี่สาวของเจ้ารึ? เหตุใดเจ้าถึงหน้าตาไม่เหมือนนางเลยสักนิด"
ว่านกุ้ยเฟยกล่าวออกมาจากใจจริง
ซูหลินเอ๋อร์ก้มหน้าลงด้วยความอับอาย รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง นางไม่น่าเชื่อท่านแม่เลยจริง ๆ
หญิงสาวใจร้อนปากไวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น "พระสนมคงยังไม่ทราบ พระชายาเฉินอ๋องตั้งแต่เล็กก็ชอบเก็บตัวอยู่ในเรือนหลัง ไม่ค่อยได้พบปะผู้คน กิริยาไม่สง่างามเท่าคุณหนูใหญ่หรอกเพคะ"
หญิงสาวที่พูดนั้นสนิทกับซูหลินเอ๋อร์ และเคยเห็นซูเหวินยวนมาก่อน คิดว่าที่ว่านกุ้ยเฟยกล่าวว่าไม่เหมือนนั้น กำลังว่าซูเหวินยวนหน้าตาอัปลักษณ์
หญิงสาวอีกหลายคนที่เคยเห็นซูเหวินยวนเมื่อหลายปีก่อนก็พากันพูดสมทบ
"ข้าเคยเห็นพระชายาเฉินอ๋องผู้นี้มาก่อน พูดจาเสียงเบากว่ายุงเสียอีก สวมเสื้อผ้าซอมซ่อ มาบัดนี้กลับกลายเป็นหงส์ไปเสียแล้ว"
คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนฉลาดแกมโกง มาร่วมงานเลี้ยงชมบุปผาของว่านกุ้ยเฟย จะไปพูดจาชื่นชมพระชายาเฉินอ๋องได้อย่างไร?
ที่จู่ ๆ ว่านกุ้ยเฟย ก็เอ่ยถึงนางขึ้นมา ก็เพราะรอให้ทุกคนพากันด่าว่านางนั่นเอง
แต่ละคนก็พูดจาอย่างไม่ไว้หน้า ว่าซูเหวินยวนเสีย ๆ หาย ๆ จนแทบฟังไม่ได้ คำพูดเหล่านั้นช่างเหมือนกับที่องค์รัชทายาทเคยพูดไม่มีผิด
ซูหลินเอ๋อร์ค่อย ๆ มีความมั่นใจขึ้นมา ที่แท้ก็กำลังด่าว่าซูเหวินยวนนี่เอง
นางก็สบายใจแล้วสินะ แถมยังสามารถเล่าเรื่องวงในได้อีกเล็กน้อย
"พระสนมไม่ทรงทราบหรอกเพคะ พี่สาวของหม่อมฉันผู้นี้มีกิริยามารยาทไม่สง่างาม ทั้งยังไม่เคยเข้าร่วมงานเลี้ยงใด ๆ พอเจอคนเยอะ ก็ตื่นตระหนกตกใจจนพูดไม่ออก หากพระนางทรงข่มขู่สักสองสามคำ นางอาจจะตกใจจนล้มลงไปกองกับพื้นเลยก็ได้นะเพคะ"
ซูหลินเอ๋อร์พูดจบก็หัวเราะออกมาเองก่อน
คนอื่นพอจินตนาการภาพนั้นออก ก็หัวเราะตามไปด้วย
ซูเหวินยวนยิ้มตาม "ถ้าข้าล้มลงไปจริง ๆ น้องหญิงคงจะได้หัวเราะจนตัวงอแน่"
ยังไม่ทันสิ้นคำ ร่างของนางก็ปรากฏยืนอยู่ต่อหน้าทุกคนแล้ว
เสียงหัวเราะของทุกคนเงียบกริบในทันใด ต่างก็แสดงสีหน้าตกตะลึง จ้องมองซูเหวินยวนเขม็ง พลางนึกถึงคำพูดของกุ้ยเฟย
เจ้ากับพี่สาวของเจ้าหน้าตาไม่เหมือนกันเลยสักนิด...